ทักษะ: ไชนิ่งสตาร์(Shining Star) ขั้น 1ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: ไม่มีเวลาแสดงผล: จนกว่าจะถูกยกเลิกคำร่าย: จงเปล่งประกายในความมืดมิดรายละเอียด: เรียกดาวประกายแสงออกมาติดตามผู้ใช้ ส่องแสงสว่างไสวในความมืด
แสงสว่างเผยให้สภาพโดยรอบ สถานที่นี้มีลักษณะเป็นอุโมงค์หินที่มีขนาดกว้างพอที่จะให้ผมกางแขนออกทั้งสองข้างได้โดยไม่สัมผัสผนังอุโมงค์ เพียงแค่กระโดดก็สามารถแปะมือกับเพดานหินพวกนั้นได้ น้ำที่ท่วมขึ้นมาถึงเข่านั้นค่อนข้างใส ทำให้สามารถมองเห็นพื้นหินเบื้องล่างได้ แต่ในใจลึกๆ ก็ยังรู้สึกหวาดผวา กลัวว่าจะมีปลิงไหลอยู่ในนี้เหมือนกันผมเตรียมความพร้อมด้วยการสำรวจตัวเอง ทำให้พบว่าร่างกายที่ซูบลงก่อนหน้านี้เริ่มกลับมามีน้ำมีนวลขึ้นบ้างแล้ว จึงยืนพักอีกหน่อยเพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูจนกลับมาเป็นปกติ ซึ่งมันใช้เวลาไปมากกว่าที่ผมคิดเอาไว้เสียอีกแต่นั่นก็ได้ทำให้ผมรู้ว่าสกิลประเภทที่ไม่มีเวลาแสดงผลระบุไว้อย่างชัดเจน เช่น ไชนิ่งสตาร์หรือว่าสกิลจำพวกเอมเบลมธาตุนั้น จะกินพลังเวทของผู้ใช้อย่างต่อเนื่องตราบที่ทักษะยังแสดงผลอยู่ เมื่อพลังเวทใกล้จะหมด ร่างกายจะแสดงอาการเบื้องต้นออกมาคือ คอแห้งผาก ตามด้วยอาการเบลอเหมือนคนที่ไม่ได้นอน แต่ยังสามารถคงความสามารถของทักษะได้อยู่ โดยอาการสุดท้ายคืออาการโลกหมุนติ้วๆ ที่ทำให้ผมแทบจะเคลื่อนไหวไม่ได้เลย มันมีความพะอืดพะอมจนอยากจะอาเจียนออกมา ดูเหมือนว่าในสภาวะนี้จะทำให้ทักษะที่ให้ผลจนกว่าจะยกเลิกนั้นสิ้นผลโดยอัตโนมัติผมยืนพิงผนังอุโมงค์จนแน่ใจแล้วว่าอาการข้างเนื่องจากพลังเวทเหล่านั้นได้หายไปแล้ว จึงเริ่มออกสำรวจดันเจี้ยนเมื่อเปิดแผนที่ขึ้นมาก็ต้องพบกับความว่างเปล่า ทำให้ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนก่อนดี ผมจึงหันหลังแล้วเดินไปแต่พอเดินมาสุดปลายทางก็ต้องพบกับทางตัน ทำให้ผมต้องวกกลับไปทางตรงข้ามแทนหลังจากเดินตรงมาได้สักระยะหนึ่งก็เจอกับทางสามแพร่ง ผมมองไปทางซ้ายไม่เห็นสิ่งใด แต่พอเหลือบขวาเท่านั้นแหละ จึงได้เห็นมอนสเตอร์ตัวแรกของดันเจี้ยนนี้สเนลการ์เดี้ยน เลเวล: 9ดั่งที่สุภาษิตโบราณได้กล่าวไว้ ‘หนีเสือปะจระเข้’ แค่ปลาไหลเลเวลหนึ่งผมก็ยังสู้แทบไม่ได้ แต่นี่หอยทากยักษ์เลเวลเก้ายิ่งไม่ต้องพูดถึง เพียงแค่ขนาดเปลือกหอยกลมๆ ของมันก็กินพื้นที่ไปแทบจะเท่าขนาดอุโมงค์นี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นความคิดที่จะลุยฝ่าไปทางด้านหน้านั้นตัดทิ้งไปได้เลย ยังไงซะผมก็ไม่คิดที่จะตายไปทั้งที่ยังไม่ได้ดิ้นรนสุดชีวิตหรอก อย่างน้อยที่สุดผมก็ต้องได้ข้อมูลของมอนสเตอร์ตัวนี้หรือข้อมูลดันเจี้ยนกลับไปบ้างไม่มากก็น้อยเมื่อมันเข้ามาในระยะการส่องสว่างของสกิลไชนิ่งสตาร์จนใกล้ประมาณหนึ่ง ความเร็วในการเคลื่อนที่ของมันก็พลันเพิ่มขึ้นอย่างเฉียบพลัน ผมจึงรีบใช้สกิลเทเลพอร์ตเพื่อไปยังที่ปลอดภัยทางด้านหลัง แล้วทำการปิดไฟทันที“ยกเลิก… ไชนิ่งสตาร์(Shining Star)” ทันทีที่พูดจบดาวเรืองแสงก็ได้สลายหายไปแล้วผมก็รีบถอยร่นกลับไปทางเดิม ผมรออยู่ครู่หนึ่งพร้อมเงี่ยหูฟังเสียง แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงเจ้าหอยทากตามมาแต่อย่างใด เมื่อเสียงน้ำกระเพื่อมเริ่มดังไกลออกไปและค่อนข้างแน่ใจแล้วว่ามันไปแล้ว จึงรีบตั้งสมาธิเพื่อคิดแผนการต่อทันทีผมสังเกตรูปแบบการเคลื่อนที่ของสเนลการ์เดี้ยนอยู่พักหนึ่ง ก็สรุปได้ว่ามันจะใช้เวลาในเคลื่อนไปทางด้านซ้ายและด้านขวาของทางสามแพร่งจำนวนหนึ่งรอบราวหกนาที ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ได้ช่วยให้ผมรู้สึกได้เปรียบขึ้นสักเท่าไรในตอนแรกครั้งนี้เมื่อมันเคลื่อนผ่านทางแยกไปทางซ้ายอีกครั้ง ผมจึงตามมันไปห่างๆ พร้อมใช้สกิลไชนิ่งสตาร์เพื่อให้สามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมภายในอุโมงค์ได้ ผมพยายามเว้นระยะห่างแค่พอให้มองเห็นสเนลการ์เดี้ยนได้บ้างเท่านั้น ไม่อย่างนั้นแล้วแสงสว่างจะทำให้มันรู้ตัวและปรี่เข้ามาได้หลังจากตามมันมาประมาณนาทีกว่า ผมก็เริ่มระวังการย่องเดินของตัวเองมากขึ้น เพียงไม่นานมันก็เคลื่อนที่ไปเจอสี่แยกข้างหน้า แล้วหมุนตัว หันหัวกลับทันที เผยให้เห็นหนวดสองอันที่โผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ผมเตรียมพร้อมที่จะจู่โจมแล้ว แต่จู่ๆ ก็มีอีกแผนการหนึ่งผุดขึ้นมา และผมคิดว่ามันน่าจะเวิร์คกับหอยทากผู้พิทักษ์ตัวนี้เมื่อไอคอนคูลดาวน์ของสกิลเทเลพอร์ตได้หายไปจากขอบเขตการมองเห็น นั่นแสดงว่าทักษะเทเลพอร์ตพร้อมที่จะใช้งานได้อีกครั้ง ผมจึงเรียกใช้สกิลนี้อีกครั้ง เพื่อกลับไปตั้งหลักที่ทางสามแพร่ง ก่อนจะยกเลิกสกิลไชนิ่งสตาร์แล้วเงี่ยหูฟังเพื่อรอจังหวะ ดั่งเสือที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อเสียงเจ้าหอยทากกำลังเคลื่อนที่ผ่านหน้าผมไป ผมจึงเริ่มนับถอยหลังช้าๆ‘สาม… สอง… หนึ่ง…’แล้วจึงประเดิมการต่อสู้ด้วยการร่ายคาถาสองคาถาติดกัน“ด้วยความอ่อนไหวของสายลม... วินด์เอมเบลม(Wind Emblem)”
ทักษะ: วินด์เอมเบลม(Wind Emblem) ขั้น 3ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: ไม่มีเวลาแสดงผล: จนกว่าจะยกเลิก(จะถูกยกเลิกอัตโนมัติหากใช้ทักษะเอมเบลมธาตุอื่น)คำร่าย: ด้วยความอ่อนไหวของสายลมรายละเอียด: เรียกสัญลักษณ์แห่งลมออกมาเพื่อช่วยสนับสนุนการต่อสู้*มีโอกาส 15% ที่การโจมตีปกติจะเปลี่ยนเป็นการใช้ทักษะวินด์คัตเตอร์ขั้น 1 โดยไม่ต้องร่าย(หากผู้ร่ายมีทักษะวินด์คัตเตอร์ขั้นที่สูงกว่า จะร่ายทักษะวินด์คัตเตอร์ขั้นนั้นๆ แทน)
“ด้วยความหนักแน่นของพสุธา... เอิร์ธเอมเบลม(Earth Emblem)”
ทักษะ: เอิร์ธเอมเบลม(Earth Emblem) ขั้น 3ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: ไม่มีเวลาแสดงผล: จนกว่าจะยกเลิก(จะถูกยกเลิกอัตโนมัติหากใช้ทักษะเอมเบลมธาตุอื่น)คำร่าย: ด้วยความหนักแน่นของพสุธารายละเอียด: เรียกสัญลักษณ์แห่งดินออกมาเพื่อช่วยสนับสนุนการต่อสู้*มีโอกาส 15% ที่การโจมตีปกติจะเปลี่ยนเป็นการใช้ทักษะเอิร์ธสฟิสท์ขั้น 1 โดยไม่ต้องร่าย(หากผู้ร่ายมีทักษะเอิร์ธสฟิสท์ขั้นที่สูงกว่า จะร่ายทักษะเอิร์ธสฟิสท์ขั้นนั้นๆ แทน)
ปรากฎเป็นดวงไฟสีเขียวและน้ำตาลอ่อนโคจรรอบไม้กายสิทธิ์เหตุผลที่ผมเลือกใช้เอมเบลมธาตุลมและดินก็เพราะว่าสกิลไฟร์บอลจากผลของไฟร์เอมเบลมนั้นเป็นธาตุไฟ ซึ่งไม่น่าจะสามารถยิงสเนลการ์เดี้ยนที่ตัวจมอยู่ใต้น้ำได้ ส่วนสกิลวอเตอร์บอลจากผลของวอเตอร์เอมเบลมนั้นเป็นธาตุน้ำ ซึ่งก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักในการเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่ผมค่อนข้างมั่นใจว่ามันเป็นมอนสเตอร์ธาตุน้ำ ซึ่งเดาว่าน่าจะให้ผลไม่น่าจะต่างกับไฟร์บอลมากนักผมเรียกใช้งานไชนิ่งสตาร์อีกครั้ง ก่อนจะวิ่งออกไปกลางแยกแล้วใช้ไม้กายสิทธิ์ไล่ยิงกระสุนเวทใส่ส่วนที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นบริเวณส่วนหางของมัน โชคดีที่สองนัดแรกที่ถูกยิงออกไปนั้นกลายเป็นก้อนดิน ซึ่งมีรูปร่างเหมือนกำปั้นที่มีขนาดใหญ่กว่าไฟร์บอลราวสองเท่า แต่ความเร็วในการพุ่งไปนั้นกลับช้ากว่าไฟร์บอลพอสมควร ด้วยระยะทางที่ใกล้มาก กำปั้นและห่ากระสุนจึงเข้าเป้าอย่างจัง
ทักษะ: ออโต้แคสต์เอิร์ธฟิสท์(Auto Cast Earth Fist) ขั้น 1ประเภท: ใช้งานอัตโนมัติคูลดาวน์: ไม่มีคำร่าย: ไม่มีรายละเอียด: เรียกกำปั้นพสุธาออกมาเพื่อจู่โจมศัตรู สร้างความเสียหายธาตุดินแก่เป้าหมาย หากโจมตีโดนจะมีโอกาสสูงทีทำให้เป้าหมายเกิดการน็อคดาวน์ ความรุนแรงของทักษะจะขึ้นอยู่กับค่าสติปัญญาของผู้ร่าย*น็อคดาวน์(Knockdown) : ทำให้เป้าหมายล้มลงชั่วขณะ โดยลักษณะการน็อคดาวน์อาจแตกต่างกันไปตามสรีระ/ค่าสถานะของผู้เล่นหรือมอนสเตอร์และประเภทของการโจมตีที่ทำให้เกิดการน็อคดาวน์
ตู้ม! ตู้ม!เสียงหมัดดินกระทบผิวน้ำและพุ่งปะทะกับส่วนท้ายลำตัวของสเนลกาเดี้ยน ก่อนที่ก้อนพลังงานลูกอื่นจะพุ่งตามไป ส่งผลให้สเนลกาเดี้ยนดิ้นพล่านจนเปลือกของมันครูดกับกำแพงอุโมงค์ไปมา แล้วล้มพิงกำแพงอยู่ครู่หนึ่ง เผยให้เห็นรอยแผลเล็กน้อยที่บริเวณเปลือกของมันซึ่งเป็นบาดแผลที่ไม่ได้เกิดการโจมตีของผม... ‘แต่เกิดจากสภาพแวดล้อม’แน่นอนว่าความแคบของอุโมงค์ทำให้มันไม่สามารถหมุนตัวได้ ซึ่งก็เป็นไปตามแผนที่ได้วางเอาไว้เมื่อผู้พิทักษ์หอยกลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง มันก็เคลื่อนที่รุดหน้าไป โดยที่ผมยังคงไล่ต้อนเจ้าหอยด้วยการยิงก้อนพลังเวทออกไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดยั้งใส่บั้นท้ายของมันแต่แล้วจู่ๆ มันก็สไลด์ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับติดเทอร์โบ ทำให้มันทิ้งระยะห่างจากผมได้สำเร็จ สิ่งที่ผมเพิ่งเห็นไปนั้น… ‘มันคือการสไลด์ทาก’แม้จะสามารถใช้เทเลพอร์ตเพื่อย่นระยะทางระหว่างผมกับเจ้าหอยทากได้ แต่ผมเลือกที่จะเก็บสกิลนี้เอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินแทน ทำให้ต้องใช้เวลาพักหนึ่งกว่าผมจะสามารถไล่กวดยามหอยทันหน้าต่างเมนูถูกเปิดขึ้นมาเพื่อเช็กเวลา ผมเหลือเวลาอีกประมาณสามสิบวินาที ก่อนที่มอนสเตอร์ตัวนี้จะไปถึงบริเวณทางแยก และอาจจะมีเวลาเหลือน้อยกว่านั้นหากมันใช้ทักษะสไลด์หนอนอีกครั้งความเสียเปรียบตกเป็นของเจ้าหอยทากอีกครั้ง เมื่อผมกลับมาอยู่ในตำแหน่งที่สามารถไล่ตีก้นมันได้ ด้วยห่ากระสุนถูกสาดออกไป ส่งผลให้สกิลออโต้แคสต์วินด์คัตเตอร์ก็ถูกร่ายขึ้นเป็นครั้งแรก
ทักษะ: ออโต้แคสต์วินด์คัตเตอร์(Auto Cast Wind Cutter) ขั้น 1ประเภท: ใช้งานอัตโนมัติคูลดาวน์: ไม่มีคำร่าย: ไม่มีรายละเอียด: เรียกใบมีดวายุออกมาเพื่อจู่โจมศัตรู สร้างความเสียหายธาตุลมแก่เป้าหมาย โดยไม่สน 50% ของพลังป้องกันทางเวทมนตร์ ความรุนแรงของทักษะจะขึ้นอยู่กับค่าสติปัญญาของผู้ร่าย
ใบมีดวายุแหวกอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว เร็วกว่าการเคลื่อนที่ของสกิลไฟร์บอลเสียอีกฉึบ!เสียงใบมีดวายุอันแหลมคมแหวกน้ำลงไปเฉือนร่างเป้าหมาย สร้างรอยบาดราวกับเป็นแผลที่เกิดจากคมดาบ ที่แม้แต่สายน้ำก็ไม่สามารถบดบังไว้ได้ เหล่ากระสุนเวทมนตร์ที่ตามหลังมาก็พุ่งเข้าเป้าทุกนัด เนื่องจากระยะห่างระหว่างผมและสเนลการ์เดี้ยนนั้นใกล้กันพอสมควร จึงทำให้ผมไม่ต้องเล็งอะไรมาก ทันใดนั้นสเนลการ์เดี้ยนที่ได้รับบาดเจ็บก็มุดตัวเข้าไปซ่อนในเปลือกหอยทันที‘มันคงจะไม่ได้มุดหัวไปฮีลตัวเองใช่ไหมเนี่ย’ผมเริ่มรู้สึกหวาดผวากับมอนสเตอร์ในเกมนี้เต็มที เพราะมอนสเตอร์ทุกตัวที่ผมได้เผชิญหน้ามานั้นเหมือนจะมีทักษะอะไรบางอย่างที่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้อยู่เสมอ ตั้งแต่ลามะจอมถุยและปลาไหลน้ำตื้น ถ้าหอยทากผู้พิทักษ์ตัวนี้ดันมีสกิลแบบนั้นด้วยนี่ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วกระสุนเวทนำร่องที่ถูกยิงออกไปกระทบกับเปลือกหอยก็ถูกสะท้อนไปโดนผนังอุโมงค์ตามคาด ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน จนทำให้ในตอนนี้ผมสามารถสรุปแบบมโนหลักการได้เลยว่า มอนสเตอร์ที่อยู่ในแชลโลสวอมบ์ทุกตัวสามารถต้านกระสุนเวทได้หมด‘มันเป็นที่ที่คลาสจอมเวทฝึกหัดอย่างผมไม่ควรมาเยือนเลยจริงๆ’ตั้งแต่พี่หอยมุดเข้าเปลือกไปก็กลายเป็นว่ามีเดดแอร์เกิดขึ้น ผมโจมตีมันไม่ได้ มันก็ไม่โจมตีผมเช่นกัน จู่ๆ มันก็เริ่มขยับและกลิ้งพุ่งเข้าหาผมอย่างรวดเร็ว แรงกระแทกทำให้ผมล้มไปทั้งยืน แต่ก็นับว่ายังโชคดีที่ไม่ถูกมันทับตายไปเสียก่อน มันกลิ้งไปอีกสองสามตลบก่อนจะหยุดแล้วโผล่หัวออกมาอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้สเนลการ์เดี้ยนก็ได้พลิกความเสียเปรียบของมันเองจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียวเชียว