
เกร็นใช้พลังควบคุมผ้าคลุมพรางกายที่พาดอยู่บนแขนให้กางออกแล้วล้อมรอบทั้งสามคนเอาไว้ให้ความรู้สึกเหมือนมีกำแพงล่องหนคอยพรางตัว ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนพวกมือสังหารของกองทัพะที่เฝ้าอยู่ตามทางก็มองไม่เห็น จนกระทั่งทั้งสามคนเดินมาถึงห้องโถงเปิดโล่งที่ไม่มีหลังคาเมื่อมองไปรอบๆ สถานที่ราวกับอยู่ในซากอาคารร้างที่เต็มไปด้วยเศษอิฐและพื้นผุพัง บนพื้นมีป้ายศิลาหินขนาดเล็กจำนวนมากที่ตั้งเป็แถวขนานกันแต่แตกหักพุพังจนดูไม่ออกว่ามีข้อความอะไรจารึกเอาไว้บ้าง
เกร็นเห็นอนุสาวรีย์รูปโล่ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางลานว่างจารึกชื่อสุสานเมริสโตอยู่บนนั้นเท่าที่เคยอ่านบันทึกประวัติศาสตร์มันเคยเป็สุสานของชาวเผ่าดั้งเดิมในอาณาจักรครอสวูดมาก่อนบางทีกองทัพะอาจได้มาด้วยการเที่ยวขโมยศพจากสุสาน พอขุดครบทุกหลุมแล้วก็แปลงสุสานให้เป็คุกใต้ดินไม่น่าเชื่อว่ามีวิธีการสร้างฐานทัพลับง่ายๆ แบบนี้ด้วย
ไม่นานนักก็มีเสียงลมพุ่งแหวกอากาศตรงมาทางผ้าคลุมเกร็นมองผ่านช่องเล็กๆ บนผ้าคลุมทำให้มองเห็นว่าเป็ดาบคู่กายของไกอัสที่กำลังจะแทงผ้าคลุมแต่เมื่อโลหะวิสทานัมบนคมดาบกระทบเข้ากับผ้าคลุมมันก็หยุดค้างอยู่แบบนั้นไม่สามารถเจาะเข้าเนื้อซึ่งกันและกันได้ไกอัสจึงถอนดาบออกเพราะรู้ว่ามีแต่โลหะวิสทานัมด้วยกันเท่านั้นนี้เกิดการปะทะแบบนี้
ไกอัสย่นคิ้วมองดูสิ่งแปลกปลอมในอากาศตรงหน้าอย่างสงสัยหากเป็มือสังหารของกองทัพะคงไม่สังเกตเห็นว่ามีรอยต่อในอากาศเมื่อผ้าคลุมเคลื่อนที่เขาพอจะรู้คุณสมบัติผ้าคลุมพรางกายของตระกูลเซาธ์เทินเบิร์กจึงกล่าวถามขึ้นมา
“เกร็นใช่มั้ยพาท่านหญิงกับคาร์ลออกมาได้หรือเปล่า”
เกร็นยังคงนิ่งเงียบไม่ยอมตอบทำให้ไกอัสคว้าผ้าคลุมทั้งที่มองไม่เห็นเขากล่าวอย่างร้อนใจ
“ตรงนี้ปลอดภัยแล้ว”
เกร็นแหวกผ้าคลุมออกมาดูจึงเห็นทิวทัศน์รอบตัวได้กว้างขึ้นศพของมือสังหารจากกองทัพะนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นราวสิบคนและหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวท่าทางคงถูกยาคืนชีวิตเข้าไปเกร็นบังคับผ้าคลุมให้กลับมาวางพาดบนแขนของเขาเหมือนเดิมจึงเผยให้เห็นร่างของคาร์ลที่กำลังเดินก้มโค้งเพราะอาการาเ็กับแคเรนซึ่งปลอดภัยดี
ไกอัสเดินเข้าไปมองสำรวจแคเรนั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าเห็นเธอไม่มีร่องรอยาแใดๆ ก็โล่งใจก่อนถามย้ำด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
“ท่านปลอดภัยดีนะ”
“ข้าไม่เป็อะไรคาร์ลรับดาบแทนข้าก็เลยาเ็หนัก”
แคเรนตอบพลันหางตาก็สะดุดเข้ากับเด็กหนุ่มซึ่งมีรูปร่างใหญ่กว่าไกอัสเล็กน้อยเขามีผมสีบรอนด์น้ำตาลเดินอยู่ข้างหลังไกอัสและกำลังจ้องมองแคเรนกลับมาเช่นกันเขาเป็ฝ่ายทักทายเธอ
“ไม่นึกเลยว่าจะได้พบกันแบบนี้ข้าชื่อ ทากัส สตรองวอลล์”
“ตระกูลสตรองวอลล์หรือพวกท่านคุมชายแดนทางเหนืออยู่นี่ มาทำอะไรที่นี่”
ทากัสยิ้มนิดหนึ่งท่วงท่าในบางครั้งมีความคล้ายคลึงกับไกอัสอยู่มากแคเรนรู้ว่าพวกเขาเป็ลูกพี่ลูกน้องกันและตระกูลชาฟเวิร์นมียศสูงกว่า ทากัสกล่าวตอบเธอ
“ไกอัสควบม้าทั้งคืนเพื่อไปส่งข่าวให้ท่านพ่อเื่ที่ท่านหญิงถูกลักพาตัวไปท่านพ่อก็เลยบอกที่ตั้งของฐานทัพมือสังหารจากกองทัพะที่อยู่ที่นี่ให้ทราบและให้ข้ามาช่วยเขาพาตัวท่านหญิงกลับไป”
“เ้ายังไม่ทันได้ลงมือข้าก็จัดการเรียบร้อยแล้ว”
เกร็นแทรกขึ้นทำให้ไกอัสหน้าเสียไปนิดหนึ่งเขากล่าวกับแคเรน
“ขออภัยด้วยท่านหญิงข้ามาช้าเกินไป”
“ข้ายังไม่ตายสักหน่อย”
แคเรนตอบกลับทำให้ทุกคนยิ้มขำท่าทางไกอัสจะคุยกับผู้หญิงไม่เป็จริงๆ
ท่ามกลางเสียงหัวเราะสีหน้าของไกอัสและเกร็นเปลี่ยนเป็เครียดลงเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างกำลังพุ่งตามแรงดึงดูดโลกลงมาตรงกลางศีรษะของทั้งห้าคนเกร็นเปลี่ยนผ้าคลุมให้กลายเป็โล่ป้องกันการโจมตีจากร่างปริศนาที่พุ่งลงมานั้นได้ยินเสียงโลหะกระทบโล่แต่โลหะที่ว่าก็ไม่สามารถทะลวงโล่ซึ่งทำจากโลหะวิสทานัมได้
ไกอัสและทากัสวิ่งออกจากโล่กำบังเพื่อมองดูศัตรูในชุดคลุมสีดำที่ปิดคลุมศีรษะด้วยหมวกฮู้ดั์ตามีแสงประกายสีม่วงจนออกดำ ศัตรูกำลังแทงหอกลงบนโล่ไกอัสรีบชักดาบก่อนะโขึ้นไปเหนือโล่หมายจะแทงสอยศัตรูให้ล่วงลงพื้นด้านหลังโล่กำบังแต่ศัตรูใช้ใบมีดหอกกันปลายดาบของไกอัสเอาไว้ได้
แรงปะทะทำให้ศัตรูถอยร่นลงไปยืนบนพื้นด้านหลังได้อย่างที่ไกอัสคิดไว้แม้ว่าจะไม่ได้เสียหลักนอนลงไปก็ตามในขณะที่ทากัสเงื้อคมดาบรออยู่ด้านหลังศัตรู ศัตรูรู้ตัวรีบเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างคมดาบของไกอัสเกือบแทงเข้าใส่ทากัสแต่ไกอัสปล่อยดาบหลุดจากมือแล้วใช้มืออีกข้างคว้าดาบเปลี่ยนทิศทางวิ่งไปแทงศัตรูที่อยู่ด้านข้างแทน
ศัตรูเกือบถูกแทงโดยไม่ทันตั้งตัวแต่ใช้ด้ามหอกปัดคมดาบออกได้ไกอัสพึ่งสังเกตเห็นหอกของเขาที่ทำจากโลหะสีเงินแวววาวทั้งเล่ม โลหะธรรมดาหากปะทะกับโลหะวิสทานัมจะต้องถูกทำลายแต่หอกเล่มนี้กลับรับดาบของไกอัสได้ซึ่งก็หมายความว่ามันทำจากโลหะวิสทานัมเช่นกัน
ที่จริงไกอัสสงสัยั้แ่ได้รับรายงานเื่ที่มือสังหารบุกปราสาทที่เมืองฟาห์ลันแล้วหลังจากตรวจสอบอาวุธของคนร้ายก็พบว่ามีทั้งคมมีดที่ทำจากโลหะธรรมดาและคมมีดที่ทำจากโลหะวิสทานัมปะปนกันแต่โลหะวิสทานัมหาได้ในอาณาจักรลอฟท์เรียเท่านั้นไม่อยากสงสัยเลยว่ามีหนอนบ่อนไส้อยู่ภายในอาณาจักรลอฟท์เรียเป็แน่
“เ้าเป็ใคร”ไกอัสะโถามในขณะที่ปะทะดาบกับศัตรู แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่คิดจะปริปากคุยด้วย
ในขณะที่ไกอัสจู่โจมฟันดาบเป็ชุดอีกฝ่ายอาศัยด้ามหอกโลหะยาวกันเอาไว้ได้ แม้ศัตรูจะเฉียดโดนคมดาบที่ตวัดฟันบ้างเป็ระยะแต่แรงดาบที่ส่งไปแทบไม่ทำให้ศัตรูเสียหลักได้เลยไกอัสรู้แล้วว่าแรงของเขาเป็รองอยู่
ไกอัสเปลี่ยนทิศทางดาบฟันจากด้านล่างขึ้นบนศัตรูเกือบใช้หอกปัดไม่ทัน ดูเหมือนการเคลื่อนไหวของศัตรูจะเชื่องช้าไกอัสจึงใช้วิธีะโฟันจากเหนือศีรษะศัตรูบ้าง มันยกหอกขึ้นกันได้ไกอัสจึงชักมีดสั้นที่เสียบไว้กับเข็มขัดด้านหลังของตนเองจ้วงแทงช่องท้องของมันมีดแทงโดนมันได้ไม่ยากเลย
หลังจากโดนมีดแทงจนผงะถอยหลังหมวกฮู้ดของมันก็เปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าซีดขาวอมเขียวที่มีร่องรอยช้ำเืช้ำหนองมันคือศพเดินได้แบบเดียวกับกองทัพะแต่มีขนาดร่างกายใหญ่โตกว่ามากมันทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าหยุดเคลื่อนไหวไปเฉยๆ
ไกอัสเห็นมันแน่นิ่งไปแล้วก็หันหลังเดินกลับมาหาแคเรนทากัสรีบวิ่งเข้ามาเดินข้างๆ ก่อนคุยกับไกอัส
“เมื่อครู่คิดว่าเ้าจะแพ้แล้วพวกกองทัพะนี่มันแรงเยอะผิดมนุษย์จริงๆ”
“รู้ทั้งรู้ว่าเป็กองทัพะแล้วไม่คิดจะมาช่วยกันหน่อยหรือ”
“ตอนแรกหมวกมันบังข้ามองไม่เห็นว่าเป็คนหรือผีนี่ถ้าเกิดข้าเข้าไปแทรกการต่อสู้ระหว่างเ้ากับมนุษย์ ข้าก็ถูกเ้าโกรธเอาอีกน่ะสิ”
“แล้วมันตายหรือยังล่ะ”เกร็นะโถามแทรกขึ้น
“มีดสั้นอาบยาคืนชีวิตถ้าเป็กองทัพะก็ยืนไม่ได้แล้ว” ไกอัสตอบ
ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังคุยกันไม่มีใครสังเกตเห็นศัตรูที่กำลังลุกขึ้นยืนทั้งที่มีมีดเสียบท้องอยู่มันถือหอกกระชับไว้ในแนวนอนแล้ววิ่งด้วยความเร็วชนปะทะเข้ากับไกอัสและทากัสที่เดินขวางทางให้ล้มลงนอนคว่ำกับพื้นก่อนจะเหยียบหลังพวกเขาแล้วะโพุ่งหอกเข้าใส่เกร็นที่ยืนอยู่ข้างหน้าแคเรนกับคาร์ล
เกร็นเรียกผ้าคลุมมาเป็โล่ป้องกันแต่ศัตรูไม่ได้แทงหอกใส่โล่มันใช้หอกกดโล่ลงกับพื้นแล้วเหยียบข้ามโล่หมายจะแทงเกร็น
ด้วยความใดวงตาของแคเร็นเปลี่ยนเป็สีเืเปลี่ยนหอกให้กลายเป็ตะปูขนาดเล็กนับสิบตัวพุ่งกลับเข้าไปฝังบนร่างของศัตรูแทนศัตรูตัวใหญ่ทำท่าจะหงายหลัง เกร็นจึงบังคับผ้าคลุมให้คล้องรอบคอศัตรูเขาจับปลายผ้าคลุมสองข้างไขว้กันรัดคอศัตรูไว้พลางโวยวายเสียงดัง
“สองคนข้างหลังอย่าเอาแต่นอนมาช่วยกันสิ”
ไกอัสกับทากัสรีบถือดาบวิ่งจู่โจมเข้าไปทั้งซ้ายขวาทำให้ศัตรูเดินหน้าได้ลำบากเป้าหมายของมันคือแคเรนไม่ผิดแน่พละกำลังของศัตรูตัวใหญ่มีมากขนาดที่สามารถใช้มือรับดาบของทั้งสองคนและจับแน่นไม่ให้ทั้งคู่ขยับดาบฟันได้ในขณะที่ขาของมันยังขยับเดินไปข้างหน้าไม่หยุดทำให้เกร็นที่ดึงผ้าคลุมรัดคอมันอยู่ต้องไถลไปข้างหน้าตามมันไปด้วย
“ไม่รู้จักเ็ปบ้างเลยหรือไงฟะเ้านี่”ทากัสกล่าวพลางมองดูเืของศัตรูตัวใหญ่ที่ไหลอาบดาบของทั้งคู่
“มันอาจจะเป็พวกที่ได้รับพลังพิเศษจากพันธสัญญาทาสอาจจะคุมฐานนี้” ไกอัสตอบทั้งที่พยายามฝืนดึงดาบออกจากมือของศัตรูตัวใหญ่