ฟุบ!
ชิงหยางเปิดฉากทะยานร่างเข้าหาฉิวฟงอย่างรวดเร็ว แทงกระบี่ไม้พุ่งตรงเข้าใส่ไหล่ขวาอย่างแม่นยำ! ฉิวฟงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย สะบัดกระบี่ไม้เข้าตั้งรับได้ทันท่วงที!
เปรี้ยง!
เมื่อปัดการโจมตีได้ ฉิวฟงพลันตวัดกระบี่ฟันสวนกลับเข้าใส่ต้นขาของชิงหยางด้วยความเร็วสูง ชิงหยางไม่ตระหนก ใช้ฝ่าเท้าถีบเข้าที่ปลายกระบี่ไม้ของฉิวฟงเต็มแรง!
ปัง!
แรงถีบทำให้ฉิวฟงต้องเกร็งกำลังแขนเพื่อไม่ให้กระบี่หลุดมือ พร้อมกับเซถอยหลังไปสามก้าวเพื่อสลายแรงปะทะ เมื่อตั้งหลักได้ ฉิวฟงก็พุ่งเข้าจู่โจมต่อทันที ชิงหยางพลิกกายตั้งรับ ทั้งสองรุกรับสลับกันอย่างดุเดือด! ลมปราณกระบี่ปะทะกันจนใบไม้รอบบริเวณลอยคว้างกลางอากาศประดุจภาพวาดอันงดงาม
ฉิวหลงมองดูการต่อสู้พลางพยักหน้าพึงพอใจ ‘ลูกฟงมีพร์ด้านวิชากระบี่สูงยิ่ง ทว่าสติปัญญายังไม่เฉียบแหลมเท่าชิงหยาง... ส่วนชิงหยางพร์การเรียนรู้อาจพ่ายแพ้ลูกฟงก้าวหนึ่ง แต่สติปัญญาและไหวพริบกลับล้ำลึกยิ่งนัก หากเด็กสองคนนี้ร่วมมือกัน ยุทธภพนี้ย่อมยากหาผู้ต่อกร!’
เวลาผ่านไปสิบนาที... ยี่สิบนาที... จนกระทั่งเข้าสู่นาทีที่สี่สิบ! สภาพร่างกายของทั้งคู่เริ่มอ่อนล้า ลมปราณกระบี่เจือจางลง ทว่าสายตาและจิติญญาการต่อสู้ยังคงลุกโชน! เห็ดเหงื่อไหลซึมชุ่มโชกเสื้อผ้าประดุจเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ
ปัง! เปรี้ยง! ฟุบ! ฟิ้ว!
ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม... ในที่สุด พลังกายและลมปราณของทั้งสองก็เหือดแห้งลงจนหมดสิ้น!
ตุบ!
สองหนุ่มน้อยทรุดตัวลงนั่งกุมเข่า หายใจหอบกระเพื่อมอย่างรุนแรง ฉิวหลงส่ายหน้ายิ้มๆ เดินเข้าไปยื่นเต้าน้ำให้
“รอบสุดท้ายนี้พวกเ้าทำได้ยอดเยี่ยมมาก! ประลองติดต่อกันได้เกือบหนึ่งชั่วโมง แสดงว่าสามารถควบคุมพลังกายและลมปราณได้อย่างเชี่ยวชาญ หากเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน พวกเ้าเหนือกว่าหลายเท่าตัวนัก!”
เมื่อพักผ่อนครบสิบนาที ฉิวหลงก็ประกาศผลการประลอง
“รอบสุดท้ายนี้... ผลออกมาเสมอกันที่ 5 ต่อ 5 แต้ม! ไม่มีผู้ใดแพ้หรือชนะ พวกเ้าพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การต่อสู้จริงจะช่วยขัดเกลาไหวพริบและการตัดสินใจในยามคับขัน จงจำไว้ว่า จงล้มศัตรูให้เร็วที่สุดโดยไม่เสียลมปราณโดยไม่จำเป็ และอย่าได้ประมาทคู่ต่อสู้เป็อันขาด!”
ชิงหยางขมวดคิ้วสงสัย เอ่ยถามขึ้น “ท่านน้าขอรับ... พวกข้าฝึกฝนด้วยกระบี่ไม้มานานแล้ว เมื่อไหร่พวกข้าจะได้ใช้กระบี่จริงหรือขอรับ?”
ฉิวหลงตอบด้วยรอยยิ้ม “กระบี่จริงนั้น พวกเ้าจะได้ใช้ก็ต่อเมื่อผ่านการคัดเลือกเป็หนึ่งในสิบคนของเมืองหงส์เหินแล้วเท่านั้น! ในระหว่างนี้ จงฝึกฝนกระบี่ไม้ให้เชี่ยวชาญเสียก่อน รากฐานที่มั่นคงจะส่งผลดีต่ออนาคตของพวกเ้าเอง”
หลังจากวันนั้นเป็ต้นมา... ฉิวฟงและชิงหยางก็ประลองยุทธ์กันทุกวันวันละสามรอบ ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ และเสมอกันอยู่หลายครั้ง
สองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว... ทั้งสองเคี่ยวกรำตนเองอย่างหนักโดยไม่ออมมือ เพราะรู้ดีว่าพวกตนไร้ซึ่งโอสถวิเศษหรือทรัพย์สินเงินทองค้ำชูเหมือนเหล่าคุณชายตระกูลใหญ่ มีเพียง 'ความพยายามและเหงื่อไคล' เท่านั้นที่จะช่วยให้ก้าวข้ามขีดจำกัดได้!
การฝึกอย่างหนักทำให้สรีระของทั้งสองแปรเปลี่ยนไปอย่างมาก ร่างกายสูงใหญ่ขึ้นจนเกือบเท่าฉิวหลง มีมัดกล้ามเนื้อที่สมส่วน ชิงหยางดูบึกบึนสง่างาม ส่วนฉิวฟงแม้จะเพรียวลมกว่าเนื่องจากเน้นสายความเร็ว แต่ก็ดูปราดเปรียวและเปี่ยมไปด้วยพลัง!
ในขณะเดียวกัน ข่าวคราวเื่งานประลองยุทธ์คัดเลือกศิษย์สำนักกระบี่ะ ณ เมืองหงส์เหิน ก็ทำให้เหล่าตระกูลใหญ่และสำนักกระบี่ทั่วอาณาจักรต่างฝึกซ้อมลูกหลานกันอย่างคึกคัก!
กระทั่งเหลือเวลาอีกเพียงเจ็ดวันก่อนวันประลอง... ฉิวหลงสั่งให้ทั้งสองหยุดการประลองปะทะกัน เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูสภาพจนสมบูรณ์ไร้รอยบอบช้ำ พร้อมกับคอยชี้แนะจุดบกพร่องให้อย่างใกล้ชิด
คำสั่งสอนของฉิวหลงช่วยเปิดประตูความรู้ให้ทั้งสองอย่างมหาศาล! ฉิวฟงและชิงหยางบรรลุวิชากระบี่ถึง ‘ขั้นสมบูรณ์แบบ’ ทั้งคู่! แม้ฉิวฟงจะบรรลุไปก่อนหน้าและมีความเชี่ยวชาญเหนือกว่าหนึ่งก้าว แต่จิตแห่งอาวุธและพลังลมปราณของทั้งสองต่างหนาแน่นและทรงอานุภาพขึ้นอย่างยิ่ง!
จิตกระบี่เทวะ ของฉิวฟงดูดซับปราณธรรมชาติแปรเปลี่ยนเป็ลมปราณสีม่วงเข้มลึกลับ เช่นเดียวกับ จิตกระบี่พิโรธ ของชิงหยางที่ดูดซับปราณแปรเปลี่ยนเป็ลมปราณสีแดงเพลิงดุดัน!
ในที่สุด วันเดินทางก็มาถึง...
ยามเช้าตรู่ สองหนุ่มน้อยก้าวออกจากห้องพักมายังลานเรือน พบฉิวหลงและภรรยานั่งรออยู่ บนโต๊ะมีชุดเสื้อผ้าใหม่เอี่ยมวางไว้อยู่สองชุด
ผู้เป็อาหญิงเอ่ยยิ้มๆ “พวกเ้ารีบมาลองชุดใหม่สิ... น้าตั้งใจเย็บให้พวกเ้าทั้งสองเลยนะ”
ฉิวฟงวิ่งเข้าไปหยิบชุดสีม่วงด้วยความดีใจ “ท่านแม่ใจดีที่สุดเลยขอรับ!”
ชิงหยางยกมือคารวะด้วยความตื้นตัน “ขอบพระคุณท่านน้ามากขอรับ น้ำใจครั้งนี้ชิงหยางจะไม่มีวันลืมเลือน”
“เอาล่ะๆ รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมากินข้าวกัน วันนี้เราจะออกเดินทางแล้ว” ฉิวหลงเอ่ยเตือน
ไม่นานนัก ประตูเรือนก็เปิดออกอีกครั้ง...
ฉิวฟงสวม ชุดยาวสีม่วงเข้ม สายคาดเอวสีม่วง ส่งเสริมให้ดูลึกลับ ปราดเปรียว และน่าค้นหา ส่วนชิงหยางสวม ชุดยาวสีแดงสด สายคาดเอวสีขาว ส่งเสริมให้ดูสง่างาม มีราศีประดุจคุณชายผู้สูงศักดิ์!
สองสามีภรรยาพยักหน้าชื่นชม “เหมาะกับพวกเ้ามากจริงๆ!”
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ผู้เป็อาหญิงก็ก้าวเข้ามา ยื่นขวดยาให้คนละขวด
“นี่เป็ยารักษาอาการาเ็ห้าเม็ด และยาฟื้นฟูลมปราณสามเม็ด... พกติดตัวไว้ให้ดี ทำตามคำสั่งพ่อและน้าของเ้า อย่าไปมีเื่มีราวกับใครนะ”
ชิงหยางรับมาพลางเอ่ยถาม “ท่านน้าไม่เดินทางไปกับพวกข้าหรือขอรับ?”
อาหญิงยิ้มบางๆ ส่ายหน้า “น้าไม่ชอบการต่อสู้ประหัดปะา... เห็นพวกเ้าาเ็น้าก็ใจไม่ดีแล้ว มีสามีข้าไปด้วย น้าก็หายห่วง จงตั้งใจประลองให้เต็มที่นะ”
ฉิวฟงเข้ามากอดผู้เป็แม่แน่น “ข้าจะทำให้ดีที่สุดขอรับท่านแม่... ท่านรอฟังข่าวดีอยู่ที่นี่นะขอรับ!”
“ได้สิลูกรัก... แม่จะรอฟังข่าวดีอยู่ที่เรือนแห่งนี้ ฝากดูแลเด็กๆ ด้วยนะเ้าคะท่านพี่”
ฉิวหลงยิ้มหวาน โอบไหล่ภรรยา “ไม่ต้องห่วงนะน้องหญิง ข้าจะดูแลเด็กๆ เป็อย่างดี... อยู่ทางนี้ก็ระวังตัวด้วย แล้วพวกข้าจะรีบกลับมา”
หลังร่ำลากันเสร็จสิ้น... บุรุษทั้งสามคนก็ก้าวเท้าออกจากเรือนพัก มุ่งหน้าสู่เมืองหงส์เหิน ทิ้งไว้เพียงหญิงสาวที่ยึดมั่นยืนส่งด้วยสายตาอบอุ่นและเฝ้ารอคอยวันคืนที่จะได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง...