Episode
| 5 |
สองต่อหนึ่งมันฟินแค่ไหน
น่าแปลกแฮะ.. เห็นอารมณ์ร้อนทั้งคู่ก็คิดว่าน่าจะเป็ของโปรด
“ผมไม่ชอบทานของหวานด้วยครับ มันเลี่ยน”
“ผมก็ไม่ชอบครับพี่ขนมผิง ผมชอบอะไรขมๆมากกว่า” ธาร์มเอ่ยพลางก็คว้าแก้วน้ำแล้วหันไปมองทางชายหนุ่มด้านข้าง
“เอ่อ.. ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ ดูเหมือนว่าพวกคุณจะเข้ากันได้ดีเลยนะคะเนี่ย”
“ไม่!!”
“ไม่มีทางครับ!!!”
แต่คำตอบอันแสนหนักแน่นก็ถูกเอ่ยออกมาดังสนั่น นั่นจึงทำให้ขนมผิงที่ฉีกยิ้มกว้างต้องหุบยิ้มลงแทบไม่ทัน เธอพยักหน้าหงึกหงักแล้วรีบคว้าแก้วน้ำมากระดกลงคอ ก่อนอาจารย์สาวจะเห็นถึงสายตาอำมหิตของหนุ่มหล่อที่กำลังจ้องมองกัน
เฮ้อ.. ชาติที่แล้วสองคนนี้เกิดเป็ไก่ชนหรือไง เอะอะก็จะตีกันอย่างเดียวเนี่ย
“ฉันขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
ขนมผิงเอ่ยพลางก็ค่อยๆลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเป็กังวล เธอไม่อยากปล่อยให้สองคนนี้นั่งอยู่ด้วยกันตามลำพัง แต่ทำยังไงได้ล่ะ ตอนนี้เธอรู้สึกอยากจะเข้าห้องน้ำขึ้นมากะทันหัน
“ครับ”
“ให้ผมพาไปไหมครับคุณขนมผิง”
“มึงนั่งนี่เลย! อย่าฉวยโอกาส” ธาร์มรีบหันไปปรามมาเฟียที่ทำท่าจะลุกขึ้น
“ไม่ต้องหรอกค่ะคุณั เดี๋ยวฉันไปแค่แป๊บเดียว เฮ้อ.. พวกคุณสองคนอย่าตีกันนะคะ ฉันขอร้องล่ะ เดี๋ยวฉันกลับมาค่ะ”
และนั่นก็เป็ประโยคสุดท้ายที่เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง ขนมผิงถอนหายใจแล้วคว้ากระเป๋าสะพายมาด้วย ร่างบางเดินออกมานอกห้องวีไอพีแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ ในใจของเธอเองก็แอบหวั่นเหมือนกันว่าจะเกิดเื่ร้ายแรงหรือเปล่า
แอ๊ดดดดด..
“ฟู่วววว!”
บานประตูห้องน้ำสุดหรูถูกเปิดออกพร้อมกับหญิงสาว ขนมผิงพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่พร้อมเดินมาด้านนอก เธอจัดการล้างมือแล้วจ้องมองตัวเองในกระจกเพื่อเช็กความเรียบร้อย
ก่อนที่ดวงตากลมโตของเธอจะเบิกออกกว้าง หัวใจมันก็เต้นระรัวมากยิ่งขึ้นเมื่อคิดถึงภาพของผู้ชายสองคนนั้น ราวกับว่าตอนนี้มันเป็เพียงแค่ความฝัน ไม่มีทางเลยที่จะมีผู้ชายถึงสองคนมาตามตอแยเธอแบบนี้
แถมพวกเขายังหน้าตาดีมากอีกด้วย หุ่นก็สูงล่ำราวกับนายแบบ หน้าตาก็เข้าขั้นหล่อเหลาจนผู้หญิงมองตาเป็มัน
“เฮ้อออ นี่มันเป็ความฝันเหรอ ทำไมคุณักับธาร์มถึงรุกจีบฉันแรงขนาดนี้”
ขนมผิงบ่นพึมพำโดยที่เม้มริมฝีปากตัวเองไปด้วย เล่นเอาจนเธอไม่มีเวลาคิดถึงความเ็ปในอดีตเลย เพราะเื่ของวาโยได้หายออกไปจากใจราวกับสายลม เพราะมีผู้ชายทั้งสองคนโถมเข้าหาเธอดั่งพายุฝน..
ครืดดดดดด Rrrrrrrrrr
(รับโทรศัพท์ด้วยจ้านังชะนีป่า! รับโทรศัพท์ด้วยจ้านังชะนีป่า! รับโทรศัพท์ด้วยจ้านังชะนี..)
ติ๊ด!
ขนมผิงรีบกดรับสายอย่างทันท่วงที หลังจากได้ยินสายเรียกเข้าที่แอบถูกเปลี่ยนโดยเพื่อนสนิทอย่าง ดีดี้.. พ่อหนุ่มลูกครึ่งผิวสี ตัวใหญ่บึกบึน ชอบแต่งตัวสีสันจัดจ้าน เขาเป็เพื่อนสนิทของขนมผิงั้แ่มหาวิทยาลัย พอเรียนจบดีดี้ก็ขอเงินพ่อเปิดบาร์โฮสต์ของตัวเองซะเลย
“เฮ้อออ ดีดี้! นี่แกแอบเปลี่ยนเสียงเรียกเข้าฉันั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย ฉันจะบ้าตายกับเสียงแก หลอนไม่ไหว”
(ว๊ายยยย เพิ่งรู้เหรอย๊ะ!! ฉันแอบเปลี่ยนไปเป็ชาติแล้วจ้า)
“แล้วนี่โทรมามีไรเนี่ย ฉันยุ่งอยู่นะ” ขนมผิงรีบโบ้ยโกหกออกไปแบบนั้นเพื่อหาเื่วางสาย
(ก็เหงาๆอะ ผู้ชายฉันออกไปรับแขกกันหมด เลยอยากโทรมาคุย อยากถามด้วยว่าไปเป็อาจารย์ที่สถาบันอาชีพวันแรกเป็ยังไง มีผู้ชายมาจีบมะ)
“เอ่อ..”
เรียกได้ว่าขนมผิงไม่เคยโกหกเพื่อนซี้สุดใจคนนี้เลย เวลามีเื่อะไรก็จะเล่าสู่กันฟังอยู่เสมอ รวมถึงเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ด้วย
(อ้ำๆอึ้งๆแบบนี้มันหมายความว่ายังไงกันย๊ะยัยผิง!! แกมีผู้ชายมาขายขนมจีบเรอะ)
“ก..ก็คงงั้น เป็เด็กผู้ชายที่ฉันเคยเล่าให้แกฟังน่ะ ที่เขามาช่วยกันฉันออกจากวาโย แล้วก็..ไอ้ผู้ชายโรคจิตที่เป็มาเฟีย เมื่อวานฉันอุตส่าห์เตะไข่ไปขนาดนั้นแล้ว แต่เขาก็ยังจะโผล่มา”
(นี่แกว่าไงนะ)
“…..”
(สองคนนี้มาจีบแกเหรอ!? ว๊ายยยยยยย)
เสียงกรีดร้องในโทรศัพท์ดังออกมาจนสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่จะทำให้ขนมผิงต้องรีบเอามันออกห่างจากหู รอจนดีดี้กรี๊ดเสร็จแล้วค่อยคุยเื่นี้กันต่อ
(แล้วตอนนี้แกอยู่ที่ไหนเนี่ย อย่าบอกนะว่าแกมาออกเดตกับพ่อหนุ่มรูปหล่อสองคนนั้นอะ ถามจริง!!)
“นี่แกมีญาณทิพย์หรือไงเนี่ยดีดี้ ทำไมถึงรู้ทุกเื่เลยล่ะ”
(งั้นก็แปลว่าจริงเหรอ)
“อะอือ”
(กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!!)
เสียงอันดังสนั่นของเพื่อนรักหลุดออกมาอีกระลอก นั่นจึงทำให้ขนมผิงต้องยกมือขึ้นมากุมขมับตัวเองพลางส่ายหน้าไปมา
“โอ๊ยยย แกหยุดกรี๊ดได้แล้วดีดี้ หูฉันจะแตกแล้วเนี่ย นี่แกไปกินนกหวีดมาหรือไง”
(แกรู้ไหมว่าความรักแบบสองต่อหนึ่งนี่มันฟินแค่ไหน)
กึก
เพียงคำพูดเดียวเท่านั้นก็ทำให้ขนมผิงถึงกับชะงัก ฝ่ามือเรียวออกแรงบีบกระเป๋าสะพายข้างไว้แน่น ดวงตากลมโตเบิกออกด้วยหัวใจอันสั่นระรัว ลมหายใจของเธอติดขัดเมื่อนึกถึงอะไรบางอย่างในหัวสมอง
“น..นี่แกพูดบ้าอะไรออกมาเนี่ย สองต่อหนึ่งอะไร มันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย”
(ก็แนวผัวสองเมียหนึ่งไง รู้ไหมว่าโคตรฟินเลยนะ ฉันเคยไปนอนกับเด็กเอนในสังกัดอะ แบบผู้ชายสองคนหล่อๆที่เคยเล่าให้แกฟัง คืนนั้นฟินจนไม่อยากจะหยุดเลย เหมือนเราตัวเล็กตัวน้อยอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายทั้งสองคน)
“หยุดพูดเลยนะดีดี้!!”
(คิกๆๆ นี่แกคิดภาพตามอยู่ใช่ไหมย๊ะยัยผิง ฉันรู้หน่า)
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่ดีดี้พูดออกมาคือความจริง ตอนนี้เธอจินตนาการภาพที่ไม่ควรอยู่ในหัวเป็ฉากๆ ทั้งใบหน้าของผู้ชายสองคนนั้น และก็.. ร่างกายของเธอที่ถูกพวกเขาัั
(แต่ก่อนที่จะไปถึงเื่บนเตียงน่ะ แกจะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ชายทั้งสองคนก่อนนะยัยผิง ถ้าเป็แบบนั้นมันถึงจะถูกต้อง เขาเรียกว่ามีความสุขทั้งสามฝ่าย ยินยอมกันทั้งหมด วิน! วิน! และก็ วิน!! เข้าใจไหม)
ยินยอมกันทั้งหมดงั้นเหรอ..
ตึกๆๆๆ
แอ๊ดดดดด..
หลังจากพูดคุยกับยัยเพื่อนรักเสร็จสรรพทุกอย่าง ขนมผิงก็ยืนทำใจอยู่ในห้องน้ำสักพักกว่าจะเดินออกมาได้ เธอเม้มริมฝีปากตัวเองแล้วเปิดประตูเข้าไปภายในห้องอาหารวีไอพี รอยยิ้มพิมพ์ใจที่กำลังจะฉายชัดเพื่อบอกกับทุกคนว่าเธอกลับมาแล้ว
กึก
“น..นี่!!”
แต่มันก็ต้องถูกทลายลงเพราะภาพที่เธอเห็น เพราะตอนนี้ผู้ชายร่างหนาทั้งสองกำลังเตรียมจะกระหน่ำหมัดหนักใส่กัน มือข้างหนึ่งของพวกเขากำคอเสื้ออีกฝ่ายไว้แน่นทั้งคู่ สีหน้าโกรธเคืองจ้องมองกันราวกับอยากจะฆ่าให้ตายคามือ
“แฮ่กๆๆ มึงปากดีใส่กูหลายรอบแล้วนะไอ้เด็กปีนเกลียว มึงคิดว่ามึงเป็หัวหน้านักเลงแล้วจะทำอะไรกูก็ได้เหรอ”
“งั้นมึงก็ลองวัดกับกูสักตั้งไหมล่ะไอ้สัด เอาแบบแมนๆ ไม่ต้องมีลูกน้องมาคอยคุ้มกัน ยังไงมึงก็ต้องสยบใต้ตีนกูอยู่ดี”
“ธาร์ม! คุณั! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!! หยุดทั้งคู่เลย!!”