บทที่ 16
เล่นไปกับเธอด้วย
มองซูหลี่เหยาที่เข้ามาซุกอยู่ในอ้อมแขนของเขา หัวใจของอู๋ตี้ก็แทบละลายไปจนหมด
คำพูดของเธอนั้นแทรกแซงเข้ามาในใจเขาโดยสมบูรณ์แล้ว โดยเฉพาะท่าทีกะหนุงกะหนิงของซูหลี่เหยาเองก็ทำให้อู๋ตี้กลับไปอยู่ในมือเธออีกครั้งด้วย
แต่ก็นะ โชคร้ายไปหน่อย หากเธอกลับตัวได้จริงๆมันจะดีขนาดไหนนะ?
“เหยาเหยา ดูนี่ นี่เป็เงินที่ยังเหลืออยู่ของฉัน”
อู๋ตี้พูดพร้อมกับหยิบเอาโทรศัพท์รุ่นเก่าออกมาจากกระเป๋าและเปิดหน้าบัญชีธนาคารในโทรศัพท์ให้ดู
อย่างไรก็ตาม หน้าบัญชีที่เขาเอามาโชว์เธอนั้นไม่ใช่บัญชีที่มี 10 ล้านหยวนแต่อย่างใด หากเป็เพียงบัญชีที่มี 1 ล้านหยวนเนื่องจากเขาโอนย้ายแยกบัญชีไว้เมื่อวาน
แต่เมื่อซูหลี่เหยามองเห็นตัวเลข 7 หลักนั้น มันก็มากพอที่จะทำให้เธอมีความสุขแบบสุดๆแล้ว
เธอคิดว่าอู๋ตี้นั้นน่าจะเหลือเงินอยู่ราวๆ 900,000 หยวน แต่เธอไม่คิดเลยว่าเ้าหมูอ้วนนี่จะมีเงินเหลือมากกว่าล้านหยวนแบบนี้ ดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอยอมลงแรงไปวันนี้จะไม่เสียเปล่าแล้ว
ซูหลี่เหยาพยายามเก็บสีหน้าตื่นเต้นของเธอไว้ในทันที กลับกันเธอกลับทำเหมือนไม่สนใจยอดเงินพวกนั้นด้วย “อู๋ตี้ นายเก็บเงินนั่นไว้เถอะ ฉันบอกไปแล้วไงว่าฉันน่ะไม่ได้เข้าหานายเพราะอยากได้ในเงินนายหรอกนะ ต่อให้นายไม่มีเงิน ฉันก็ยืนยันคำตอบเดิมนั่นแหละ”
“เหยาเหยา เธอเป็แรงผลักดันสำหรับฉันจริงๆๆ” อู๋ตี้แสดงสีหน้ามีความสุขขึ้นมา เขานั้นอยากจะร้องเพลงให้เธอฟังทั้งเพลงให้เธอเหลือเกิน
ดี ในเมื่อเธออยากจะเล่นแบบนี้ ฉันก็จะเล่นไปกับเธอด้วย
“เหยาเหยา ฉันถูกรางวัลที่สองของลอตเตอรี่จัมโบ้ ซึ่งได้เงินราวๆ 800,000 หยวน แล้วก็ฉันลงพนันเพิ่มอีก เลยได้มาอีก 600,000 หยวน ซึ่งพอรวมกันแล้วมันอยู่ที่ 1.4 ล้านหยวน แต่พอหักภาษีไป 20% แล้วจะเท่ากับถูกหักไป 200,000 หยวน และเมื่อวานฉันใช้ไปอีก 36,800 หยวนที่ภัตตาคารมิคกี้เวสเทิร์น ดังนั้นแล้วตอนนี้ฉันจะเหลือเงินอีก 1 ล้าน 136,200 หยวนแน่ะ”
ยิ่งได้ฟังหัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นไปอีก พ่อทูนหัว ไม่คิดเลยว่าหมูอ้วนอย่างนายนั้นจะถูกรางวัลใหญ่แบบนี้ โชคดีจริงๆที่เธอทุ่มเทให้กับการเตรียมตัวและรังสรรค์แผนการอันแยบยลนี้ขึ้นมา ไม่งั้นแล้วเธอคงอดเงิน 1 ล้านหยวนนี่แน่ๆ
แต่ทันทีที่เขาพูดจบ อู๋ตี้ก็เปิดระบบโอนเงินออนไลน์ในโทรศัพท์ของเขา และรีบใส่เลขบัญชีลงไปในทันที จากนั้นก็ตามด้วยมูลค่าที่จะโอน ตรงจุดนั้นเขาใส่ตัวเลขลงไปถึง 1,000,000 หยวนเลยทีเดียว!
การกระทำนี้ทำให้ซูหลี่เหยาเกิดเกรงกลัวขึ้นมา และเธอพยายามจะจับโทรศัพท์เขาไว้
แต่เพราะอู๋ตี้นั้นสูงถึง 1.8 เมตร ซึ่งด้วยมือเล็กๆของคนที่สูงเพียง 1.6 เมตรอย่างเธอนั้นจะคว้าอะไรจากเขาได้บ้าง
ซูหลี่เหยานั้นเริ่งจะวิตกแล้ว เธอรีบพูดขึ้นมาในทันที “อู๋ตี้ น-นายกำลังทำอะไรน่ะ? นั่นเงิน 1 ล้านเลยนะ!”
อู๋ตี้นั้นพยักหน้าจริงจัง จากนั้นก็กดปุ่มยืนยันอย่างใจเย็นและรีบพิมพ์รหัสอย่างรวดเร็วด้วย
ติ๊ง การโอนเงินเสร็จสิ้น
เงิน 1 ล้านหยวนหายไปแล้วจากการโอนเงิน ซึ่งนั่นทำเอาซูหลี่เหยาใจเต้นสุดๆ
อย่างไรก็ตาม เธอรีบหยิบเอาโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมา ซึ่งหากยึดตามพล็อตแฟนตาซีในใจเธอแล้ว เธอก็หวังจะได้เห็นข้อความโอนเงินเข้ามาที่โทรศัพท์ และเธอกำลังวาดฝันว่าอู๋ตี้โอนเงิน 1 ล้านหยวนนั้นให้เธอ
“ทำอะไรน่ะ?” อู๋ตี้มองเธออย่างขบขันและพูดต่อ “ฉันแค่โอนเงิน 1 ล้านหยวนไปให้ครอบครัวฉันที่บ้านเกิดน่ะ กว่าเขาจะเลี้ยงดูฉันมาได้กว่า 20 ปีนี่ไม่ใช่เื่ง่ายเลย แถมตลอดเวลาพวกเขายังต้องเจอเื่ยากลำบากมากมายอีกด้วย ตอนนี้ฉันถูกลอตเตอรี่แล้ว มันคงไม่ดีถ้าจะมองข้ามความลำบากของพวกเขาแล้วเอาเงินมาใช้ให้ตัวเองสบายใช่ม้า?”
ซูหลี่เหยาเงยหน้ามองอู๋ตี้ด้วยความงุนงง
“ต-แต่ 1 ล้านนั่นมันมากมายมากๆเลยนะ...” สีหน้าของซูหลี่เหยานั้นดูปวดใจสุดๆจนเธอไม่สามารถซ่อนไว้ได้
“เหยาเหยา ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ?” สีหน้าของอู๋ตี้ดูแข็งทื่อขึ้นมา “ฉันทำอะไรผิดงั้นเหรอ? นี่ไม่ใช่ศีลธรรมอันดีงามของชาวจีนอย่างพวกเราที่จะนับถือคนเถ้าคนแก่ที่เลี้ยงดูเรามาั้แ่เด็กหรือไง? เราไม่ควรกตัญญูกับครอบครัวตัวเองเหรอ? แถมเธอเองก็เพิ่งจะพูดไปนี่ว่าเธอยอมอยู่กับฉันไม่ใช่เพราะเงินล้านน่ะ?”
ในการที่ต้องเผชิญหน้ากับคำถามเหล่านี้ ซูหลี่เหยาต้องเลือกโต้ตอบให้ดี เธอนั้นกัดฟันแน่นอยู่ในใจ แต่สีหน้าก็ต้องปั้นยิ้มออกมา
“ไม่--- ถูกแล้ว นายทำถูกแล้ว นี่ยิ่งทำให้ฉันเห็นเลยนะว่าฉันไม่ได้เลือกผิดคน ฉันรู้สึกรักเธอมากกว่าเดิมอีกในตอนนี้ เพราะงั้นไม่ต้องกังวลนะที่รัก ไม่ว่านายจะมีเงินหรือไม่มี นายก็ยังเป็คนเดิมของฉันเสมอ ฉันน่ะรักนายมากกว่าน้ำหนักของนายซะอีก”
ตัดภาพมาทางเสียงในใจที่เกรี้ยวกราดแบบสุดๆ :
“แก ไอหมูปัญญานิ่ม! นั่นเงิน 1 ล้านเลยนะ! กตัญญูบ้าบออะไรกัน! ฉันล่ะอยากจะไปบ้านเกิดของนายแล้วกินย่านายทิ้งไปซะจริง! เงินหนึ่งล้านน่ะสามารถซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมได้ตั้งหลายใบนะ! ไหนจะลิปสติกแบรนด์เนมอีก! ถ้าไม่ติดว่าต้องใช้รหัสนั่นนะ ฉันสับมือและเท้าอ้วนๆของนายไปแล้ว! แล้วเดี๋ยวฉันจะสอนนายเองว่าเงิน 1 ล้านน่ะเค้าใช้กันยังไง ไม่ใช่เอะอะก็กตัญญูครอบครัวจนหมดตามประเภณีคร่ำครึนั่น!”
ถึงแม้ว่าหัวใจของเธอแทบจะแตกสลายไปแล้ว แต่ซูหลี่เหยาก็ยังสามารถทนได้ นั่นเพราะว่าเธอยังมีอีก 100,000 หยวนในบัญชีของเขาอยู่
เพราะงั้นเธอจึงปลอบใจตัวเองว่าอย่าเพิ่งผลีผลาม ยังเหลืออีก 100,000 หยวนที่ซึ่งเพียงพอต่อการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมที่เธอ้าอยู่หรือไม่ก็ลิปสติกแบรนด์เนมซักแท่ง
ฮึ่ม! ไอ้หมูอ้วน! เมื่อไหร่ที่เงิน 1 แสนหยวนของแกหมดแล้วล่ะก็ ฉันจะรีบถีบส่งให้กลิ้งหลุนๆลงไปกองกับพื้น แล้วก็จะดูแกคุกเข่าต่อหน้าฉันเพื่อขอร้องให้ฉันมอบความรักให้อีกและอย่าทิ้งแกไปอีก ฉันจะสั่งสอนให้แกรู้ว่าพอไม่มีเงินแล้วแกมันก็แค่หมาตัวหนึ่งในสายตาฉันเท่านั้นแหละ!
ซูหลี่เหยาคิดอยู่ในหัว ซึ่งนี่ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นบ้าง
“เหยาเหยา” อู๋ตี้จับมือซูหลี่เหยาไว้และมองเธอด้วยความรัก “เหยาเหยา ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็หญิงสาวในอุดมคติที่ซึ่งเงินไม่สามารถซื้อใจได้แบบนี้ ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้เข้าใจถึงบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญกว่าเงินบนโลกใบนี้ นั่นก็คือ ความรัก!”
“เธอพูดถูกจริงๆ ตราบใดที่พวกเราอยู่ด้วยกัน แม้จะไม่มีเงิน แต่เพราะรักแท้ เราก็ไม่จำเป็ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น“
ไม่รอให้ซูหลี่เหยาได้ตอบโต้ อู๋ตี้ก็เดินทางตามทางเดินทันที
และนั่นเขาก็พบว่า ระหว่างทางเดินมีเหล่านักศึกษามากมายกำลังตั้งโต๊ะและกล่องรับบริจาคอยู่ข้างๆ ดูเหมือนว่าคนเหล่านี้จะเป็พวกอาสาสมัครอะไรสักอย่างที่เห็นได้อย่างมากมายในมหาลัยแห่งนี้นั่นเอง
“สวัสดีเพื่อนร่วมชั้น นายอยากจะบริจาคหน่อยไหม? พวกเราเป็กองทุนช่วยเหลือนักศึกษาที่ครอบครัวยากจน ซึ่งมันมีหลายครอบครัวที่สภาพการเงินไม่ดีนัก แต่การศึกษาที่ดีย่อมพ่วงมาด้วยค่าใช้จ่ายที่หนักหนา อย่างไรก็ตาม การเยียวยาเื่เงินเบื้องต้นนั้นจึงไม่เพียงพอกับนักศึกษาที่ยากจนทั้งหมด เพราะงั้น...”
เมื่อทั้งสองเดินเข้ามา นักศึกษากลุ่มนี้ก็รีบเข้าไปแนะนำโครงการแก่พวกเขาทันที
จริงๆแล้วอู๋ตี้นั้นค่อนข้างเข้าใจเื่นี้มากๆเลยทีเดียว ใช่แล้ว เพราะตอนที่เขาเป็เด็กใหม่ที่นี่ เขาเองก็เป็ฝ่ายรับเงินเยียวยาเบื้องต้นของทางมหาลัยเหมือนกัน และด้วยเหตุผลนั้น มันเลยทำให้เขาถูกคนอื่นๆดูถูกกันหมด
การเยียวยาดังกล่าวนั้น ไม่เพียงแต่ตั้งเงื่อนไขไว้สูงเท่านั้น แต่เงินที่ได้มาก็นับว่าน้อยด้วยเมื่อมันลงมาถึงมือของเด็กยากจนคนหนึ่งจริงๆ
ตอนนี้เขามีเงินแล้ว เขาจึงไม่สามารถใช้เงินทุนตั้งต้นนั้นได้อีก แต่กระนั้นเขาก็เคยใช้เงินส่วนนั้นมาก่อนดังนั้นเขาจึงต้องทดแทนส่วนนี้เสียบ้าง
เพราะงั้นแล้วตอนนี้เขาต้องรับผิดชอบเื่นี้ด้วย เขาอยากจะช่วยนักศึกษาที่ยากจนเหล่านี้
“อืม” อู๋ตี้พยักหน้า “ฉันรูดบัตรได้ไหม?”
“อ๊ะ?” นักศึกษาหลายๆคนที่ได้ยินดังนั้นต่างงุนงงกันไปหมด เราต้องรู้ก่อนว่า เพราะนักศึกษาคนอื่นๆส่วนใหญ่ก็บบริจาคกันแค่ 10 หยวน หรือ 20 หยวนเท่านั้น หรือต่อให้มากกว่านั้นพวกเขาก็จะใช้สแกนรหัสจากมือถือเแทน นี่เป็ครั้งแรกเลยที่พวกเขาต้องเจอกับคำถามแบบนี้
ทันใดนั้น สาวน้อยผู้มากับเขี้ยวเสือเล็กๆน่ารักในปากก็รีบตอบรับก่อนอย่างรวดเร็ว “แน่นอน! อาจารย์คะ ช่วยเตรียมเครื่องรูดบัตรให้ด้วยค่ะ! วางใจได้เลยว่าไม่ว่าเท่าไหร่ก็บริจาคได้ และเงินทุกหยวนจะถูกบันทึกแยกไว้เป็บิลๆ จากนั้นสัปดาห์ต่อๆไปเราก็จะประกาศให้เหล่านักศึกษาที่ยากจนได้รับรู้ถึงยอดของมันอีกทีในงานประกาศของพวกเราเอง เมื่อนั้นทุกๆคนสามารถเข้ามาเป็พยานได้เพราะงานไม่ได้จัดอย่างเป็ความลับแน่นอน!”
หญิงสาวรับรู้ได้ว่า คนคนนี้อาจจะเป็เศรษฐีใหม่ที่้าจะบริจาคเงินก้อนใหญ่แน่ๆ ถึงขนาดที่ต้องรูดการ์ดแบบนี้ ดังนั้นเธอจึงอธิบายสิ่งต่างๆมากมายให้อู๋ตี้ฟัง
อู๋ตี้พยักหน้าอีกครั้ง จากนั้นก็หยิบบัตรธนาคารออกมาจากกระเป๋าสตางค์ของเขา
เธอรับบัตรนั้นไว้ด้วยสองมือและสอดมันเข้าไปในเครื่องรูดบัตร จากนั้นก็ถามด้วยความใส่ใจ “สหาย นายอยากบริจาคเท่าไหร่ดีล่ะ?”
“136,000 หยวน” อู๋ตี้พูดจำนวนออกมาโดยไม่ลังเล
“เอ่ะ?” ในตอนนั้นเอง ทุกๆคนที่ได้ยินต่างใ ไม่เว้นแม้แต่เธอที่ง่วนอยู่กับเครื่องรูดบัตรด้วย เธอแทบจะโยนเ้าเครื่องนั้นด้วยความเสียสติไปแล้ว
ตอนแรกเธอคิดว่าพ่อหนุ่มเศรษฐีใหม่คนนี้น่าจะบริจาคอย่างมากก็ระดับพันหยวน แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะบริจาคมากกว่า 100,000 หยวนแบบนี้
“ข-ขอโทษนะสหาย เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะคะ?” หญิงสาวถามอีกครั้งด้วยความไม่เชื่อ ตอนนี้เธอกำลังสงสัยว่าบางทีเธออาจจะฟังผิด และด้วยจำนวนเงินที่ฟังผิดนี้ มันทำเอาเธอเผลอหลุดคำสุภาพออกมาอีกด้วย
อู๋ตี้ฟังและพูดจริงจังอีกครั้ง “136,000 หยวน ชัดเจนหรือยัง? อย่าปัดลงล่ะ”