“ หนูไม่ให้พี่ไป ”“ ถ้าพี่ไปใครจะทำกับข้าวให้หนูกิน ”
หยางหลิวจ้องมองไปที่น้องสาวด้วยแววตาแปลก ๆ พร้อมกับหัวเราะ “ แหะ ๆ ”
ทีแรกก็นึกว่าน้องสาวเป็นห่วงเป็นใยไม่อยากจากกันไป ไหงเป็นว่าเธอแค่ติดใจรสชาติอาหารกันซะงั้น
“ เดี๋ยวแม่ทำให้กินเอง ” แม่ของพวกเขากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ก็ทำหน้าเหนื่อยใจอยู่ไม่น้อย
“ ใช่แล้ว เดี๋ยวพี่จะให้สูตรการทำอาหารกับแม่เอง ”“ เธอไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นหรอก ” หยางหลิวพูดสนับสนุน
“ งั้นก็โอเค ” เหมยหลิวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบพร้อมกับเลิกทำหน้าจริงจัง และก็เริ่มลงมือกินอาหารต่อโดยไม่สนใจอะไรอีก
สามพ่อ แม่ และลูกได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับใบหน้าเจื่อน ๆ
หลังจากที่ทุกคนกินข้าวเสร็จพร้อมทั้งทำความสะอาดโต๊ะเรียบร้อย แต่ละคนก็แยกย้ายกันไป ส่วนหยางหลิวเดินกลับเข้าห้องพร้อมกับกรอกใบสมัครสอบเข้า ม.ปักกิ่ง
ณ ตอนนี้ เขามีความพร้อมในทุก ๆ ด้านแล้วสำหรับการเข้าเรียน ม.ปักกิ่ง ตอนแรกที่คิดไว้เขาน่าจะมีปัญหาอยู่เยอะพอสมควร โดยเฉพาะในเรื่องผลการเรียนหรือเกรดเฉลี่ยที่ค่อนข้างน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับคนส่วนใหญ่ โดยปัจจุบันเขามีเกรดเฉลี่ยรวมคือ 1.77 แต่สำหรับคนที่สอบเข้าไปได้นั้นส่วนใหญ่แล้วเกรดเฉลี่ยจะมากกว่า 3.00
โชคดีตรงที่ว่า ม.ปักกิ่ง ไม่ได้กำหนดกฎเกณฑ์ว่าถ้าเกรดต่ำกว่า 2.00 จะไม่มีสิทธิ์สอบเข้า เพียงแต่จะนำทั้งผลคะแนนสอบ 4วิชา( ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์) และ เกรดเฉลี่ยมาคิดด้วย โดยแบ่งสัดส่วนเป็น 80% และ 20% ตามลำดับ
ดังนั้นตอนนี้เรื่องการสอบเข้าแทบไม่มีปัญหาใด ๆ เลย นอกจากมีปัญหาจุกจิกต่าง ๆ เกิดขึ้น เช่น ตื่นสาย เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดต่าง ๆ ทำให้ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ไปสอบ
หลังจากหยางหลิวกรอกใบสมัครเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงนำเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ที่ต้องใช้ใส่เข้าไปในซองจดหมาย พร้อมทั้งออกจากบ้านเพื่อนำเอกสารไปส่งที่ที่ทำการไปรษณีย์ซึ่งจุดหมายปลายทางของซองจดหมายนี้ไม่ใช่ที่อื่นใด แต่เป็น ม.ปักกิ่ง นั่นเอง
ทันทีที่เขาออกจากที่ทำการไปรษณีย์ เขาก็ได้ยินเสียงเรียกของเพื่อนสนิทของเขาเอง “ หยางหลิว ” เสียงตะโกนดังมาจากด้านหลัง เสียงนี่คือเสียงของจ้าวหานนั่นเอง นอกจากจ้าวหานแล้ว หยางหลิวก็ยังเห็นเพื่อนร่วมชั้นของเขาเดินมาพร้อมกับจ้าวหานอีกด้วยประมาณ 4-5คน
“ โอ้ ! ว่าไง ? ” “ พวกนายมาทำอะไรแถวนี้ ” หยางหลิวกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง
“ พวกเราว่าจะไปเตะบอล นายจะไปด้วยกันไหม ” เจิ้งซื่อหนึ่งในกลุ่มคนที่มาพร้อมกับจ้าวหานถามหยางหลิว
“ ไม่… ” ขณะที่หยางหลิวกำลังจะพูดปฏิเสธ แต่ทันใดนั้นเอง เขาคิดว่านี่มันเป็นโอกาสดีที่จะได้ทดสอบดูว่า ทักษะความสามารถด้านอื่น ๆ เขาจะยังสามารถเรียนรู้ได้หรือไม่เขาจึงเปลี่ยนใจ
“ ฉันไป ๆ ” หยางหลิวพูดเสียงดังขึ้นพร้อมทั้งเดินไปหากลุ่มคนเหล่านั้น