เมื่อพิธีล่วงเลยมาจนถึงเวลาสำคัญถึงเวลาส่งตัวคู่บ่าวสาวสู่เรือนหอแล้วหลังจากที่ถูกสหายร่วมมอมเหล้าอยู่นานสองนาน
ท่านเทพเซี่ยหนิงเฉิงจิบพอเป็พิธีเท่านั้น ต่างกับสามีของเขาที่ถูกประมุขเทียวรินสุราลงจอกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งราชครูไป๋ไม่ต้องพูดถึง รายนี้แทบจะไม่แตะสุราแม้แต่นิดเดียว เป็เซียวซูเจี้ยนไม่สิ ตอนนี้เป็ไป๋ซูเจี้ยนแล้วที่ยกจอกสุราดื่มแทนส่วนเซี่ยหนิงเฉิงก็ได้เป็เซียวหนิงเฉิงอย่างกับว่าเขาได้ใช้สกุลของอาจารย์อย่างไรอย่างนั้น
“เอาล่ะ ฤกษ์งามยามดีมาถึงแล้วส่งตัวบ่าวสาวเข้าเรือนหอ” ฝ่าายังคงอยู่ร่วมงานจนถึงเวลาส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอไม่รู้ว่าป่านนี้ฟ่านกงกงจะตามหาฝ่าาไปถึงไหนแล้ว
“ขอบพระทัยฝ่าาที่อยู่กับพวกเราจนถึงตอนนี้” แม้ว่าจะเป็การหนีราชกิจมาร่วมสังสรรค์ก็ตาม
“ได้เห็นท่านปู่เทพทั้งสองออกเรือนแต่งงานกับคนที่คู่ควรเราก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะต้องถูกเยว่เฟยหลิงขังให้ทำงานห้ามรุ่งห้ามค่ำแล้ว”คนที่ถูกพาดพิงเหล่ตาไปมองมิใช่ว่าฝ่าาชอบเอางานที่ควรทำมากองค้างเอาไว้หรอกรึถึงได้ต้องทำงานห้ามรุ่งห้ามค่ำน่ะเขาก็แค่คอยดูให้ทำงานจนเสร็จจะได้ไม่ต้องมีงานค้างก็เท่านั้น
“เกี่ยวอะไรกับข้ากัน”
“เดี๋ยวเลยฤกษ์ดีเสียก่อนอย่ามัวแต่คุยกันอยู่ตรงนี้เลย” อวี๋เหมาฉาเห็นว่าหากยังมัวแต่หยอกล้อกันแบบนี้จะเลยฤกษ์เข้าหอเสียก่อนที่เกือบสังหารกันตายเมื่อครู่ยังหยอกล้อกันไม่พออีกรึ
เนื่องจากเส้นทางไปยังป้าเตาและฉางเก๋ออยู่กันคนละทิศดังนั้นเรือสำหรับส่งตัวบ่าวสาวเข้าเรือนหอจึงเป็เรือลำใหม่เส้นทางสายน้ำแห่งท้องนภาจึงแยกออกจากกันเป็สองสายเพื่อมุ่งตรงสู่จุดหมายที่อยู่กันคนละทิศ
“สามวันหลังจากนี้ก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากๆ” ฝ่าาเอ่ยหลังจากนี้สามวันจะเป็เวลาพักผ่อนของคู่บ่าวสาวก่อนที่จะกลับมาทำงานอีกครั้งใช้เวลาให้คุ้มเสียเถอะเพราะยังมีงานหลายอย่างรอคอยหัวหน้าองครักษ์และราชครูอยู่
เรือทั้งสองลำค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากลานหลวงมุ่งตรงสู่บ้านหลังใหม่เซียวหนิงเฉิงควบคุมสายน้ำให้ไหลไปทางป้าเตาในขณะที่ไป๋ซูเจี้ยนควบคุมสายน้ำให้ไหลไปทางฉางเก๋อส่วนแขกที่มาร่วมงานต่างก็อยู่พูดคุยกันเล็กน้อยแล้วแยกย้ายกันกลับพรรคของตัวเองรวมถึงฝ่าาที่ต้องไปสะสางราชกิจที่ค้างคาอยู่หลังจากนี้
เรือที่มุ่งหน้ามาทางทิศเหนือของวังหลวงนั้นค่อยๆแล่นมาเทียบประตูทางเข้าป้าเตาที่นั่นเหล่าองครักษ์ต่างมารอต้อนรับประมุขและฮูหยินอย่างพร้อมหน้า เนื่องจากว่าวันนี้คู่บ่าวสาวเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้วหลังจากที่ชนจอกกับคนในพรรคไปประมาณหนึ่งเค่อคู่บ่าวสาวก็มายังเรือนใหญ่ที่เป็เรือนพำนักของประมุขภายในเรือนตกแต่งด้วยผ้าสีแดงมงคล ทั้งสองเดินมายังส่วนที่เป็ห้องนอนภายในห้องมีสุรามงคลสำหรับคู่บ่าวสาวเตรียมเอาไว้ เ้าบ่าวประคองเ้าสาวนั่งลงบนเตียงค่อยๆเปิดผ้าคลุมหน้าเ้าสาวออกเผยให้เห็นใบหน้างดงามที่แต่งแต้มด้วยสีชาดเพราะจิบสุราไปเล็กน้อยทำให้แก้มของเซียวหนิงเฉิงแดงกว่าปกตินิดหน่อยเพราะความงดงามนี้ทำให้ร่างสูงเผลอไล้หลังมือไปที่ข้างแก้มของเ้าสาวโดยไม่รู้ตัว
งดงามจนหาคำบรรยายออกมาไม่ได้
เพราะรู้สึกว่ากำลังจะคุมตัวเองไม่อยู่เซียวเฟิงเหยียนจึงได้รีบดึงมือของตัวเองกลับมองไปที่สุรามงคลที่ถูกเตรียมเอาไว้ก่อนจะเอ่ย
“ดื่มสุรามงคลแล้วเข้านอนเถอะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”เซียวหนิงเฉิงไม่ได้ว่าอะไรที่สามีบอกให้เข้านอนเขานึกเอ็นดูสามีอยู่นิดหน่อย ทำไมถึงได้ใสซื่อถึงเพียงนี้
คู่บ่าวสาวคล้องแขนกันก่อนที่จะดื่มสุรามงคลเพียงเท่านี้พวกเขาทั้งสองก็ได้เป็สามีภรรยากันอย่างถูกต้องแล้ว
พอได้มองใกล้ๆแบบนี้แล้วเซียวเฟิงเหยียนหน้าตาหล่อเหลามากทีเดียว เซียวหนิงเฉิงเผลอคิดไปว่าหากพวกเขายังอยู่ใกล้กันนานกว่านี้คงจะต่างฝ่ายต่างควบคุมตัวเองไม่ได้เป็แน่
เห็นได้ชัดว่าเ้าบ่าวกำลังอดทนอยู่ แต่ไม่แสดงอาการออกมาเซียวหนิงเฉิงไม่อยากแกล้งสามีเท่าไหร่นักจึงไม่ได้เปิดโปงเขาและไม่ได้ทำอะไรที่จะเป็การเพิ่มความอดทนให้สามีมากไปกว่านี้
“ท่านพักผ่อนเถอะ เตียงนอนของข้าอยู่อีกฝั่งหลังฉากกั้นมีอะไรก็เรียกข้าได้”แล้วคืนเข้าหอพวกเขายังแยกเตียงกันนอนเสียด้วย
ท่าทางเขินอายแบบนี้ทำให้เซียวหนิงเฉิงอดที่จะเอ็นดูไม่ได้จริงๆ
“เช่นนั้น....ช่วยถอดปิ่นให้ข้าที” มือเรียวชี้ไปบนศีรษะที่ถูกเกล้าผมเอาไว้ด้วยปิ่นและเครื่องประดับนับไม่ถ้วนตอนนี้คนแก่อย่างเขาปวดหัวมากทีเดียวกับเครื่องประดับพวกนี้พวกสาวใช้มือหนักกันจริงๆแล้วนี่ใช้เครื่องประดับไปเท่าไหร่กันทำไมมันถึงได้หนักขนาดนี้
“ได้” ร่างสูงรับคำเอื้อมมือมาถอดปิ่นมากมายที่อยู่บนศีรษะของภรรยาออกแม้พวกเขาจะเป็บุรุษเช่นเดียวกันแต่ทว่าฐานะในงานแต่งงานนั้นต่างกันดังนั้นฝ่ายที่เป็เ้าสาวจึงต้องแต่งกายด้วยเครื่องประดับมากมายไม่ต่างจากสตรี แค่นับจำนวนคร่าวๆของปิ่นที่ถอดออกมาก็ไม่น้อยกว่ายี่สิบอันแล้ว
“สาวใช้มือหนักกันจริงๆ” ร่างโปร่งอดบ่นขึ้นมาไม่ได้คนที่ยืนอยู่เอื้อมมือมานวดศีรษะให้เบาๆเพื่อคลายความปวดเมื่อยให้ ทำเอาเซียวหนิงเฉิงเกือบเคลิ้มไปเล็กน้อยแม้จะดูตัวใหญ่แต่มือเบามาก รู้จักดูแลเอาใจใส่ถึงเพียงนี้เชียวรึ
“เ้าเองก็เหนื่อยมากแล้ว วันนี้พักผ่อนกันเสียหน่อยมีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้เถอะนะ” เซียวหนิงเฉิงรู้ว่าวันนี้เซียวเฟิงเหยียนเองก็เหนื่อยไม่น้อยพิธีที่จัดในวังหลวงนั้นมีความยุ่งยากและมีพิธีการมากมาย ซ้ำยังต้องเดินทางไกลเพื่อไปรับตัวเ้าสาวตัวเซียวหนิงเฉิงก็หมดพลังไปมากจากการที่ต้องสร้างเส้นทางเดินเรือถึงพวกเขาจะมีใจเสน่หาต่อกันอย่างไรแต่วันนี้คงร่วมเตียงกันไม่ไหวหรอก
แล้วเ้าบ่าวก็ดูเหมือนจะรอให้เซียวหนิงเฉิงพร้อมก่อนเสียด้วย
ให้พูดกันตามตรงวันนี้ก็ไม่พร้อม เพราะเหนื่อยจนแทบจะสลบอยู่แล้ว
“อืม เช่นนั้นเจอกันพรุ่งนี้” ร่างสูงพยักหน้าละมือจากเรือนผมสีขาวที่ลื่นมือนั้นเดินไปยังอีกฝั่งของฉากกั้น เซียวหนิงเฉิงคว้าหมอนมาซบหน้าตัวเองเหมือนสาวน้อยที่กำลังมีความรักแก้มที่แดงอยู่แล้วแดงขึ้นไปอีก ดวงตาสีฟ้าอ่อนเป็ประกายระยิบระยับ
เชื่อเถอะว่าเซียวเฟิงเหยียนถูกใจเขามากจริงๆดีแค่ไหนที่ได้แต่งงานกับคนที่รอคอยมานานถึงขนาดนี้
นับว่าโตมาได้สมกับความคาดหวังเสียจริงเหนือกว่าที่คาดหวังเอาไว้เสียอีก
หลังจากที่กรีดร้องอยู่ในใจจนพอสมควรแล้วเซียวหนิงเฉิงก็ถอดชุดเ้าสาวออกชุดเ้าสาววันนี้จะนับว่าสวยก็สวยมาก แน่นอนว่าร้อนมากและหนักมากเช่นกันหลังจากที่เอาตัวเองออกมาจากชุดได้ร่างโปร่งก็เดินตัวปลิวไปที่อ่างน้ำอุ่นที่มีคนจัดเตรียมเอาไว้ให้แล้วลงไปแช่เพื่อคลายเมื่อยซบหน้าอยู่กับแขนที่วางพาดไว้บนขอบอ่าง
ั้แ่พรุ่งนี้ไปเขามีหน้าที่ที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย และพรุ่งนี้เื่วุ่นวายคงจะมาหาเขาถึงที่เรือนเซียวหนิงเฉิงไม่อยากเสียเวลากับเื่นี้มากจัดการให้ไวหน่อยเขากับสามีก็จะมีเวลาพักผ่อนมากขึ้นหลังจากจบเื่พวกนี้เซียวหนิงเฉิงตั้งใจว่าจะพาเซียวเฟิงเหยียนไปล่องเรือที่ทะเลเสียหน่อยเพื่อเป็การผ่อนคลายจากภาระหน้าที่
จบเื่ได้เร็วก็คงจะดี
หลังจากที่อาบน้ำชำระร่างกายเสร็จแล้วเซียวหนิงเฉิงก็กำลังจะลุกจากอ่างแต่คิดเื่หนึ่งขึ้นมาได้ ถึงจะคิดเอาไว้ว่าจะไม่แกล้งสามีแต่เขาต้องพูดตามตรงว่าเซียวเฟิงเหยียนนั้นน่าแกล้งมากเพราะฉะนั้นวันนี้ไม่ได้เข้าหออย่างน้อยก็ขอได้แกล้งสักนิดก่อนเข้านอนก็ยังดี
อย่าถือสาคนแก่เลยอยู่ตัวคนเดียวมานานย่อมต้องหาอะไรที่มันกระตุ้นจิตใจทำเสียหน่อยจนกลายเป็นิสัย
ตุบ!
“โอ๊ย!”
“หนิงเฉิง!” แทบจะทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของภรรยาร่างสูงก็พุ่งตัวมาทันทีก่อนจะชะงักแต่ก็มีสติเร็วพอที่จะคว้าเสื้อคลุมที่อยู่ข้างๆมาคลุมร่างที่เปลือยเปล่าของคนที่นั่งอยู่บนพื้นเอาไว้
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ไม่มีอะไร เพียงแค่หน้ามืดเท่านั้น แก่แล้วก็แบบนี้”จังหวะที่ก้าวออกจากอ่างน้ำเซียวหนิงเฉิงแกล้งล้มทำให้ดูเหมือนเขาหน้ามืดเพราะแช่น้ำนานเกินไปดูเหมือนเซียวเฟิงเหยียนเองก็กำลังอาบน้ำอยู่เช่นกันเพราะร่างสูงสวมเพียงเสื้อคลุมลวกๆผมก็ยังเปียกอยู่ไม่ต่างจากเซียวหนิงเฉิงเท่าไหร่
ไม่ใช่ว่าได้ยินเสียงของเขาก็พุ่งตัวจากอ่างน้ำมาหรอกกระมัง
“ท่านไม่ได้แก่” ร่างสูงแย้งอุ้มคนที่ล้มขึ้นมาแนบอกแล้วเดินอ้อมฉากกั้นอาบน้ำมาที่เตียง เซียวหนิงเฉิงนึกขำปฏิเสธเสียงแข็งเสียจริง เขาอายุเกินร้อยขนาดนี้จะนับว่าไม่แก่ได้อย่างไร
“เจ็บตรงไหนบ้าง”เมื่อวางเซียวหนิงเฉิงลงบนเตียงร่างสูงก็ย่อตัวลงเพื่อดูว่าคนที่ล้มเจ็บตรงไหนบ้างที่ขาของร่างโปร่งมีรอยช้ำเล็กน้อย ใส่ยาสักหน่อยพรุ่งนี้ก็หาย
“ข้าไม่ทันระวังลุกเร็วเกินไปจึงหน้ามืดยังดีที่ไม่ล้มแรงมาก” มือหนาคว้าผ้าที่อยู่ข้างๆมาซับน้ำที่อยู่บนผมให้กับภรรยาแล้วเดินไปเอายามาจากอีกห้องช่างทำอะไรรวดเร็วเสียจริง อีกอย่างยาไม่ต้องใส่ก็ได้ ปล่อยเอาไว้แค่หนึ่งชั่วยามรอยก็หายแล้ว
“หากเจ็บอยู่ท่านต้องบอกข้า” ระหว่างที่ทายาร่างสูงก็เอ่ยกำชับรอยแค่นี้จะนับว่าเป็แผลฟกช้ำได้อย่างไร
“เข้าใจแล้ว” แต่ในเมื่อแกล้งเขาก็ต้องรับผิดชอบรับปากแล้วนี่ทายาแน่แล้วรึ ทำไมมือเบาอย่างนี้เล่า
หลังจากที่ทายาเสร็จเซียวเฟิงเหยียนก็เช็ดผมที่เปียกชื้นให้กับภรรยานำชุดนอนมาให้ถึงที่เตียงหากไม่ใช่ว่าเซียวเฟิงเหยียนให้เกียรติเซียวหนิงเฉิงมากร่างสูงคงจะจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ด้วยแล้ว
ถึงจะเกินพอดีอยู่บ้างแต่ท่านเทพก็ชอบมากทีเดียว
“ให้ข้าเช็ดผมให้เ้าบ้างสิ” ในเมื่อเซียวเฟิงเหยียนเช็ดผมให้เขาแล้วเขาก็อยากจะเช็ดผมให้บ้างเปลี่ยนกันดูแลก็ดีไม่ใช่รึ
“ได้” ร่างสูงนั่งลง เซียวหนิงเฉิงจึงหยิบผ้าอีกผืนที่วางอยู่มาเช็ดผมให้กับร่างสูงได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากสมุนไพรด้วย ดูแลตัวเองเก่งเหมือนกันนี่
เซียวเฟิงเหยียนพยายามที่จะไม่จ้องภรรยามากจนเกินไปแต่เพราะพวกเขาหันหน้าเข้าหากันจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสบตากันเป็ระยะท่านเทพชอบท่าทางเขินอายแบบนี้ ดูแล้วน่ารักเสียจริงแตกต่างจากยามที่อยู่ข้างนอกมากทีเดียว หัวหน้าองครักษ์ยามที่อยู่ข้างนอกนั้นเต็มไปด้วยความทะนงค์องอาจสมชายชาตรีน้ำเสียงแข็งขันและมั่นคงยามที่ะโสั่งองครักษ์ให้ตั้งใจฝึกซ้อมแต่ทว่ายามที่อยู่ในบ้านกลับอ่อนโยน มีน้ำเสียงที่นุ่มนวลไม่แข็งกระด้างบางครั้งก็เผลอทำหน้าแปลกๆโดยไม่รู้ตัวด้วย
แค่วันเดียวเซียวหนิงเฉิงก็ได้เห็นหลายด้านของสามีขนาดนี้หากอยู่ด้วยกันไปนานๆเขาจะได้เห็นมากแค่ไหนกัน
“เสร็จแล้ว” เซียวหนิงเฉิงลดมือลงตอนนี้ผมของสามีแห้งดีแล้ว พร้อมที่จะเข้านอนได้เสียที
“ขอบคุณ” ร่างโปร่งยิ้มปกติแล้วเขาไม่ค่อยได้ดูแลหรือใกล้ชิดใครแบบนี้กับลูกศิษย์ก็จะเป็ความรู้สึกอีกแบบหนึ่งกับเซียวเฟิงเหยียนก็เป็ความรู้สึกอีกแบบหนึ่งแต่กับสามีจะอ่อนโยนกว่าเล็กน้อยและใส่ใจมากกว่า
“เช่นนั้นท่านเข้านอนเถอะ” คนฟังพยักหน้าเซียวเฟิงเหยียนจึงลุกขึ้นไปดับเทียนเพื่อให้เซียวหนิงเฉิงได้พักผ่อน ท่านเทพซุกตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มให้เวลาสามีได้ทำความคุ้นเคยกับเขาอีกสักพักแล้วค่อยให้เปลี่ยนคำเรียกก็แล้วกัน
คืนแรกของการมาอยู่ที่ป้าเตาผ่านไปได้ด้วยดีท่านเทพตื่นั้แ่ตะวันยังไม่ฉายแสง ขยับกายยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยเมื่อมองผ่านฉากกั้นที่อยู่ไม่ไกลก็พบว่าสามีของเขาไม่ได้นอนอยู่บนเตียงในฐานะหัวหน้าองครักษ์แม้จะเป็วันหยุดแต่ก็ไม่ได้ปล่อยตัวละเลยการฝึกซ้อมตอนนี้คงจะออกไปฝึกตอนเช้ากระมัง
ปกติเซียวหนิงเฉิงไม่ได้ให้ใครมาช่วยปรนนิบัติในตอนเช้าแต่เพราะต้องมาอยู่ต่างที่แล้วเขายังมีคนสนิทมาด้วยสามคนเพื่อมาดูแลเขาที่นี่ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องอาบน้ำคนสนิทของเขาจึงมาช่วยเตรียมน้ำอาบและชุดสำหรับผลัดเปลี่ยนในตอนเช้า
“ท่านเทพ เมื่อคืนเงียบเกินไปนะขอรับ” เซียวหนิงเฉิงหัวเราะ นี่แอบฟังกันรึ
“เรือนของพวกเ้าไม่ได้อยู่แถวนี้เสียหน่อยไยรู้ว่าเมื่อคืนเงียบนัก”
“เมื่อคืนไม่ได้ร่วมหอกันหรือขอรับ” คนถามทำหน้าตาสงสัย ท่านเทพส่ายหน้าเมื่อคืนพวกเขาทั้งคู่เหนื่อยกันถึงเพียงนั้นจะเอาแรงที่ไหนมาร่วมหอกันได้
แต่ไม่แน่ว่าสามีของเขาอาจจะมีแรงอยู่ก็ได้แค่เซียวหนิงเฉิงไม่ไหวเท่านั้นเอง
“ข้าเหนื่อยมากไป เฟิงเหยียนเลยไม่ได้ทำอะไรข้า”นับว่าเป็สามีคนดีเสียจริง
“ข้าจะเตรียมของบำรุงเยอะๆเลยขอรับ อาหารเช้าวันนี้เป็อาหารบำรุงสุขภาพเป็อย่างไรขอรับ?”
“ปกติพวกเ้าก็เตรียมแต่อาหารบำรุงสุขภาพให้ข้ามิใช่หรอกรึ”จะให้บำรุงสุขภาพแค่ไหนอีก แม้แต่เนื้อยังต้องพิถีพิถันในการปรุงต้องไม่มีน้ำมัน ไม่มีไขมันส่วนเกิน เรียกได้ว่ากินแต่ของบำรุงสุขภาพจนลิ้นแทบจะไม่รับรสอยู่แล้ว
“แล้วท่านเทพอยากจะกินอะไรหรือขอรับพวกข้าจะได้จัดเตรียมให้” เปลี่ยนรายการอาหารที่เคยกินได้ด้วยรึ
เซียวหนิงเฉิงนิ่งคิด วันนี้เป็วันแรกที่เขาจะได้ทานข้าวร่วมกับสามีเช่นนั้นวันนี้เอาเป็อาหารที่สามีชอบน่าจะดีกว่า
“วันนี้เอาเป็ของที่เฟิงเหยียนเขาชอบก็แล้วกัน”
“ของที่นายเหนือชอบหรือขอรับ?” ปกติแล้วนายเหนือชอบอาหารแบบไหนกันนะ
“อืม พวกเ้าลองไปถามจากคนครัวของพรรคก็แล้วกันว่าปกติแล้วเฟิงเหยียนเขาชอบกินอะไรแล้วจัดสำหรับยามเช้าตามนั้น”คนสนิทรับคำก่อนจะเดินออกไปสองคนเหลือหนึ่งคนเอาไว้เพื่อช่วยเซียวหนิงเฉิงแต่งตัวและทำกิจวัตรประจำวันตอนเช้าเช่นเดียวกับยามที่อยู่เผิงหลายนั่นคือเปิดกระจกวารีเพื่อสอดส่องความเรียบร้อยภายในพรรค
แม้ว่าตัวของเซียวหนิงเฉิงจะอยู่ไกลถึงป้าเตากระนั้นการเปิดกระจกวารีเพื่อดูแลความเรียบร้อยภายในพรรคก็ไม่ใช่เื่ยากแต่อย่างใดคนในพรรคกำลังช่วยกันจัดการหลุมขนาดใหญ่ที่เ้าบ่าวทำเอาไว้เมื่อวาน ท่านเทพหัวเราะเล็กน้อยแรงดีกันเสียจริง
“ตื่นแล้วรึ” ร่างโปร่งหันไปมองตามเ้าของเสียงบอกตามตรงว่าเซียวหนิงเฉิงชอบการแต่งตัวของป้าเตามากเสียจริง ทั้งดูทะนงค์องอาจขับเน้นร่างกายที่กำยำนั้นให้น่ามองมากขึ้นไปอีก
“ออกไปฝึกมารึ?” เซียวเฟิงเหยียนพยักหน้าก่อนที่จะมาเป็พรรคป้าเตาอย่างวันนี้ที่นี่คือสำนักองครักษ์ที่มีไว้เพื่อฝึกผู้ที่จะไปเป็องครักษ์ของเชื้อพระวงศ์ดังนั้นการฝึกจะละเลยไม่ได้อย่างเด็ดขาด
“กำลังทำอะไรอยู่รึ” ดวงตาคมหันมามองยังกระจกวารีที่กำลังสะท้อนภาพภายในเผิงหลายกำลังตรวจตราความเรียบร้อยของพรรคอยู่รึ
“ตอนเช้าข้ามักจะใช้กระจกวารีเพื่อสอดส่องความเรียบร้อยดูว่าเด็กๆตั้งใจฝึกกันหรือเปล่า เ้าหิวแล้วหรือยังข้ากำลังให้คนเตรียมสำรับอยู่น่ะ” เซียวหนิงเฉิงถามสามี ออกไปฝึกมาั้แ่เช้าแบบนี้คงจะยังไม่กินอะไรเขาเองก็อยากรู้ว่าปกติแล้วสามีของเขาชอบกินอะไรจึงได้สั่งเตรียมสำรับเป็อาหารที่สามีชอบ
“นิดหน่อย” ให้คนเตรียมสำรับแล้วหรอกรึเซียวเฟิงเหยียนคิดว่าหลังจากที่ฝึกเสร็จเซียวหนิงเฉิงน่าจะยังพักผ่อนอยู่เขากลับมาคงจะสั่งเตรียมสำรับทันแต่กลายเป็ว่าภรรยาของเขาจัดเตรียมสำรับแทนเขาไปเสียแล้ว
ช่างใจดีเสียจนเซียวเฟิงเหยียนอดยิ้มไม่ได้
“เช่นนั้นตั้งสำรับที่ริมน้ำตกหลังเรือนดีหรือไม่อากาศตอนเช้าเหมาะที่จะนั่งทานข้าวชมวิวนัก” ที่เรือนพำนักของประมุขนั้นด้านหลังเรือนจะเป็น้ำตกขนาดใหญ่ที่สร้างจากฝีมืุ์เซียวเฟิงเหยียนสั่งให้คนสร้างขึ้นมาเพื่อให้ภรรยาเอาไว้พักผ่อนหย่อนใจ ตกแต่งสวนบริเวณนั้นให้มีบรรยากาศดูสงบคล้ายคลึงกับที่เผิงหลายและแม้ว่าน้ำตกนี้จะอยู่ที่ด้านหลังเรือนของประมุขทว่ากลับไม่มีเสียงน้ำตกรบกวนในยามค่ำคืนเลยหากไม่พาเซียวหนิงเฉิงไปดูเขาคงไม่รู้ว่าที่นี่มีน้ำตกด้วย
“ที่หลังเรือนมีน้ำตกด้วยรึ?” เซียวหนิงเฉิงเอ่ยด้วยความแปลกใจหรือเพราะว่าเรือนพำนักของประมุขนั้นใหญ่โตมากเขาจึงมองไม่เห็นน้ำตกที่ซ่อนอยู่เื้ัรึ
“แน่นอน ข้าจะพาท่านไปดู” มือหนายื่นมาหาภรรยาที่นั่งอยู่ท่านเทพปิดกระจกวารีลงก่อนจะยื่นมือไปหาสามีแม้มือนี้จะจับกระบี่มายาวนานจนหยาบกระด้างแต่ทว่ามันกลับอบอุ่นมาก และเซียวหนิงเฉิงเองก็ชอบััของมือนี้
นายเหนือจูงมือภรรยาลงมาที่ชั้นล่างแล้วเดินออกไปทางประตูด้านหลังเรือนเรือนพำนักของประมุขนั้นเป็เรือนใหญ่สองชั้นที่สร้างจากหินอ่อนเนื้อดี ชั้นสองของเรือนเป็ห้องนอนของประมุขและภรรยาผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมามีเพียงคนสนิทของทั้งสองเท่านั้น เพราะป้าเตานั้นใช้พลังของสายฟ้าเป็พื้นฐานสิ่งก่อสร้างภายในป้าเตานั้นจึงต้องแข็งแรงและคงทนเป็พิเศษเพื่อรับมือกับความรุนแรงของสายฟ้าและการสั่นะเืหลังจากที่มีฟ้าผ่าลงมาแทบจะไม่ต่างอะไรกับป้อมปราการ จนตอนนี้ที่ป้าเตาถูกสร้างขึ้นมายังไม่มีของสิ่งใดที่พังลงเลยแม้แต่อย่างเดียว
ร่างสูงพาภรรยามายังน้ำตกหลังเรือน ภาพที่สะท้อนเข้ามาในดวงตาสีฟ้านั้นเป็น้ำตกขนาดใหญ่ที่น่าจะสูงกว่าเรือนของพวกเขาเสียอีกต้นไม้ที่นำมาตกแต่งสวนก็เป็ต้นไม้ใหญ่เนื้อดีและเป็ไม้มงคลออกดอกส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ ภายในสวนแห่งนี้ยังมีศาลาที่ทำขึ้นอย่างงดงามพื้นหญ้าที่เขียวชอุ่ม นายเหนือมองภรรยาที่กำลังยิ้มจนอดที่จะยิ้มตามไม่ได้คงจะถูกใจกับสวนแห่งนี้นับว่าคุ้มค่าแล้วที่ให้คนสร้างสวนนี้ขึ้นมาโดยที่เมื่อก่อนมันเป็ลานฝึกที่ท่านพ่อของเขามักจะใช้ฝึกเป็ประจำเขาไม่ได้ปรับที่นี่ให้เป็สวนที่ร่มรื่นเสียทีเดียว ยังมีลานหินไม่เล็กไม่ใหญ่ให้เพื่อให้ฝึกกระบี่ยามเช้าอีกด้วยที่ลานฝึกของป้าเตาค่อนข้างอึกทึกครึกโครมไม่ต่างจากกองทหารของเทียนเช่อหรือฉางหวั่นเซียวเฟิงเหยียนจึงให้คนทำลานหินไว้ด้วยเพื่อให้ภรรยาของเขาได้ฝึกกระบี่ยามเช้าอย่างสงบ
“ชอบหรือไม่?”
“ข้าชอบมาก ข้ารู้สึกเหมือนยังอยู่ที่เผิงหลายแล้วที่นี่ยังเงียบสงบด้วย” ท่านเทพชอบที่นี่มากทีเดียวไม่ออกไปไหนเลยก็ยังได้
“หากชอบก็ดีแล้ว” กองทหารองครักษ์คงได้ร้องไห้เป็แน่ที่รู้ว่าความพยายามในการปรับแต่งที่นี่ทั้งวันทั้งคืนเป็ที่ถูกใจของฮูหยินแห่งป้าเตา
หนักกว่าทำให้ฮูหยินถูกใจคือต้องทำตามที่นายเหนือร่างแบบเอาไว้ทุกระเบียบนิ้วต่างหาก มิเช่นนั้นนายเหนือจะสั่งให้รื้อใหม่จนกว่าทุกอย่างที่อยู่ที่นี่จะถูกวางเอาไว้โดยไม่ผิดแม้แต่นิดเดียว
สาวใช้และคนสนิทค่อยๆทยอยยกสำรับมาที่ศาลาริมน้ำตก ร่างสูงขมวดคิ้วจำได้ว่าภรรยาของเขามักจะกินแต่อาหารบำรุงสุขภาพแต่อาหารที่ยกมานั้นส่วนใหญ่เป็อาหารที่เขามักจะกินประจำแต่ทว่ามันมีรสเผ็ดและรสจัดมากเซียวหนิงเฉิงกินได้รึ?
“นี่คือ?”
“ข้าสั่งให้คนจัดสำรับเป็อาหารที่เ้าชอบแต่ตอนเช้ากินของรสจัดแบบนี้ไม่ปวดท้องแย่รึ?” ปกติแล้วกินของรสจัดแบบนี้ั้แ่เช้าเลยรึนี่อะไร? เต้าหู้เสฉวน? ใส่พริกมาเท่าไหร่กันไยมันแดงไปทั้งจานแบบนี้
“ถึงปกติข้าจะกินแบบนี้แต่ท่านกินได้รึ?” ร่างสูงเป็ห่วง มือเรียวดึงสามีให้นั่งลง จับตะเกียบเตรียมพร้อมเพื่อทดสอบรสชาติอาหารแบบใหม่ถึงหน้าตาจะดูน่ากลัวแต่รสชาติจะต้องดีกว่าอาหารบำรุงสุขภาพที่เขากินอยู่ทุกวันแน่
“ข้าเบื่ออาหารบำรุงสุภาพแล้ว ลิ้นข้าแทบจะชาจนไม่รับรสแล้วอันนี้คืออะไรรึ?” เซียวหนิงเฉิงชี้ไปที่จานหนึ่งที่มีกลิ่นหอมมือหนาหยิบจับตะเกียบก่อนจะคีบมาไว้ในจานของภรรยา
“กงเป่าจีติง ไก่ผัดถั่วลิสงแห้ง” กินได้จริงๆรึ
“หากกินไม่ไหวก็อย่าฝืนเลย” เซียวเฟิงเหยียนไม่อยากให้ภรรยาฝืนอาหารพวกนี้หากไม่เคยกินจะเผ็ดมาก เซียวหนิงเฉิงที่กินอาหารรสอ่อนมาตลอดลิ้นคงได้ชาเพราะความเผ็ดเป็แน่
“ข้าไม่เคยกินมาก่อน แต่ดูแล้วน่าจะอร่อยใช่หรือไม่”ที่เผิงหลายเขาไม่เคยกินแบบนี้มาก่อนไม่นับว่านี่คือการเปิดโลกหรอกรึ
“อร่อย แต่อาจจะเผ็ดมากเกินไป” หากเซียวหนิงเฉิงอยากลองอาหารที่เขาทานไยไม่บอกเขาเขาจะได้สั่งให้คนครัวลดความเผ็ดลงเซียวหนิงเฉิงจะได้กินได้ง่ายหากกินแบบที่เขากินตอนนี้ท้องไส้คงได้ปั่นป่วนเป็แน่
“ข้าจะลอง” คนสนิทที่อยู่ไม่ไกลอยากจะเอ่ยห้ามจะไหวรึขอรับแม้แต่พวกเขาที่ไม่ค่อยกินอาหารรสอ่อนเหมือนกับท่านเทพยังไม่กล้าที่จะแตะสำรับบนโต๊ะเลยนายเหนือกินเข้าไปได้อย่างไรกัน
ท่านเทพคีบไก่ที่อยู่ในจานมาพิจารณาแล้วคีบเข้าปากสามีที่อยู่ข้างๆก็รอลุ้นว่าภรรยาจะเป็อย่างไรหลังจากที่กินเข้าไปความเผ็ดระดับนี้ไม่ใช่ระดับเริ่มต้นของคนที่อยากกินอาหารประเภทนี้เซียวเฟิงเหยียนชอบกินมาั้แ่เด็กแล้วเคยชินกับความเผ็ด ดังนั้นอาหารที่เซียวเฟิงเหยียนกินจึงมีรสจัดและเผ็ดร้อนมากกว่ารสชาติปกติเสียอีกแทบจะไม่มีใครกินรสชาติระดับนี้กับเขาได้ แล้วเซียวหนิงเฉิงจะไหวรึ
“อ๊ะ”
“ดื่มน้ำเสียหน่อยเถอะ หน้าท่านแดงหมดแล้ว” ร่างสูงเป็ห่วง แค่คำแรกก็หน้าแดงมาจนถึงใบหูแล้ว กินต่อไปไม่ไหวแล้ว
“อร่อยมาก!” เซียวเฟิงเหยียนชะงักมองดวงตาที่เป็ประกายของภรรยาด้วยความแปลกใจ นี่กินได้หรอกรึ?
“อันนี้อร่อยมาก ถึงจะเผ็ดมากไปหน่อยแต่รสชาติไม่เลวทีเดียวข้าลองอันนี้ได้หรือไม่ อันนี้คืออะไรรึ” เมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของภรรยาเซียวเฟิงเหยียนก็ยิ้มอย่างเอ็นดูหรือจะเบื่ออาหารบำรุงสุขภาพแล้วจริงๆถึงได้ตื่นเต้นเพียงนี้
คนสนิทมองหน้ากัน หลังจากนี้คงต้องเตรียมยาให้ท่านเทพเอาไว้แล้ว
อาหารสีแดงพวกนี้คงได้ทำให้ท้องของท่านเทพทะลุเป็รูเป็แน่.....