ตอนที่ 3 บุญคุณช่วยชีวิต (2)
“ฉางถิง ให้คนสักสองสามคนไปติดตามคุณหนูห้า”
ฉางถิงตะลึงงัน “นายท่าน”
เขายังไม่ทันถามจบเซียวิ่หางก็ยกถ้วยกระเบื้องสีขาวเบื้องหน้าขึ้น ส่งน้ำชาเข้าปากตนเองแล้ว
ฉางถิงอับจนหนทาง รู้ว่าต่อให้ถามคงไม่ได้ความอะไร ทำได้เพียงรีบกวักมือเรียกเหล่าองครักษ์ที่ตามมารับใช้ สั่งการเสียงเบาให้พวกเขาติดตามสวี่เฉิงอวี๋ไปอย่างลับๆ
เมื่อออกมาจากหอป๋ายอวิ๋น แสงตะวันก็ส่องเจิดจ้า
สวี่เฉิงอิงอุตส่าห์พาสวี่เฉิงอวี๋ออกมาข้างนอกเป็เพื่อนนางได้ทั้งทีจึงยังไม่อยากกลับจวนเลยสักนิด นางอ้อนวอนครั้งแล้วครั้งเล่าจนสวี่เฉิงอวี๋จำต้องรับปากไปเดินเล่นเป็เพื่อนนางที่ถนนหย่งซ่าน
ดังนั้นสองพี่น้องจึงให้รถม้ากลับจวนไปก่อนแล้วจับมือกันเดินเนิบช้าไปยังถนนหย่งซ่าน
ทว่าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น มีบุรุษสามถึงห้าคนที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน พวกเขาคล่องแคล่ว ว่องไวและเด็ดขาด ทั้งยังมีเป้าหมายชัดเจนคือพวกเขาพุ่งเข้าไปลงมือกับสวี่เฉิงอวี๋
แม้สวี่เฉิงอิงอายุยังน้อย แต่เป็คนใจกล้า รักความชอบธรรม นางจึงพุ่งตัวเข้าไปทั้งต่อยทั้งเตะ
แต่น่าเสียดายหมัดและเท้าของนางเป็เพียงการแสดงไปอย่างนั้น พอถูกชายผู้นั้นยกแขนเหวี่ยงใส่หนึ่งทีนางก็ร่นถอยไปหลายก้าว จนสาวใช้ที่ดูแลต้องประคองตัวนางให้ยืนได้มั่นคง
พวกนางล้วนเป็หญิงสาวอ่อนแอ ให้สู้ต่อไปเช่นนี้ย่อมไม่ใช่หนทาง
ทันใดนั้นก็มีกระสอบป่านใบใหญ่ตกลงมาบดบังแสงสว่างเบื้องหน้าสวี่เฉิงอวี๋ไปจนหมด
สวี่เฉิงอิงเห็นคนพวกนั้นลากตัวสวี่เฉิงอวี๋ห่างออกไปไกลหลายสิบก้าว จึงไล่ตามพลางะโไปด้วย “กลางวันแสกๆ พวกเราเป็ถึงคุณหนูตระกูลสวี่เชียวนะ พวกเ้าไม่รักชีวิตแล้วหรือ ปล่อยนะ รีบปล่อยเดี๋ยวนี้นะ…”
สุดท้ายนางก็ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอ ติดตามไปได้ระยะหนึ่งก็หอบหนักคล้ายจะตามไม่ทันแล้วแต่ก็ไม่กล้าหยุดตาม นางร้อนใจจนั์ตาแดงก่ำประหนึ่งจะร่ำไห้ออกมา
ในขณะนี้เองมีคนราวๆ เจ็ดแปดคนไล่ตามหลังพวกนางมา และเห็นว่าพวกเขาแต่งกายเครื่องแบบองครักษ์ แต่ละคนดูแข็งแกร่ง เพียงชั่วครู่ก็ไล่ตามทัน และยังสยบกลุ่มบุรุษก่อนหน้านี้ได้ภายในเวลาอันสั้น
ขณะสวี่เฉิงอิงกำลังประหลาดใจนางก็นึกถึงสวี่เฉิงอวี๋ขึ้นมาได้ จึงรีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาก่อนดึงกระสอบป่านที่คลุมตัวนางออกอย่างรวดเร็ว
สวี่เฉิงอวี๋สีหน้าซีดเผือดเล็กน้อยแต่ยังคงทนกลั้น จึงไม่ค่อยเห็นว่ามีอาการตื่นตระหนกนัก
นางถอยหลังไปตามจิตใต้สำนึก พวกสาวใช้ก็รีบปกป้องนางไว้ด้านหลัง
นางมองผ่านพวกสาวใช้ออกไป บุรุษกลุ่มแรกถูกบิดแขนไปด้านหลังและถูกกดให้คุกเข่ากับพื้น หัวหน้าองครักษ์กำลังสั่งการบางอย่างกับองครักษ์คนอื่นๆ เมื่อเห็นสวี่เฉิงอวี๋มองมา อาจเพราะเขาสั่งการเสร็จพอดีจึงก้าวมาสองก้าว ทั้งยังรักษาระยะห่างก่อนยกหมัดขึ้นคารวะ “คุณหนูต้องใแล้ว”
เขาช่วยนางเอาไว้
สวี่เฉิงอวี๋ไม่คิดว่าในโลกจะมีเื่ที่บังเอิญเช่นนี้ อีกทั้งยังเห็นเขาอยู่ในเครื่องแบบองครักษ์ คิดว่าคงไม่ใช่ผู้ดูแลจวนของครอบครัวคนรวยทั่วไปแน่นอน แปดส่วนน่าจะมาจากตระกูลสูงศักดิ์ หรือบางทีอาจจะเป็บ่าวรับใช้ของครอบครัวขุนนาง
สะกดรอยตามพวกนางอย่างนั้นหรือ
สวี่เฉิงอวี๋หรี่ตาเล็กน้อย ทว่าตอนนี้ไม่สะดวกจะถามเื่เหล่านี้ นางจึงผลักสาวใช้ด้านหน้าออก ให้พวกนางยืนห่างออกไปเล็กน้อยก่อนยอบกายคารวะหัวหน้าองครักษ์ผู้นั้น “บุญคุณช่วยชีวิต ข้าจะไม่มีวันลืม”
องครักษ์ผู้นั้นรีบเบี่ยงกายหลบในทันที ไหนเลยจะกล้ารับการคารวะนี้จากนาง “คุณหนูเป็บุคคลสูงศักดิ์ อย่าได้คารวะพวกข้าเช่นนี้เลยขอรับ”
ดูท่านางคงคาดเดาไม่ผิด พวกเขาไม่ได้บังเอิญผ่านทางมาแล้วเข้าช่วยเหลือ หากแต่มีเ้านายคอยบงการอยู่เื้ั
ดังนั้นนางจึงแย้มยิ้ม ใบหน้าเล็กๆ อันซีดเผือดประดับด้วยรอยยิ้มสดใส ถ้าไม่ใช่เพราะสีหน้านางไม่สู้ดีมากจริงๆ คงมองไม่ออกเลยว่าเมื่อครู่นางเกือบถูกคนชั่วลักพาตัวไป “ไม่ทราบว่าเ้านายของเ้าเป็ใครกันหรือ พวกเราเป็คนตระกูลสวี่ บุญคุณช่วยชีวิตเช่นนี้ อย่างไรข้าก็ต้องตอบแทน