บทที่๒ กระบี่
หนิงหลงออกมาจากถ้ำก็เป็เวลาพลบค่ำพอดีเมื่อกลับไปถึงกระท่อมน้อยเวลาก็เป็่งานเลี้ยงของตึกหลัก หนิงหลงตอนแรกคาดการณ์ว่าแขกสองคนจากสำนักัซ่อนจะต้องถูกสองพ่อลูกตระกูลเส้าดึงดันขอให้พักร่วมนั้นถือได้ว่าแม่นยำพอสมควรที่เดียว
หนิงหลงเมื่อกลับมาก็ผลัดเปลี่ยนชุดเป็สีดำสนิทหนิงหลงด้วยสถานะแล้วแม้มันจะหายไปคนตระกูลเส้าก็หาได้สนใจมันไม่ อย่างมากสิ่งที่พวกมันคิดก็คือหนิงหลงออกไปเที่ยวเล่นนอกเมืองเท่านั้นยิ่งวันนี้เป็วันสำคัญของพวกมัน หนำซ้ำเ้าตึกยังกำชับมันไม่ให้ออกไม่ด้านหน้าใครเล่าจะคิดว่ามันจะไป
หนิงหลงค่อยๆจดจำเส้นทางจากแบบสร้างไม่นานชายหนุ่มก็จดจำเส้นทางได้เกือบหมด และเมื่อจดจำได้ดังนั้นหนิงหลงก็รีบทะยานไปที่คอกม้าทันทีเมื่อไปถึงคอกม้าหนิงหลงก็มองหาพื้นหินแผ่นหนึ่งที่ระบุไว้ตามแบบสร้างชายหนุ่มกดจุดนูนตามที่ระบุไว้เมื่อกดจุดสุดท้ายเสร็จสิ้นแผ่นหินก็แยกออกจากกันตามรอยที่ตอนแรกคิดว่าเป็ลวดลายของแผ่นหินนั่น
หนิงหลงเดินเข้าไปก็ทำการปิดแผ่นหินลงทั้งนี้เพราะมันสามารถเปิดจากด้านในได้นั่นเองหนิงหลงเดินตามทางแคบๆไปก็พบว่ามีทางแยกออกไปหลากหลายทางหนิงหลงทบทวนครู่หนึ่งก่อนจะแยกไปที่ทางที่สามจากซ้ายอันเป็เส้นทางไปที่ด้านล่างของห้องรับแขกอันเป็จุดที่มีงานเลี้ยงต้อนรับเมื่อเข้ามาก็เริ่มได้ยินเสียงพูดคุยกันหนาหูขึ้นเรื่อยๆหนิงหลงค่อยๆก้าวเท้าอย่างแ่เบาจนสุดท้ายก็มาโผล่ที่กำแพงด้านหลังที่นั่งหลักของเส้าชิงหง
#ที่แท้กำแพงด้านหลังเ้างูเฒ่าเป็กำแพงสองชั้น#หนิงหลงคิดในใจพร้อมทั้งสอดส่องสายตามองไปที่ห้องโถงอันมีการฟ้อนรำจากหอหญิงงามเมืองกลุ่มหนึ่ง
ในลานห้องนั้นแบ่งแยกออกเป็สามฝั่งด้านซ้ายมีโต๊ะทั้งหมดหกตัว ซึ่งประกอบด้วยสี่ผู้าุโ บุตรคนโตเส้าจูิบุตรคนรองเส้าติงฮ่วยด้านขวาเป็ชายสูงอายุคนหนึ่งและชายหนุ่มหน้าตาดีวัยประมาณสามสิบอีกผู้หนึ่งดูจากชุดแล้วน่าจะมาจากสำนักัซ่อน พวกมันทั้งสองในสายตาหนิงหลงนับว่าวางตัวได้ดดีทีเดียวนอกจากนี้ด้านขวายังมีอีกสามคนคือ บุตรคนที่สี่เส้าเทียนภรรยาหลวงเส้าชิงหงเส้าอิงสู ภรรยารองเส้าอิงเว่ย ส่วนด้านสุดท้ายคือตรงกลางที่หันหลังให้หนิงหลงตอนนี้ด้านนี้มีเพียงเส้าชิงหงเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่ราวกับประธานของงานเลี้ยงในค่ำคืน
“ฮ่าๆๆๆการแสดงของเมืองยวู่เชิงนับว่าอ่อนช้อยสมคำร่ำรือ”ชายวัยกลางคนหัวร่อร่าพร้อมทั้งยกจอกสุราดื่ม
“ได้รับคำชมจากผู้สูงส่งหลิวทงนางงามเมืองเหล่านี้นับว่าเกิดมามีวาสนาแล้ว” ผู้าุโสองพูดขึ้นยิ้มๆ
“ฮ่าๆท่านอาจารย์หลิวทงนับว่าตาแหลมยิ่งนักไป๋เฉียวนับเป็นางงามเมืองที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองยวู่เชิงท่านอาจารย์หลิวทงพอใจเช่นนี้ข้าว่า…” เส้าชิงหงเบือนตามาที่ผู้นำการแสดงที่มีใบหน้างดงามทันที“ไป๋เฉียว คืนนี้อยู่เป็เพื่อนท่านอาจารย์หลิวทงนับว่าเป็วาสนาของเ้าแล้ว”
“เ้าค่ะ” นางรับคำก่อนจะค่อยๆถอยกายไปนั่งข้างๆชายแก่ที่จดจ้องนางมาตลอดเวลา
“ฮ่าๆๆท่านเ้าตึกนับว่ารู้ใจข้าหลิวทงยิ่งนัก อา…หลันเจี๋ยศิษย์ข้าผู้นี้คืนนี้นอนเหงาคนเดียวคงไม่ดีนักหวังว่าท่านเ้าตึกจะพอหาเพื่อนคุยให้มันได้” หลิวทงพูดยิ้มแย้มพลันมองไปยังชายหนุ่มวัยสามสิบอีกคน
“โอย่อมมีแน่ หนันเหลียงออกมา”สิ้นคำของมันหญิงหน้าตาดีอีกคนก็ค่อยๆปรากฏมาจากอีกมุมของห้องนางเป็สาวรับใช้ของภรรยาเส้าชิงหง หนิงหลงรู้ดีว่านางเป็คนรักของเส้าเทียนแต่ด้วยศักดิ์ฐานะที่เป็เด็กรับใชเส้าเทียนจึงไม่อาจเปิดเผยได้หนิงหลงรับรู้เื่ราวก็เพราะว่าพบพวกมันแอบพลอดรักกันที่ป่าด้านหลังบ่อยครั้งการที่ถูกเรียกมาเป็นางบำเรอแขกเช่นนี้แน่นอนว่าเส้าเทียนย่อมไม่พอใจ หนิงหลงเปลี่ยนสายตาไปมองเส้าเทียนก็เห็นใบหน้าแดงดำเขียวของมันอย่างชัดเจนมันจดจ้องหนันเหลียงคล้ายจะเอ่ยวาจาแต่ก็ได้แต่เงียบหงัน
“หนันเหลียงไปนั่งใกล้ๆคุณชายหลันเจี๋ยเถอะ”สิ้นคำสั่งหนันเหลียงก็เก้ๆกังๆอยู่พักหนึ่งก่อนจะโดนเส้าชิงหงย้ำด้วยแววตาขมวดถึงยอมไป
“ฮ่าๆๆกริยาเช่นนี้นับว่าถูกใจข้านัก” หลันเจี๋ยร้องมาใบหน้าของมันจดจ้องหนันเหลียงราวกับจะกลืนกิน เส้าเทียนได้แต่จดจ้องมองมันกัดฟันกรอดใหญ่ก่อนจะเบือนหน้าหนี หารกระทำของมันหนิงหลงสังเกตอยู่ก็แอบสะใจ
#เฮอะเป็ตัวราคะทั้งศิษย์อาจารย์ ถึงกับกล้าของเื่เช่นนี้ต่อหน้าคนอื่นพวกมันเข้าไปเป็ศิษย์ของสำนักัซ่อนได้เช่นไร ผู้นำนับว่าโง่เง่ายิ่งนัก#
“ประเสริฐ” าุโสี่เอ่ยคำก่อนจะผายมือมาที่เส้าจูิก่อนจะกล่าวต่อ “ท่านอาจารย์หลิวทงเส้าจูิหลานข้าคนนี้เป็ศิษย์สำนักผาทลายฟ้าสาขาเมืองจันทร์สมุทรตอนนี้อยู่ในชั้นปราณก่อตั้งขั้นสิบ อีกไม่เกินสองปีก็คงบรรลุปรานสรรพธาตุได้ข้าได้ยินว่าที่เมืองหลวงมีสัตว์อสูรพันธสัญญาชั้นสูงมากมายหากบรรลุแล้วหวังว่าจะได้รับคำชี้แนะจากท่านอาจารย์หลิวทงเลือกหาสัตว์อสูรพันธสัญญาดีๆแก่มัน รวมกับรับมันเป็ศิษย์ที่สำนักัซ่อน”พูดจบเส้าจูิก็ยกมือขึ้นกล่าวเสียงดัง
“รบกวนท่านอาจารย์หลิวทงแล้ว!”
“แน่นอนว่าเื่นั้นไม่มีปัญหาอย่างไรเสียถ้าหากพวกท่านให้ผลึกแก้วอสูรชั้นฟ้ากับข้าหลิวทงได้ยี่สิบชั่งต่อให้หลานพวกท่านสิบคน ยี่สิบคน ข้าหลิวทงย่อมสั่งสอนได้ไม่ใช่ปัญหา” เมื่อได้ยินเช่นนั้นเส้าชิงหงพลันสบตาาุโทั้งสี่อย่างพร้อมเพรียงกัน
“ท่านอาจารย์หลิวทง…จริงๆแล้วเื่นั้นไม่ใช่ปัญหาอันที่จริงแล้วที่พวกข้าเชิญท่านมาในวันนี้เพราะ้ารบกวนท่านเื่หนึ่ง” าุโหนึ่งผู้เป็น้องชายแท้ๆของบิดาเส้าชิงหงพูดขึ้น
“เื่อันใด”
“ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา…พวกข้ามิอาจะสกัดผลึกแก้วอสูรออกมาได้เลย”สิ้นคำใบหน้าของหลิวทงพลันเปลี่ยนสี
“บัดซบ!เราหลิวทงมอบเงินทอง สรรพโอสถให้กับพวกเ้ามากมายนึกว่าเชิญมาครั้งนี้จะได้รับฟังข่าวดีกลับต้องมาฟังพวกเ้าพ่นวาจาน่าบัดซบเช่นนี้ ให้ตายเถอะ!” มันด่าทอเสียงดังลั่นมาขวาที่ถือจอกเหล้าไว้พลันบีบแรงจนแก้แหลกคามือ
“ท่านอาจารย์หลิวฟังก่อน” เส้าชิงหงเอ่ยเรียบๆมันพอจะเดาสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้ได้อยู่ก่อนจึงวางตัวสงบได้ “ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะว่าในถ้ำใต้น้ำตกนั้นมีดวงไฟประหลาดทุกครั้งที่พวกเราส่งคนไปที่นั่นย่อมต้องถูกมันทำร้ายตกตายไปหมดทุกทีไม่เว้นแม้แต่บิดาข้าเส้ากัง” เส้าชิงหงค่อยๆพูดขึ้นแววตามันหลบต่ำคล้ายนึกถึงบิดาตนเอง
#ที่แท้าุโใหญ่ที่หายสาบสูญไปก็ตายไปแล้วมันเป็ถึงผู้บรรลุลมปราณชั้นปฐีขั้นสิบยังต้องตกตายเชียนเอ๋อร์ฝีมืออยู่ขั้นไหนกันแน่นะ#
“ที่แท้ท่านเ้าตึกประสงค์ให้ข้าจัดการณ์ปัญหานี่” หลิวทงถามคำ ใบหน้าของมันจ้องมองมาที่เส้าชิงหงอย่างมีสาระสำคัญ
“แสงสีฟ้านี่ข้าคิดว่ามันเป็สัตว์อสูรของภรรยาข้าหนิงเยว่นับั้แ่นางตายไปก็ไม่เคยมีผู้ใดเข้าใกล้บริเวณหน้าถ้ำนั้นได้อีกเลยอย่างไรเสียที่เมืองยวู่เชิงไม่เคยปรากฏสัตว์อสูรชนชั้นสูงกว่าปรานฟ้ามาก่อนข้าว่าแสงสีฟ้านี่อย่างมากก็คงเป็สัตว์อสูรชั้นปราณฟ้าแน่นอน” เมื่อได้ยินเส้าชิงหงเรียกมารดาตนว่าภรรยาเส้าอิงสุยเส้าอิงเว่ยก็มองแวบมาที่สามีตน แววตาเกิดความริษยาสายหนึ่งหนิงหลงเองก็หัวใจกระตุก ในมือของมันกำหมัดแน่น
#ไอ้ตัวบัดซบที่แท้มันคิดบังอาจล่วงเกินท่านแม่ถึงเพียงนี้ให้ตายเถอะต่อหน้าข้าเรียกนางว่าอาจารย์ผู้มีพระคุณ ที่แท้กลับชั่วช้าหวังเฮอะ ถ้าไม่ได้เชียนเอ๋อร์ป่านนี้ข้าคงเป็ตัวโง่งมตัวหนึ่ง#ชายหนุ่มเมื่อคิดเสร็จเสียอันไพเราะของหญิงสาวก็ดังขึ้นในความคิดทันที
“ฮึ…หลงน้อย กำหนดการเต้นของหัวใจเ้าลงไปเดี๋ยวนี้แม้พวกมันจะจับััพลังเ้าไม้ได้แต่ถ้าหัวใจเต้นแรงไปมากกว่านี้พวกัซ่อนนั้นต้องได้ยินแน่”
#เอ่…เชียนเอ๋อร์นั่นท่านหรอ…นี่ท่านอยู่ในหัวข้ามานานแค่ไหนแล้วเนี้ย#
“ก็สักครึ่งชั่วยามก็เ้ามันตัวโง่งมเราเทพธิดาก็ต้องเข้ามาสอดส่องเป็ระยะๆอยู่แล้วถ้าปล่อยเ้าคนเดียวเ้าคงต้องตายในอีกสองร้อยลมหายใจ”
#...#
“ประเสริฐจำไว้อย่าให้หัวใจของเ้าตื่นเต้นมากเกินไป เพราะหลังจากนี้เราเทพธิดาจะเข้านอนไม่อาจมาสอดส่องจิตใจของเ้าได้อีกเฮอะช่างอ่อนด้อยนัก” นางเอ่ยต่อพร้อมกับหาวฟอดใหญ่
“เออนี้เ้าเส้าชิงหงมันเคยคิดวางยาท่านพี่ด้วยแหละแต่ดีที่นางโดนพิษที่รุนแรงอยู่ก่อนแล้วยาสลบและยาราคะเ่าั้จึงไม่มีผลใดไม่เช่นนั้น…เ้าอาจจะต้องเรียกเ้าโจรนี่ว่าบิดา…อ่า…และที่ท่านพี่แม้รับรู้เื่นี้แต่ก็ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ก็เพราะว่ากลัวจะเกิดการต่อสู้ล้างแค้นจนถ้ำใต้น้ำตกถล่มไปแล้วตัวเ้าและเราเทพธิดาจะเป็อันตราย ด้วยเหตุนี้จึงได้แต่สงบปากและรักษาระยะห่างไว้เท่านั้น” สิ้นคำของนางหนิงหลงก็ประทุโทสะสุดขีดแต่อย่างไรเสียมันก็ต้องอัดอั้นสงบความคิดลงเพราะเกรงอันตราย
#หนอยเชียนเอ๋อร์ดันมาเล่าเื่นี้ได้ถูกที่ถูกเวลาจริงๆให้ตายเถอะ!กลับไปข้าสัญญาว่าจะต้องกดขี่ข่มเหงท่านด้วยท่วงท่าที่อับอายที่สุด!!# หนิงหลงสบถเดือดในใจ
“…การสงบจิตใจนับเป็หนึ่งในการฝึกวิชากระบี่ห้วงจักรวาล…คิกคิก”เสียงอันไพเราะตอบกลับพร้อมเสียงหัวเราะเล็กๆ “อ่า…ท่าที่น่าอับอายที่สุดงั้นหรือ…งั้นเราผู้งดงามจะ…รอ…นะ”ว่าแล้วการติดต่อก็หายวับไป
“!#$%^&*()_!@#$%^&*()”หนิงหลงเมื่อได้ยินโทสะเมื่อครู่พลันสลายหายไปสิ้น นับว่าการหยอกเย้าเมื่อครู่ของมันและเทพธิดาสาวสมควรเป็มันที่ปราชัย
“ที่แท้เื่ราวเป็เช่นนี้” หลิวทงตัดขึ้นมือขวาของมันค่อยๆเช็ดคราบสุราออกด้วยผ้าผืนหนึ่งที่นางงามเมืองไป๋เฉียวยื่นให้“ถ้ามีปัญหาแค่นี้ ได้ข้าหลิวทงจะขจัดเ้าแสงสีฟ้านี้ให้” ว่าแล้วมันก็จ้องมองเส้าชิงหงอยู่อึดใจหนึ่ง “แต่ว่า…ผลึกแก้วอสูรจะต้องมอบต่อเราหลิวทงครึ่งหนึ่ง”จบคำตระกูลเส้าทุกคนต่างอุทานคำโตไม่เว้นแม้แต่เส้าชิงหงที่คิดว่ามันจะต่อรองอยู่ก่อนแต่ไม่นึกจะต่อรองมากขนาดนี้
“เหลวไหล!ถ้ำใต้น้ำตกเป็ของตกทอดตระกูลเส้ามาแล้วนับพันๆปีเ้าเป็คนนอกจะมาเอาผลึกแก้วอสูรไปมากมายขนาดนี้ได้เช่นไร”ผู้าุโหนึ่งเดือดดาล
“เฮอะเ้าคิดว่าแค่ลมปราณชั้นฟ้ากับชั้นเซียนขั้นกลางสองคนเราตระกูลเส้าไม่มีปัญญาหาคนมาช่วยเหลืองั้นหรือเฮอะแค่เพียงผลึกแก้วอสูรห้าสิบชั่งก็เพียงพอสำหรับเรียกใช้งานแล้ว” าุโสามเสริมต่อ มีเพียงเส้าชิงหง าุโสอง าุโสี่เท่านั้นที่สงบคำ
“ฮ่าๆแน่นอนผลึกแก้วอสูรเพียงห้าสิบชั่งก็นับว่าเป็ค่าจ้างอันมหาสารแล้ว แต่ว่า…” หลิวทงเอ่ยวาจายิ้มแย้มพร้อมมองมาที่เส้าชิงหงอย่างมีนัย “การเหมืองผลึกแก้วอสูรปกติแล้วไม่นับว่ามีความผิดถ้าหากเหมืองนั้นเป็ผลึกแก้วอสูรชั้นฟ้าลงมาแน่นอนนั่นย่อมถือได้ว่าเป็สมบัติที่ประเมิณค่ามิได้ของคนคนนั้น ทว่า…”หลิวทงเว้นระยะก่อนจะมองมาที่าุโหนึ่งและาุโสามที่เหมือนจะไม่รู้เื่ราวทั้งหมด
“เหมืองผลึกแก้วอสูรของตระกูลเส้าแท้จริงแล้วมีผลึกแก้วอสูรชนชั้น‘โลกะ’ อยู่ การเมืองที่มีผลึกอสูรชนชั้นโลกะขึ้นไปหากไม่ใช่ชนชั้นอ๋องและละก็จำเป็จะต้องแจ้งต่อราชวงศ์และทำการปันส่วนตกเป็ของอาณาจักรกึ่งหนึ่งทั้งนี้เพราะต้องกการป้องกันพวกชนชั้นสามัญทั้งหลายใช้วัตถุดิบอันเลอค่าเพิ่มพูนพลังในตระกูลจนก่อฏเฮอะ พวกเ้ารู้เื่หมืองนี่มามากกว่าสิบเจ็ดปี ฮ่าๆถ้าทางการรู้เข้าแน่ใจหรือว่าจะไม่ถูกปะาเจ็ดชั่วโคตร ฮ่าๆๆเส้าชิงหงเ้าบอกข้าเองไม่ใช่หรือ ฮ่าๆๆ”สิ้นคำตระกูลเส้าทั้งหมดต่างเปลี่ยนสีราวซากศพ
#ที่แท้ก็เพราะเตียงนอนของท่านแม่นี่เองเฮอะโลภมากลาภหายโดยแท้# หนิงหลงผู้เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่คิดในใจแม้ในตอนแรกมันจะรู้เื่นี้แต่ว่าชายหนุ่มก็หารู้เื่กฎหมายบ้านเมืองเช่นนี้ไม่ดังนั้นเื่นี้นับว่าเป็เื่ราวใหม่แก่ตัวมัน
“เอาอย่างไรเล่าเส้าชิงหงเ้าจะจ้างใครก็ได้ในโลกนี้ แต่ถ้าไม่ใช่ข้าความลับนี้ย่อมต้งเอ่ยต่อ ฮ่าๆๆ ยกเว้นว่าตระกูลพวกเ้าจะมีคนที่เอาชนะข้าได้ฮ่าๆๆ”
ในคืนนั้นสุดท้ายเส้าชิงหงก็ต้องจำใจตกลงข้อเสนอไปหนิงหลงเมื่อรับฟังเื่ราวเข้าใจในใจบังเกิดสมน้ำหน้าพวกตระกูลเส้าแต่ถึงอย่างนั้นเื่นี้กระทบกับหนิงเชียนชายหนุ่มจึงรีบเร่งกลับไปที่ถ้ำน้ำตกในคืนนั้นเลย
“งั้นหรือที่แท้พวกมัน้าเหมืองเฮอะปล่อยพวกมันมาเราเทพธิดาจะสังหารมันด้วยฝ่ามือเดียวในหนึ่งลมหายใจ” หนิงเชียนเอ่ยเรียบๆโดยไม่สนใจนักนางซบลงที่ตักของหนิงหลงอย่างซึมเซาสำหรับการโดนปลุกกลางดึกเช่นนี้
“ปราณชนชั้นเซียนขั้นกลางท่านจะเอ่ยวาจาล้อเล่นเช่นนี้ไม่ได้”หนิงหลงโต้ตอบอย่างเป็กังวล เพราะลมปราณชั้นเซียนนั้น นับว่าเป็ลมปราณชนชั้นสูงส่งที่ยากหาผู้ต่อกรเป็รองเพียงปราณชนชั้นเทวะของเหล่าราชวงศ์เท่านั้น สำหรับคนปกติแล้วแม้จะฝึกยูทธตลอดเวลา บางคนมันก็เป็เพียงแค่ฝันตื่นหนึ่ง หลิวทงท่าทางแม้จะอายุเพียงหกสิบกว่าปีแต่แน่นอนว่าแท้จริงแล้วอายุของมันย่อมต้องสูงวัยกว่าแปดสิบที่ดูเยาว์วัยลงยี่สิบปีนั้นก็เพราะว่าพลังปราณชนชั้นเซียนนอกจากนี้แล้วการที่หลิวทงบรรลุชนชั้นเซียนได้ในวัยแปดสิบนับว่าเป็อัจฉริยะผู้หนึ่งอีกทั้งยังเป็เซียนขั้นกลาง สำหรับคนที่ไม่ใช่เชื้อพระวงศ์หลิวทงนับเป็หนึ่งในล้านคน
“เฮอะแค่ปราณชนชั้นเซียนตัวหนึ่ง ทำไมเ้าต้องหวาดกลัวด้วยเล่าไม่สมกับเป็สามีเราเทพธิดาผู้งดงามเลย”นางตอบพร้อมยกใบหน้าสวยขึ้นมาจากตักชายหนุ่มใบหน้างดงามจดจ้องห่างไปเพียงหนึ่งฝ่ามือ “ฮิฮิ เอาเป็ว่าถ้าหลิวทังหลิวทงอะไรนั่นมาถึงที่นี่เราเทพธิดาจะสังหารมันเองสามีอย่าได้เกรงไป ตอนนี้สามีต้องกระทำเื่หนึ่งก่อน”
“…เื่อันใด?...”
“ก็…ข่ม…เหง…เราเทพธิดา…ด้วยท่าทาง…ที่อับอาย….”
“!@#$%^&*())!!@#$%^&*(@#$%^&*(@#$%^&*()@#$%^&*(@#$%^&*()*&^%$$%^&*(”
ครึ่งปีต่อมาตอนนี้เื่ราวยังคงปกติสุขทั้งนี้เพราะหลิวทงถูกเ้าสำนักัซ่อนเรียกตัวกลับไปเป็การด่วนหนิงหลงที่ติดตามเื่ราวคาดการณ์ว่าน่าจะเป็เพราะแผนการประลองเพื่อพิธีบวงสรวงเทพัวารีที่จัดขึ้นทุกๆยี่สิบปีด้วยเหตุนี้อาจารย์เชิงยุทธชั้นสูงทั้งหลายจึงต้องมุ่งหน้ากลับสำนักตนเองเพื่อฝึกฝนฝีมือให้พวกศิษย์รุ่นเยาว์เพื่อใช้ในการแข่งขัน
“หลงน้อยหลายวันที่ผ่านมาเ้าคิดเื่อันใดอยู่ เหตุใดหมองเศร้าเช่นนี้”เทพธิดาสาวถามขึ้นเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มนั่งสมาธิแบบไร้สติมาตลอดสองชั่วยาม
“ปกติท่านมักเข้ามาในหัวของข้าเหตุใดเื่ราวครั้งนี้กลับเป็ไม่สนใจ”
“เฮอะการเป็สามีภรรยาย่อมต้องมีพื้นที่ส่วนตัวการจะเข้าไปอยู่ในสมองโง่งมของเ้าตลอดเวลาเป็เื่ที่บั่นทอนปัญญาเราเทพธิดาที่สุด”
“…” #เพิ่งเข้าใจหรืออย่างไรแม่เทพธิดา#
“อันที่จริงข้ากำลังนึกถึงการประลองยุทธในพิธีบวงสรวงเทพัวารี” หนิงหลงค่อยๆเล่า “ปกติแล้วทุกๆเจ็ดสิบสองสำนักใหญ่และหนึ่งร้อยสี่สิบตระกูลใหญ่จะสามารถส่งตัวแทนเข้าไปประลองในพิธีบวงสรวงนี้ได้แต่ว่าสำหรับข้านั้น...ไม่มีสำนักสังกัดและไม่ใช่คนจากตระกูลใหญ่ย่อมไม่มีสิทธิ์ ดังนั้นข้าจึงคิดเื่นี้อยู่หลายวันว่าจะกระทำการใดดี”
“+0+…โอ…หลงน้อยมีเป้าหมายในมรรคายุทธ”หนิงเชียนเบิกตากว้างกับคำพูดของสามีตนเอง เทพธิดาสาวะโลงจากการลอยตัวเหนือศรีษะชายหนุ่มลงมาพร้อมนั่งจ้องหนิงหลงอย่างสนใจ“หลงน้อยเ้ามีแผนสนุกอะไร ไหนลองเล่าความเพ้อเจ้อของเ้าออกมาให้เราเทพธิดาฟัง”
“…” #______#
“ข้าเรียกมันว่าแผนแห่งการโกหก” หนิงหลงเล่าต่อพร้อมทั้งหันมามองใบหน้าหนิงเชียนที่งดงาม “แต่มันขึ้นอยู่กับท่านว่า…เชียนเอ๋อร์ิญญาของท่านถูกจองจำไว้ที่แหวนทมิฬใช่หรือไม่”
“…”
“เป็เช่นนั้นจริงๆหลายคืนก่อนข้าอ่านเจอว่าการแทรกจิตเป็หนึ่งในกลวิธีผูกจิตที่ใช้วัตถุทำสัญญาเป็สื่อในการพบกันครั้งแรกท่านััตัวข้าก่อนที่ข้าจะรู้ตัวแล้วซ่อนแหวนไว้จากนั้นอ้างว่าอ่านใจข้าได้จนหลงเชื่อ และนอกจากนั้นเมื่อพบกันอีกครั้งท่านก็วางอุบายใช้เื่การหลบซ่อนพลังเป็ข้ออ้างให้ข้าสวมแหวนตลอดเวลาทั้งนี้เพราะกลัวว่าข้าจะพบแหวนเข้าไม่วันใดก็วันหนึ่งดังนั้นการทำให้ข้ายอมรับนับว่าเป็วิธีที่ดีที่สุด”คำพูดของหนิงหลงสร้างปมสวยขึ้นระหว่างคิ้วงามของนาง
“เฮอะที่แท้แกล้งถอดแหวนไว้บนเตียงก็เพื่อสิ่งนี้นี่เอง”
“ใช่แล้ว” หนิงหลงตอบอย่างมีชัย “สิ่งที่ข้า้าทำง่ายดายเป็อย่างยิ่งนอกจากจะทำให้ข้ามีสังกัดแล้วนั้น เราจะได้ไปจากตระกูลเส้าสักที”
“อวู้…หลงน้อยเสริมสติปัญญาจากชนชั้นเดรัจฉานเป็ชนชั้นไพร่แล้ว…คิกๆวู้จากจะทำให้ข้ามีสังกัดแล้วนั้นเราจะได้ไปจากตระกูลเส้าสักทีข้าสวมแหวนตลอดเวลาทั้งนี้เพราะกลัวว่าข้าจะพบแหวนเข้าไม่วันใดก็วัน”
“=________=”
สองวันต่อมาที่ตึกตระกูลเส้าห้องคัมภีร์
หนิงหลงวันนี้ขึ้นเื่ว่า้าพบเส้าชิงหงมันอ้างว่าการขอพบครั้งนี้เป็เื่สำคัญจำเป็อย่างยยิ่งที่จะต้องพบปะและพูดคุยกับเส้าชิงหงเป็การส่วนตัว
“หนิงหลงเ้ามาแล้วหรือ”เส้าชิงหงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มก้าวเท้าผ่านประตูเข้ามามันในตอนนี้นั่งอยู่บนแท่นกำลังอ่านหนังสืออยู่
“คารวะท่านเ้าตึก” หนิงหลงก้มคารวะอย่างนอบน้อม
“เ้าบอกว่ามีเื่พูดคุยมีเื่อะไรงั้นหรือ”เส้าชิงหงถามเข้าเื่โดยไม่ละสายตาจากหนังสือที่มันอ่านแม้แต่น้อยราวกับว่าเื่การพูดคุยของหนิงหลงเป็ภาระที่ต้องตอบรับตามมารยาทเท่านั้น
“เื่นี้…เป็เื่ที่เกี่ยวข้องกับ…ท่าน…แม่” จบคำเส้าชิงหงก็เงยหน้ามองหนิงหลงแทบจะทันที
“แม่ของเ้า…ท่านอาจารย์ผู้มีพระคุณงั้นหรอ”
“ใช่…ก่อนท่านแม่ตาย…”ชายหนุ่มใบหน้าเศร้าสลดลงก่อนจะแข็งใจกล่าวต่อ “ท่านแม่ได้กล่าวถึงสิ่งของในถ้ำใต้น้ำตกไว้” เมื่อได้ยินว่าเป็เื่อันใดเส้าชิงหงก็ค่อยๆวางหนังสือลงสมาธิของมันจับจ้องอยู๋ที่หนิงหลงที่เดียว
“ท่านแม่พูดถึงเื่ราวของหยกแก้วอสูรชนชั้นปราณฟ้าและชนชั้นโลกะที่อยู่ภายในท่านบอกว่าที่นี่เป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเส้าท่านบอกว่าตอนที่ท่านบาทเจ็บสาหัสท่านมาพบกับบิดาของท่า ท่านาุโใหญ่ในตอนนั้นท่านแลกเปลี่ยนเคล็ดวิชาหมัดทองคำกับการช่วยเหลือของพวกท่านเมื่อท่านอาการทุเลาลงก็พบว่าที่ป่าด้านหลังมีกลิ่นอายพลังถูกปิดผนึกอยู่ท่านกล่าวว่าในถ้ำนั้นมีพลังปราณของผลึกแก้วอสูรเข้มข้นขั้นสูงอยู่ภายในจึงร้องขอกำลังในการขุดเจาะในตอนแรกพวกท่านกับผู้นำตระกูลรุ่นก่อนบอกว่าที่นั่นเป็ที่อยู่ของสัตว์อสูรอสรพิษวารีอันเป็สัตว์อสูรชนชั้นปราณฟ้าหาใช่เหมืองผลึกแก้วอสูรโบราณด้วยเหตุนี้ท่านแม่และท่านผู้าุโใหญ่จึงตกลงกันว่า หากเป็สัตว์อสูรอสรพิษวารีท่านแม่จะสกัดดวงจิตมันออกมาเพื่อให้ตระกูลเส้าใช้เป็สัตว์อสูญพันธสัญญาแต่ถ้าเป็เหมืองพวกท่านจะยกมันให้เป็ที่บำเพ็ญของท่านแม่”พูดถึงตอนนี้เส้าชิงหงรู้แล้วว่าเื่ที่หนิงหลงเล่ามาเป็เื่ที่หนิงเยว่พูดให้ฟังแน่นอนเพราะเื่นี้มันไม่เคยบอกเล่าถึงเลยแม้แต่น้อยแต่หารู้ไม่ว่าเื่ราวทั้งหมดล้วนเป็หนิงเชียนเล่าให้ฟัง
“…อย่างที่ทราบในตอนนี้ถ้ำใต้น้ำตกเป็ของท่านแม่”หนิงหลิงเอ่ยต่อด้วยสีหน้าอัดอั้นบางอย่าง ชายหนุ่มค่อยๆ ผายมือออกมา ทันใดนั้นดวงไฟสีน้ำเงินก็ลอยล่องออกมาเส้าชิงหงผู้ที่พบดวงไฟสีน้ำเงินสว่างน้พลันถอยหลังห่างไปโดยเร็วสองมือตั้งท่าโคจรพลังไอพลังของมันสีน้ำตาลเข้มบ่งบอกถึงชนชั้นของพลังปราณว่าเป็ปราณปฐี่ชั้นสูง
“ให้ตายเถอะหนิงหลงเ้ามีความเกี่ยวข้องอะไรกับเ้าลูกไฟนี้!!!” มันสบถลั่นแววตาจดจ้องที่ดวงไฟอย่างหวาดหวั่น หนิงหลงเมื่อเห็นท่าทีมันก็โบกไม้โบกมือพร้อมกับเก็บลูกไฟลงไปอย่างรวดเร็วท่าทีของในนั้นหาได้มีจิตคุกคามต่อเส้าชิงหงแต่อย่างใด
“ท่านเ้าตำหนักโปรดระงับอารมณ์ ดวงไฟนี้เป็ดวงจิตของเทพธิดาที่สิงสถิตท่านแม่ หาได้เป็ภัยอันใดนางเป็เพียงดวงจิตชั้นสูงดวงหนึ่งคอยปกป้องถ้ำใต้น้ำตกเสียเท่านั้น”
“ปกป้อง?เทพธิดา? หนิงหลงเ้ากล่าววาจาไร้สาระอันใด” เส้าชิงหงขมวดคิ้วสงสัยอย่างไม่วางใจ หนิงหลงจึงเหลือบซ้ายแลขวาอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ
“เรียนท่านเ้าตึกท่านแม่…ก่อนจากได้บอกเล่าเื่ราวสำคัญบางประการ…นางเล่าว่าก่อนหน้าที่จะได้พบกับตระกูลเส้าท่านแม่ได้ออกท่องทั่วล้าจนได้พบสมบัติลึกลับชิ้นหนึ่งสมบัติชิ้นนี้อายุมากมายไม่อาจประเมิณค่าได้ ภายในมีดวงจิตธาตุดวงหนึ่งสิงสถิตอยู่เมื่อท่านพบกับดวงจิตของเทพธิดาดวงนี้ดวงจิตได้ติดตามตัวท่านแม่และคอยชี้นำด้วยเหตุนี้พลังฝีมือและััรวมถึงองค์ความรู้ของท่านแม่จึงลึกล้ำไม่อาจประเมิณได้” น้ำเสียงของหนิงหลงมั่นคงชัดเจน เส้าหลงที่คิดตามก็เห็นว่าลักษณะของหนิงเยว่เป็ดังที่หนิงเชียนบอกกล่าวไว้ไม่ผิดแม้แต่นิดเดียว
“…หลังจากที่ท่านแม่สิ้นใจไปเทพธิดาองค์นี้ก็คอยปกปักรักษาถ้ำใต้น้ำตกไว้ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีผู้ใดกล่ำกลายเข้าไปด้านในของโถงถ้ำได้เลยแต่ว่าเมื่อสองวันก่อน…ข้าคิดถึงท่านแม่จึงได้ไปที่นั่นแม้ไม่ได้ย่างใกล้มาตลอดหลายปีข้าได้พบกับท่านเทพธิดา ท่านเทพธิดาเมื่อรับรู้ว่าข้าเป็สายเืของท่านแม่จึงยั้งมือและถ่ายโอนสำนึกมาตอนนี้นาง้าพบเจอกับท่านเ้าตึกเป็การส่วนตัว”สิ้นคำหนิงหลงเส้าชิงหงที่งงงวยก็พบกับดวงไฟเจิดจ้าสีน้ำเงินอีกครั้งดวงไฟลูกนั้นค่อยๆหมุนวนส่องสว่างจนก่อเกิดเป็ร่างของเทพธิดาองค์หนึ่งจริงๆร่างกายที่งดงามไร้ที่ติของหนิงเชียนบัดนี้ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งต่อหน้าบุรุษที่ไม่ใช่สามีตนเองใบหน้างามพักตร์หมดจรดราวกับหยกสลักปั้น คิ้วโค้งดุจขอบตะวันจมูกและริมฝีปากสะท้านทรวง นางร่อนลงเบื้องหน้าเส้าชิงหงที่ดูราวกับว่าถูก่ชิงลมหายใจไป
“เส้าชิงหง”น้ำเสียงอันไพเราะเกินกว่าที่จะเป็น้ำเสียงมนุษย์ร้องเรียกชื่อมันให้ตื่นจากภวังค์เส้าชิงหงแม้ไม่รู้ว่านางคืออะไรแต่ความงดงามนั้นก็สะท้านจนสองขาต้องอ่อนแรงคุกเข่าโดยไม่รู้ตัวมันมั่นใจมาตลอดสิบเจ็ดปีว่าหนิงเยว่คือสตรีที่งดงามที่สุดเท่าที่จะมีสตรีงดงามได้แต่สำหรับการพบเจอเทพธิดาเบื้องหน้าตน ยังกล่าวได้ว่าหนิงเยว่ยังด้อยกว้าห้าส่วน
“ท่าน…เทพธิดา”มันขานรับแม้ไม่รู้ว่าเป็เทพธิดาดังที่หนิงหลงบอกกล่าวหรือไม่แต่ในห้วงมโนสติก็ยากที่จะหาคำเปรียบเปรย
“…”เทพธิดาสาวไม่ตอบ นางจ้องมองมันอยู่ครู่หนึ่ง หนิงหลงที่คุกเข่าอยู่ข้างๆก็เอ่ยตัดขึ้นว่า
“ท่านเทพธิดาเรียกขานว่า‘หยางเอ๋อร์เยว่’ ท่านเ้าตึกอาจเรียกขานว่าหยางเยว่ก็ได้”
#หยางเอ๋อร์เยว่เฮอะสมองเ้าเล็กจริงๆหนิงหลง# เทพธิดาสาวนึกคิดในใจสำหรับชื่อนี้หญิงสาวหาได้พอใจแต่ก็ไม่อาจเอ่ยความ
“ท่านเทพธิดา…หยาง” เส้าชิงหงพูดติดๆขัดๆแต่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง
“เส้าชิงหงเราเทพธิดาอยากจะพบเ้ามาเนิ่นนานแล้ว”
“…”
“เ้าเลี้ยงดูหลงเอ๋อร์มานานหลายปีแม้ว่าศักดิ์ฐานะของมันจะถูกบั่นทอนหลังจากที่หนิงเยว่ตายไป แต่ก็นับว่ามีชีวิตอยู่ได้เพราะเ้าบุญคุณครั้งนี้เราเทพธิดาต้องตอบแทน”น้ำเสียงเทพธิดาสาวเย็นเยียบดูแตกต่างจากเวลาพูดคุยกับหนิงหลงอยู่ราวกับคนละคน
“เป็เื่…เล็กน้อยยิ่ง…” มันขานรับในใจบังเกิดคิดถึงห้วงริษยาต่างๆที่เคยมีต่อหนิงหลง หนิงเชียนเองก็พลันคิ้วกระตุกวูบหนึ่งเมื่อััเื่ราวที่มันคิดชั่วกับคนรักของตน
“เฮอะ เส้าชิงหงแม้เ้าจะเป็คนขั่วละโมบถึงผลึกแก้วอสูรชั้นปราณฟ้าอยู่บ้างแต่บุญคุณความเค้นที่สั่งสมกันมานับว่ามีวาสนาอยู่ส่วนหนึ่งดังนั้นเราเทพธิดา้าเจรจาเื่ราวบางประการ”
“…เื่ราว…ท่านเทพธิดาหยางเยว่โปรดเอ่ยวาจา แม้ตกตายหมื่นครั้งเส้าชิงหงไม่ขอปฏิเสธ”เมื่อได้ยินเสียงอันไพเราะจากสตรีผู้งดงามไอ้แก่ตัณหากลับไหนเล่าจะปฏิเสธลงหนิงหลงที่แอบมองดูพลันยิ้มมุมปากทีหนึ่ง
#ช่างง่ายดายหนิงหลงคาดการณ์แม่นยำ รู้ลึกตื่นหนาบางของเ้าโจรนี่ทะลุปรุโปร่งดีทีเดียว#
“หนิงหลงกับตระกูลเส้าสิบเจ็ดปีที่ผ่านมานับว่าชดใช้หนี้เสียกันครบถ้วนสมบูรณ์หนิงหลงเองไร้วาสนาถูกลูกชายของเ้าทำร้ายจนกลายเป็คนพิการแม้ว่าลูกชายของเ้าจะลงมือไปโดยพละการ แต่การที่เ้าไม่ลงโทษมันทั้งยังส่งมันไปที่ผาทลายฟ้าเมืองจันทร์สมุทรนับว่าเป็เื่ที่ไม่รู้จักดีชั่วสมควรถูกกลบฝังทั้งตระกูล” จบคำเส้าชิงหงกลืนน้ำลายอึกใหญ่เื่นี้น้อยคนที่รับรู่เื่ราวมันเองก็มั่นใจว่าไม่มีใครบอกกล่าวไปแน่นอนเพราะอย่างน้อยมันก็ได้บอกกล่าคนทั้งสำนักหมัดทองตระกูลเส้าไปแล้ว
“เื่นี้…”
“หุบปาก!!!” หนิงเชียนตะวาดลั่น พลังกดดันของไอพลังกระทบร่างเส้าชิงหงจนซัดเซไปทีหนึ่งมันรวบรวมกำลังเกร็งต้านสุดความสารถถึงได้กลับมาทรงตัวอีกครั้ง หนิงหลงที่เฝ้าดูก็พลันใกับการแสดงของภรรยา
“เราผู้งด…เทพธิดาพูดจาห้ามสอดแทรก! หากไม่เอ่ยถามอย่าได้เอ่ยความ!!!”ว่าแล้วเทพธิดาสาวก็ค่อยๆ สะบัดมือทีหนึ่ง ถุงผ้าบรรจุผลึกแก้วอสูรจำนวนกว่าสามสิบชั่งก็ปรากฏออกมา
“หลายปีที่ผ่านมาหนิงหลงอยู่ภายใต้การดูแลของตระกูลเส้าเกินสิบปีตามกฎหมายของอาณาจักรประกายฟ้าหนิงหลงไร้บิดามารดาย่อมถูกถือสิทธิ์โดยตระกูลเส้า…แต่ว่าหนิงหลงอายุเกินสิบหกปีมาแล้ว หากเ้าเขียนจดหมายถอดทอนสิทธิ์คืนความชอบทำให้กับมัน ให้มันได้บงการชีวิตตนเองในฐานะคนตระกูลหนิงนั่นถือว่าชดใช้ความผิดได้ส่วนหนึ่ง” เทพธิดาสาวพูดจบก็ใช้พลังปราณกรีดถุงผ้าออกเผยให้เห็นผลึกแก้วอสูรด้านใน“ผลึกแก้วอสูรในถ้ำใต้น้ำตกล้วนเป็สมบัติของมารดามันอย่างไรเสียในอดีตก็เคยเป็ของตระกูลเส้า หากเ้าตกลงสร้างสัญญาผลึกแก้วสูรทั้งสามสิบชั่งจะตกเป็ของตระกูลเ้าและนอกจากนี้เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นข้าจะมอบผลึกแก้วอสูรเพิ่มเติมให้เ้าอีกเจ็ดสิบชั่งรวมทั้งสิ้นหนึ่งร้อยชั่งไม่ขาดไม่เกิน เฮอะ ให้เ้ามากมายเช่นนี้นับว่าเกินไปด้วยซ้ำ!!!”
ผลึกแก้วอสูรแน่นอนว่าย่อมเป็สมบัติล้ำค่าของผู้ฝึกยุทธเลยทีเดียวนอกจากนี้สิ่งที่หนิงเชียนต่อรองกับมันคือผลึกอสูรชั้นฟ้าจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยชั่ง!!!ไม่ต้องแบ่งปัน ไม่ต้องต่อสู้ ไม่ต้องแย่งชิง ยิ่งกว่านั้นพลังปราณของหนิงเชียนที่ทบถมมันอยู่แสดงให้เห็นชัดว่าไม่ใช่ขอบเขตธรรมดาแม้อยู่ต่อหน้าหลิวทงชนชั้นเซียนแรงกดดันของหลิวทงยังไม่อาจสะกดในให้อยู่นิ่งได้บางทีพลังของเทพธิดาสาวเบื้องหน้าของมันนั้นอาจจะเป็ ปราณพลังชนชั้นเทวะในตำนาน!!!
“เื่นี้ผู้น้อย…”มันคล้ายจะเอ่ยคำแต่ดูเหมือนว่าจะฉุกคิดเื่ราวอันใดได้บางอย่างจึงได้จำใจเอ่ยถามต่อ“ท่านเทพธิดา ผลึกแก้วอสูรหนึ่งร้อยชั่งนับเป็ข้อเสนอที่กรุณาต่อตระกูลเส้ายิ่งนักแต่ทว่า…” พูดไม่ทันจบหนิงเชียนก็กล่าวตัดราวกับอ่านใจมัน
“สำหรับเื่ของหลิงทงเื่นี้เราเทพธิดาจะจัดการด้วยตนเอง”ว่าแล้วเทพธิดาสาวก็ค่อยๆเดินมาใกล้เส้าชิงหงมากขึ้นนางสะบัดมืออีกครั้งหนึ่งขวดแก้วขนาดเล็กที่บรรจุน้ำสีทองใสขวดหนึ่งก็ออกมานางยื่นมันให้เส้าชิงหงที่นั่งเกร็งอยู่เบื่องหน้าก่อนจะเอ่ยวาจา
“ในการหลอมรวมพลังจากผลึกแก้วอสูรเส้นชีพจรชั้นต่ำของพวกเ้าไม่อาจสกัดกั้นพลังปราณที่ผลึกหยกแก้วอสูรปลดปล่อยออกมา‘น้ำตาดาราทิพ’ นี้เป็ตัวช่วยที่จะทำให้ชีพจรชนชั้นต่ำของพวกเ้าดูดซับพลังได้จงใช้มันให้เหมาะสม” ว่าแล้วหญิงสางก็ถอยออกมาอย่างเยียบเย็นแววตาของนางจ้องมองมันราวกับว่าหยันเหยียดทุกชีวิตดังกับมดแมลงใต้ฝ่าเท้า
“…กรุณายิ่งแล้ว”
เพียงครึ่งชั่วยามเส้าชิงหงก็เขียนจดหมายสละสิทธิ์ต่อหนิงหลงออกมามันประทับตราตระกูลเพื่อยืนยันสิทธิ์ก่อนจะส่งหมอบให้ชายหนุ่มไปตลอดเวลาที่มันกระทำในใจล้วนว้าวุ่น ไม่ใช่เพราะผลึกแก้วอสูรสามสิบหรือร้อยชั่งไม่ใช่เพราะวิตกถึงเื่ของหลิวทง แต่เพราะความงามสะกดของหนิงเชียวที่มันมั่นใจว่าชาตินี้มิอาจลืมลง
หนิงเชียวยืนมองมันกระทำตามรับสั่งของนางเงียบๆบ่อยครั้งที่คิ้วของนางจะขมวดคล้ายกับไม่พอใจอันใดบางอย่างหนิงหลงเองตลอดเวลาที่อยู่ในห้องก็ััได้ถึงความผิดปกติของภรรยาที่แสดงออกมาเพียงแต่ว่าตอนนี้มันไม่รู้ว่าเป็เื่ใด
เมื่อเสร็จสิ้นหนิงเชียวก็กำชับเื่ราวทั้งหมดให้เก็บเป็ความลับนางข่มขู่เส้าชิงหงว่าเมื่อใด้ที่เื่นี้แพร่งพรายออกไปเทพธิดาอย่างนางจะกลับมาทวงคืนชีวิตอันด้อยค่าของมันนอกจกนี้แล้วหลังจากที่หนิงหลงจากไปในฐานะผู้นำตระกูลเส้ามันมีสิทธิ์แค่บอกว่าได้ให้อิสระต่อหนิงหลงไปตามกฎหมายเรียบร้อยแล้วเพราะการรับปากที่ตกลงให้ไว้กับมารดามันหนิงเยว่นอกจากนี้นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไปคนตระกูลเส้าทั้งหมดต้องห้ามเข้าใกล้ถ้ำใต้น้ำตกอีกตลอดกาล
สามวันต่อมา
หนิงหลงเหม่อลอยบนเตียงพฤกษาอยู่เนิ่นนานเทพธิดาสาวผู้งดงามตอนนี้เปลือยร่างซบอยู่ในวงแขนอย่างว่าง่ายแท้จริงแล้วเื่ราวควรผ่อนคลายลงไปบ้างแต่สำหรับหนิงหลงคล้ายกับว่ามีบางอย่างผิดแผกไปสามวันมานี้ทั้งสองไม่ได้พูดคุยถึงเื่ราวที่ห้องหนังสือกันเลยนับว่าเป็เื่ที่แปลกอยู่พอสมควร
“เชียนเอ๋อร์สามวันก่อนท่านกระทำเื่ราวที่แตกต่างจากที่วางแผนกันไว้…ขวดยาพวกนั้น…ผลึกแก้วอสูร…ที่ท่านกระทำคืออะไรกันแน่” หนิงหลงค่อยๆเอ่ยวาจาออกมา ใบหน้างดงามที่ซบอยู่บนอกพลันกระตุกคราหนึ่งแม้นางจะรู้อยู่แล้วว่าหนิงหลงจะต้องถามเื่ราวที่ผิดแปลกไปเช่นนี้ เพราะแผนที่วางไว้แท้จริงแล้วเรียบง่ายนั่นคือหนิงหลงแอบใช้ช่องลับเอาแหวนทมิฬไปวางไว้ในเสื้อคลุมในห้องหนังสือจากนั้นก็มาปรากฏตัวแสดงอำนาจแห่งเทพธิดา อ่านใจมันและบีบคั้นมันเขียนจดหมายทว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นกลับต่างออกไป…
“หลงน้อย…ทำไมตอนแรกเ้าถึงไม่อยาก…สังหารพวกมัน…ทั้งที่พวกมันต่างร้ายกับเ้านัก”
“เชียนเอ๋อร์แม้ว่าตระกูลเส้าจะเป็พวกปลิ้นปล้อน ลวงลวงและเลวทรามแต่สิ่งที่ข้าปฏิเสธไม่ได้คือตลอดเวลาสิบเจ็ดปีที่ผ่านมาพวกมันต่างชุบเลี้ยงให้น้ำให้ข้าวข้าในส่วนนี้จริงๆนับว่าสมควร…” หนิงหลงตอบเหตุผลอย่างวิเคราะห์ลึกซึ้งทว่าก่อนที่จะยืดยาวหนิงเชียนกลับแย้งขึ้นทันที
“โง่ ปัญญาทราม!” คำสั้นๆของนางสั้นๆแต่หนิงหลงกลับััได้ถึงรังสีฆ่าฟันอันร้อนระอุรุนแรงแววตาที่สดใสของนางบัดนี้ฉายแววอัมหิตมันดูราวกับว่าเป็ขั้วน้ำแข็งที่หนาวเหน็บสุดเปรียบ
“เชียนเอ๋อร์…เ้าดูคล้ายกับว่ามีอะไรในใจ”สิ้นคำเทพธิดาสาวก็ค่อยๆน้ำตาซึมออกมานำตาของเทพธิดาผู้เลอโฉทไหลหลั่งร่วงรินราวกับว่านางได้ปิดกั้นความทุกข์หลากหลายไว้ในจิตใจหนิงหลงเห็นดังนั้นพลันใและงุนงงกับเื่ราวชายหนุ่มยันกายท่อนบนขึ้นพร้อมดึงร่างราวหยกสลักเขามาโอบกอดเอ่ยถามโดยเร็ว
“เชียนเอ๋อร์!!! ท่านเป็อะไร เหตุใดท่าน…”ไม่ทันจบความภาพความทรงจำสายหนึ่งก็โลดแล่นเข้ามาในสมองของชายหนุ่มโดยเร็วบัดนี้หนิงหลงแววตาเบิกโพลงพร้อมกับโทสะแค้นที่ระอุขึ้นราวกับตกอยู่ในนรก!!!
[ “ฮ่าๆๆเส้าเทียนจากนี้ไปข่มเหงมันอย่าให้มีที่ยืนในตระกูล ลูกสำส่อนที่บังอาจเกิดจากครรภ์อันสูงส่งของหนิงเยว่ฮึ อย่าหวังว่าจะอยู่สุขสบายลูกของผู้ชายชั่วช้าที่ไหนอย่างมันอย่าหวังว่าจะอยู่เป็คนอีกเลย”
“จูิ…เื่ที่เ้าทำวันนี้นับว่ายอดเยี่ยมนักแม้ว่าในสายตาผู้คนข้าจะดูเหมือนลงโทษเ้า แต่นับจากนี้ไปข้าจะให้เ้าเดินทางไปที่เมืองจันทร์สมุทรร่ำเรียนฝึกปรือที่นั่นนานปี บุตรชายข้าเส้าชิงหงย่อมต้องโดดเด่นกว่ามันหนิงหลงลูกของเ้าชั่วนั่น”
“ท่านตา…หลายวันก่อนข้าได้ข่าวว่าหนิงหลงพยายามเดินทางออกหาซื้อโอสถรักษาตัวมันท่านตาด้วยคำสั่งข้า สั่งพวกพ้อข้าทุกคนในเขตมณฑลภาคใต้นี้ถ้าพบเห็นหนิงหลงตระกูลเส้าอย่าได้ริขายตัวยาให้ๆให้มันแม้แต่นิดเดียว”]
หนิงหลงมองภาพที่ผ่านมาราวกับอยู่ร่วมเหตุการณ์ทุกๆเหตุการณ์ที่อันตรายทั้งเฉียดความตายและสูญสิ้นศักดิ์ศรีทั้งหมดล้วนเป็เหตุมาจากชายเพียงคนเดียว ‘เส้าชิงหง’แม้ชายหนุ่มจะรู้ว่าเส้าชิงหงชั่วร้าย แต่จริงๆมันไม่เคยนึกจริงๆว่าชายคนนี้จะสามานได้ถึงเพียงนี้ ไม่เพียงแค่นั้น…ความทรงจำสุดท้ายที่ไหลหลากเข้าสมองของชายหนุ่มเป็ศพงานหนึ่ง…
ในงานศพงานนั้นแท่นศิลาขนาดใหญแท่นหนึ่งวางอยู่ มันถูกไว้อย่างงดงามราวกับว่าเป็เตียงนอนขนาดใหญ่ก็มิปานผู้คนในห้องนองจากจัดแจงดอกไม้แล้วล้วนไม่อาจเข้าใกล้แท่นศิลาได้เลยยกเว้นคนคนหนึ่ง มันเป็บุคคลที่สูงส่งที่สุดในตระกูลเป็คนที่มีอำนาจสั่งการในเมื่องยวู่เชิงยากที่จะมีใครกล้าปฏิเสธลงโดยปกติแล้วมันมักวางตัวสูงสง่าผ่าเผย แต่บัดนี้ในห้วงของความทรงจำสิ่งที่หนิงหลงเห็นกลับกลายเป็สิ่งที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง
เส้าชิงหง บันนี้แววตาของมันเลื่อนลอยในมือของมันำเศษผ้าขาดๆผืนหนึ่งมันขับเศษผ้านั่นแน่นขนัดพร้อมกับสูดดมราวกับว่าสิ่งนั้นมีความหอมเย้ายวนใจ มันไซร้เศษผ้าผืนนั้นราวกับเป็นางบำเรอกามผู้หนึ่งองคชาติของมันแข็งตัวนูนจนดันเสื้อผ้าให้เสียรูปไป
“หนิงเยว่ อ่า หนิงเยว่…สุดท้ายวันนี้ก็เป็ของข้า ฮ่าๆๆ หนิงเยว่แม้ท่านสิ้นไปแต่ร่างกายของท่านต้องตกเป็ของข้า ต้องอยู่ใต้ร่างข้า ฮ่าๆๆแม้ไร้ิญญา แต่ความงามของท่านต้องเป็ของข้า…” เสียงสบถทุเรศทุรังของมันดังซ่านออกมาเป็ระรอกๆมันสูดดมสอดไซร้อยู่บนแท่นนั้นราวกับว่านี้เป็สิ่งที่สูงส่งในชีวิตอันโสมมของมันและแล้วเด็กรับใช้คนหนึ่งก็วิ่งร่าเข้ามาอย่างเร่งรีบ
“นายท่านๆ เกิดเื่ใหญ่แล้ว” เด็กรับใช้ตะโดนดังมาไกล เมื่อมาถึงมันก็หอบหายใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อเส้าชิงหง “ศพของท่านอาจารย์ผู้มีพระคุณ…ลอยหายเข้าไปในถ้ำใต้น้ำตกขอรับ”จบคำเส้าชิงหงก็ะโโหยงออกจากแท่นศิลาทันทีแผนการชั่วที่วาดฝันไปพลันสลายไปหมดสิ้น
“เ้าพวกตัวบัดซบ!!!” เส้าชิงหงคำราม “พาตัวนางมาให้ได้!!! ใช้ทุกคน ทุกวัตถุดิบ เอาร่าง! ของ! นางมาให้ข้า!!! นางต้องเป็ของข้าพวกตัวไร้ประโยชน์เอ้ย!!!”จมคำลมปราณสีน้ำตาลเข้าก็พวยพุ่งออกจากตัวมันก่อนเกิดเป็จิ้งเหลนขนาดั์ตัวหนึ่งแน่นอนว่านี่เป็สัตว์อสูรพันธสัญญาปราณของมันมันซัดหมัดทองคำออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ห้องหับต่างๆรวมถึงแท่นศิลาต่างะเิกระจายออกคลุกคลุ่นไปหมดร่างของเด็กรับใช้นับสอบคนที่ตกแต่งดอกไม้ต่างนอนาเ็สาหัสหนิงหลงจดจำเหตุการณ์นี้ได้ดีเส้าชิงหงอธิบายต่อมันว่าในงานศพมารดามันหลังจากที่ศัตรูรู้ว่ามารดาของหนิงหลงหรืออาจารย์ผู้มีพระคุณสิ้นใจไปพวกศัตรูก็แอบเข้ามาปั่นป่วน ทว่าเื่จริงอันโสมมกลับรับรู้จริงๆก็วันนี้
หนิงหลงที่เงียบงันอย่างถึงที่สุดไม่อาจเอ่ยคำน้ำตาของหนิงเชียนตอนนี้ไหลผ่านอกของชายหนุ่มราวกับว่ามันได้สะท้อนความอัดอั้นทั้งหมดออกไปหนิงหลงตอนนี้ขบฟันจนเืไหลซิบออกมาชายหนุ่มแทบจินตนาการไม่ได้เลยว่าเส้าชิงหงที่เมื่อพบเจอหนิงเชียวที่งดงามกว่าหนิงเยว่มายมายจะบังเกิดความคิดเช่นใด…
“พวกมัน…ต้องตาย!!!” หนิงหลงอุทานพลันยันกายขึ้นโดยเร็วทว่าเทพธิดาสาวกับรั้งร่างของชายหนุ่มไว้พร้อมกับเช็ดน้ำตาจดจ้อง
“ด้วยพลังอันเล็กน้อยของเ้างั้นหรือ”
“…” ได้ยินคำกล่าวของหนิงเชียวหนิงหลงพลันสะอึกขึ้นทีหนึ่งมันไม่เคยนึกเสียใจกับความอ่อนแอของตนถึงเพียงนี้มาก่อน
“เฮอะเมื่อเข้าใจในความอ่อนด้อยของตนแล้วก็จงสำเหนียกไว้ซะว่าต้องฝึกวิชามากเพียงใด” หนิงเชียวยันกายงามขึ้นมาจากเตียงพร้อมกับมาเป็ปกติอีกครั้งนางเสกเสื้อผ้าเพียงพริบตาก็ห่อหุ้มร่างกายกลับมาเป็ปกติดังเดิม “อย่างไรเสียครั้งนี้ความผิดของตระกูลเส้าล้วนยากให้อภัยเราเทพธิดาจึงต้องลงมือเองเพื่อพวกมันให้พบกับความโหดร้ายถึงที่สุด” น้ำเสียงหนิงเชียนเยือกเย็นอีกครั้งครั้งนี้มันเย็นเยียบราวกับว่าออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจนางโดยตรง หนิงหลงที่แม้จะได้ยินความเ็าแบบนี้หลายครั้งแต่ไม่มีครั้งไหนขนลุกไปมากกว่าครั้งนี้หนิงเชียนเมื่อััได้ถึงความสงสัยก็หันหน้ามามองสามีด้วยแววตาแห่งมัจจุราชร้ายตนหนึ่ง
“เส้าชิงหงและตระกูลของมันสมควรตายไร้ผู้สืบสกุล เฮอะคนละโมภโลบมากอย่างมันมีหรือจะระวังตัวเมื่อได้รับสมบัติล้ำค้าอย่างผลึกแก้วอสูรไปอย่างไรเสียไม่ถึงสามวันพวกมันจะต้องหาวิธีใช้อย่างแน่นอนด้วยเส้นชีพจรกระจอกชนชั้นไพร่ของพวกมันแน่นอนว่าย่มเสาะแสวงหาโอสถที่จะมาหลอบหลวมผลึกแก้วอสูรเป็แน่…” หญิงสาวกล่าวราบเรียบ แววตาเหม่อลอยราวกับมองเห็นความตายอยู่เบื้องหน้า
“หรือว่า…น้ำตาดาราทิพนั่น…”หนิงหลงคล้ายเข้าใจบางอย่างเช่นเดียวกันหนิงเชียวก็ค่อยๆแสยะยิ้มขึ้นอย่างน่ากลัว
“อย่างพวกมันเราเทพธิดาหาต้องเปลืองแรง เส้าชิงหงเป็คนทะเยอทะยาน มันจะต้องดื่มกินน้ำตาดาราทิพอย่างแน่นอนน้ำตาดาราทิพขวดนั้น เฮอะพิษของอสรพิษจ้าวบาดาลที่เราเทพธิดาเก็บไว้มานานกลับต้องนำมาใช้เพื่องานนี้แต่ก็นับว่าคุ้มค่ามากนัก”หนิงหลงที่คาดเดาได้ว่าหนิงเชียนซ้อนยาพิษเข้าไปในน้ำตาดาราทิพเมื่อได้ยินคำว่าอสรพิษจ้าวบาดาลก็บังเกิดใสุดขีด
“ท่านว่าอย่างไรนะอสรพิษใต้บาดาลงั้นหรือ นั่นมัน ยาพิษ…ล้างสายเืชัดๆ!!!”หลังจากที่หนิงหลงอ่านตำราโอสถ์แตกฉานสมบูรณ์ ยูกยาทุกแขนงยาพิษทุกๆชนิด ตอนนี้นับว่าความรู้เหล่านี้ก้าวล้ำคนธรรมดาไปแล้วแทบเทียบไม่ได้
ยาพิษของอสรพิษจ้าวบาดาลนับเป็ยาพิษที่ทรงพลังขั้นสูงชนิดหนึ่งที่ระบุไว้ในตำรายาพิษชนิดนี้ ไร้สี ไร้กลิ่น ไม่ก่อเกิดความเปลี่ยนแปลงใดกับตัวทำละลายทุกชนิดเป็พิษชนชั้นจักรพรรดิว่ากันว่าสกัดได้จากอสรพิษใต้บาดาลที่สูญพันธ์ไปแล้วนับร้อยๆปีหนิงเชียนมีมันในนับว่าเหนือความคาดหมายเป็อย่างมาก
ยาพิษชนิดนี้ นอกจากลักษณะจำเพาะที่ไร้ล่องลอยแล้วการออกฤทธิ์ยิ่งไร้ล่องลอยยิ่งกว่า ยาพิษของอสรพิษจ้าวบาดาล หาใช่ยาพิษทั่วไปมันเป็ยาพิษแห่งชีวิตผู้ที่ถูกพิษแต่ละคนจะต้องจบชีวิตในสามสิบวันด้วยโรคร้ายที่แตกต่างกันกล่าวคือเมื่อมันเข้าไปด้านในร่างกายบุคคลคนนั้นแล้วจะแทรกซึมเข้ากับแก่นิญญาของคนผู้นั้นจนล่วงรู้ว่าร่างกายหยาบของคนผู้นั้นมีโรคร้ายอันใดที่รอคอยวันแสดงตัวจากนั้นจะเร่งรัด ให้โรคร้ายเ่าั้พรากชีวิตไปภายในสามสิบวันเมื่อติดพิษนี้แล้ว นอกจากเทพโอสถมาเอง อย่าหวังว่าจะรอดหรือตรวจพบพิษนี้เลย
หนิงหลงนิ่งงันกับความร้ายกาจของเทพธิดาสาวเบื้องหน้าด้วยขนที่ลุกซู่เพราะพิษของอสรพิษจ้าวบาดาลนอกจากตัวพิษแล้ว ลักษณะที่ทำให้มันกลายเป็พิษชนชั้นจักรพรรดิอีกอย่างหนึ่งก็คือ………การติดต่อของพิษนี้ขึ้นอยู่กับสายเื…ภายในเจ็ดวันหากมีคนสายเืเดียวกันกับผู้ติดพิษคนแรกในระยะครึ่งลี้…พวกมันทั้งหมดจะตกตายและกลายเป็ตัวกระจายพิษต่อไป…ตำนานเล่าไว้ชัดเจนว่าเมื่อหลายพันปีก่อนก่อนมีอาณาจักรหนึ่งต้องสูญสิ้นเพียงเดือนเดียวคนนับล้านต้องตายชั่วข้ามเดือน เพียงเพราะพวกมันมีต้นกำเนิดจากบิดาเดียวกัน!!!และตอนนี้สายเืของเส้าชิงหง ตลอดจนญาติมิตรหมู่มันทั้งหลายล้านต้องตกตาย…อย่าทรมาน
หนิงหลงน่าตาซีดไร้สีเืชายหนุ่มรู้จักตระกูลเส้าดี พวกมันมีสายเืรวมกันมากกว่าสามหมื่นคนแน่นอนว่าทั้งสามหมื่นคนมีทั้งคนชั่วและดีปะปน บางคนมันรู้จักบางคนชั่วชีวิตไม่เคยพบกัน แต่นับจากนี้เรื่อยไปพวกมันต้องทนทุกข์ทรมานตกตายไปทีละคนๆ ไม่อาจฝืนโชคชะตา
หนิงหลงจ้องมองเข้าไปในดวงตาภรรยาสาวของตนเองอย่างหวาดหวั่นในแววตาคู่นั้นของนางเย็นเยีบราวกับเป็แก่นหยินทรงพลัง มันมืดมิดราวกับว่าความตายของคนบริสุทธิ์นับล้านไม่อาจสะกิดใจของเทพธิดาสาวผู้นี้ได้และแล้วเทพธิดาสาวก็ค่อยๆยิ้มแสยะและเอ่ยวาจา
“มันผู้ใดคิดิ่…ตระกูลหนิงของข้า ไม่ว่าจะด้วยเสี้ยวสำนึกใดก็ตาม มันผู้นั้นย่อมต้องชดใช้…”น้ำเสียงเย็นนั้นทำให้หนิงหลงขนลุกชัน นางเคลื่อนร่างงามมาใกล้พร้อมจุมพิศบางเบาลงไปที่ริมฝีปากอันแห้งผากของหนิงหลง“ยกเว้นหลงน้อยของเราเทพธิดา…ทุกรูปลักษ์ของเรา…ใครกล้าแตะต้อง…แม้จะด้วยความคิด…สิ่งที่พวกมันต้องชดใช้คือสรรพชีวิต”
“!@#$%^&*(*&^%$#@!!@#$%^&” หนิงหลงเม้มริมฝีปากตนเอง ชายหนุ่มก้าวถอยหลังอย่างไม่ทันรู้ตัวมันสะดุดบางอย่างก่อนล้มนอนนิ่งอยู่บนเตียงพฤกษาไม่อาจไหวติง
“หลงน้อย เราเทพธิดาหัวเสียนัก…ครั้งนี้ต้องข่มเหงรังแกเ้าแล้ว”
ครึ่งเดือนต่อมา
หนิงหลงผู้ได้รับอิสรภาพกำลังนั่งสมาธิอยู่และดูเหมือนจะเข้าถึงขอบเขตปราณก่อตั้งขั้นสิบแล้วแต่ถึงอย่างไรก็เป็เพียงการเหยียบย่างเท่านั้นหาได้บรรลุ
“เคลื่อนคล้อยไหลลึกดาราพรายวกวนเวียนว่ายคล้ายหมู่ดาว ส่องแสงจรัสร้อนแวววาวคลุกเคล้าหว่านล้อมก่อเกิดจักรวาล…” หนิงหลงพึมพำในใจเคล็ดวิชากระบี่ห้วงจักรวาล ท่านี้ครึ่งเดือนที่ผ่านมามันทำความเข้าใจอีกทั้งได้รับคำชี้แนะจากหนิงเชียนวันละสองชั่วยามแต่ตอนนี้ก็บรรลุได้เพียงแค่สี่ส่วนเท่านั้นนับว่าเป็กระบี่ที่ยากแก่การเข้าใจเป็อย่างยิ่ง
“ส่องแสงจรัส…”หนิงหลงขมวดคิ้ว พลังโคจรของมันเริ่มติดขัด วินาทีเดียวกันเสียงอันไพเราะที่คุ้นเคยก็ตัดเข้าโสตประสาทของมัน
“…หลงน้อยการเข้าใจเพลงกระบี่ห้วงจักรวาลขั้นที่หนึ่ง ลำนำจักรวาลถึงสี่ส่วนนั้นสำหรับเ้าตอนนี้นับว่ามากเกินพอแล้วคนทั่วไปจะบรรลุขั้นนี้ได้ย่อมต้องใช้เวลามากกว่าสิบปี สำหรับเ้าอย่าได้ฝืนไป”
“หาเป็เช่นนั้นเชียนเอ๋อร์…จริงๆแล้วเคล็ดกระบี่ท่านี้เกี่ยวข้องกับธาตุ…ที่ผ่านมาท่านบอกว่าไม่เคยมีผู้ใดฝึกปรือถึงสิบส่วนแท้จริงแล้วต้องพูดให้ถูกว่าไม่เคยมีผู้ใดสรรพธาตุครบพอฝึกถึงสิบส่วน”
“…” #ภูมิปัญญาหลงน้อยเหนือธรรมดาเราประเมิณหลงน้อยต่ำไป เนื้อแท้แล้วหลงน้อยเข้าถึงมรรคายุทธง่ายดายคล้ายกับว่า…#
“เฮอะ อวดดียิ่งแม้จะเป็สามีเราเทพธิดา แต่ก็ใช่ว่าจะเข้าใจทั้งหมด ไหน…เ้าลองซักเื่ราวให้เราเทพธิดาผู้งดงามฟัง”
“…เคลื่อคล้อย…กล่าวถึงพสุธา เคลื่อนย้ายสั่นไหวรุนแรงราวกับผืนแผ่นดินนั้นจะสั่นคลอนทั้งสามโลก…เป็เคล็ดที่ลอกเลียนห้วงการสั่นไหวของผืนดิน”
“…”
“ไหลลึก…เวียนว่าย…ในส่วนนี้เป็เคลล็ดที่บอกเล่าถึงลักษณะธรรมชาติของสายน้ำได้เป็อย่างดีคลื่นของสายน้ำจะแรงจะทรงพลังหาใช่การไหลวนเพียงผิวเผิน แต่เป็ความลึกที่ไหลอยู่ยิ่งลึกยิ่งยากที่จะมองเห็น ยิ่งยากที่จะคาดเดาและป้องกัน…”
“…”
“แต่คือที่ข้าไม่เข้าใจคือ…”ก่อนที่หนิงหลงจะพูดจบหนิงเชียนก็ก้าวเข้ามาในห้องสรรพวิชาเอ่ยปากตัดขึ้นมาชายหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้นก็เห็นเทพธิดาสาวยืนมามาที่ตนด้วยใบหน้าราบเรียบวันนี้หญิงสาวอยู่ในชุดสีฟ้าเช่นเดิม ผ้าไหมงามคลุมทั่วตัวปลิวไสวดูแล้วราวกับว่าเป็เทพธิดาจาก์ก็ไม่ปาน
#ให้ตายเถอะไม่เคยชินกับความงามของเชียนเอ๋อร์เลยจริงๆ#
“ท่านหายไปทั้งวันกลับมาคงมีเื่พูดคุยมากมายกระมัง”
“หลงน้อยวันนี้เราจะไปที่ยอดเขาเพื่อฝึกฝีมือแม้เชิงกระบี่ของเ้าจะพัฒนาขึ้นบ้างพลังปราณคืบคลานเข้าใกล้ชนชั้นปราณก่อตั้งขั้นสิบแต่ว่าประสบการณ์ของเ้ามีเพียงเล็กน้อย ผู้เก่งในตำราอย่างไรเมื่อสู้รบก็พ่ายแพ้ให้กับแม่ทัพผู้มีประสบการณ์”
บนยอดเขาของป่าหลังหลังโดยปกตอแล้วที่นี่นับเป็เขตหวงห้าม สำหรับตระกูลเส้าแล้ว ที่นี่นับเป็สถานที่เดียวในเมืองที่สามารถพบเจอสัตรว์อสูรชนชั้นปราณฟ้าได้หนิงหลงแม้ไม่ค่อยเข้าใจการฝึกปรือมากนักแต่ก็ทะยานขึ้นมาตามคำสั่งของหนิงเชียนอย่างไม่ต่อล้อต่อเถียงมากความนัก
ไม่นานชายหนุ่มก็มาถึงลานโล่ง้ามันเป็ทุ่งกว้างขนาดใหญ่ดูแล้วคล้ายกับว่าเป็ทุ่งข้าวอยู่เขตเมืองเสียมากกว่าหนิงหลงเมื่อทะยานเข้ามาก็พบว่าหนิงเชียนนางมาถึงแล้วและกำลังยืนนิ่งอยู่ตรงกลาง
หนิงหลงร่อนลงด้านหลังของหนิงเอ๋อร์ห่างไปราวสามวาชายหนุ่มจ้องมองด้านหลังของหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่งดูแล้วคล้ายกับว่านางกำลังครุ่นนึกอะไรบางอย่างด้วยสมาธิ
“เชียนเอ๋อร์...”หนิงหลงจะเอ่ยถามแต่หญิงสาวก็ยกมือขึ้นเป็เชิงก่อนจะค่อยๆหันหลังกลับมาช้าๆ
“หลงน้อยแม้เราเทพธิดาจะเป็ห่วงเ้าอย่างมาก หลายวันมานี้เรากินไม่ได้นอนไม่ค่อยหลับแต่เพราะการเติบโตของสามีเราเทพธิดาผู้งดงาม หากในวันนี้เ้าาเ็ไปเราเทพธิดาหวังว่าหลงน้อยจะไม่ต่อว่าเราเทพธิดา…”น้ำเสียงของนางสั่นเคลือ หนิงหลงที่คิดไปไกลพลันบังเกิดความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
“=____________=”
“เชียนเอ๋อร์ท่านไม่ต้องกังวลอันใด การฝึกฝีมือย่อมเป็แนวทางที่สำคัญยิ่งสำหรับข้าที่้าเข้าร่วมงานประลอง ท่านอย่าได้กังวล”
“…”
“เช่นนั้น…ก็เริ่มเถอะ”สิ้นคำแผ่นดินเบื้องล่างของชายหนุ่มก็สั่นะเืลั่นป่าไม้รอบๆบริเวณสามร้อยวันพลันสั่นไหว และแล้วทันใดนั้นเองเสียงดังสนั่นหวั่นไหวก็กระแทกเข้ากับสะบักข้างของชายหนุ่ม
ตูม!!!
ร่างของหนิงหลงก็ลอยลิ่วไปราวกับถูดอัดกระแทกด้วยพลังมหาสารชายหนุ่มกระอักเืออกมาคำหนึ่งพร้อมกับรีบมองหาต้นเหตุของการโจมตี
เงาร่างที่ปรากฏก็คือลิงขนาดเขื่องตัวหนึ่งยืนอยู่ที่บริเวณของตนเองก่อนหน้านี้ในมือของมันข้างหนึ่งถือหินขนาดใหญ่ราวกับกระบี่ร่างกายของมันสีฟ้าครามพลังปราณห่อหุ่มสีชาดบ่งบอกชั้นเจนว่าเป็อสูรชนชั้นสรรพธาตุตนหนึ่ง
“ลิงอสูรจิตพิรุณชนชั้นปราณสรรพธาตุขั้นต้น”หนิงเชียนเอ่ยแช่มช้าพร้อมกับค่อยๆลอยขึ้นไปรวมกับกำลังจะรับชมการต่อสู้ของรุ่นเยาว์คู่หนึ่งหนิงหลงเงยหน้ามองภรรยาที่อารมณ์สองขั้วของตนพลันเกิดความรู้สึกจะหัวเราะก็ไม่ออกจะโกรธก็ไม่เชิง
#ให้ตายเถอะเชียนหนิงท่านนี่มัน…#
ไม่ทันคิดจบความร่างของลิงอสูรก็พุ่งมาประชิดตัวโดยเร็วชายหนุ่มยกมือขึ้นแบบฉิดเฉียดก็โดนซัดไปอีกด้านทันทีนอกจากนี้หลังจากการโจมตีมันก็ประชิดต่อเนื่องเรียกได้ว่าไม่เว้นว่างให้หนิงหลงหายใจแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มเมื่อตั้งสติได้ก็สะบัดมือก่อเกิดเป็กระไม้ไม้ตันหยงลอยล่องออกมาจากแหวนทมิฬชายหนุ่มกำชับกระบี่แน่นก่อนจะทะยานสวนความเร็วของลิงอสูรพร้อมหวดเต็มแรง
ตูม!!! เสียงดังสนั่นพื้นที่ด้านหลังของลิงอสูรก่อเกิดเป็หลุมกว้างกว่าสิบวาทว่าหามีร่างของเ้าลิงโทนตัวนั้นไม่ และแล้วสิ่งที่เกินคาดของหนิงหลงก็เกิดขึ้นเงาร่างของเ้าลิงอสูรไหววูบมาด้านหลังชายหนุ่มโดยเร็ว
“อะไรกัน!!”ไม่ทนจบความร่างของหนิงหลงก็ถูกหวดอีกครั้งไปกระแทกพื้นที่อยู่ห่างไกลลิงทมิฬเมื่อเห็นว่ามันได้เปรียบก็ลอยลิ่วมาโดยเร็วหมายจะซ้ำหนิงหลงพลิกตัวดีดหลบออกไปอย่างฉิวเฉียด ในใจบังเกิดสมาธิมาขั้นหนึ่ง
#การเคลื่อนไหวมันเร็วเสียจริงเห็นทีจะปะทะกับมันตรงๆไม่ได้เลย ถ้างั้น…ลองใช้เคล็ด‘เคลื่อนคล้อยดาราพราย’#
“เฮอะเพิ่งคิดออกหรืออย่างไร โง่งมทำเราเทพธิดาเกือบลงมือฆ่าเ้าลิงโง่ปแล้วนะ เฮอะพามาฝึกวิชากระบี่แต่เพิ่งคิดถึงเคล็ดกระบี่”เสียงอันไพเราะแทรกห้วงความคิดเข้ามา พร้อมกันกับลิงทมิฬก็หวดอาวุธเข้ามาอีกครั้งหนิงหลงครั้งนี้สมาธิสูงขึ้นพลันเคลื่อนตัวหลบหลีกอย่างง่ายดาย
“ลำนำจักรวาล” ชายหนุ่มเอ่ยบางเบา แววตาจดจ้องไปที่ลงอสูรที่กำลังลอยลิ่วติดตามมา
“เคลื่อนคล้อย…ดารา…” สิ้นคำปราณกระบี่สีขาวก็ไหลวนตัวกระบี่ก่อเกิดเป็กระบี่วารีขนาดั์เล่มหนึ่งไอปราณของหนิงหลงหมนวนจนรอบข้างเกิดพายุวารีขนาดย่อมๆ ชายหนุ่มลอยลิ่ววกวน เพียงพริบตาหนิงหลงก็กระชั้นลิงอสูรทันที
ฉับ!!! เสียงตัดแหวกร่างของลิงอสูรเป็คลื่นขนาดใหญ่ กระบี่ั์วารีล่วงผ่านร่างของลิงอสูรไปอย่างรวดเร็วร่างกายของลิงอสูรแบ่งแยกออกเป็สอง เืของมันกระซ่านเซ็นออกมาราวกับห่าฝนบรรเลงบัดนี้สัตว์อสูรชนชั้นลมปราณสสรรพธาตุต้องตกตายเพียงกระบี่เดียวจากมนุษย์ผู้มีพลังปราณชั้นก่อตั้งขั้นเก้าย่างสิบเท่านั้น!!!
หนิงหลงร่อนลงอย่างงุนงงเบื้องหน้ามัน บัดนี้ก่อเกิดเป็รอยแยกของแผ่นดินที่ทอดยาวกว่าห้าร้อยวาสร้างความสับสนงุนงงมากมาย
“อนุภาพรุนแรงยิ่ง” หนิงหลงอุทานอย่างลืมตัว
“แปลกใจเช่นนี้ก็เพราะว่าตลอดชีวิตของเ้าเคยฝึกปรือเพียงแค่เคล็ดวิชาของตระกูลเส้าแม้หมัดทองจะเป็เคล็ดวิชาที่ดี แต่ก็เป็เพียงเคล็ดวิชาชนชั้นปถุชนเท่านั้นไหนเลยจะนำมาเปรียบเทียบกับกระบี่ห้วงจักรวาลได้”เสียงของหนิงเชียวที่อยู่ห่างออกไปดังแว่วมา หนิงหลงเมื่อหันมาทางหญิงสาวก็เห็นนางกำลังลอยล่องมาด้วยท่าทางที่งดงาม
“โดยปกติแล้วพลังปราณนั้นถือเป็ขอบเขตของผู้ฝึกยุทธผู้ฝึกยุทธโดยส่วนมากน้อยคนที่จะสามารถต่อสู้ข้าม่ชั้นพลังยุทธของตนได้แต่ถึงอย่างไรในการต่อสู้จริงนั้นย่อมกรอปไปด้วยหลักการมากมายหลอมรวมกัน ด้วยเหตุนี้ผลแพ้ชนะถึงได้เปลี่ยนแปรไม่อาจคาดเดา” เทพธิดาสาวพูดต่อเมื่อร่อนร่างงามลงข้างกายของชายหนุ่มขอบตาของนางปริ่มแดงราวกับว่าเพิ่งเช็ดน้ำตาของตนเอง “เ้าแม้ประสบการณ์เชิงยุทธจะเพียงแค่หางอึ่งพลังปราณก็เป็ชนชั้นต่ำแต่ถึงอย่างนั้นเคล็ดวิชากระบี่ห้วงจักรวาลนับเป็เคล็ดกระบี่ขั้นสูงสุดเมื่อหลอมรวมกับพลังปราณธาตุวารีของเราเทพธิดาแล้วหากมีปัญญาย่อมต้องเอาชนะเ้าลิงอสูรตัวนี้ได้เพียงแค่สะบัดฝ่ามือ” พูดจบหนิงหลงถึงกับตะลึงในเคล็ดวิชากระบี่ห้วงจักรวาลและพลังปราณของตน
“และถ้าหากสู้เต็มกำลังสำหรับผู้มีปัญญาย่อมคู่คี่สูสีกับนักสู้ชนชั้นปราณดินขั้นสี่เป็อย่างน้อย” พูดจบหนิงเชียนก็หันมามองสามีของตนราวกับว่าสิ่งที่บอกเล่าเป็เื่ปกติสามัญทว่าสีหน้าของหนิงหลงหาใช่มองเื่นี้เป็เื่ปกติไม่การต่อสู้ถึงขั้นเอาชนะข้ามชนชั้นนั้นถือว่าเคยมีมาก่อนจริงแต่การที่จะเอาชนะข้ามชั้นถึงเพียงนี้นับว่าเป็เื่ที่ถูกบอกเล่าแต่เพียงในตำนานเสียเท่านั้นไม่เพียงเท่านี้การที่หนิงเชียนบอกเล่าว่าเคล็ดวิชาและพลังปราณของหนิงหลงสามารถเอาชนะนักสู้ชนชั้นปราณดินขั้นสี่เป็อย่างน้อยถือว่าพูดให้คนทั้งดาวเล็กๆนี่ฟังก็ยากที่จะมีคนเชื่อถือนางเพราะหนิงหลงไม่เพียงอยู่ในขั้นลมปราณชนชั้นก่อตั้งเท่านั้นแต่นั้นเพราะว่าสัตว์อสูรพันธสัญญาของมันก็หามีไม่การิ่ว่าสามารถเอาชนะนักสู้ชนชั้นปราณสรรพธาตุที่โดยปกติมีสัตว์อสูรพันธสัญญาก็เป็เื่ที่ยากจะพบเจอแล้วการบอกว่าสามารถกำชัยเหนือชนชั้นปราณดินขั้นสี่ที่มีพันธสัญญาโดยปราณชนชั้นที่ต่ำที่สุดที่ไม่มีพันธสัญญา นับว่าเป็เื่ผายลม
“ดูเหมือนหลงน้อยเ้าจะไม่เชื่อข้า”
“…เชียนเอ๋อร์”
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนเราเทพธิดาทำใจให้เ้าต่อสู้ไม่ได้…เป็ห่วงเ้าเกินไป อย่างไรเสียเ้าก็ต่อสู้ตามที่เ้าสู้ได้ไปก็แล้วกันหากตึงมืออันตราย เราเทพธิดาจะสังหารสรรพสิ่งที่บังอาจแตะต้องสามีเราเอง” ว่าแล้วเทพธิดาสาวก็หมุนตัวทะยานจากไป
“!@#$%^^$#@#$%^&**&......ให้ตายเชียนเอ๋อร์ยังผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยามเลย”
ในคืนนั้นหลังจากอากาศเริ่มทอประกายแห่งหยินยามค่ำคืนเงาร่างสายหนึ่งทะยานตัดความมืดเข้าสู่ลานโล่งของทุ่งหญ้า ณ ยอดเขาเมื่อกระทบซึ่งแสงจันทร์ ใบหน้าที่คุ้นเคยเผยให้เห็นชัดว่านั่นคือ ‘หนิงหลง’ นั่นเอง
“เห็นทีจะต้องแอบมาฝึกหลงจากที่นางหลับไป…ให้ตายเถอะมีภรรยาเหมือนกับมีโซ่ล่ามตัวจริงๆ”