เขย่าทุกมื้ออาหาร ยาแผนไทย หุ่นยนต์ และวรยุทธ์จีนโบราณมารวมกันในโรงเตี๊ยมริมน้ำสไตล์คอมเมดี้แฟนตาซี เริ่มต้นบทแรกกันเลยครับ
บทที่ 1: เมื่อยอดปรมาจารย์กระบี่ไร้พ่าย... ต้องมาหัดเจียวไข่ใส่คะน้าหมูกรอบ
"เ้าค่ะ! ข้าบอกแล้วไงว่าต่อให้ใช้วิชา กำลังภายในตบะเก้าสลึง หลอมโลหะด้วยมือเปล่า แต่มันก็เอามาเคาะตะหลิวผัดกะเพราให้ไฟลุกพรึบแบบถูกหลักอนามัยไม่ได้!"
เสียงโวยวายแหลมสูงของ "เต็งลี่" ดังทะลุหลังคาร้าน "ครัวคุณลุงริมคลอง" จนฝูงนกกระจอกแถวนั้นบินหนีเตลิดเปิดเปิง ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีในชุดเสื้อยืดคอกลมและผ้ากันเปื้อนลายเป็ดน้อย กำลังยืนเท้าสะเอวจ้องหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ หน้าจอนั้นกะพริบแสงสีแดงวาบพร้อมข้อความตัวอักษรวิ่งเป็แถวพรืด
[แจ้งเตือนระบบ: พลังงานชี่กงในหม้อต้มซุปกระดูกหมูตกต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 15%!]
[ภารกิจเร่งด่วน: กรุณาปรับสมดุลธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ในจาน 'คะน้าหมูกรอบ' มิฉะนั้นคะน้าจะเหี่ยวเฉาและสูญเสียสรรพคุณทางยาตามตำรับแพทย์แผนไทย!]
ให้ตายเถอะ! นี่เขาคือ "หลี่ิ" อดีตเซียนกระบี่อันดับหนึ่งแห่งยุทธภพผู้เคยข้ามมิติมาด้วยความผิดพลาดของกลจักษุมิติเร้นลับ แทนที่เขาจะได้ไปเกิดใหม่ในตระกูลใหญ่ฝึกวิชาเหินฟ้าปราบมาร ไหง์ถึงส่งเขามาสิงอยู่ในร่างพ่อครัวร้านอาหารตามสั่งริมคลองแสนแสบแถมพ่วง "ระบบช่างกลแพทย์แผนไทยผสมผสาน" มาให้อีกเล่า!
ร่างเดิมของเ้าของร่างนี้เป็ชายหนุ่มผู้รักสันโดษที่มีหนี้สินท่วมหัว ร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้กำลังจะเจ๊งแหล่ไม่เจ๊งแหล่ แถมยังมีปัญหาท่อประปาอุดตันและระบบไฟฟ้ารวนราวกระแสจิตวิปริต โชคดีที่ระบบประหลาดนี่มอบพิมพ์เขียวหุ่นยนต์พ่อบ้านแม่ครัวจิ๋วมาให้ตัวหนึ่ง... แต่มันดันเป็หุ่นยนต์ที่ใช้หลักการสลับขั้วสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแบบ CMOS (Complementary Metal-Oxide-Semiconductor) ควบคุมด้วยลมปราณ!
"ไอ้เ้ากล่องเหล็กกระบิบ้านี่! แกจะให้ข้าเอา PMOS มาคุมการเปิดปิดแก๊สซาลาเปานึ่งทำไมวะ!" หลี่ิสบถพรางใช้ทัพพีเคาะหัวหุ่นยนต์กระป๋องรูปร่างกลมป้อมที่วิ่งวนรอบขาเขาแป๊กๆ เ้าหุ่นยนต์จิ๋วส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนฟันเฟืองติดขัด ก่อนจะฉายภาพจำลองโครงสร้างสราญรมย์ของการไหลเวียนเืลมในร่างกายมนุษย์เปรียบเทียบกับการผัดผักบุ้งไฟแดง
ในยุทธภพเก่า หลี่ิใช้กระบี่ทะยานฟ้าฟันศัตรูขาดสองท่อนในพริบตาเดียว แต่วันนี้... เขากำลังยืนถือกระทะเหล็กหล่อหนักสกกิครึ่ง เกร็งกำลังภายในหมุนวนเป็วงกลมตามหลักการโคจรของลมปราณโคจรย้อนศร เพื่อควบคุมอุณหภูมิความร้อนไม่ให้น้ำมันกระเด็นใส่แขนเสื้อ
"ลูกค้ามาแล้วโวย! พ่อหนุ่ม ขอสุกี้กุ้งน้ำเดือดๆ ชุดนึง ใส่ผักเยอะๆ ร่างกายฉันธาตุลมกำเริบท้องอืดมาสามวันแล้ว!"
เสียงทุ้มห้าวะโลั่นหน้าร้าน พร้อมกับการปรากฏตัวของ "ลุงป้อม" อดีตเซียนพลองเหล็กผู้ผันตัวมาเป็เซียนวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างประจำปากซอย ลุงป้อมเดินพาใพุงกะทิพลั่กเข้ามานั่งแปะลงบนเก้าอี้พลาสติกสีแดงที่ขาข้างหนึ่งโยกเยกจนต้องเอาฝาเบียร์ยัดรองไว้
หลี่ิสะดุ้งเฮือก รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็พ่อครัวหน้าตาเป็มิตรทันทีตามวิสัยผู้มีคุณธรรมในยุทธภพ "เชิญครับลุงป้อม! สุกี้กุ้งสูตรแพทย์แผนไทยประยุกต์ เสริมสร้างการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหารโดยเฉพาะ รับรองซดน้ำซุปปุ๊บ ลมปราณเดินสะดวกถึงปลายนิ้วก้อยแน่นอน!"
"โม้เก่งไอ้หนุ่ม! เอาไวๆ กูหิวจนแสบไส้ พวกลูกค้าโต๊ะสี่เมื่อกี้ก็บ่นอุบว่าส้มตำไทยรสชาติยังไม่ค่อยโดนใจ ขาดความสมดุลระหว่างรสเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ตามหลักเบญจธาตุ" ลุงป้อมว่าพรางยกมือขึ้นเกาพุง
หลี่ิได้ยินดังนั้นก็คิ้วกระตุกปมใหญ่ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่โต๊ะสี่ ซึ่งมีกลุ่มวัยรุ่นนั่งหน้าหงิกอยู่จริง ๆ หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าพุ่งแจ้งเตือนสีเหลืองขึ้นมาทันที
[แจ้งเตือนระดับวิกฤต: คะแนนความพึงพอใจของลูกค้าลดลงเหลือ 60%!]
[เงื่อนไขพิเศษ: หากคะแนนตกต่ำกว่า 50% ระบบจะทำการลงโทษด้วยการให้ท่านฝึกวิชา 'ยืนกระต่ายขาเดียวท่องตำราสมุนไพรไทย' เป็เวลาสามชั่วยาลม!]
"บ้าเอ๊ย! ข้าไม่ยอมไปยืนกระต่ายขาเดียวกลางร้านแน่!"
หลี่ิกัดฟันกรอด สลัดความคิดเื่คัมภีร์กระบี่เก้ากระบวนท่าทิ้งไปชั่วขณะ มือขวาคว้าตะหลิว มือซ้ายจับกระทะเหล็ก ตั้งท่าเตรียมรำมวยจีนผสมผสานกับทักษะการควบคุมแรงดันไฟฟ้าสถิตแบบ NMOS
"ลุงป้อม รอแป๊บ! เดี๋ยวข้าโชว์ 'สุกี้กุ้งัสะท้านภพ' ให้ดู!"
ว่าแล้วพ่อครัวหนุ่มก็เริ่มบรรจงตักน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นลงในหม้อดินเผา เสียงน้ำซุปร้อนๆ ปะทะกับผิวหม้อดังฉ่า ลมปราณชี่กงถูกขับเคลื่อนจากตันแท่นผ่านฝ่ามือพุ่งตรงสู่ก้นหม้อ ทำให้น้ำเดือดพลั่านขึ้นมาในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีโดยไม่ต้องง้อเตาแก๊สแรงดันสูง กุ้งสดๆ เนื้อเด้งดึ๋งถูกโยนลงไปพร้อมกับผักบุ้งจีนสดกรอบที่ล้างสะอาดเอี่ยมอ่อง
แต่ความวุ่นวายยังไม่หมดแค่นั้น เมื่อจู่ๆ เ้าหุ่นยนต์กระป๋องจิ๋วเกิดอาการช็อตเนื่องจากความชื้นในอากาศสูงเกินไป มันส่งเสียงร้อง "ปี๊บๆๆๆ" แล้วพ่นกระดาษใบเสร็จพรูออกมาไม่หยุด หน้าจอโฮโลแกรมรัวข้อความเตือนรัวยิ่งกว่าปืนกล
[ระบบตรวจพบความผิดปกติของวงจรภายใน! กรุณาซ่อมแซมโดยการหยอดน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นผสมเกลือแกง 3 เม็ด ลงในช่องระบายความร้อนของหุ่นยนต์ทันที!]
"เฮ้ย! จะมาพังอะไรตอนนี้วะเนี่ย!" หลี่ิสบถเสียงดังลั่นครัว มือหนึ่งต้องคุมไฟไม่ให้สุกี้ไหม้ มือหนึ่งต้องควานหาน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่วางอยู่ใต้ชั้นวางขวดเครื่องปรุง
ในจังหวะนั้นเอง ลูกค้าโต๊ะสี่ก็ส่งเสียงเร่ง "พ่อค้า! สกัลป์ส้มตำไทยที่สั่งไปได้ยังหรือยัง หิวจนตับจะแล่บอยู่แล้วนะโว้ย!"
หลี่ิสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่เคยใช้บรรลุขั้นสูงสุดยอดวิชาพิทักษ์ยุทธภพ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ปล่อยจิตให้ว่างเปล่าผสานเป็หนึ่งเดียวกับวัตถุดิบตรงหน้า ร่างกายเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงราวกับภูตพราย มือซ้ายหยิบครกหินขึ้นมาโขลกกระเทียมกับพริกขี้หนูสวนดัง โป๊กๆๆ เป็จังหวะเพลงร็อคอินดี้ มือขวาตักเส้นหมี่เกี๊ยวหมูแดงลงลวกในหม้อข้างๆ พร้อมกันนั้นก็ใช้เท้าเขี่ยสวิตช์พัดลมระบายอากาศเพื่อเป่ากลิ่นหอมฟุ้งให้กระจายไปทั่วซอย
ฟู่!
กลิ่นหอมหวลของพริกกระเทียมตำสดๆ ผสมผสานกับน้ำปลาร้าสูตรลับและมะนาวคั้นสดเตะจมูกลุงป้อมและลูกค้าโต๊ะสี่เข้าอย่างจัง ทุกคนในร้านต่างหยุดชะงักเงียบกริบ หันขวับมามองที่เคาน์เตอร์ด้วยสายตาเป็ประกายระยิบระยับราวกับเจอขุมทรัพย์
"โอโห... กลิ่นนี่มัน..." ลุงป้อมสูดลมหายใจเข้าลึกจนพุงกระตุก "นี่มันไม่ใช่แค่อาหารตามสั่งธรรมดาแล้ว แต่มันคือกลิ่นอายของพลังปราณบริสุทธิ์ที่หลอมรวมกับรสชาติอันล้ำลึก!"
หลี่ิปาดเหงื่อที่หน้าผากออกด้วยหลังมือ หายใจหอบเบาๆ พรางส่งยิ้มแห้งๆ ให้ลูกค้าท้าวเอวส่ายหัว "เชิญครับทุกท่าน... สุกี้กุ้งร้อนๆ กับส้มตำไทยสูตรแพทย์แผนไทยปรับสมดุลธาตุ พร้อมเสิร์ฟแล้วครับ รับรองกินแล้วไม่ธาตุพิการแน่นอน!"
เสียงหัวเราะและเสียงซดน้ำซุปร้อนๆ ดังขึ้นเซ็งแซ่ทั่วร้านเล็กๆ ริมคลอง หลี่ิแอบถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก อย่างน้อยวันนี้เขาก็รอดพ้นจากการโดนระบบลงโทษด้วยการยืนกระต่ายขาเดียวได้สำเร็จ... แต่นี่มันเพิ่งแค่เริ่มต้นของมื้อเที่ยงวันแรกเท่านั้นเอง!