แสงตะวันยามเย็นฉาบย้อมท้องนภาและผืนปฐีจนกลายเป็สีทองอร่าม ณ จักรวรรดิเมฆคราม บริเวณสวนบุปผาหลังจวนแม่ทัพทิศประจิม บัดนี้มีเด็กหนุ่มรูปงามอายุ 14 ย่างเข้า 15 ปีกำลังฝึกออกหมัดอยู่กับที่อย่างบ้าคลั่งราวกับมิรู้จักความเหน็ดเหนื่อย ถึงแม้จะมีหยาดเหงื่อจะหลั่งไหลออกมาจนโทรมกายแล้วก็ตาม
เด็กหนุ่มคนนี้มีนามว่า เย่เหยุนซี เป็บุตรชายบุญธรรมของแม่ทัพทิศประจิม เย่ชิงหยาง และภรรยา
ส่วนสาเหตุที่เขาต้องฝึกฝนอย่างหนักก็เพราะว่า ใน่อายุ 12 ปี เย่หยุนซีไม่สามารถปลุกพลังปราณและจิตอสูรของตนเองขึ้นมาได้ ดังนั้นเขาจึงตั้งใจฝึกฝนร่างกายเพื่อทดแทนส่วนที่ขาด ถึงแม้จะมีหลายคนบอกว่ามันไร้ประโยชน์ ตัวเขาก็ไม่คิดย่อท้อแต่อย่างใด
"แห๊กๆ ยังหรอกน่า ข้าจะต้องเอาชนะชะตากรรมของตนเองให้จงได้" หลังจากออกหมัดไป 9999 ครั้ง เย่หยุนซีก็กัดฟันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแหบแห้งเหนื่อยล้าสุดประมาณ แต่ดวงตายังคงฉายแววมุ่งมั่นไม่หวั่นไหว
"ฟุ๊บ"
"นายน้อย ท่านอย่าได้หักโหมมากจนเกินไป นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วสมควรที่จะต้องไปพักผ่อนเสียที" ในขณะที่เย่หยุนซีกำลังพยายามฝืนยกมือออกหมัดครั้งที่ 10,000 ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นและคว้าร่างของเขาเอาไว้
"พ่อบ้านเหวิน ขะ ข้า....ยัง......ไหว" เย่หยุนซีพยายามฝืนพูดออกไป แต่ด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมอยู่ในร่างกาย มันจึงทำให้เขาสลบไหลในทันที
มองเห็นภาพนี้พ่อบ้านเหวินหรือ'เหวินเจียง'ก็เผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา "เห้อ ถ้าหากว่านายน้อยสามารถปลุกพลังปราณและจิตอสูรขึ้นมาได้ก็คงดี"
กล่าวจบ! เหวินเจียงก็แบกเย่หยุนซีเดินไปยังห้องนอน ก่อนจะเรียกข้ารับใช้มาปรนนิบัติดูแลเด็กหนุ่มอย่างที่เคยทำเป็ประจำ
.
.
.
หลังจากเวลาผ่านไปจนถึง่ค่ำ ร่างที่ไร้ซึ่งสติของชายหนุ่มอยู่ดีๆก็เกิดแสงสีขาวและดำทอประกายวาบไหว จิติญญาอันเหนื่อยล้าของเย่หยุนซีคล้ายจะถูกดึงไปยังสถานที่แปลกประหลาดซึ่งมีลักษณะพื้นที่เป็แผนภาพหยินหยาง ตรงบริเวณจุดกึ่งกลางปรากฏหอคอยสีขาวเก้าชั้นที่ถูกโอบล้อมด้วยัทมิฬ 4 ตน ทำให้ดูศักดิ์สิทธิ์และน่ายำเกรงยิ่ง
จิติญญาของเย่หยุนซีเมื่อลืมตาตื่นขึ้นก็พลันรู้สึกงุนงงกับภาพตรงหน้า แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรออกมาเสียงอันทรงอำนาจสายหนึ่งก็พลันดังก้องกังวาน
"ยินดีต้อนรับเข้าสู่หอหยินหยาง"
"นั่นเสียงของใครกัน?" เย่หยุนซีหันขวับไปมองยังตัวหอคอยซึ่งเป็ต้นเสียงแล้วะโถาม ทันใดนั้น! เงาร่างของชายหนุ่มรูปงาม เส้นผมสีเงิน อาภรณ์ขาวก็ปรากฏขึ้นมาที่เบื้องหน้า
"ผู้ถูกเลือกตัวน้อย ข้าคือผู้ที่จะมอบพลังให้แก่เ้า"
ได้ยินคำกล่าวนี้ ใบหน้าของเย่หยุนซีก็ฉาบย้อมไปด้วยความประหลาดใจ ชายปริศนาผู้นี้เป็ใครมาจากไหน? จู่ๆก็บอกว่าจะมอบพลังให้? เขามีเจตนาใดแอบแฝงหรือเปล่า?
ชายปริศนาราวกับล่วงรู้ถึงความคิดของเด็กหนุ่ม ดังนั้นเขาจึงเอ่ยปากกล่าวออกมาอีกครั้งว่า "เ้าหนู ข้ามิได้มีเจตนาแอบแฝง แต่นี่คือโชคชะตาและวาสนาของเ้า"
เย่หยุนซีดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นผี "ท่านถึงกับอ่านใจคนได้!!"
ชายผมสีเงินยกยิ้มอย่างมีเลศนัย "สำหรับข้าการอ่านใจมันไม่ใช่เื่ยากอะไรเลยสักนิด.........เอาล่ะ ช่างเื่นั้นเถอะ ตกลงเ้าจะยินดีรับพลังที่สมควรจะเป็ของตนเองหรือไม่"
"ข้ายินดี"
เย่หยุนซีตัดสินใจตอบกลับโดยไม่มีท่าทีลังเลเหมือนตอนแรก เพราะเขาคิดได้ว่าตนเองไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วในชีวิตนี้ หากมันเป็ความจริงอย่างที่ชายหนุ่มพูดก็ถือว่าดี แต่ถ้ามันเป็เพียงความฝันเขาก็แค่พยายามฝึกฝนต่อไปเหมือนที่เคยทำ
"ฮ่าๆๆถือเป็การตัดสินใจที่ดี.........เ้าหนูขอให้สนุกกับเส้นทางการบ่มเพาะพลังนับจากนี้......ข้าจะเฝ้ารอวันที่พวกเราจะได้พบเจอกันอีกครั้ง " ชายหนุ่มปริศนากล่าวพลางหัวเราะอย่างขบขัน เมื่อสิ้นสุดคำพูดนั้นร่างของเขาก็พลันกลายเป็ละอองแสงหายไปในทันที
"เดี๋ยว!......อ๊าก!!!"
เย่หยุนซีพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ๆเขาก็พลันกรีดร้องโหยหวนอย่างบ้าคลั่ง เนื่องจากพลังปราณอันแปลกประหลาดกำลังพรั่งพรูเอื้อล้นออกมาจากร่างกายและหลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่หยินหยางโดยที่เขามิอาจหยุดมันได้
"อั่ก! หรือว่าข้ากำลัง.......จะ.......ตาย" เย่หยุนซีล้มลงกับพื้นแล้วสลบไป ทว่าทันใดนั้น! บริเวณพื้นที่หยินหยางก็พลันปรากฏดวงตาสีอำพันสองคู่ ซึ่งให้อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกัน
ดวงตาที่อยู่ฝั่งหยางมีความร้อนแรงเกินบรรยายแฝงอยู่ ตรงกันข้ามกับดวงตาทางฝั่งหยินที่เต็มไปด้วยความหนาวเย็นสุดขั่วหัวใจ
แต่ก่อนที่จะเห็นอะไรไปมากกว่านั้น! หอคอยหยินหยางซึ่งตั้งอยู่ใจกลางก็พลันเปล่งแสงสว่างวาบฉาบย้อมไปทั่วทะเลจิติญญา
"ไม่ ไม่นะ!!"
ร่างจริงของเย่หยุนซีสะดุ้งตื่นโดยฉับพลัน ทั่วทั้งใบหน้าและร่างกายเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่หลั่งไหลอย่างไม่หยุดหย่อน
"นี่ข้าฝันไปงั้นรึ!.......หือ!!" เย่หยุนซีมองสำรวจร่างกายของตนเองแล้วบ่นพึมพำ แต่ทว่าทันใดนั้น! เขาก็พลันสังเหตุเห็นสัญลักษณ์หยินที่มือซ้ายและสัญลักษณ์หยางที่มือขวา แถมยังััได้ว่ามีพลังงานสองสายไหลเวียนอยู่ในร่าง
"ละ ลัญจกรเทพอสูร!!" เด็กหนุ่มอุทานเสียงสั่น สิ่งนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมืุ่์สามารถปลุกจิตอสูรได้เท่านั้น นี่ถือเป็หลักฐานชั้นดีว่าบัดนี้เย่หยุนซีได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางของผู้ฝึกยุทธเป็ที่เรียบร้อย
"นะ ในที่สุดข้าก็ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์อีกต่อไป"