ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 58 ทำการค้าขายกับหออู๋หมิง

            ฮวาเหยียนอุ้มเสี่ยวไป๋ไว้ในอ้อมแขนมือเรียวนั้นสางขนบนตัวเสี่ยวไป๋ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสี่ยวไป๋เองก็รู้สึกสบายมากจนหรี่ดวงตาลง ฮวาเหยียนมองดูฉู่รั่วหลานด้วยสีหน้าเรียบเฉยทว่าคำพูดที่นางเอ่ยออกมานั้นกลับเย็นชาเป็นอย่างยิ่ง

            ฉู่รั่วหลานกำหมัดแน่น นางหายใจเข้าลึกๆ พยายามระงับอารมณ์โทสะของตนเองมิให้ระเบิดออกมา "ข้า ขอ โทษ"

            ใบหน้าที่กลมแบนเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำราวกับตับของหมู

            ท่าทางนั้น ช่าง ‘ดูดี’ เสียจริง กล้ามเนื้อที่มุมปากเองก็กระตุกแล้วเช่นกัน

            เหล่าผู้ชมในหออู๋หมิงล้วนพากันชมละครเรื่องนี้อย่างเบิกบานใจเมื่อเห็นสตรีหน้ากลมเอ่ยคำขอโทษอย่างไม่เต็มใจ ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนเริ่มนำการปรบมือ แต่เพียงครู่เดียวภายในหออู๋หมิงก็มีเสียงปรบมือดังกึกก้อง

            “พี่หญิงมู่ ท่านยอมรับหรือไม่? ”

            ฮวาเหยียนหันไปหามู่เฉิงอินเปล่งเสียงถามออกมาเสียงดัง

            ผ้าโปร่งคลุมหน้าสีขาวยังคงบดบังจนเลือนราง ทว่ามู่เฉิงอินกลับมองเห็นหญิงสาวตรงหน้าขยิบตาให้พาเอาหัวใจของนางอ่อนนุ่มไปจนหมด นางอยากเปิดผ้าโปร่งคลุมหน้าของน้องหญิงเหยียนขึ้นมาจริงๆ

            "ยอมรับ"

            มู่เฉิงอินเปิดปากกล่าวเสียงเบาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนยิ่ง ฮวาเหยียนที่มองดูอยู่ถึงกับหัวใจสั่นไหว

            พี่สะใภ้นั้นอ่อนโยนและสง่าผ่าเผยยิ่งนัก

            “ได้ ในเมื่อพี่สะใภ้… พี่หญิงมู่บอกว่านางให้อภัยแก่เจ้าแล้ว เช่นนั้นเรื่องราวในวันนี้ก็ถือว่าเลิกแล้วต่อกัน”

            ฮวาเหยียนโบกมือพร้อมกับเปิดปากพูดอย่างใจกว้าง

            เมื่อครู่เกือบจะหลุดปากตะโกนคำว่าพี่สะใภ้ออกมาแล้ว

            ซ้ำยังรู้ว่าภายใต้สถานการณ์บีบบังคับเช่นนี้ ฉู่รั่วหลานผู้นั้นแทบจะระเบิดตัวตายอยู่แล้ว

            ฮวาเหยียนเห็นว่าเรียบร้อยดีแล้วจึงหยุดเรื่องราวทั้งหมดไว้

            ฉู่รั่วหลานรู้สึกรำคาญท่าทางของฮวาเหยียน นางจ้องไปที่ฮวาเหยียนและมู่เฉิงอินด้วยความเคียดแค้นชิงชัง หญิงสาวพ่นลมหายใจเย็นชาใส่สาวรับใช้ที่หดตัวอยู่ข้างหลังเป็นเวลานาน ก่อนจะหมุนกายหันหลังกลับและเดินออกจากหออู๋หมิงไป เงาร่างทั้งสองร่างนั้นรีบรุดเดินออกไปอย่างรวดเร็วราวกับมีผีไล่ตามหลังอย่างไรอย่างนั้น

            ...

            หลังจากที่นางออกหน้าโกรธเคืองแทนมู่เฉิงอินแล้ว ในที่สุดฮวาเหยียนก็หันกลับมาเพื่อจัดการกับกองหญ้าวิญญาณลึกลับของนางต่อ

            ทุกคนเก็บสายตากลับมาเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มีการเปลี่ยนเพลงประกอบฉากแล้ว พวกเขาทุกคนล้วนมองตามการเคลื่อนไหวของนาง ในขณะเดียวกันก็จ้องมองไปยังหญ้าวิญญาณลึกลับทันใดนั้นบรรยากาศพลันเปลี่ยนเป็นร้อนแรงขึ้นมาทันที

            ดวงตาของแต่ละคนนั้นลุกเป็นไฟราวกับว่าพวกเขากำลังจะเผาหญ้าวิญญาณลึกลับก็ไม่ปาน

            ทว่าพวกเขากลับเห็นฮวาเหยียนหยิบถุงหอมสีชมพูขนาดเล็กจากบนโต๊ะคิดเงินส่งไปตรงหน้ามู่เฉิงอิน "พี่หญิงมู่ นี่ข้าให้ท่านเจ้าค่ะ ส่วนที่เหลือข้าค่อยขายทิ้ง"

            ช่างเป็นคำพูดอวดดีของเศรษฐินีจริงๆ!

            มู่เฉิงอิน "...! "

            เหล่าผู้ชม "...! "

            “ไม่ ไม่ ไม่ ข้ารับเอาไว้ไม่ได้ มันมีค่ามากเกินไป”

            มู่เฉิงอินตกใจ นางจึงรีบส่ายหัวเพื่อปฏิเสธ

            เมื่อเห็นว่ามู่เฉิงอินปฏิเสธ ฮวาเหยียนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย "พี่หญิงมู่ นี่ท่านกำลังดูถูกข้าหรือเจ้าคะ? "

            มู่เฉิงอินพูดไม่ออก "...! "

            ตนดูถูกนางตรงที่ใดกัน? เป็นเพราะของสิ่งนี้มีราคาล้ำค่ามากเกินไป นางจะรับเอาไว้ได้อย่างไร?

            เหล่าผู้ชมเฝ้ามองไปพลางกลืนน้ำลายคำใหญ่สายตานั้นแทบจะลุกเป็นไฟ พวกเขาต้องการมัน พวกเขาต้องการมันเหลือเกิน

            ในใจยิ่งสงสัยในตัวตนและฐานะของฮวาเหยียน สตรีคนนี้แท้จริงแล้วเป็นลูกเต้าเหล่าใคร เหตุใดพวกเขาถึงไม่มีสหายที่ร่ำรวยเช่นนี้บ้าง? อิจฉาแม่นางตระกูลมู่เสียจริง...

            "มิใช่..."

            มู่เฉิงอินส่ายหัวใบหน้าของนางแดงก่ำด้วยความกังวล

            “พี่หญิงมู่ ได้โปรดรับไว้เถิดเจ้าค่ะ นี่เป็นของขวัญพบหน้าที่น้องสาวคนนี้อยากมอบให้แก่ท่าน”

            ฮวาเหยียนเอ่ย

            โดยแก่นแท้อุปนิสัยของนางเป็นคนดื้อรั้น หากนางยอมรับใครสักคนหนึ่งแล้ว นางก็จะทำดีกับคนคนนั้นด้วยใจจริง

            ไม่ว่านางจะมองมู่เฉิงอินอย่างไรนางก็รู้สึกชอบเป็นอย่างยิ่งจนถือว่านางเป็นหนึ่งในสมาชิกของตระกูลมู่อีกคนหนึ่งแล้ว หญิงสาวถือว่าตระกูลมู่เป็นครอบครัวของนาง ในภายภาคหน้ามู่เฉิงอินจะเป็นพี่สะใภ้และเป็นครอบครัวของนางไปโดยปริยาย

            ถุงหอมถุงเล็กๆที่เต็มไปด้วยหญ้าวิญญาณลึกลับ แท้จริงแล้วไม่สามารถแสดงออกถึงความสุขใจของนางได้ทั้งหมด แต่นางเกรงว่าหากมอบของที่มีค่ามากกว่านี้ให้อีกฝ่ายอาจจะตกใจเอาได้

            “ไม่ได้ ข้ามิอาจรับมันเอาไว้ได้หญ้าวิญญาณลึกลับนี้มีค่าเกินไป ข้ามิอาจรับมันเอาไว้ได้จริงๆ ”

            มู่เฉิงอินตกใจแทบตาย

            ผู้มีบุญคุณต่อนางอย่างน้องหญิงเหยียนจู่ๆก็เปลี่ยนท่าทีเป็นใกล้ชิดสนิทสนม นางมอบของขวัญที่ล้ำค่าเช่นนี้ให้แก่ตน นางไม่กล้ารับไว้จริงๆ

            “พี่หญิงมู่ หากท่านไม่ต้องการถ้าอย่างนั้นน้องหญิงคงทำได้เพียงโยนทิ้งไว้ที่ริมทางแล้ว...”

            เมื่อสิ้นคำ นางก็ทำท่าจะโยนของออกไปนอกประตู

            “น้องหญิงเหยียน เจ้า อย่า...”

            มู่เฉิงอินรีบหยุดนาง น้องหญิงเหยียนคนนี้ช่างใจร้อนเสียจริง นางจะรับก็ไม่ได้ ไม่รับก็ไม่ได้

            สายตาของทุกคนในหออู๋หมิงร้อนผ่าว เมื่อมองไปที่สตรีสองนางที่ผลักกันไปผลักกันมา พวกเขาปรารถนาจะเข้าไปยื้อแย่งกับพวกนางแทบตาย

            “ข้า ถ้าอย่างนั้นข้าจะเก็บไว้แต่... ข้าขอมอบของขวัญให้น้องหญิงเป็นการตอบแทนและข้าก็ขอให้เจ้าไม่ปฏิเสธข้าเช่นกัน”

            มู่เฉิงอินคัดค้านฮวาเหยียนไม่ได้ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงยอมรับมัน หญิงสาวยื่นนิ้วที่เรียวยาวของนางหยิบหญ้าวิญญาณลึกลับขึ้นมาวางบนถาดและก่อนจะเอ่ยกับฮวาเหยียน น้ำเสียงของนางเองก็เปี่ยมด้วยความหัวแข็งเช่นกัน

            ฮวาเหยียนเห็นความดื้อรั้นของมู่เฉิงอินก็รู้ว่านี่คือขีดจำกัดของนาง นางจึงถอนหายใจและทำได้เพียงแค่พยักหน้า

            "น้องหญิงเหยียน วันนี้ได้น้องหญิงช่วยชีวิตข้าเอาไว้จนได้กลายเป็นสหายกัน ช่างเป็นความโชคดีของเฉิงอินเหลือเกินของขวัญของน้องหญิงนั้นมีค่ายิ่ง พี่หญิงคงไม่สามารถหาของในระดับที่เท่ากันมาคืนได้ ดังนั้นข้าจึงขอมอบสิ่งนี้ให้น้องหญิง"

            มู่เฉิงอินยินยอมรับหญ้าวิญญาณลึกลับไว้จากนั้นก็ถอดจี้ทองเล็กออกจากคอแล้วส่งให้ฮวาเหยียน “ข้าไม่มีอะไรจะมอบให้น้องสาวของข้า ตั้งแต่เด็กข้าได้สวมจี้ทองเล็กๆนี้ไว้ที่คอของข้า ช่วยปกป้องข้าให้ปลอดภัย นี่คือของขวัญจากพี่สาวที่มอบให้น้องสาวของข้า”

            ดวงตาของมู่เฉิงอินทอประกายแสงอ่อนโยน

            จี้แม่กุญแจสีทองขนาดเล็กนี้ไม่ได้เป็นของล้ำค่ามีราคามากมายนักทว่าน้ำใจนั้นไม่อาจวัดได้

            ฮวาเหยียนไม่ใช่คนเสแสร้ง นางมองออกว่าพี่สะใภ้คนนี้ไม่ใช่คนที่ชอบเอาเปรียบคนอื่น หากนางไม่รับไว้ก็เกรงว่าอีกฝ่ายอาจจะรู้สึกลำบากใจทั้งยังจะไม่รับเอาหญ้าวิญญาณลึกลับที่นางมอบให้ด้วย

            ดังนั้นนางจึงยอมรับแต่โดยดี

            “ขอบคุณมากเจ้าค่ะพี่หญิงมู่ ข้าชอบมากเลย”

            เมื่อได้ยินฮวาเหยียนเอ่ยเช่นนี้ มู่เฉิงอินก็มีความสุขเป็นอย่างยิ่ง

            เมื่อทุกคนเห็นสองสาวเป็นทั้งผู้ให้และเป็นผู้รับมีที่น้ำใจเช่นนี้ก็ต่างพากันอิจฉาพร้อมกับเป็นกังวล ถ้าอย่างนั้นหญ้าวิญญาณลึกลับนี้นางจะยังขายอยู่อีกหรือไม่?

            ราวกับว่านางเข้าใจความคิดวิตกกังวลในใจของทุกคนในที่สุดฮวาเหยียนก็ลงมือทำการค้าขาย นางเคาะที่โต๊ะคิดเงินและพูดกับพนักงานตัวน้อยที่จ้องมองนางอยู่ว่า “หนุ่มน้อย เถ้าแก่ของเจ้าจะมาเมื่อใด? ข้าจะเตรียมตัวคุยกับเขาเรื่องการค้าขาย...”

            นัยน์ตาของชายหนุ่มผู้ถูกเอ่ยเรียกนั้นเป็นประกายขึ้นมาในทันใดความเฉลียวฉลาดของเขาก็มิอาจปกปิดเอาไว้ได้ "แม่นาง ที่ท่านกล่าวถึงการค้าขายนั้นหมายถึง?”

            ดวงตาที่เปล่งประกายและคิ้วที่สั่นเทานั้น เป็นการบอกว่าเขาเป็นนักแสดงอย่างไม่ต้องสงสัย

            ฮวาเหยียนมองดูแล้วให้รู้สึกขบขันนัก เป็นเพียงแค่พนักงานแต่กลับรู้จักพูดรู้จักเจรจา มาตรฐานการคัดเลือกพนักงานของหออู๋หมิงนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

            นางยังไม่ลืมว่า พนักงานตัวน้อยคนนี้ เมื่อครู่เขาพูดจายกยอฉู่รั่วหลานจนทำให้ได้รับรางวัลของกำนัลมากมายซึ่งเกือบเท่ากับรายได้ของคนทั่วไปในหนึ่งปี

            ฮวาเหยียนเคาะโต๊ะคิดเงินนางมิได้สร้างสถานการณ์หลอกล่อให้รับปาก แต่กลับเอ่ยออกมาตรงๆ ว่า "ข้าวางแผนที่จะขายหญ้าวิญญาณลึกลับทั้งหมดนี้ให้กับหออู๋หมิง ดังนั้นข้าอยากจะถามเถ้าแก่ของเจ้าว่าเขาสามารถให้ราคาได้เท่าไหร่"

            ความคิดของฮวาเหยียนนั้นชัดเจนยิ่ง หญ้าวิญญาณลึกลับเหล่านี้มีค่านักวันนี้ลูกค้าในหออู๋หมิงรู้ว่านางมีหญ้าวิญญาณลึกลับมากมาย และพวกเขาต่างก็พากันจับจ้องมองมันตาไม่กะพริบยากที่จะรู้ว่ามีผู้ใดที่หน้าซื่อใจคดบ้าง อันที่จริงแล้วนางสามารถแยกขายมันทีละต้นได้แต่วิธีนั้นเป็นวิธีที่เปลืองทั้งแรงและเวลาเพราะนางรีบใช้เงิน

            มีอย่าง วันนี้หากนางออกจากหออู๋หมิงแล้ว ไม่ว่าราคาขายจะเป็นเท่าใดก็เกรงว่าจะล่วงเกินหออันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรต้าโจวเข้า

            ในตัวของนางยังมีทรัพย์สมบัติอีกมาก ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาหน้าตาของหออู๋หมิงเอาไว้เผื่อว่าในภายภาคหน้าจะได้ทำการค้าต่ออย่างราบรื่น

            นางไม่ใช่คนประเภทที่มองหาแต่ผลประโยชน์ที่อยู่ต่อหน้าเท่านั้นตอนนี้นางเป็นหนี้ตี้หลิงหานอยู่ถึงสามล้านตำลึงและนี่ก็ไม่ใช่เงินก้อนเล็ก หากมีใครสามารถมอบเงินจำนวนนี้ได้ในคราเดียว เกรงว่าอาจต้องเป็นผู้ที่มีรากฐานมั่นคงแข็งแกร่งและคนคนนั้นก็คือผู้ริเริ่มให้กำเนิดหออู๋หมิงนั่นเอง

            เมื่อได้ยินคำพูดของฮวาเหยียน ดวงตาของพนักงานหนุ่มพลันเป็นประกาย

            “แม่นาง โปรดรอสักครู่ ข้าน้อยจะไปเรียกหลงจู้ [1] มาให้นะขอรับ”

             

            เชิงอรรถ

            [1] หลงจู้掌柜 หมายถึง ผู้จัดการ ผู้ควบคุมดูแลร้านค้า

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388