ตอนที่ 03 มาถึงเมืองลั่วปุ๊บก็เจอเนื้อคู่ปั๊บ!
เช้ามืดวันต่อมา
ณ สนามบินส่วนตัว เมืองฮาชิ ประเทศ J
ฮารุยังคงสะลึมสะลือตาปรือง่วงหงาวหาวนอนอยู่บนโซฟาในห้องรับรองของสนามบิน
คนพวกนี้อะไรกัน ไปขุดเธอออกมาจากเตียงบอกว่าถึงเวลาไปสนามบินแล้ว
บ้าบอที่สุด!
ไหนบอกว่าขึ้นเครื่องเช้า เช้าก็คือหก-เจ็ดโมงไม่ใช่หรือไง
นี่มันเพิ่งตีสี่ นี่ไม่ได้เรียกเช้า นี่มันเรียกว่าเช้ามืด!
ทำไมคนในองค์กรถึงใช้คำพูดไม่ถูกต้องแบบนี้
หัวจะปวด!
เป็ถึงองค์กรั์ใหญ่ แค่คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคก็ใช้ไม่ถูก
เหอะ!
น่าหลานเฉิงเปิดประตูเข้ามาเห็นฮารุทำหน้ามุ่ย ไม่สบอารมณ์ ในใจก็คิดว่าคุณหนูน้อยตอนนี้คงแช่งชักหักกระดูกพวกเขาอยู่ในใจแน่ ๆ เลยไม่กล้าส่งเสียงเรียกเต็มปากเต็มคำสักเท่าไหร่
“คุณหนูครับได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว” เขาเอ่ยบอกอีกฝ่ายที่ยังนอนทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่บนโซฟา
“รู้แล้ว” ฮารุรับคำด้วยความรำคาญ แล้วดีดตัวลุกขึ้นนั่งจากนั้นก็เอื้อมมือเล็ก ๆ ของเธอไปหยิบกระเป๋าสะพายหลังขึ้นมาถือพลางลุกขึ้นจากโซฟา
ฮารุยืนก้มลงกวาดสายตาสำรวจเสื้อผ้า มือน้อย ๆ จัดแจงความเรียบร้อยของเสื้อผ้าตัวเองไปด้วย จากนั้นก็เอื้อมมือไปข้างหลังเพื่อดึงหมวกที่ติดกับเสื้อฮู้ดมาคลุมศีรษะแล้วรูดเชือกหมวกที่อยู่ข้างหน้าเพื่อให้บดบังใบหน้าไม่สบอารมณ์ของตัวเอง แล้วก้าวเท้าออกจากห้องไป เพื่อขึ้นเครื่องบินส่วนตัวไปเมืองลั่วประเทศ C ต่อไป
6 ชั่วโมงต่อมา
ฮารุและคณะเดินทางมาถึงจุดหมายในที่สุด
เมืองลั่ว เป็เมืองที่พัฒนาเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ C
ตระกูลมหาเศรษฐีรวมไปถึงตระกูลที่มีอิทธิพลทั้งทางการเมือง ทางเศรษฐกิจของประเทศ แม้แต่ตระกูลรับราชการทหาร หรือรับราชการอื่น ๆ ระดับบิ๊ก ๆ ในวัยเกษียณก็มาปักหลักอยู่ที่นี่ค่อนข้างเยอะ
บางตระกูลก็ทำบ้านพักตากอากาศเอาไว้ที่นี่ พอมีเวลาว่างหน่อยก็บินมาพักผ่อนกันเป็ครอบครัว
เพราะ
1. สะดวกสบายใกล้กับเมืองหลวง เดินทางแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เข้าเมืองหลวงได้แล้ว
2. อากาศที่นี่บริสุทธิ์ มีธรรมชาติูเาลำธารโอบล้อมมากกว่าเมืองหลวง
3. เป็เมืองไร้เงินสด จะเดินทางไปไหนขอแค่มีโทรศัพท์หนึ่งเครื่องก็ใช้จ่ายได้แล้ว ไม่ต้องพกเงินให้ยุ่งยาก ไม่เสี่ยงโดนปล้น
นี่เป็เพียงเหตุผลไม่กี่ข้อที่ยกขึ้นมาเท่านั้น ยังมีเหตุผลอีกมากมายที่คนใหญ่คนโตเลือกที่จะปักหลักในเมืองแห่งนี้
ฮารุก้าวลงบันไดลงจากเครื่องบินส่วนตัว สายตาก็กวาดมองบริเวณนั้น ๆ รอบนึง เห็นรถหรูที่จะใช้เดินทางไปที่บ้านใหม่จอดกันเป็ขบวน
มีบอดี้การ์ดใส่สูทสวมแว่นดำยืนเรียงอยู่หน้ารถแต่ละคันเต็มไปหมด ทำเหมือนพวกมาเฟียเวลาเดินทางอย่างไรอย่างนั้น
ฮารุก็แสดงสีหน้าเอือมระอาขั้นสุดออกมา
น่าหลานเฉิงเห็นบรรพบุรุษน้อยของตนเดินลงบันไดเครื่องบินด้วยใบหน้าเอือม ๆ ก็รีบวิ่งเหยาะ ๆ หัวเราะแหะ ๆ รีบมาประจบประแจงทันที
“คุณหนูจะกลับบ้านเลยหรือจะไปทานอาหารกันก่อน”
“กลับบ้าน” จะให้เธอไปกินข้าวด้วยขบวนรถยาวเหยียดขนาดนี้เนี่ยนะ ไม่มีทาง!
อายคนอื่นตาย
ฮารุไม่รีรอให้อีกฝ่ายพูดมากไปกว่านี้ รีบรุดเดินตรงไปที่รถเปิดประตูหลังแล้วยัดตัวเองขึ้นไปนั่งในรถเสียงดังสนั่น โดยไม่ให้โอกาสพวกบอดี้การ์ดได้ทำหน้าที่ของตนเองเลย
บอดี้การ์ดกับคนขับรถมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะหันไปถามความเห็นของน่าหลานเฉิงผู้ดูแลองค์กร ที่ควบคู่กับเป็พี่เลี้ยงเด็กให้คุณหนูน้อยคนนี้
น่าหลานเฉิงพยักหน้าส่งสายตาเป็นัย ๆ บอกกับพวกเขาว่า รีบ ๆ เข้าไปประจำที่ของตัวเองซะ เดี๋ยวบรรพบุรุษน้อยโมโหที่พวกแกชักช้า จะทำให้เดือดร้อนกันทั้งขบวน!
พวกเขาเห็นสัญญาที่ผู้ดูแลองค์กรส่งมาก็เข้าใจทันที รีบเปิดประตูรถเข้าประจำที่ของตนเอง จากนั้นก็สตาร์ทรถขับมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ที่ซื้อไว้ทันที
ใช้เวลา 30 นาที
ก็ถึงหมู่บ้าน All sky villa (ออลสกาย วิลลา)
คนขับค่อย ๆ ชะลอความเร็วเมื่อถึงหน้าหมู่บ้าน เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของที่นี่เข้มงวดมาก
แต่พอเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นว่าข้างหน้าติดธงเล็ก ๆ สีขาวลวดลายดอกท้อสีชมพูงดงามกิ่งก้านสีน้ำตาล เป็ภาพดอกท้อกำลังร่วงโรยจากกิ่งก้านสู่พื้น เป็สัญลักษณ์เฉพาะของคฤหาสน์ด้านในสุดของหมู่บ้าน
ก็แสดงสีหน้าเหมือนเห็นบรรพบุรุษตนเองมาหา
เื่นี้เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านถูกบริษัทแม่อบรมมาเป็อย่างดี
ย้ำแล้วย้ำอีกว่าอย่าทำให้รถที่ติดธงนี้กรุ่นโกรธเป็อันขาด
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคำนึงในสิ่งที่บริษัทแม่ตัวเองพูดก็รีบกุลีกุจอมาเปิดทางให้อย่างรวดเร็วพลางตะเบ๊ะให้คนที่นั่งในรถไปหนึ่งที
ฮารุเห็นรปภ.ทำความเคารพก็เลิกคิ้วอย่างสนใจพลางหัวเราะหึหึออกมาทันที ที่นี่คงมีคนใหญ่คนโตอยู่เยอะสินะ เธอคิด
จากนั้นฮารุหันหน้าออกนอกหน้าต่างรถไม่ได้ให้ความสนใจกับเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านอีก
ฮารุกวาดสายตาสำรวจบริเวณรอบ ๆ แทน พลางเอื้อมมือไปหยิบหนังสือคู่มือและแผนที่ของหมู่บ้านที่ตกอยู่ตรงรองเท้าเธอขึ้นมา
มันเป็หนังสือเล่มบาง เขียนด้านหน้าไว้ว่า หนังสือคู่มือและแผนที่ของหมู่บ้านออลสกายวิลลา
ฮารุเห็นหนังสือคู่มือและแผนที่ของหมู่บ้านนี้ั้แ่แรก แต่เธอี้เีจะสนใจมัน
แต่พอเห็นสถานที่จริงแล้วก็เกิดสนใจขึ้นมา
เป็หมู่บ้านที่ดูดีกว่าที่เธอคิดเอาไว้เยอะเลยทีเดียว..
แน่ล่ะ ที่ฮารุจะคิดไว้ในทางที่แย่ที่สุด
เพราะเธอไม่เคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรค์แบบนี้มาก่อน
ปกติฮารุใช้ชีวิตอยู่แต่ในองค์กรห่างไกลผู้คน ส่วนบ้านที่ใช้พักตอนเธอไปเรียน ก็มีแค่บ้านเธอหลังเดียวเท่านั้น ไม่มีเพื่อนบ้านอื่นใดอีก
หมู่บ้านนี้อยู่ค่อนข้างลึก มีความเป็ส่วนตัวสูง
ซึ่งเื่นี้ทำให้ฮารุพอใจเป็อย่างมาก เธอไม่ชอบความวุ่นวาย
เพราะเธอต้องเป็คนก่อความวุ่นวายให้คนอื่นได้คนเดียว ฮี่ ฮี่
รอบ ๆ หมู่บ้านนั้นเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ออกจากหมู่บ้านไปถนนใหญ่ตรงข้ามก็จะเป็ห้างสรรพสินค้าที่รวมแบรนด์ระดับไฮเอนไว้เกือบทั้งหมด
ใกล้ ๆ กับหมู่บ้านทางด้านซ้ายก็เป็โรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่ง ของเมืองลั่ว
เลยไปไกลอีกหน่อยก็จะเป็โรงเรียนอับดับสอง ของเมืองลั่ว ชื่อโรงเรียนอินเตอร์ลั่วซินเฉิง
ยังใกล้กับโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในเมืองลั่วอีกด้วย
และยังใกล้กับสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย
รถของฮารุเคลื่อนที่เข้าไปด้านในอย่างช้า ๆ
ส่วนเธอก็ละจากการอ่านคู่มือหนังสือของหมู่บ้านเงยหน้าขึ้นมามองรอบ ๆ หมู่บ้านอย่างสำรวจอีกครั้ง
เธอกวาดสายตาสังเกตสังกาไปเรื่อย พบว่าหมู่บ้านนี้เป็ระบบระเบียบเรียบร้อยเลยทีเดียว
สงบราวกับไม่มีคนอยู่ ทั้ง ๆ ที่มีคนออกมาทำกิจกรรมเข้าออกนอกบ้านกันปกติ
ออลสกายวิลลาด้านหน้าสุดเป็บ้านหรู 4 ชั้น ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นลักซ์ชัวรี่
หมู่บ้านด้านหน้าจะถูกซื้อโดยเ้าของธุรกิจขนาดกลาง ๆ ไปจนถึงขนาดใหญ่
หรือไม่ก็ครอบครัวเศรษฐีในเมืองอื่น ๆ ประปรายที่ซื้อไว้ให้ครอบครัวมาพักผ่อนในวันว่าง ๆ
ออลสกายวิลลาด้านหน้ามีทั้งหมด 40 หลังคาเรือน
ถือว่าใหญ่พอสมควร สำหรับเธอ
ส่วนตรงกลางจะเป็พื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน มีทุกอย่างครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนสในร่มฟิตเนสกลางแจ้ง สนามตีเทนนิส สนามบาส สนามบอล สนามเด็กเล่น สวนสาธารณะเอาไว้วิ่งหรือพาสัตว์เลี้ยงในหมู่บ้านไปเดินเล่น มีจักรยานและรถกอล์ฟให้ยืมอีกด้วย
และยังมีร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารไว้บริการสำหรับคนที่ไม่อยากออกไปข้างนอก มีเดลิเวอร์ลี่ส่งให้ถึงหน้าบ้าน
ข้างในสุดของหมู่บ้านเป็คฤหาสน์ของผู้มีอันจะกินและยังต้องมีอิทธิพลอีกด้วย ถึงจะสามารถซื้อที่นั่นได้
คฤหาสน์มีทั้งหมด 12 หลัง
แต่ละหลังมีเอกลักษณ์สไตล์การตกแต่งต่างกันทั้งหมด แต่แลดูเข้ากันทุกหลัง เห็นแล้วไม่ขัดหูขัดตา
ตัวบ้านและภายในบ้าน ล้วนผสมผสานการตกแต่งแบบเอเชียและยุโรปเข้ากันได้ด้วยดี ยังดูเข้ากับูเาลำธารธรรมชาติรอบ ๆ บริเวณบ้านอีกด้วย
ฮารุยิ่งมองคฤหาสน์แต่ละหลังที่ผ่านก็ยิ่งชอบใจ
ใช้นักออกแบบได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว เธอคิด
ในที่สุด…
รถก็เคลื่อนเข้ามาในส่วนของด้านในสุดของหมู่บ้านออลสกายแล้ว
ฮารุมองซ้ายแลขวาที ชื่นชมยังไม่ทันเต็มอิ่ม
รถก็จอดที่หน้าประตูคฤหาสน์หลังนึงด้านในสุดแล้ว
ก็นะ…
คฤหาสน์ด้านในมีแค่ 12 หลัง มี 2 ฝั่งละ 6 หลัง เนื้อที่แต่ละหลังก็มีประมาณแค่ 1 ไร่ หลังด้านในสุดก็คงมีแค่ 1 ไร่เศษ ๆ เท่านั้น
รถจะมาถึงเร็วก็ไม่แปลก
ฮารุเห็นรถหยุดเคลื่อนที่ก็เปิดประตูรถลงไปเดินเล่นบิดี้เีทันที
เมื่อยจะตายอยู่แล้ว นั่งรถตั้งครึ่งชั่วโมง
ขณะที่ฮารุกำลังเอี้ยวตัวบิดไปทางด้านซ้ายสายตาก็ตกไปอยู่ผู้ชายวัยรุ่นคนนึง
เธอตกตะลึงดวงตากลมโตเบิกกว้างปากเล็ก ๆ อ้าค้างอยู่อย่างนั้น
นะ…นี่มันตรงผู้ชายในฝันของเธอชัด ๆ นี่คือความคิดแรกที่เข้ามาในหัว
หล่อแบบแบด ๆ สูงยาวเข่าดี ปากแดง ๆ เผยอออกมาน้อย ๆ นั่น มันน่าเอาปากน้อย ๆ ของเธอไปประกบมาก ๆ จริง ๆ
ผ่านไปไม่ถึงนาที
เธอก็กลับมามีสีหน้าเป็ปกติ ราวกับว่าเธอไม่ได้เสียกิริยาอะไรกับความหล่อของผู้ชายคนนั้นเลยสักกะเผียกเดียว
ผู้ชายคนนั้นกำลังวิ่งเหยาะ ๆ มาทางนี้ หรือว่าเขาอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับเธอ?!
เห จะใช่หรือเปล่า?!
สัญชาตญาณของฮารุคิดว่าความคิดของเธอน่าจะถูกต้อง
นี่มันคฤหาสน์ด้านในสุดของหมู่บ้านเลยนะ
ไม่ใช่ใครที่ไหนก็เข้ามาได้ ต้องมีบัตรยื่นผ่านหรือไม่ต้องมีธงติดรถเท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็ต้องให้คนในหมู่บ้านด้านในไปรับเข้ามา
มีไม่กี่วิธีเท่านั้นที่จะเข้ามาที่นี่ได้
ฮารุมองตามชายในฝันของเธอไป จนผู้ชายคนนั้นหยุดอยู่ตรงประตูคฤหาสน์ตรงข้ามบ้านเธอจริง ๆ ด้วย
โอ๊ะโอ ใช่จริง ๆ ด้วย!
และยิ่งไปกว่านั้น เขาอยู่คฤหาสน์ตรงข้ามเธอ!
อะไรจะโชคดีปานนั้น
เหมือนชายหนุ่มจะรู้สึกตัวว่ามีคนมองมาที่เขา
หยางคุนขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะหันกลับไปกวาดสายคมเข้มที่สัญชาตญาณของตัวเองบอกว่าคนที่มองมาที่ตัวเขาอยู่ทางนั้น
วินาทีที่เขาคนแอบถ้ำมองนั่นพบกับ ก็อดที่จะแสดงสีหน้าตะลึงงันออกมาไม่ได้
เอ๋ เป็เด็กสาว?
แววตาระยิบระยับของเด็กสาวที่ใช้มองเขานั้น นี่มันยังไงกัน
ทำเหมือนเขาเป็สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเธอ
เด็กสาวคนนั้นหน้าตาราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ดวงตาของเธอกลมโต ลูกตาดำขลับระยิบระยับเหมือนดาวบนฟากฟ้า ขนตาทั้งหนาทั้งยาวเป็แพ ปากนิดจมูกหน่อย ทั้งหน้าดูรับกันสมส่วน
ชวนให้คนเจอเธออดที่จะเอ็นดูไม่ได้ หรือไม่ผู้คนที่เห็นเธอก็อาจจะมีความคิดแวบนึงในหัวคืออยากขโมยกลับไปที่บ้านก็เป็ไปได้
เช่นเขา….
สาวน้อยคนนั้นเอียงคอมองเขาอย่างน่ารัก พลางกะพริบตากลมโตของเธอปริบ ๆ
ส่วนเขาที่กำลังพิจารณาดวงหน้ามนของเธอ เห็นแบบนั้นก็อดที่จะยิ้มกลับไม่ได้
‘มีลักยิ้มด้วย ใช่เลย โดนใจฉันเลย’
‘มาวันแรกก็เจอเนื้อคู่เลย อะไรจะโชคดีปานนั้น’
หัวใจของฮารุสั่นไหวรุนแรงราวกับว่ามันจะหลุดออกมาจากร่างกายอยู่แล้ว
เธอไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน!
แม้ว่าภายในใจจะตื่นเต้นมากของมากที่สุด
แต่ภายนอกฮารุยังคงทำเสแสร้างทำตัวเป็ตุ๊กตาตัวน้อยน่ารักน่าเอ็นดูอยู่เหมือนเดิม
ภายใต้เด็กสาวที่ดูเหมือนบริสุทธิ์ไร้เดียงสาราวกับเซียนน้อย ทำให้คนพบเห็นอดที่จะเหลียวหลังหันกลับมามองเธออีกสักครั้งไม่ได้
ใครจะรู้ว่า นั่นมันเป็เพียงหน้ากากหนึ่งในสิบของฮารุเท่านั้นเอง!
พอเห็นชายหนุ่มคนนั้นยิ้มให้เธอ ฮารุก็ยิ้มน้อย ๆ ตอบกลับไป พลางก้มศีรษะเล็กน้อยเป็การทักทายอีกฝ่ายไปในตัวอีกด้วย
หยางคุนเห็นสาวน้อยทักทายเขาแบบมีมารยาทไม่ได้ตกตะลึงในความหล่อเท่ห์ของเขา ก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้
ส่วนมากเด็กสาวเห็นเขาแล้วต้องมองมาอย่างหลุ่มหลงจากนั้นก็กระดี๊กระด๊าที่ได้เห็นศิลปินอย่างเขาไม่ใช่เหรอ?!
ทำไมกับตุ๊กตาน้อยตรงหน้าถึงมองเขาเสมือนเจอสัตว์เลี้ยงตัวโปรดล่ะ
‘เฮ้ สาวน้อย นี่มันไม่ถูกต้องตามหลักนะ
สาวน้อยจะมองพี่ชายคนนี้แบบสัตว์เลี้ยงตัวโปรดไม่ได้ อย่างน้อยก็แกล้งทำท่าตกตะลึงต่อมาก็ควรส่งแววตาชื่นชมในความหล่อเหลาสง่างามของพี่ชายตรงข้ามบ้านนี้คนนี้ก่อนได้หรือไม่ มองด้วยสายตาแบบนั้นทำให้คนหมดความมั่นใจง่าย ๆ เลยรู้หรือเปล่า สายน้อย เฮ้อ’ หยางคุนโอดครวญสั่งสอนอีกฝ่ายอยู่ในใจ
ไม่ทันได้รู้ตัวขายาว ๆ ของเขาก็ก้าวเดินไปหาตุ๊กตาน้อยที่อยู่คฤหาสน์ฝั่งตรงข้ามโดยอัตโนมัติ