เมื่อร่างัหอกปรากฏเหนือลานประลองผู้คนล้วนสูดลมหายใจเย็นเยียบด้วยความตระหนก ต่างอุทานด้วยความชื่นชม
ั...สัตว์เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งทวีปเทพยุทธ์ ได้ชื่อว่าเป็เทพจุติจากวารียามเล็กจ้อยดุจหนอนไหม ยามแผ่ขยายกลับบดบังสุริยา เบื้องบนสำแดงกายเหนือหมู่เมฆเบื้องล่างซ่อนร่างในห้วงอรรณพ ร่ายลมเรียกฝน ปั่นป่วนสี่สมุทรแสนยานุภาพสะท้านปฐี
เพียงหอกเล่มเดียวกลับรังสรรค์ัขึ้นมาได้ พลังฝีมือของต้วนเอ้อร์ผู้นี้มิได้ด้อยไปกว่าต้วนอีพี่ชายของตนเลยแม้แต่น้อย
"ถึงกับงัดไพ่ตายออกมาเร็วถึงเพียงนี้เช่นนั้นข้าก็คงต้องเอาจริงเอาจังแล้วสินะ!" ต้วนจื่อแสยะยิ้มพลิกข้อมือ กระบี่เทียนซิ่วแปรเปลี่ยนเป็เงากระบี่นับร้อย ปรากฏจากความว่างเปล่าเลือนหายไปจากโลกหล้า
แสงกระบี่รวมตัวก่อเกิดเป็ปราณกระบี่นับพันยามเคลื่อนไหวก็ราวกับสายลมที่พัดกระหน่ำ
ภายนอกเวทีประลองโอวหยางซวงเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง
เงาร่างต้วนจื่อในสายตานางอันตรธานไปมีเพียงสายลมเย็นเยียบพัดผ่านลานประลอง
สายลมแ่เบา...
สายลมพลิ้วไหว...
สายลมโหมกระหน่ำ...
สายลมบ้าคลั่ง...
สายลมหลากรูปแบบพัดโบกสะบัด กลางกระแสลมนั้นต้วนจื่อค่อยๆ ปรากฏกาย
รอบกายเขาคือโลกที่เต็มไปด้วยลมเย็นและเสียงกู่ร้องของลม
สิ่งใดหนอคือสายลมอันบริสุทธิ์?
ไม่ว่าจะสายลมแ่เบา หรือสายลมคลุ้มคลั่งแก่นแท้ของพวกมัน ล้วนคือสายลม!
ลมนั้นเป็ดั่งสสารพิเศษที่สิงสถิตอยู่ทุกหนแห่งสอดแทรกทุกอณู แม้จะพยายามต้านทานสักเพียงใดก็ไม่อาจขวางกั้นลมมิให้พัดผ่านเข้ามาสู่โลกของมนุษย์ได้
การจะสร้างสรรค์ [เคล็ดกระบี่สายลม]ที่แท้จริงได้นั้น จำต้องหลอมรวมกระบวนท่าเข้ากับสายลม
ณ ห้วงเวลานี้ ต้วนจื่อกำลังสร้างสรรค์[เคล็ดกระบี่สายลม] เคล็ดวิชาที่แกร่งกล้าที่สุด [เคล็ดกระบี่สายลม]!
ในดวงตาของเขาเผยประกายคล้ายสายลมพัดผ่านยามที่สะบัดกระบี่ ราวกับสายลมที่พัดพา
กระบี่ร่วงโรย ไร้เงาพาดผ่านคงไว้แต่เพียงลมบางเบาที่พัดพา ดูไร้เรี่ยวแรง
แต่แล้ว เพียงสามวินาทีหลังสายลมเย็นเยียบสายลมนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็พายุคลั่ง
ประหนึ่งได้รับโองการพายุหมุนถาโถมเข้าหากระบี่เทียนซิ่ว ในพริบตาที่กระบี่เริงระบำคมวายุร้ายกาจก็แหวกอากาศออกจากปลายกระบี่
ชั่วพริบตาคมกระบี่วายุพุ่งเข้าใส่ร่างัอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด
เพียงได้ยินเสียง"เปรี๊ยะ" ดังก้องร่างัที่สง่างามแตกสลายลงในพริบตาแรงปะทะอันรุนแรงก่อเกิดเป็คลื่นที่แผ่ขยายออกไปอย่างเงียบเชียบ
แรงปะทะที่น่าสะพรึงกลัวนั้นสั่นคลอนต้นไม้ทั้งสี่ทิศให้หวาดหวั่น
ต้วนเอ้อร์ถูกแรงอัดมหาศาลส่งร่างให้ลอยละลิ่วหากมิได้พยายามควบคุมร่างไว้เต็มกำลังมิแคล้วคงต้องเสียหลักล้มกลิ้งไม่เป็ท่าเป็แน่
"อ่อก!"
ต้วนเอ้อร์หยุดยืนมั่นคงอยู่ตรงมุมเวทีทันใดนั้นก็รู้สึกถึงรสหวานของโลหิตที่คอเืสดพุ่งออกมาเปรอะเปื้อนพื้นเวทีจนแดงก่ำ
หอกยาวถูกผ่าเป็สองท่อนกระจัดกระจายอยู่บนพื้น
"นั่นมันอาวุธขั้นเริ่มต้นยุทธ์เหตุไฉนถึงถูก [เคล็ดกระบี่สายลม] ฟาดฟันจนขาดสะบั้น?" เหล่าผู้ชมโดยรอบอดอุทานออกมาไม่ได้
พลังอันน่าหวาดหวั่นสั่นประสาทเช่นนี้กลับแผ่ออกมาจากผู้ที่มีพลังเพียงขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเก้าเป็ที่น่าละอายยิ่งนัก
เยี่ยนชุยเสวี่ยเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง
แม้จะเป็ผู้ที่เจนโลกเพียงใดในห้วงเวลานั้นนางก็ยังคงตกตะลึงกับกระบี่ของต้วนจื่อ
นางมิอาจคาดคิดได้เลยว่าความเข้าใจในกระบี่ของต้วนจื่อจะลึกซึ้งได้ถึงเพียงนั้น
กระบี่เมื่อครู่ต่อให้เป็ผู้ฝึกตนที่ฝึกกระบี่ในขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ยังยากที่จะทำได้มีเพียงจ้าวยุทธ์กระบี่ที่แท้จริงเท่านั้นจึงจะสามารถทำได้ ภายนอกเวทีโอวหยางซวงจ้องมองไปยังต้วนจื่อ ดวงตาเบิกกว้าง
"เขา... เขาใช้ [เคล็ดกระบี่สายลม]งั้นหรือ?!"
เมื่อวานนี้นางได้ศึกษาเคล็ดวิชากระบี่ตอนที่ท่องจำเพลงกระบี่บทสุดท้าย ไม่ว่าจะกระบวนท่า หรือแก่นพลังที่แผ่ออกมาก็เหมือนกับต้วนจื่อราวกับแกะ
แต่...แต่เคล็ดวิชานี้เป็ของที่ผู้อื่นนำมาประมูล ไฉนจึงมาอยู่ในมือของต้วนจื่อ?
ที่เหนือชั้นกว่าก็คือต้วนจื่อกลับสามารถใช้กระบวนท่าสุดท้ายได้อย่างคล่องแคล่วแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ยังยากที่จะเข้าใจ!
โอวหยางลาเฟิงที่อยู่ข้างๆก็สังเกตเห็นความผิดปกติเช่นกัน สีหน้าจึงยิ่งเคร่งเครียด"ได้ยินจากงานประมูลว่า [เคล็ดกระบี่สายลม]มิใช่เคล็ดวิชาต้นฉบับ หากแต่เป็เคล็ดวิชาที่คัดลอกและดัดแปลงจากผู้ประมูลดูจากท่าทางก่อนหน้านี้แล้ว เป็ไปได้ว่าต้วนจื่อจะเป็ศิษย์ของผู้ประมูลท่านนั้น"
"ท่านพ่อการที่สามารถนำเคล็ดวิชาขั้นเริ่มต้นยุทธ์มาประมูลได้อย่างง่ายดายบ่งบอกได้ว่าอาจารย์ของต้วนจื่อต้องมีพลังขอบเขตนักรบกำเนิดขึ้นไป" โอวหยางซวงอุทานด้วยความตกตะลึง และคาดเดา “สิ่งนี้ย่อมสามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดต้วนจื่อจึงสามารถสลัดคราบคนไร้ประโยชน์และสร้างชื่อเสียงได้อย่างรวดเร็วนั่นก็เพราะได้รับการช่วยเหลือจากผู้แข็งแกร่งผู้นี้นั่นเอง”
“เพิ่งจะมาเผยความสามารถในการประลองเชื่อมสัมพันธ์ตระกูลครานี้แสดงว่าเ้าหนูนี่อดกลั้นได้เก่งกาจยิ่งนัก” โอวหยางลาเฟิงหรี่ตาลงพลางเอ่ยเสียงเคร่งขรึม“ซวงเอ๋อร์ เื่นี้จงเก็บไว้เป็ความลับ อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้มิฉะนั้นจะนำมาซึ่งหายนะ”
โอวหยางซวงพยักหน้าเป็การตอบรับบ่งบอกว่าเข้าใจดี
ทว่าในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจและความขยะแขยงเมื่อมีพลังแล้ว กลับต้องแสร้งทำเป็อ่อนแอเพื่อที่จะได้สร้างความอัปยศให้แก่ตนเองต่อหน้าผู้ชมมากมาย ต้วนจื่อท่านช่างเป็คนที่น่ารังเกียจยิ่งนัก!
ในขณะเดียวกันต้วนเฉวียนเซินกลับเบิกตากว้างด้วยความใ
ด้วยพลังขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังย่างเข้าสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ผนวกกับเพลงหอกทลายดาราของต้วนเอ้อร์ มีพลังเทียบเท่าขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ขั้นสอง
แต่กลับถูก [เคล็ดกระบี่สายลม]ของต้วนจื่อสยบ แถมยังทำร้ายต้วนเอ้อร์ และตัดหอกทลายดาราจนขาดสะบั้น
บ่งบอกถึงอันใด?
บ่งบอกว่าเคล็ดกระบี่ของต้วนจื่อมีพลังเทียบเท่าขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ระดับสาม!
นี่มันเกินขีดจำกัดที่ผู้ฝึกตนระดับขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังจะสามารถทำได้ไปมากโข
เหตุใดจึงเป็เช่นนี้?
ต้วนจื่อมิใช่ว่ากินโอสถลมปราณคืนชีพที่มีส่วนผสมของผงชาเปลี่ยนรูปไปแล้วหรือ?
ตามหลักการแล้วการโคจรลมปราณควรเป็ปัญหาจึงเป็ไปไม่ได้ที่จะแสดงพลังได้ถึงเพียงนี้!
หรือว่าคนผู้นี้มีร่างกายที่ต้านทานพิษได้ผงชาเปลี่ยนรูปจึงใช้การไม่ได้?
"นี่มันตัวปัญหาต้วนจื่อผู้นี้ต้องกำจัด มิฉะนั้นแล้วภัยจะมาถึงตัว!"
ในห้วงความคิดมือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของต้วนเฉวียนเซินกำแน่นจนเส้นเืปูดโปน
ย้อนกลับมาที่เวทีประลอง ต้วนเอ้อร์ค่อยๆประคองลมปราณที่ปั่นป่วนภายในร่างกาย เขากวาดสายตามองผู้คนโดยรอบพบว่าทุกสายตาล้วนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
แม้จะไม่มีเสียงเยาะเย้ยทว่าในสายตาของผู้คนกลับเต็มไปด้วยคำดูแคลน
"บัดซบไฉนข้าจึงต้องพ่ายแพ้ให้แก่เขาด้วย?!" ต้วนเอ้อร์กัดฟันจนกรามสั่นมองไปยังต้วนจื่อด้วยความโกรธเคือง
ในฐานะอัจฉริยะแห่งตระกูลต้วนผู้มีพลังฝีมือเทียบเท่าต้วนอี หากต้องพ่ายแพ้แก่ต้วนจื่อเกียรติของตระกูลต้วนคงต้องป่นปี้
"เ้าบังคับข้าให้ทำเช่นนี้!"ต้วนเอ้อร์สูดลมหายใจลึก แววตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ
ทันใดนั้นเอง เขาก็เหยียบย่ำพื้นพลันบังเกิดรังสีอำมหิตแผ่ปกคลุมทั่วร่าง
พลังที่เชี่ยวกรากไหลวนรอบกายก่อเกิดเป็เกราะสีดำทำให้เขาราวกับปีศาจร้าย
"กระตุ้นพลังพยัคฆ์?!!" สีหน้าของต้วนเฉวียนเซินแปรเปลี่ยนไป ร่างกายสั่นสะท้าน
นี่คือเคล็ดวิชาลับอันบ้าคลั่งเมื่อใช้แล้วจะสามารถเพิ่มพลังได้ในพริบตาแถมยังสามารถเพิ่มความเร็วได้ถึงสองถึงสามเท่า
ทว่าผลข้างเคียงก็ร้ายแรงเช่นกันไม่เพียงแต่จะทำร้ายอวัยวะภายในเท่านั้น หากแต่ภายหลังจากใช้งานผู้ใช้จะต้องทนทุกข์ทรมานจากภาวะอ่อนแรงถึงครึ่งเดือนแม้แต่การเดินเหินก็อาจเป็ปัญหา
เมื่อครั้งที่ต้วนเฉวียนเซินสอนเคล็ดวิชาลับ [พลังพยัคฆ์] ให้แก่ต้วนเอ้อร์ก็เพียงเพื่อให้เก็บไว้ใช้ในยามคับขัน
คาดไม่ถึงว่าต้วนเอ้อร์กลับนำมันมาใช้ในการประลองกับต้วนจื่อ ช่างบุ่มบ่ามอะไรอย่างนี้!
"จงเปิด!" ต้วนเอ้อร์ประสานมือกระแทกเสียงต่ำผู้คนทั้งสนามได้ยินเพียงเสียงเสือคำรามที่ดังก้อง
ภายใต้สายตาที่สับสนร่างกายของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า ดวงตาแดงก่ำ เสื้อผ้าล้วนฉีกขาดเหลือเพียงร่างเปลือยที่เปี่ยมไปด้วยพลังและแรงปรารถนา
ในเวลานั้นดวงตาของต้วนเอ้อร์กลับฉายแววโเี้ ปลดปล่อยพลังปีศาจออกมา
รัศมีแห่งสัตว์ร้ายที่แผ่ออกจากร่างเขาสามารถรับรู้ได้ถึงแรงกดดันราวกับความตาย
“ต้วนจื่อ วันนี้ข้าจะทำให้เ้าสิ้นสภาพ!”ต้วนเอ้อร์คำรามเสียงหนึ่งก่อนจะพุ่งร่างออกไปด้วยความเร็วดุจสายฟ้าเร็วกว่าก่อนหน้านี้ถึงสองเท่า
หากมิใช่ผู้ฝึกคนในขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ก็ย่อมไม่อาจมองตามต้วนเอ้อร์ได้ทันคงเห็นเพียงแสงสีดำบนเวทีประลองที่กำลังเคลื่อนไหว
ในพริบตา ต้วนเอ้อร์ก็มาอยู่ตรงหน้าต้วนจื่อไอสังหารโหมกระหน่ำ รุนแรงไร้ปรานี
"ตูม!"
ทันใดนั้นเองหมัดหนึ่งก็พุ่งตรงไปยังศีรษะของต้วนจื่อ
พลังหมัดเชี่ยวกราก อำนาจล้นเหลือ
ผู้คนทั้งหลายต่างตกตะลึงโจมตีระยะประชิดเช่นนี้ ต้วนจื่อคงไม่มีเวลาให้หลบหลีก
เป็ดั่งคาด ต้วนจื่อมิได้หลบหลีกหากแต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ มุมปากเผยรอยยิ้มออกมา
หมัดกำลังจะปะทะถูกตัวทว่าเขากลับมิได้หลบหลีกแต่อย่างใด ต้วนจื่อกระตุ้นลมปราณออกมาจากร่างรวบรวมไว้ที่หมัดอย่างรวดเร็ว
ตีให้เจ็บ สามเท่าแห่งพละกำลัง... เปิด!!!
"เขาคิดจะใช้หมัดปะทะโดยตรงกับการโจมตีที่น่าสะพรึงเช่นนี้หรือ?นี่มันบ้าไปแล้ว!" ผู้คนเห็นดังนั้นก็หน้าถอดสี
ส่วนที่เหลือก็พยักหน้าเห็นด้วยคิดว่าต้วนจื่อคงจนตรอก
มีเพียงโอวหยางลาเฟิง และคนอื่นๆในขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ที่ขมวดคิ้ว
พวกเขาััได้อย่างชัดเจนว่าพละกำลังที่ต้วนจื่อกำลังสร้างนั้นมิได้ด้อยไปกว่าต้วนเอ้อร์ที่กำลังใช้เคล็ดวิชาลับ [พลังพยัคฆ์] แต่อย่างใด
หรือว่า...
ในห้วงความคิดหมัดของต้วนจื่อก็ปะทะเข้ากับหมัดของต้วนเอ้อร์
"โฮก!!!"
ผู้คนได้ยินเพียงเสียงคำรามที่บาดแก้วหูราวกับเสียงฟ้าผ่า
พละกำลังที่สั่นะเืพัดโหมบนเวทีทำให้เกิดรอยแตกนับไม่ถ้วน
"เปรี๊ยะ!"
ท่ามกลางสายตาที่เหลือเชื่อของทุกคนปลายหมัดของต้วนเอ้อร์พลันแตกหัก มือหักกระดูกแหลก
เท่านั้นยังไม่พอพลังหมัดของต้วนจื่อยังคงแผ่ขยาย ซัดไปยังอกของต้วนเอ้อร์ด้วย
"ไม่... เป็ไปไม่ได้!!!"ดวงตาของต้วนเอ้อร์เบิกกว้าง คำรามเสียงดังอย่างสิ้นหวังความหวาดหวั่นครอบงำ เขาไม่คาดฝันว่าพลังของตนจะพ่ายแพ้ให้แก่ต้วนจื่อ
"กร๊อบๆๆ..."
ภายใต้แรงที่ถาโถมเข้าใส่กระดูกของต้วนเอ้อร์ราวกับแก้ว แตกละเอียดในพริบตา
"อ๊าก..."
เืสดๆ ถูกพ่นออกมาจากปากต้วนเอ้อร์สาดไปยังกลางอากาศราวกับจะย้อมท้องฟ้าให้เป็สีเื
"เอ้อร์เอ๋อร์!"
ต้วนเฉวียนเซินลุกขึ้นจากที่นั่งสีหน้าแปรเปลี่ยน
การกระตุ้นพลังพยัคฆ์ยังไม่อาจเอาชนะต้วนจื่อต้วนจื่อใช้ท่าไม้ตายอะไรกัน?