บทที่ 4 คุณหนูเบดิก
ลุคใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องนานมาก เมื่อเขาออกมาด้านนอกก็พบว่ามันเป็่เย็นแล้ว ห้องครัวในเวลานี้มีสมาชิกในบ้านอยู่กันอย่างครบถ้วน จะขาดก็แต่คาร์เตอร์ที่ยังคงออกเรืออยู่เท่านั้น
มากาเร็ตเมื่อเห็นหน้าลูกชายตัวเองที่หายไปหลายวัน เธอก็รีบวิ่งปรี่เข้ามา
“ลุค! นี่ลูกหายไปไหนมา เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่ติดต่อมาเลย! ”
น้ำเสียงของเธอดูเป็กังวลมาก จนลุคสามารถััได้ถึงความใยที่เอ่อล้นออกมา
“ความผิดผมเองครับ ่นี้เกิดคดีขึ้นติดกันทำให้ตำรวจไม่พอ ผมจึงต้องไปช่วยงานอยู่ที่นั้นหลายวัน งานมันยุ่งมากจนผมลืมติดต่อมาบอก ขอโทษที่ทำให้เป็ห่วงนะครับ”
เขาเลือกจะแต่งเื่ขึ้นมาใหม่
ใครจะไปบอกความจริงว่าาเ็จนหมดสติไปสามวันกันละ!
มากาเร็ตได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเธอก็คลายความกังวลไปหลายส่วน
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว” เธอพูดพลางถอนหายใจ
หลังจากนั้นเป็เวลาอาหารเย็น อาหารบนโต๊ะนั้นไม่ได้หรูหรา แต่มันก็มีปริมาณมากพอที่จะทำให้คนทั้งห้าอิ่มได้
ขนมปังปอนด์ ซุปข้าวโพดที่มีธัญพืชโรยอยู่ข้างบน เนื้อตากแห้งชิ้นเล็กๆ ถือเป็อาหารค่อนข้างหรูสำหรับพวกเขาแล้ว
มากาเร็ตเริ่มตักซุปข้าวโพดสีเหลืองใส่ชามแจกจ่ายให้ทุกคน มันถูกจำกัดไว้ที่หนึ่งคนต่อชาม เช่นเดียวกับเนื้อแห้งที่ให้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น มีเพียงขนมปังที่ทุกคนสามารถกินได้เท่าที่้า
ตอนแรกมากาเร็ตคิดว่ามันสิ้นเปลืองเกินไปสำหรับขนมปังไม่จำกัด แต่ลุคคนเก่านั้นไม่้าให้ครอบครัวของเขาต้องทนหิวเพียงเพื่อประหยัดเงินเล็กน้อย เขาจึงพูดกับมากาเร็ตเื่นี้ โดยอาสาออกเงินในส่วนนี้เพิ่มเอง ทำให้เื่ผ่านไปได้ด้วยดี
ลุคเอื้อมมือหยิบขนมปังมาหนึ่งแผ่นก่อนที่จะกัดเข้าไปเต็มคำ จากนั้นสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป ััของขนมปังมันหยาบกว่าที่เขาคิดไว้ คนที่เคยกินขนมปังแผ่นขาวมาตลอดอย่างเขาแทบไม่สามารถกลืนมันลงได้ เขาต้องซดซุปข้าวโพดตามเข้าไปเพื่อกลืนมันลง
ลุคถอนหายใจ ดูเหมือนเขาต้องคิดหาทางเพิ่มรายได้ให้มากกว่านี้แล้ว อย่างน้อยเขาก็ไม่อยากทนกินอาหารแบบนี้ไปตลอด
ขณะที่ลุคคิดเกี่ยวกับเื่เงิน ก็เป็มากาเร็ตที่พูดขึ้น
“อ้อ ลืมไปเลย เมื่อตอนที่ลูกไม่อยู่ มีพ่อบ้านจากตระกูลเบดิกมาตามหาลูกด้วย มีอะไรรึเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ บางทีเขาคงจะมีธุระที่อยากไหว้วานตำรวจอย่างผมก็ได้” ลุคยิ้มให้มากาเร็ตเพื่อบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี
มากาเร็ตไม่มีทางรู้เลยว่าที่จริงแล้ว คนจากชนชั้นล่างอย่างลุคนั้น ไม่มีทางที่จะเป็ตำรวจได้เลยหากไม่ได้ผ่านการใช้เส้นสายจากตระกูลเบดิกที่เป็ชนชั้นสูง
ถึงแม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์เรือขนส่งหายสาบสูญ ทำให้ตระกูลเบดิกเสียค่าชดเชยจำนวนมากจนหลุดจากตระกูลอันดับหนึ่งแห่งไอเวอร์เรน แต่เส้นสายของพวกเขายังทำงานดีอยู่ ข้อเสนอพวกเขาคือจัดหาตำแหน่งตำรวจให้แก่ลุค แลกกับสองในสามจากค่าจ้างตำรวจของเขาทุกสัปดาห์
ตำรวจใหม่นั้นจะได้ค่าแรงหนึ่งปอนด์กับอีกสิบชิลลิ่งต่อสัปดาห์ ถือว่าสูงมากสำหรับชนชั้นล่างอย่างลุค แม้จะถูกหักออกไปสองในสามก็ยังเหลืออีกประมาณสิบชิลลิ่ง หากเทียบกับคนงานทั่วไปที่ต้องทำงานหนักแลกกับเงินไม่ถึงสิบชิลลิ่งต่อสัปดาห์ มันดีกว่ามากเลยทีเดียว
เพื่อไม่ให้ตระกูลเบดิกเข้าใจผิดว่าตนเองเจตนาไม่จ่ายส่วนแบ่ง หลังจากจัดการกับอาการเย็นเรียบร้อย ลุคจึงขอตัวออกมาข้างนอก เขาแวะหยิบเงินในห้องของตนแล้วเดินออกมาทันที
คฤหาสน์ตระกูลเบดิกนั้นอยู่ที่ย่านชั้นสูงฝั่งตะวันออก มันไม่มีรถม้าสาธารณะผ่านบริเวณนั้น ลุคจึงถือโอกาสเดินย่อยอาหารไปในตัว อากาศในยามเย็นนั้นค่อนข้างสบายแม้เขาจะเดินไปเกือบสี่สิบนาทีก็ไม่มีเหงื่อออกแม้แต่น้อย
ไม่นานต่อจากนั้นลุคก็หยุดลงที่คฤหาสน์ขนาดใหญ่หลังหนึ่ง ดูจากภายนอกคฤหาสน์หลังนี้คงมีมาหลายยุคแล้ว ตัวคฤหาสน์ทำมาจากหินทั้งหลัง ประมาณด้วยสายตาแล้วคงมีห้องไม่ต่ำกว่าสามสิบห้อง สวนด้านหน้าก็เป็ระเบียบสวยงาม ดูแล้วคงต้องมีคนสวนคอยตัดแต่งอยู่ทุกวันแน่
“กรุณาแจ้งท่านพ่อบ้านให้ด้วยว่าลุค·เออร์วินมาขอพบ”
ลุคกล่าวอย่างสุภาพกับคนเฝ้าประตูที่ยืนอยู่ด้านในรั้ว
คนเฝ้าประตูมองดูเขาราวกับสำรวจอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะพยักหน้าให้แล้วเดินเข้าไปด้านในคฤหาสน์
ลุคยืนรออยู่ไม่ถึงห้านาที คนเฝ้าประตูก็กลับมา ด้านหลังเขามีชายชราอายุราวหกสิบใส่ชุดสูทสีดำเดินตามมา เขาคือพ่อบ้านของตระกูลเบดิก ชายชราคนนี้มีหน้าตาที่เ็าและไม่ค่อยเป็มิตร เวลาเดินปลายคางจะเชิดขึ้น้า ทำให้เขาดูหยิ่งยโสเป็อย่างมาก หากลุคไม่รู้ว่าชายคนนี้คือพ่อบ้าน เขาคงคิดว่าคนตรงหน้าเป็ผู้นำตระกูลเบดิกเสียแล้ว
“เ้าหนูเออร์วิน เตรียมส่วนแบ่งมาเรียบร้อยใช่ไหม” สำหรับพ่อบ้านแล้ว เขาไม่คิดรักษามารยาทกับชายหนุ่มตรงหน้าแม้แต่น้อย อีกฝ่ายเป็เพียงแค่กาฝากที่ต้องพึ่งพิงตระกูลเบดิกเท่านั้น
ลุครู้ความคิดของพ่อบ้านดี แต่เขาไม่ได้ใส่ใจอะไร ในตอนนี้เขาไม่คิดจะสร้างปัญหาให้ตัวเองเพิ่ม จึงเลือกตอบกลับด้วยความสุถาพ “ผมเตรียมมาเรียบร้อยแล้ว ขออภัยที่มารบกวนเวลาของคุณพ่อบ้านด้วยครับ”
ลุคยื่นซองใส่ธนบัตรให้พ่อบ้าน ทันทีที่รับไปชายชราก็เปิดออกดู เมื่อเห็นว่าครบจำนวน คิ้วของชายชราก็คลายออกเล็กน้อย
“คราวหน้ามาให้ตรงเวลาด้วย” ชายชราเมื่อเสร็จธุระก็เดินเข้าไปโดยไม่ชายตามองลุคอีกเลย
ลุคยักไหล่ไม่สนใจการกระทำของชายชรา เขาเตรียมจะเดินกลับบ้านก่อนที่มันจะดึกไปกว่านี้ ไม่อย่างงั้นมากาเร็ตคงเป็ห่วงเขาอีกแน่ ลุคเดินไปยังไม่ทันจะะ้นเขตบ้านตระกูลเบดิก ก็มีเสียงแจ่มใส่ของสตรีเรียกเขาไว้
“ลุคคค”
เสียงนี้มาจากฝั่งขวาของเขาที่เป็กำแพง ลุคเงยหน้ามองไปบนกำแพงก็พบหญิงสาวผมบลอนด์สว่างเรียกเขาอยู่ ดวงตาสีฟ้ากลมโตกลืนไปกับใบหน้า ผิวสีขาวกระจ่าง และชุดกระโปรงสีขาวประดับลวดลายสีทองที่ดูมีราคามากกว่าเงินเดือนของเขา ลุคคุ้นหน้าเธออยู่บ้างในความทรงจำของเขา
เพื่อนสมัยเด็ก
และยังเป็บุตรสาวคนที่ตระกูลเบดิกหวงแหนมากที่สุด
ลินซ์·เบดิก
ลุคชะงักไปเล็กน้อยที่พบกับเธอ แต่เขายังตอบกลับไปตามมารยาท
“สวัสดีครับคุณหนูลินซ์ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ผมช่วยรึเปล่าครับ”
แม้ถ้อยคำของลุคจะดูสุภาพและสมบูรณ์แบบมาก แต่หญิงสาวตรงหน้าดูค่อนข้างจะไม่พอใจ
“ทำไมนายต้องสุภาพขนาดนั้นด้วย” หญิงสาวทำหน้าบึ้ง เธอรู้สึกว่าเพื่อนสมัยเด็กคนนี้จงใจทำตัวห่างเหินกับเธอ แต่เธอนั้นเดาเหตุผลไม่ออก
“เดือนหน้าจะมีงานวันเกิดของฉัน นายจะมาใช่ไหม” เมื่อเห็นลุคยังนิ่งเงียบ เธอจึงบอกจุดประสงค์ของตัวเองออกมา
อืม..
ลุคหยุดคิดสักครู่ เขามองเห็นสายตาที่ดูคาดหวังของหญิงสาวจึงไม่เลือกที่จะปฏิเสธทันที
“ไว้จะคิดดูนะ”
หากเป็ไปได้ลุคไม่อยากจะยุ่งกับคุณหนูลินซ์เพื่อนสมัยเด็กคนนี้มากนัก ในความทรงจำของเ้าของร่างคนเก่า พวกเขากันจนเมื่อตอนทั่งคู่อายุได้สิบหกปี ลุคก็ถูกเตือนโดยคุณนายเบดิก เป็ส่วนใหญ่ของพวกตระกูลชั้นสูงที่ไม่อยากให้ลูกหลานตัวเองคบค้ากับชนชั้นล่าง ั้แ่นั้นมาทั้งคู่ก็พบปะกันน้อยลง บางทีการที่ตระกูลเสนองานตำรวจให้อาจจะเป็การชดเชยให้แก่เื่นี้ก็ได้
“เดี๋ยวก่อนสิ!” เมื่อเห็นว่าลุคพูดจบก็เดินออกไป หญิงสาวจึงะโเรียก
“ตอนกลางคืนมันอันตราย ให้คนขับรถม้าของฉันไปส่งเถอะ”
“ไม่เป็ไรหรอก ผมดูแลตัวเองได้” ลุคปฏิเสธ เขาหยิบตราตำรวจขึ้นมาให้หญิงสาวเห็น เป็ความหมายว่าตอนนี้เขาก็เป็ตำรวจคนนึงแล้ว ไม่มีทางที่ใครจะกล้าสร้างปัญหาให้เขา จากนั้นจึงก้าวเดินออกไปด้วยท่าทีสุขุม
“แต่หนังสือพิมพ์บอกว่ามีฆาตกรกำลังออกล่าอยู่นะ” หญิงสาวบอกด้วยความเป็ห่วง แม้เธอจะรู้ว่าตำรวจอย่างเขาจะไม่กลัวเื่พวกนี้ เธอก็ยังคงอยากเตือนให้เขาระวังมากกว่าเดิม
เอ๊ะ!.. ทำไมเขาหยุดละ
หญิงสาวทำหน้างง เธอเห็นลุคที่จากไปแล้วกำลังเดินกลับมา เขาเดินมาหยุดลงตรงหน้าเธอแล้วมองมาด้วยแววตาที่จริงจัง
“เดินทางในยามค่ำคืนค่อนข้างจะลำบาก คงต้องขอรบกวนคุณหนูแล้ว”