ซิงซิงพยายามปีนออกมาจากกองอิฐและซากปรักหักพัง ดวงตากลมโตสวยงามของเขาเต็มไปด้วยความโกรธขึ้ง
เดิมทีเขากำลังนอนหลับฝันดี ในความฝันนั้นเขาโตขึ้นและได้แต่งเซียวจิ่วเอ๋อร์เป็ภรรยา แต่จู่ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นมาขัดจังหวะ ทำให้เขาสะดุ้งตื่นจากความฝัน เขาพยายามข่มตาหลับอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถกลับไปฝันต่อได้
ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวจากการถูกปลุกให้ตื่นกลางคัน ซิงซิงเริ่มมองหาต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมา แต่เมื่อหันไปเขาก็พบกับงูั์ที่ตัวใหญ่และน่าเกลียดอยู่ใกล้เขาเสียจนแทบจะเอาลิ้นมาเลียแก้มขาวๆ ของเขาได้
งูั์แลบลิ้นอย่างน่าขนลุก ดวงตาเย็นเยียบของมันฉายแววพึงพอใจราวกับว่ามันได้ต้อนเหยื่อจนจนมุมแล้ว
เมื่อเห็นดังนั้น เซียวจิ่วเอ๋อร์ก็ใจหายวาบ นางไม่สนอันตรายใดๆ รีบพุ่งเข้าไปหาซิงซิงทันที
ทว่านางยังไม่ทันเข้าไปถึงก็เห็นเ้าหนูซิงซิงที่ดูเหมือนจะไม่รู้จักความกลัวแค่นเสียงฮึอย่างไม่พอใจ จากนั้นก็เอื้อมมือเล็กๆ ของตนคว้าลิ้นของงูั์เอาไว้ทันที
ภาพที่เห็นทำเอาเซียวจิ่วเอ๋อร์แทบเข่าอ่อน นางเกือบจะทรุดลงไปคุกเข่าตรงนั้นเพราะใ
แม้เ้าหนูตัวเล็กจะแรงน้อย แต่ก็ดึงลิ้นของงูั์เอาไว้เต็มแรงอย่างไม่ยอมปล่อยราวกับคิดจะกระชากลิ้นของมันออกมาให้ได้ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็ตัวเขาเองที่ถูกงูั์สะบัดหัวขึ้นอย่างแรง จนร่างเล็กๆ ของเขาลอยขึ้นไปกลางอากาศ
“ซิงซิง!!”
เสียงของเซียวจิ่วเอ๋อร์สั่นสะท้าน นางกลั้นหายใจพลางกระโจนขึ้นไปอย่างไม่คิดชีวิต คว้าตัวซิงซิงเอาไว้ได้ทันก่อนที่เขาจะตกลงมาถึงพื้น
ทั้งสองร่วงลงสู่พื้นดินอย่างทุลักทุเล แต่โชคดีที่เซียวจิ่วเอ๋อร์รับร่างเล็กๆ ของซิงซิงไว้ได้อย่างปลอดภัย
ทั้งสองกลิ้งไปกับพื้นอยู่สองรอบ ก่อนที่เซียวจิ่วเอ๋อร์จะรีบกดตัวซิงซิงเอาไว้ เ้าหนูนี่ดูเหมือนลูกสิงโตตัวน้อยที่กำลังโกรธจัด นางตรวจดูร่างกายของเขาอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้รับาเ็
“ตอนนี้พวกเราสู้พวกนางไม่ได้ เ้าต้องเชื่อฟังข้า หลบอยู่ข้างหลังข้า เข้าใจไหม”
“สู้ได้!” ซิงซิงร้องลั่นด้วยความโมโห มือไม้แกว่งไปมาอย่างขู่เข็ญ “จิ่วเอ๋อร์ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ข้าจะกินพวกมัน!”
“กินแล้วเดี๋ยวก็ท้องเสียหรอก!”
เซียวจิ่วเอ๋อร์กอดเขาแน่น พลางกวาดตามองหาทางหนีอย่างเร่งรีบ ทว่าเซียวเฟิ่งเอ๋อร์ที่ยืนมองการกระทำของทั้งสองกลับหัวเราะเย้ยหยัน ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้
“นี่มันลูกสุนัขที่ไหนกัน” เซียวเฟิ่งเอ๋อร์เอ่ยเสียงเ็า
“เซียวจิ่วเอ๋อร์ อย่าบอกนะว่าเป็ลูกของเ้า?” เซียวหรันกล่าวเสริมพร้อมมองไปมาระหว่างทั้งสองอย่างดูแคลน “ถ้าเป็เช่นนั้นจริงก็ต้องยอมรับเลยว่า หน้าตาของพวกเ้าสองคนคล้ายกันอยู่ไม่น้อย”
คล้ายย่าทวดเ้าน่ะสิ!
เซียวจิ่วเอ๋อร์กัดฟันด่าอยู่ในใจ แต่สีหน้ากลับดูไม่ยี่หระ
“ใช่ ข้าคลอดเอง แล้วมันจะทำไม” นางยืดอกขึ้น ก่อนจะยอมรับอย่างไม่ลังเล
ตอนนี้ทางออกที่ดีที่สุดก็คือการยอมรับว่าซิงซิงเป็ลูกของนางเอง แม้จะทำให้ชื่อเสียงของนางพังพินาศ แต่ก็ดีกว่าให้พวกมันสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของซิงซิง แล้วเปิดเผยว่าเขาเป็อสูร ซึ่งอาจจะนำหายนะมาให้
อีกอย่างนางเองก็ไม่ได้สนใจชื่อเสียงอะไรอยู่แล้ว ในเมื่อพาเ้าหนูนี่กลับมาด้วยตัวเอง นางก็ต้องปกป้องเขาให้ปลอดภัยให้ได้
“พวกเ้ารุมเล่นงานข้าหลายคนเช่นนี้ ต่อให้ชนะก็ไม่สมศักดิ์ศรีหรอกนะ ข้าไม่คิดเลยว่าอัจฉริยะของตระกูลเซียวอย่างเ้าจะต้องใช้ผู้ช่วยมาลงมือฆ่าข้าแบบนี้ หากเื่นี้แพร่ออกไป เกรงว่าคงถูกผู้คนทั่วหล้าหัวเราะเยาะจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!” เซียวจิ่วเอ๋อร์ยิ้มพลางจ้องมองเซียวเฟิ่งเอ๋อร์ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“อีกอย่างนะ หากพวกเ้าฆ่าข้าได้สำเร็จ เช่นนั้นชื่อเสียงความดีความชอบนี้จะเป็ของใครเล่า จะเป็ของอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่อย่างเ้า หรือจะยกให้อัจฉริยะตัวน้อยที่เพิ่งบรรลุขั้นห้าดีล่ะ”
คำพูดของเซียวจิ่วเอ๋อร์และน้ำเสียงประชดประชันในคำว่าอัจฉริยะตัวน้อยทำให้ใบหน้าของเซียวเฟิ่งเอ๋อร์พลันเปลี่ยนเป็สีดำคล้ำด้วยความโกรธจัด
ขณะเดียวกัน รอยยิ้มบนริมฝีปากของเซียวหรันก็แข็งค้างไปทันที นางชักมีดสั้นขึ้นมาพุ่งเข้าใส่เซียวจิ่วเอ๋อร์ทันที แต่ก่อนที่คมมีดจะฟาดฟันถูกเป้าหมาย จู่ๆ ก็เกิดแรงกดดันมหาศาลที่ไม่รู้มาจากที่ใด ทำให้มีดสั้นถูกสะท้อนกระเด็นออกไปในทันที
ท้องฟ้าที่สดใสอยู่ก่อนหน้านั้น จู่ๆ ก็มืดครึ้ม ลมหนาวเย็นะเืพัดโหมกระหน่ำ พร้อมกับเสียงฟ้าผ่าคำรามดังสนั่นทั่วบริเวณ
แรงกดดันอันมหาศาลนี้ทำให้ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์แทบยืนไม่อยู่ ต่างทรุดลงไปกองกับพื้นกันถ้วนหน้า แม้แต่อสูรสองตัวของเซียวเฟิ่งเอ๋อร์ก็ยังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว พวกมันหลบไปซ่อนอยู่มุมหนึ่งราวกับไม่กล้าสู้หน้า
เซียวจิ่วเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย ก่อนดวงตาของนางจะเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความชื่นชมและอิจฉา
บนท้องฟ้าปรากฏร่างของพยัคฆ์ขาวบริสุทธิ์ไร้สีอื่นเจือปน มันคำรามก้องขณะบินลงมาจากฟากฟ้า
เสือบินได้? สัตว์วิเศษอะไรกันล่ะเนี่ย!
สายตาของเซียวจิ่วเอ๋อร์จับจ้องอยู่ที่มันอย่างไม่อาจละสายตาได้เลย ความรู้สึกทึ่งและปรารถนาถูกเขียนไว้ชัดเจนบนใบหน้าของนาง
แม้กระทั่งซิงซิงที่อยู่ในอ้อมกอดของนางก็รับรู้ได้ถึงความ้าของนาง เด็กน้อยหันมามองนางด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก ก่อนจะดึงเสื้อของนางแล้วถามเสียงเล็กๆ
“จิ่วเอ๋อร์ เ้าอยากได้หรือไม่”
“อยากสิ แน่นอนว่าข้าอยากได้”
“ข้าก็มี ข้ายกให้เ้า!”
เซียวจิ่วเอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะก้มลงมองเขา พลางหัวเราะออกมาเบาๆ “ข้าไม่เอาหรอก ซิงซิง เ้าเก็บมันไว้ใช้เองเถอะ”
นางคิดว่าเ้าหนูนี่แค่พูดเล่น เด็กน้อยเช่นเขาย่อมไม่เข้าใจว่าการมีเทพอสูรไว้ในนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด
การที่เทพอสูรปรากฏตัวขึ้นในสถานที่แห่งนี้นับเป็เื่ที่เหนือความคาดหมายของทุกคน
บนแผ่นดินเสินโจวนี้ ผู้ที่เคยเห็นเทพอสูรมีน้อยมากจนนับคนได้ และผู้ที่สามารถเทพอสูรยิ่งแทบจะมีไม่ถึงหยิบมือเลยทีเดียว
“พยัคฆ์ขาว?!”
“ดูนั่น! เทพอสูรพยัคฆ์ขาว!”
เสียงะโด้วยความตกตะลึงดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล ผู้คนที่มีพลังิญญาต่ำต่างพากันกระอักเืทรุดลงไปกองกับพื้น ส่วนคนที่เหลือ เมื่อเห็นชายบนหลังของพยัคฆ์ขาวชัดเจนแล้วต่างก็มีสีหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
เซียวจิ่วเอ๋อร์อุ้มซิงซิงไว้แน่นพลางมองตามสายตาของทุกคนไป ก่อนที่นางจะรู้สึกใจสั่นวาบขึ้นมาในทันที
บนหลังของพยัคฆ์ขาวปรากฏร่างของชายผู้หนึ่ง เขาสวมชุดคลุมยาวสีดำสนิท และสวมหน้ากากสีเืที่ปกปิดใบหน้าเอาไว้ทั้งหมด เหลือไว้เพียงดวงตาที่มองทะลุทะลวงได้ถึงขั้วหัวใจ
หน้ากากนั้นถูกแกะสลักเป็ใบหน้าของมาร และหากสังเกตดีๆ จะเห็นได้ว่ามีของเหลวสีแดงคล้ายโลหิตไหลเวียนอยู่ภายใน
นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย เซียวจิ่วเอ๋อร์สบถอยู่ในใจเมื่อััได้ถึงความไม่ชอบมาพากล
พลังอันน่าสะพรึงกลัวและกลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมาจากชายผู้นั้นไม่ใช่เื่ล้อเล่น หากเขามาเพื่อช่วยเซียวเฟิ่งเอ๋อร์แล้วล่ะก็ นางคงต้องเตรียมขุดหลุมฝังตัวเองกับซิงซิงเสียั้แ่ตอนนี้
“นั่นมัน ท่านราชครู!”
“ราชครู? เขามาที่นี่ได้อย่างไร”
“ราชครูไม่ใช่ว่าไปยังแคว้นหนานเย่ว์ แล้วจะกลับมาภายในเดือนหน้าหรือ”
เสียงซุบซิบนินทาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบงันผสมกับความหวาดกลัว ทุกคนต่างรู้ดีว่าการปรากฏตัวของชายผู้นี้ไม่มีวันเป็สัญญาณที่ดี!
เซียวจิ่วเอ๋อร์ฟังเสียงซุบซิบรอบด้านพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย นางพยายามค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับชายผู้นี้ในหัว
ราชครูแห่งแคว้นเป่ยหลิง ชายผู้มีที่มาไม่ชัดเจน เมื่อห้าปีก่อนเขาปรากฏตัวขึ้นกลางเมืองหลวงพร้อมกับเทพอสูร ความแข็งแกร่งของเขาไม่อาจหยั่งถึง และที่สำคัญเขายังเป็นักอัญเชิญระดับเทพซึ่งหาได้ยากยิ่ง
ว่ากันว่าเขามีเทพอสูรอยู่ในถึงสามตัว ได้แก่ พยัคฆ์ขาว ัคราม และหงส์แดง หากเขาอัญเชิญตัวใดตัวหนึ่งออกมา แค่โจมตีเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำลายเมืองทั้งเมืองได้ในพริบตา
แม้กระทั่งฮ่องเต้แห่งแคว้นเป่ยหลิงยังไม่มีเทพอสูรคู่กายเลยสักตัว
ในตอนนี้ราชครูผู้นี้เป็บุคคลทรงอิทธิพลที่สุดในแคว้นเป่ยหลิง เป็เสาหลักของราชสำนัก และเป็ผู้ที่ทุกคนต้องให้ความเคารพ
เขาเป็ผู้ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม แต่ถึงอย่างไรคุณสมบัติเ่าั้ก็ไม่อาจลบล้างนิสัยอันน่าสะพรึงกลัวของเขาได้…
นั่นคือความวิปริตที่ชอบฆ่าคน
ทุกคนรู้ดีว่าราชครูเป็คนใจคอโเี้ และหากเขาคลุ้มคลั่งขึ้นมา ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งเขาได้
เมื่อสามปีก่อน แคว้นซีฉีไม่รู้ไปล่วงเกินอะไรเขาเข้า เขาจึงทำลายแคว้นซีฉีจนพังพินาศเพียงลำพัง แคว้นนั้นยังไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้จนถึงทุกวันนี้
ไม่ว่าจะเป็ประชาชนทั่วไป ขุนนางราชสำนัก หรือแม้แต่เชื้อพระวงศ์ต่างก็ให้เกียรติเขาถึงสามส่วน
ชายผู้นี้…เขามาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่
เมื่อเทพอสูรพยัคฆ์ขาวร่อนลงสู่พื้น ผู้คนทั้งหลายต่างพากันทรุดตัวลงคุกเข่า ก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะมองตรงไปที่เขา
แต่แล้วเซียวจิ่วเอ๋อร์ก็พลั้งเผลอสบตากับชายคนนั้นเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ และก่อนที่นางจะหลบสายตาไป พยัคฆ์ขาวก็เริ่มก้าวเท้ามุ่งตรงมาที่นางทันที!
ผู้คนต่างกลั้นหายใจด้วยความสงสัยพลางแอบมองเหตุการณ์ตรงหน้า แม้แต่เซียวจิ่วเอ๋อร์เองก็ยังชะงักไปชั่วขณะ
แรงกดดันจากเทพอสูรพยัคฆ์ขาวนั้นหนาวเหน็บและเยือกเย็นอย่างน่าหวาดหวั่น เพียงแค่พลังของมันแผ่เข้ามาใกล้ก็รู้สึกราวกับมีคมมีดกรีดลงบนิัจนเจ็บแปลบไปทั้งร่าง หากมันโกรธขึ้นมาจริงๆ ผลลัพธ์ย่อมเลวร้ายเกินคาดคิด
เซียวจิ่วเอ๋อร์จดจ่อและเตรียมป้องกันตัวเต็มที่ นางมองเห็นพยัคฆ์ขาวเดินเข้ามาหยุดตรงหน้านาง ก่อนที่มันจะยกอุ้งเท้าขึ้นสูง
ในจังหวะคับขันที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย นางใช้แรงทั้งหมดที่มีเหวี่ยงซิงซิงที่อยู่ในอ้อมแขนออกไปให้พ้นจากจุดอันตราย
ลมหายใจต่อมา
ตุบ!
อุ้งเท้าของพยัคฆ์ขาวฟาดเข้าใส่นางอย่างจัง เซียวจิ่วเอ๋อร์กระเด็นไปไกล เืสดๆ พุ่งกระฉูดออกจากปาก นางแทบสิ้นใจในคราเดียว