บทที่ 9 skull พาร์ท 5
“เ้าแกล้งพูดให้ข้ากลัวรึเปล่า?? มันจะเป็ไปได้ยังไงที่มันจะแม่นยำขนาดนั้น” วิริดิสกล่าวกับอาคอนหลังจากที่ได้ยินเื่ที่อาคอนบอก
“หลักการของเวทมนตร์นี้ค่อนข้างพิเศษ.. จากที่ข้าศึกษามามันเป็เวทตรวจจับพลังงานทุกรูปแบบที่ส่งผลต่อพลังงานเวทในพื้นที่ และพิจารณาการเปลี่ยนแปลงหลายขั้นตอน เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของพลังงานในพื้นที่เพียงเล็กน้อย เวทบทนี้จะสามารถตรวจจับได้ ไม่ใช่แค่นั้นมันยังสามารถตรวจจับสูตรเวทมนตร์ รูปแบบพลังที่เปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะประเมินความรุนแรงของสถานการณ์ อย่างไรก็ตามหากบ้านข้าเรืองแสงทุกครั้งที่มีพลังงานเปลี่ยนแปลง นั่นก็ค่อนข้างจะแปลกประหลาดเกินไป ดังนั้นข้าจึงปรับเวทย์กลืนแสงทำให้แสงที่ปล่อยออกมาจากเวทดังกล่าวนั้นน้อยกว่าปกติ”อาคอนอธิบายหลักเกณฑ์อย่างคร่าวๆ ที่เวทบทนี้ทำงานให้กับวิริดิสฟัง
“เ้าคิดว่าข้าเข้าใจสิ่งที่เ้าอธิบายมั้ย??” วิริดิสหันมาถามอาคอนพร้อมกับใช้นิ้วชี้ไปที่ตัวเอง
“ข้าแค่อธิบาย...ก็ถ้ากล้ามเนื้อวิเคราะห์ได้ข้าก็คงไม่ต้องมีสมอง” อาคอนหันหน้าหนีพร้อมกับตอบกลับ
“แหงล่ะ..ก็ถ้ากล้ามเนื้อวัดความฉลาดงั้นข้าก็เป็อัจฉริยะไปแล้ว แล้ว..เราต้องทำยังไงกับมัน?? แค่รอดูคงไม่ใช่เ้า และการรอดูเฉยๆก็คงไม่ใช่แนวข้าด้วยเหมือนกัน กล้ามเนื้อข้ามันคงร้องคร่ำครวญถ้าต้องแค่นั่งรออยู่เฉยๆ”
“ข้าจะเตรียมตัว ส่วนท่านก็ไปนอนเถอะตาแก่..ไว้เดี๋ยวมีเื่แล้วไปปลุก”
“นอนมากเดี๋ยวกล้ามเนื้อฝ่อ มันไม่ดีกับกล้ามเนื้อข้า ถ้าข้าช่วยอะไรได้ก็อยากจะช่วย” วิริดิสกล่าวพร้อมกับเดินตามอาคอนเข้ามาในห้องวิจัยอย่างไรก็ตามอาคอนกันเขาไว้พร้อมกับกล่าวว่า “ไม่ใช่ตอนนี้ ตอนนี้กล้ามเนื้อไม่ได้ช่วยอะไรมาก”และผลักเขาออกจากประตู
“แค่ประตูกับผนังคิดว่าจะกันความสอดรู้สอดเห็นของข้าได้ เ้าคิดน้อยไป..”หลังจากที่ออกมาจากห้องวิริดิสก็ใช้ทักษะบางอย่าง ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้น มัดกล้ามที่แข็งแกร่งปูดโปนขึ้นตาม ชายชราอ้าปากออกเผยให้เห็นลิ้นที่ยาวของเขา ลิ้นที่ยาวถูกยื่นออกมาจากปาก และลิ้นของเขาค่อยๆแยกออกเป็สองแฉกและแลบเข้าออกซ้ำๆ
‘ทักษะััอสรพิษ’ นี่เป็หนึ่งในทักษะที่อสรพิษส่วนใหญ่ใช้ได้ คือการประมวลผลสภาพแวดล้อมด้วยกลิ่นที่รับเข้ามา โดยหลักการแล้วมันใกล้เคียงกับเวทย์ทำนายที่อาคอนใช้ แต่จุดประสงค์นั้นค่อนข้างแตกต่างกันเวทย์ทำนายที่อาคอนใช้ซึ่งจะเน้นไปที่การระวังภัย ผิดกับทักษะชนิดนี้ของตระกูลอสรพิษที่มักจะใช้เพื่อการค้นหาและตามล่า
“เอ๊ะ”
เมื่อใช้ััอสรพิษสิ่งที่ชายชราเห็นก็คือมวลพลังงานรูปร่างคล้ายกะโหลกขนาดั์ที่ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งห้องโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่อาเรีย
“ฮืมม...ดูเหมือนว่าพลังเวทของยัยหนูจะเปลี่ยนไปเป็บางอย่าง”ชายชราพึมพำ
*********************
“อะไรที่ชายคนนั้นให้มามันต้องมีปัญหาทุกทีสิน่า.. แต่ก็คิดไว้อยู่แล้วล่ะว่ามันจะออกมาเป็แบบนี้” อาคอนกล่าวกับตัวเอง
หลังจากนั้น เขาเดินไปที่มุมหนึ่งของห้องซึ่งเป็ที่ตั้งของตู้หนังสือขนาดใหญ่ พร้อมกับหยิบหนังสือเวทหนึ่งเล่มขึ้นมา ปกหนังสือเล่มนี้ค่อนข้างเก่า มันดูเก่ายิ่งกว่าหนังสือเวทมนตร์แห่งการสร้างโลกของอาคอนเสียด้วยซ้ำ ไม่มีอะไรเขียนอยู่ที่หน้าปก แต่ที่สันถูกเขียนด้วยลายมือซึ่งเป็ของอาคอนว่า ‘ตำราแห่งการพยากรณ์’
อาคอนเปิดหน้าหนังสือพร้อมกับส่งผ่านพลังเวทและเริ่มร่ายคาถา
“เส้นทางแห่งความจริงที่ท่านขีดเขียน นำทางผู้คนสู่ความจริง ไม่มีม่านหมอกใดที่สามารถปกปิดเส้นทางแห่งความจริงนี้ได้ ขอใช้ศรัทธาที่ไม่สั่นคลอนของข้า เพื่อกวาดผ่านทุกม่านหมอก และก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความจริงของท่าน” สิ้นบทสวดของอาคอน วงแหวนเวทมนตร์สองสามวงก็ค่อยๆกระจายออกมาจากสิ่งของต่างๆที่อยู่ในบ้าน
เชิงเทียนที่เดิมเป็เพียงเหมือนของประดับในบ้านนั้นเป็ของชิ้นแรกๆที่มีวงแหวนเวทเกิดขึ้น เทียนที่เป็เหมือนแค่ของประดับเก่าๆถูกจุดและลอยมาวางตรงหน้าอาคอน ไหเหล้าเก่าที่ดูลึกลับและถ้วยดินเผาใกล้แตกขนาดเท่าฝ่ามือก็ลอยออกมาเบื้องหน้าอาคอนเช่นกัน ไหเหล้าขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่เริ่มเอียงและส่งเหล้าใสพร้อมกลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งออกมาสู่ถ้วยดินเผา
อาคอนถือจานดินเผาที่เต็มไปด้วยเหล้าไว้ด้วยมือขวาและถือเชิงเทียนด้วยมือซ้าย เมื่อแสงจากเชิงเทียนกวาดผ่านถ้วยเหล้า ภูมิทัศน์ของห้องก็ปรากฎขึ้นในถ้วยเหล้าที่อาคอนถืออยู่ในมือ อย่างไรก็ตาม มีบางอย่างที่ผิดเพี้ยนไปจากสภาพของห้องที่เห็นอยู่ตรงหน้า อาคอนสังเกตุเห็นมวลสารบางอย่างที่รายล้อมอยู่ทั่วห้องก่อตัวกันเป็รูปคล้ายกับกระโหลกของมนุษย์ขนาดใหญ่อยู่ภายในห้อง
ต่างจากที่วิริดิสเห็น อาคอนสามารถระบุได้ว่ามวลสารดังกล่าวนั้นคือพลังเวท ยิ่งกว่านั้น เขาสามารถบอกได้อีกด้วยว่ามันคือเวทก่อตัว เวทมนตร์ที่สามารถสร้างรูปร่างสิ่งของต่างๆขึ้นมาได้ เพียงแต่ว่ารูปแบบและััของเวทดังกล่าวนั้นแตกต่างเล็กน้อยจากที่อาคอนเห็นอยู่ในปัจจุบัน และเวทมนตร์พยากรณ์บอกเขาว่ามันคือบทเวทเอกลักษณ์
บทเวทเอกลักษณ์เป็สิ่งที่บ่งบอกถึงจอมปราชญ์หากเวทดังกล่าวถูกร่ายโดยไม่มีหนังสือเวทมนตร์ และแม้จะมีหนังสือเวทมนตร์ หากเขาร่ายเวทมนตร์โดยที่ไม่ร่ายบทสวดด้วยนั่นก็ยังเป็สิ่งยืนยันว่าผู้ร่ายเป็จอมปราชญ์ที่เป็เ้าของบทเวทนั้น
“ปราชญ์ั??“ อาคอนกล่าวออกมาหลังจากเห็นว่าอะไรเกิดขึ้น
กระโหลกในภาพสะท้อนบนถ้วยเหล้าขยับปากหลังจากที่อาคอนกล่าว ทันทีที่ภาพกระโหลกขยับปาก อักขระประหลาดก็ปรากฎขึ้นบนถ้วยเหล้า ซึ่งดูเหมือนว่าอาคอนจะอ่านมันได้
“ฉันคิดอยู่แล้วว่าแก… ยุคนี้??... เหมือนกับข้า??“ อาคอนอ่านข้อความที่อยู่ในถ้วยเหล้า
“แล้ว.. มันทำไมล่ะ ท่านคงไม่คิดว่าจะมาสร้างเื่ในบ้านของข้าแล้วข้าจะปล่อยไปหรอกนะ ว่าแต่.. นึกไม่ถึงจริงๆว่าเวทเอกลักษณ์ของจอมปราชญ์ัที่เป็ความลับสุดยอดจะใช้ได้แม้แต่ตอนที่ตายไปแล้ว.. หรือว่า.. บางที.. มันอาจจะใช้ได้แค่ตอนตายก็เลยไม่มีใครเคยเห็นเวทเอกลักษณ์ของท่าน”อาคอนกล่าว
ปากของกระโหลกในภาพสะท้อนขยับอีกครั้งและอักขระปรากฎขึ้น อาคอนมองอักขระพวกนั้นสักพัก เขาไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติมแต่เริ่มเปิดอีกหน้าของหนังสือบทเวทพยากรณ์แทน พลังเวทถูกปล่อยเข้าไปในหนังสือเวทอีกครั้ง และอาคอนก็เริ่มร่ายคาถาอีกครั้ง
“ปุถุชนที่รับใช้ท่าน เพียงมนุษย์ผู้มีอายุขัยไม่กี่ทศ มิอาจมีชีวิตอยู่รอดูจุดจบอันยิ่งใหญ่ที่เป็ผลงานของพระองค์ จึงอยากขอวอนท่านผู้ยิ่งใหญ่ ช่วยแง้มเส้นทางเบื้องหน้าที่ข้ามิอาจเห็น เบิกเนตรผู้ต่ำต้อยนี้สู่เศษเสี้ยวอนาคตที่ท่านบรรจงสร้าง” ภาพในถ้วยเหล้าเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นที่หน้าผากและไหลอาบแก้มของอาคอน เป็สิ่งที่บ่งบอกว่าสิ่งที่เขากำลังทำนั้นไม่ง่ายและต้องใช้พลังมหาศาล
เวททำนายบทที่อาคอนกำลังใช้นี้เป็เวทโบราณที่ต้องใช้พลังเวทมหาศาลเพื่อทำนายสิ่งจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ มันเป็เวทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสายตาของอาคอน การรู้อนาคตล่วงหน้า 1-2 ชั่วโมงโดยที่มีค่าใช้จ่ายเป็เพียงพลังเวทมหาศาลนั้นเป็เื่ดีเกินกว่าจะเชื่อว่ามันคือความจริง
ความแม่นยำของการทำนายเพิ่มขึ้นเมื่อมีพลังเวทถูกใช้มากขึ้น ความคุ้มค่าของมันจึงเป็สิ่งที่เหนือจินตนาการ ยิ่งอาคอนศึกษาจนเข้าใจบทเวทดังกล่าว อาคอนยิ่งทึ่งกับสิ่งที่ตนค้นพบ และมองเห็นความเป็ไปได้มากมายสำหรับการใช้เวทบทนี้
หลักการทำงานของบทเวทนี้ไม่ใช่สิ่งที่เป็ปาฏิหาริย์ แต่มันเป็บทเวทที่ให้ผลลัพธ์ราวกับปาฏิหาริย์ หลักการของมันคือสูตรคำนวณที่ซับซ้อนมากมาย และระบบประมวลผลข้อมูลชั้นสูงที่ใช้พลังเวทเป็เป็ตัวขับเคลื่อน มันยากที่จะสร้างบทเวทเช่นนี้ อย่างไรก็ตามมันยากยิ่งกว่าที่จะใช้บทเวทให้ได้ประสิทธิภาพ และความแม่นยำสูงสุดเพราะนั่นจะต้องใช้พลังเวทมหาศาล เกินกว่าที่จะมีใครทำได้ อาจจะต้องใช้พลังเวทมากกว่าพลังเวททั้งหมดของอาคอนกว่าร้อยเท่า
ในปัจจุบันที่อาคอนใช้ เขาเพียงจริงจังไปกับการจำกัดวงของพลังทำนายให้แคบลงเพื่อที่จะให้เกิดความแม่นยำสูงสุดในระยะจำกัด นั่นหมายความว่าสิ่งต่างๆ ที่อยู่นอกเหนือระยะการทำนายจะเป็สิ่งที่ไม่สามารถทำนายได้ ระยะการทำนายปัจุบันนั้นถูกจำกัดให้เหลือเพียงในห้องที่อาคอนและอาเรียอยู่เท่านั้น หากสิ่งต่างๆด้านนอกส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในห้องนั่นจะทำให้การทำนายคลาดเคลื่อน
อาคอนยังคงนั่งมองภาพทำนายใหม่ที่ปรากฎในถ้วยเหล้า ภาพทั้งหมดนั้นไม่ใช่เพียงแค่อาคอนที่เห็น แต่รวมถึงปราชญ์ัและชายชราวิริดิสเองก็เห็นคำทำนายทั้งหมดในถ้วยเหล้าที่อาคอนถืออยู่ อาคอนขมวดคิ้วกับภาพของคำทำนายที่เห็นในถ้วยเหล้า ในขณะที่ปราชญ์ัเริ่มที่จะหัวเราะ
“ดูเหมือนโชคไม่เข้าข้างนายเท่าไหร่เลยนะ เ้าหนุ่ม.. ” วิริดิสที่แอบมองอยู่ด้านนอกด้วยทักษะของอสรพิษกล่าวกับตัวเองเมื่อเห็นภาพทำนายที่ปรากฎบนถ้วยเหล้า