ณ โรงเตี๊ยมขนาดกลางแห่งหนึ่งในเมืองเล็ก ๆ ทางดินแดนตอนใต้ของอาณาจักรหยก์ บัดนี้ได้ปรากฏกลุ่มนักเดินทางที่ประกอบด้วยไป ชายฉกรรจ์ประมาณ สองสามคน กับสตรีอีกหนึ่งนาง เดินทางถึงสถานที่แห่งนี้ เสียงของเสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่ภายในก็กล่าวทักขึ้นทันที
"นายท่าน จะแวะพักแรมหรือว่า…"
ชายหนุ่มรูปงาม ั์ตาคมกริบ สวมชุดสีขาวท่าทางเย่อหยิ่งเดินผ่านมันไปอย่างไม่สนใจ มันกวาดตามองไปรอบตัวก่อนจะแสดงสีหน้าไม่พอใจ "เล็ก แคบ เก่า ซอมซ่อ นี่ข้าต้องพักที่แห่งนี้จริงรึ.." มันเปล่งวาจาดูถูก รังเกียจ ออกมาเสียงดัง จนลูกค้าที่นั่งอยู่ในร้าน ไปจนถึงเถ้าแก่ยังได้ยิน ตัวเถ้าแก่นั้นยังมีน้ำอดน้ำทนได้เพราะมันเปิดโรงเตี๊ยมมานานนับสิบปีเจอลูกค้ามาหลากหลายรูปแบบ ผู้กล่าววาจาเช่นนี้มันก็เจอมาจนชินแล้ว ผิดกับพวกเสี่ยวเอ้อร์ ที่ผ่านประสบการณ์มาได้ไม่นาน เมื่อได้ยินคำดูถูก เหยียดหยาม สถานที่ที่พวก ทำงานอยู่ทุกวัน พวกมันจึงควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ และ กำลังจะเข้าไปเอาเื่ ชายหนุ่มผู้นั้นทันที
"สีชุดแบบนั้นมัน..รึว่า!! พวกมันเป็คนของสำนักเก้าัปราบธรรมะ.!" เสียงของลูกค้าคนหนึ่งภายในร้านที่นั่งทานอาหารอยู่เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางใ จากนั้นบรรยากาศภายในโรงเตี้ยมก็พลันแปรเปลี่ยนไปทันที เกิดเสียงกระซิบกระซาบ ดังเซ็งแซ่ พร้อมสายตามากมายที่จับจ้องมายังผู้มาเยือนกลุ่มนี้ หากไม่นับเสื้อผ้าราคาแพงที่ชายหนุ่มรูปงามผู้นั้นกับสตรีอีกนางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มันสวมใส่ พวกชายฉกรรจ์อีกสี่คนที่ติดตามมาด้วยจะแต่งกายด้วยชุดผ้าสีดำคาดแดงตรงขอบเสื้อ ซึ่งเป็ที่รู้กันว่า นี่คือ ชุดของสำนักเก้าัปราบธรรมะ ในปัจจุบัน สำนักนี้ก็หาใช่สำนักใหม่ในอาณาจักรแต่อย่างใด หาก แต่มันก็คือ สำนักเก้าัพิทักษ์ธรรมเดิม ที่ปรมาจารย์ไท่หยวนอี้ ผู้ล่วงลับเป็คนก่อตั้งขึ้น
หลังจากศึกใหญ่เมื่อสองปีก่อนที่พวกพรรคมารบุกไปถล่มสำนักเก้าั มีข่าวลือว่าไท่หยวนอี้โดนะเิระหว่างการต่อสู้ จากนั้นก็ตกลงไปในเหวลึกจนร่างแหลกสลายตายอย่างอนาถ พวกพรรคมารที่นำโดย ิเจียวจูจึงเข้ายึดสำนัก ก่อนที่นางจะมอบตำแหน่งเ้าสำนักให้ หลู่อี้ถัง เป็ผู้สืบทอดคนต่อไป และได้เปลี่ยนชื่อสำนักจากเดิม เก้าัพิทักษ์ธรรม ให้กลายเป็ เก้าัปราบธรรมะ สำนักตกอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคมารสาขาย่อย และต้องทำตามคำสั่งทุกอย่างที่ได้รับมอบหมาย นับั้แ่ตอนนั้นเป็
ต้นมา…
จากสำนักคุณธรรมอันดับหนึ่งกลายเป็สุนัขรับใช้ของพรรคมารไปโดยสมบูรณ์ ทุกเื่ชั่ว ๆ ทุกงานที่ไร้คุณธรรม พวกพรรคมารจะให้ สำนักเก้าัปราบธรรมะ ออกหน้าก่อนเสมอ โดยไม่สนว่างานนั้นจะเสี่ยงอันตราย หรือมีคนในสำนักต้องเอาชีวิตไปทิ้งมากมายแค่ไหน และไม่นานมานี้ ิ เจียวจูก็ได้รับรายงานว่า มีเด็กหนุ่มลึกลับฝีมือฉกาจที่สะพายกระบี่ประหลาด ออกมาเล่นงานคนของพรรคมารที่ดูแลพื้นที่แถวนี้ตายไปมากมาย นางจึงได้ส่ง ยอดฝีมือ สองคนกับผู้ติดตามอีกนิดหน่อยจากสำนักเก้าัมาตรวจสอบ หากพบเจอก็เร่งสังหารเด็กหนุ่มที่ว่าทิ้งเสียเพื่อไม่ให้เป็เสี้ยนหนาม และไม่ให้ผู้ใดเอาเป็แบบอย่างจนคิดแข็งข้อตาม
พอเหล่าเสี้ยวเอ้อร์ได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของพวกมันก็พลันเปลี่ยนเป็หวาดกลัว ตัวสั่นระริก ไม่กล้าแม้แต่จะขยับเท้าด้วยซ้ำ จนเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมต้องออกหน้าเอง มันรีบค่อมศีรษะขออภัยในความโง่เขลาของลูกน้องทันที "ข้าน้อยต้องขออภัยในความโง่เขลาแทนคนของข้าด้วย พวกมันมีตาหามีแววไม่ ที่ไม่ทราบว่าพวกนายท่านเป็ใคร เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ค่าอาหาร ค่าที่พัก ข้าจะไม่คิดสักแดงเดียว พวกนายท่านจะพักอยู่ที่นี่นานเท่าใดก็ได้.." เถ้าแก่เ้าของโรงเตี๊ยมกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเทา สตรีผู้งดงามที่มีด้วยกำลังจะเอ่ยปากบอกมันว่า ไม่เป็ไร ให้เถ้าแก่คิดเงินตามสมควรเหมือนลูกค้าคนอื่น ๆ ที่เข้ามาพัก แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปาก มือของชายหนุ่มรูปงามก็ยกขึ้นมาบังหน้านางไว้เสียก่อน "เช่นนั้นก็ดี เ้าจงไปเตรียมห้องพักที่ดีที่สุดของที่นี่ เหล้า กับอาหารที่ดีที่สุดด้วย นำมาให้พวกข้าที่ห้อง" ชายหนุ่มเอ่ยปากขึ้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เถ้าแก่โรงเตี๊ยมรีบผงกศีรษะรับ ก่อนที่มันจะเร่งสั่งให้เสี้ยวเอ้อร์นำทางชายหนุ่มไปที่ห้องพัก
"ศิษย์พี่ใหญ่พวกข้าสี่คนขออนุญาตออกไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตาในตลาดจะได้หรือไม่" เสียงของผู้ติดตามมันคนหนึ่งกล่าวถามชายหนุ่ม "ตามใจพวกเ้าข้าอนุญาต อ๋อ ระหว่างที่เดินเที่ยวก็อย่าลืมมองหาเ้าสองคนที่ข้าใช้ให้ไปตามล่าสองผัวเมียคู่นั้นด้วย ไม่รู้พวกมันได้ความว่าอย่างไรบ้าง หายไปนานโข"
"พวกข้ารับทราบ"
ทั้งสี่คนขานรับชายหนุ่มชุดขาวด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก เนื่องด้วยพวกมันเดินทางมาจาก เป็เวลาหลายวัน แถมเส้นก็แสนไกล เต็มไปด้วยป่าไม้ บัดนี้พวกมันจะได้ออกไปยืดเส้นยืดสายกันบ้างแล้ว ผิดกับสีหน้าของหญิงสาวผู้นั้นที่ดูจะไม่สู้ดีสักเท่าไหร่ จนชายหนุ่มในชุดขาวสังเกตเห็นมันจึงกล่าวบางอย่างออกมา
"เป็อันใดไปรึ น้องอี้หลาน หรือว่า เ้ายังเป็สองผัวเมียชาวบ้านคู่นั้นอยู่ ไม่ต้องห่วงไปหรอก เพราะข้าว่า ปานนี้พวกมันคง กลายเป็ศพอยู่ที่ไหนสักแห่งไปเรียบร้อยแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ชายหนุ่มชุดขาวะเิเสียงหัวร่อออกมาดังลั่น พร้อมแววตาที่ดูชั่วร้าย โเี้ไร้ความเมตตาปรานี มันสามารถสังหารคนได้ในพริบตาโดยไม่ลังเล เช่นที่มันเคยสังหาร ฉินถึงสองครั้งคราเมื่อสองปีก่อน ใช่แล้ว มันก็คือ หลู่อิงฉาน หลานของ หลู่อี้ถังนั้นเอง และสตรีผู้งดงาม ข้าง ๆ ก็คือ เสี้ยวอี้หลาน นั้นเอง..
ทั้งสองหาใช่ศิษย์พี่ศิษย์น้องกันอีกแล้ว หลังจากสำนักัถูกพรรคมารยึดได้ไม่กี่เดือน เสี้ยวอี้หลานก็โดนบังคับให้แต่งงานกับ หลู่อิงฉาน ทั้ง ๆ ที่นางไม่ยินยอม แต่นางก็ขัดขืนอันใดมิได้เนื่องจาก ชีวิตพ่อบุญธรรม กับ ปู่บุญธรรม ของนาง ตกอยู่ในอันตราย ซึ่งก็คือ จาง ซุนเจี่ย กับ จางเทียนจื้อ แห่งฝ่ายลมปราณนั้นเอง สองคนนี้ไม่ได้เต็มใจสวามิภักดิ์ ิ เจียวจู แต่ก็ไม่ได้คิดจะแข็งข้อขัดขืน พวกมันเห็นชีวิตของลูกศิษย์ในฝ่ายมาก่อนจึงต้อง ยอมก้มหน้ารับใช้ หลู่อี้ถังต่อไป..
หลังจากเสี้ยวอี้หลานแต่งกับ หลู่อิงฉานชีวิตทั้งชีวิตของนางก็เหมือนตกนรกทั้งเป็ นางแทบจะความสุขอันใดไม่ได้เลย หากนางไม่กลายเป็ที่รองรับอารมณ์อันเกรี้ยวกราดของหลู่อิงฉานในยามที่มันไม่พอใจ นางก็ต้องคอยมาปรนเปรอเื่บนเตียงให้มันแทน แต่ถึงกระนั้น เสี้ยวอี้หลานก็ไม่เคยหยุดที่จะฝึกวรยุทธ์ สองปีมานี้ฝีมือของนางก้าวขึ้นกว่าเดิมมาก อาจเป็พระ์ของนางด้วยกระมัง แม้จะโดนหลู่อิงฉานขัดขวางอยู่บ่อยครั้งเพราะมันไม่อยากให้ เสี้ยวอี้หลานมีฝีมือเหนือกว่ามันที่เป็สามีของนาง
หลังจากคนทั้งสองขึ้นไปบนห้องพัก โรงเตี๊ยมก็กลับมามีบรรยากาศคึกคักเหมือนเดิม ส่วนภายนอกที่ตลาดกลางเมืองยามนี้ เ้าคนของสำนักเก้าัปราบธรรมะ กำลังเดินกร่างไปมาราวกับเป็อันธพาลเ้าถิ่น ใครที่กล้ามองหน้าพวกมันก็จะโดนทำร้าย ของกินมากมายที่วางอยู่ก็โดนพวกมันหยิบฉวยไปใสปากอย่างหน้าตาเฉย แถมบางอย่างมันกัดไปคำเดียวก็คายทิ้ง ไม่ก็ปาใส่หน้าคนขายเล่นอย่างสนุกสนาน ข้าวของเครื่องประดับสวย ๆ ก็โดนมันหยิบใส่ในเสื้อไปหน้าด้าน ๆ ใครแสดงท่าทางไม่พอใจก็จะโดนพังข้างของเสียหาย พวกชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัวจนตัวสั่น เมืองแห่งนี้ใช่ว่าไม่มีเ้าเมือง หรือทหารคอยดูแลความสงบ เพียงอำนาจของพรรคมารที่ค้ำคอเ้าพวกนี้อยู่ ทำให้ไม่มีใครกล้าสอดมือเข้ามายุ่ง
"เมืองนี้มันอะไรกันวะ มีแต่ของห่วย ๆ น่าเบื่อเป็บ้า"
"เอาน่าศิษย์พี่ก็ยังดีกว่าเจอแต่ป่าแต่เขาแหละน่า อดทนเอาหน่อยเดี๋ยวก็คงได้กลับแล้ว"
"โถ่โว้ยยยย..! ทำไมถึงต้องเป็ข้าด้วยก็ไม่รู้ ลูกศิษย์ในสำนักก็เยอะแยะ"
เสียงของพวกมัน หนึ่งในสี่คนเอะอะโวยวายเสียงดัง แถมใช้เท้าเตะข้าวเตะของขายชาวบ้านที่วางอยู่บนพื้นจนกระจายเกลื่อนถนน สองแม่ลูกชาวบ้านรีบพุ่งมาเก็บใส่ตะกร้าอย่างรวดเร็ว ทีแรกพวกมันทั้งสี่ก็คิดจะเดินผ่านไป แต่ทว่า…หนึ่งในพวกมันดันสังเกตเห็นใบหน้าของเด็กสาวที่กำลังโกยของเข้าตะกร้าเสียก่อน
"ศิษย์พี่ ๆ อย่าพึ่งไป ท่านลองดูนังเด็กคนนี้ก่อนหน้าตาจิ้มลิ้มใช้ได้เลย ไหน ๆ ท่านก็เบื่อ ๆ อยู่ไยไม่ลองหาอะไรสนุก ๆ ทำฆ่าเวลาเล่า" พอศิษย์น้องของมันร้องทัก เ้าศิษย์พี่ผู้ที่โวยวายพังข้าวของจึงหยุดดูตามที่มันบอก "ไหน ๆ ขอข้าดูหน่อย…โอ้ ใช้ได้เลยนี่ หน้าตาน่ารัก จริง ๆ ด้วย ถูกใจข้ายิ่งนัก ั้แ่ก่อนออกเดินทาง ข้าก็ไม่ได้ไปหอนางโลมมานานแล้วด้วย ได้มาระบายสุขที่นี่ก็ไม่เลว.." เ้าศิษย์พี่ผู้นั้นมองลูกสาวชาวบ้านด้วยแววตาลามก พร้อมกับเอามือลูบคาง พอแม่ของเด็กสาวได้ยินเช่นนั้นนางก็รีบพุ่งมาขวาง พร้อมอ้อนวอนไม่ให้พวกมันยุ่งกับลูกสาวนางทันที แต่ผลที่ได้ก็คือนางโดนถีบกระเด็น "ท่านแม่…!" เด็กสาวร้องเสียงหลง และกำลังจะรีบเข้าไปดูอาการของแม่นาง แต่นางก็โดนพวกมันจับข้อมือเอาไว้เสียก่อน "ปล่อยข้านะ..! ไอ้พวกสารเลว ปล่อยซิ" เด็กสาวทั้งร้อง ทั้งดีดดิ้นขัดขืนสุดแรงแต่ก็หาสู้แรงพวกมันได้ไม่
"ไม่ต้องขัดขืนไปหรอกน้องสาว มาสนุกกับพวกพี่ดีกว่า แม่ของเ้าไม่เป็อะไรหรอก ข้ารับรองว่าจะจ่ายค่าตัวให้เ้าอย่างงามเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า" หนึ่งในพวกมันกล่าวขึ้นราวกับ นางเป็ของซื้อของขาย หรือเป็หญิงสาวที่ขายตัวอยู่ในหอนางโลม "ช่วยด้วย..! ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย…!!" เด็กสาวน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม พร้อมส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ นางกวาดตามองไปรอบ ๆ แต่ก็มิมีผู้ใดกล้าสอดมือยุ่ง
หากเป็ชาวบ้านไร้วรยุทธ์ก็ยังพอเข้าใจได้ว่าพวกมันคงไม่อาจสู้กับ ชายสี่คนนี้ แต่ที่น่าเศร้าคือ ผู้คนที่เด็กสาวมองขอความช่วยเหลือดันมีชาวยุทธ์ที่พกดาบ พกกระบี่อยู่ด้วย พวกมันก็น่าจะพอมีฝีมืออยู่ไม่น้อย แต่พวกมันกลับเมินเฉยไม่กล้าสอดมือยุ่ง เพราะเกรงกลัวบารมีของพรรคมาร เด็กสาวจึงเหมือนจะสิ้นหวังเป็อย่างมาก เ้าสี่คนหัวร่อ เสียงดัง และ แย้มยิ้มอย่างมีความสุข พวกมันคงจะฉุดเด็กสาวไปในที่ลับหูลับตาคนเพื่อทำมิดีมิร้ายเป็แน่
แต่ยังมิทันได้เดินไปไหนไกล หนึ่งในพวกมันก็เดินไปชนเข้ากับใครบางคนเข้าเสียก่อน "แกเป็ใครวะ? ไม่มีตาหรือไงถึงได้เดินมาชนข้า ไม่รู้รึว่าพวกข้าเป็ใคร" มันส่งเสียงดังเอะอะโวยวายด้วยความหัวเสียทันที
"ข้าย่อมรู้อยู่แล้วพี่ชาย ว่าพวกเ้าเป็ใคร เป็สวะปลายแถวของพวกพรรคมารใช่หรือไม่" เสียงของเด็กหนุ่มสวมหมวกกุ้ยเล้ย (หมวกไม้ไผ่สานทรงแหลม) ในชุดหนังหมาป่าสีน้ำตาลเอ่ยขึ้น ยิ่งเห็นท่าทาง กับวาจาของเด็กหนุ่มคนนี้พวกมันก็ยิ่งทวีความโกรธเป็หลายเท่า หนึ่งในพวกมันปล่อยมือเด็กสาวก่อนจะเตรียมชักกระบี่ออกจากฝักเพื่อปลิดชีพเ้าเด็กโอหังผู้นี้ แต่ทว่า..สายตาคู่นึงของหนึ่งพวกมันก็พลันสังเกตเห็นกระบี่ประหลาดสีขาวขุ่นที่เด็กหนุ่มสะพายอยู่กลางหลัง "ช้าก่อนศิษย์พี่.! ดูนั้น.! หรือว่า เ้าเด็กหนุ่มคนนี้จะเป็…." มันกล่าวด้วยท่าทางใพร้อมชี้นิ้วมายังกระบี่เล่มใหญ่ในฝักของเด็กหนุ่ม
จากนั้นพวกมันที่เหลือก็หน้าถอดสีไปตาม ๆ กัน "ใช่แล้วต้องเป็ไอ้เด็กนี้ไม่ผิดแน่ คนที่พวกเรามาตามหา"
"มาตามหาข้าเหมือนเ้าพวกนั้นอีกแล้ว ข้าว่าข้าก็ไม่เคยรู้จักพวกเ้านะ" เด็กหนุ่มกล่าวขึ้นพร้อมด้วยรอยยิ้มยียวน
"เหมือนเ้าพวกนั้น.? หรือว่าเ้าทำอะไรกับพี่น้องของเรา.!!"
"ข้าทำอันใดกับพวกมันงั้นรึ? นั้นนะสิ ข้าเองก็จำไม่ได้เหมือนกัน เอาเป็ว่าถ้าพวกเ้าอยากรู้นักละก็ไม่ไปลองถามพวกมันที่อยู่ในปรโลกเล่า…"
พอเด็กหนุ่มกล่าวจบ สีหน้าของพวกมันทั้งสี่ก็แดงก่ำด้วยความเดือดดาลจนถึงขีดสุด กระบี่กลางหลังถูกชักออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ยังมิทันที่จะพ้นจากฝักร่างของคนทั้งสามก็กระเด็นปลิวลอยไปไกลหลายลี้ ก่อนจะร่วงลงมากระแทกพื้นกระอักเืนอนแน่นิ่ง ภาพที่ทุกคนโดยรอบเห็นก็คือเด็กหนุ่มผู้นั้นปล่อยหมัดออกมาอย่างรวดเร็ว หากเป็ผู้ไร้วรยุทธ์ก็คงมองเห็นเป็แค่หนึ่งหมัด แต่ในความเป็จริงมีถึงสามหมัดต่างหาก
ชายหนุ่มคนสุดท้ายของสำนักเก้าัปราบธรรมะถึงกับอ้าปากค้าง ตาเบิกกว้างยืนตัวแข็งทื่อ จนฉี่มันแทบจะราดรดกางเกงออกมาอยู่แล้ว แล้วเหตุใดมันถึงยังรอดอยู่เล่า? เด็กหนุ่มผู้นี้ชกพลาดกระนั้นรึ? หาได้เป็เช่นนั้นไม่ มันจงใจต่างหาก "เ้าจงเร่งเอาเื่นี้ไปแจ้งแก่ศิษย์พี่ หลู่อิงฉานของเ้า ว่าข้า ฉินฟง จะรอท้าประลองกับมันอยู่ที่นี่ ตรงนี้ หากครึ่งก้านธูปมันยังไม่โผล่หัวมา มันก็คือลูกเต่า จงรีบไป..!!" ฉินฟงตวาดเสียงดังใส่หน้าของเ้าศิษย์ผู้นั้นจนมันล้มเซก้นจ้ำเบ้าก่อนที่จะรีบยันตัวลุกขึ้น และวิ่งหางจุกตูดกลับไปบอกเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้หลู่อิงฉานรับรู้
แท้จริงแล้วฉินฟงนั้นแอบสะกดรอยพวกหลู่อิงฉานมาั้แ่ตอนที่พวกมันเข้ามาเมืองแล้ว และแน่นอนมันได้เห็น เสี้ยวอี้หลาน หญิงสาวที่มันเคยแอบชอบ เมื่อครั้งตอนอยู่ในสำนักเก้าัเดิมด้วยเช่นกัน..
จบบทที่ 23
บทต่อไป การท้าประลองของเด็กหนุ่มนิรนาม กับ คุณชาย หลู่อิงฉานผู้แข็งแกร่ง