แอบแซ่บ ผัวเพื่อน

    ตอนที่ 15: ห้องทดลองรัก NC++


    หลังจากคุณวิมล ภรรยาหลวงจอมโวยวายกลับไปได้ไม่ถึงสัปดาห์ แผนการขั้นต่อไปของฉันในฐานะนักจิตวิทยาโรงงานก็เริ่มดำเนินการทันที

    ฉันส่งหนังสือเรียกตัวพนักงานไลน์ผลิตระดับปฏิบัติการคนหนึ่งให้มาพบที่ห้องให้คำปรึกษา โดยอ้างเหตุผลเรื่อง 'การประเมินความเครียดและปัญหาความขัดแย้งในที่ทำงาน' ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติที่ฝ่ายบุคคลมักจะส่งพนักงานมาให้ฉันประเมินอยู่แล้ว

    ก๊อก... ก๊อก...

    "เข้ามาได้เลยค่ะ" ฉันส่งเสียงอนุญาต

    ประตูห้องเปิดออก พร้อมกับร่างเล็กบางของ 'น้องอ้อย' เด็กสาววัยยี่สิบปี พนักงานไลน์ผลิตกะดึกผู้ซึ่งเป็นต้นเหตุของความร้าวฉานในครอบครัวของผู้จัดการฝ่ายผลิตเดินเข้ามาด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ เธอสวมชุดยูนิฟอร์มพนักงานโรงงานที่ถูกปรับแก้ทรงให้รัดรูปเน้นสัดส่วนโค้งเว้า ใบหน้าอ่อนเยาว์ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาถูกแต่มองดูจิ้มลิ้มมีเสน่ห์ดึงดูดใจชาย

    อ้อยนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามฉันด้วยอาการประหม่า สองมือบีบเข้าหากันแน่น ดวงตาหลุกหลิกไปมาอย่างคนที่มีความผิดติดตัว เธอคงกลัวว่าภรรยาของผู้จัดการจะเอาเรื่องมาแฉ และทำให้เธอต้องถูกไล่ออกตกงาน

    ฉันคลี่ยิ้มหวานที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี รอยยิ้มของ 'พี่สาวที่แสนดี' และกัลยาณมิตรที่ไว้ใจได้ "ไม่ต้องเกร็งนะคะน้องอ้อย ตามสบายเลยค่ะ... ที่พี่เรียกมาวันนี้ ไม่ได้จะมาจับผิด หรือไล่ใครออกหรอกนะคะ พี่แค่เห็นว่าช่วงนี้น้องอ้อยดูเหนื่อยๆ เลยอยากจะชวนคุยเล่น เพื่อประเมินความเครียดนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ"

    ฉันลุกขึ้นไปรินน้ำเย็นมาวางให้เธอ แตะไหล่บางเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและสร้างความไว้วางใจ "ที่นี่คือห้องแห่งความลับนะคะ เรื่องที่คุยกันในนี้จะไม่มีใครรู้เด็ดขาด... พี่รู้เรื่องของคุณวิมลแล้วล่ะค่ะ และพี่ก็เข้าใจในมุมของน้องอ้อยนะ ผู้ชายเก่งๆ อบอุ่นๆ แบบเฮียผู้จัดการ ใครอยู่ใกล้ก็ต้องหวั่นไหวเป็นธรรมดา... จริงไหมคะ?"

    คำพูดที่ดูเหมือนจะเข้าข้างและเข้าใจของฉัน เปรียบเสมือนกุญแจที่ไขสลักความหวาดระแวงในใจของเด็กสาว อ้อยถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก รอยยิ้มเขินอายเริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้า

    "คุณหมอ... เอ้ย พี่หมอเข้าใจอ้อยจริงๆ เหรอคะ?" อ้อยถามเสียงซื่อ "พี่วิมลแกชอบตามมาด่าอ้อยหาว่าอ้อยหน้าด้านไปแย่งผัวแก... แต่อ้อยไม่ได้แย่งนะคะ เฮียแกเป็นคนมาจีบอ้อยก่อน แกบอกว่าเมียแกแก่แล้ว น่าเบื่อ ไม่เร้าใจเหมือนอ้อยเลย..."

    ฉันพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ แสร้งทำเป็นนักจิตวิทยาที่ต้องการวิเคราะห์ปมปัญหาเชิงลึก "พี่เข้าใจค่ะ... ความรักมันห้ามกันไม่ได้หรอกเนาะ โดยเฉพาะเรื่องเซ็กซ์และความต้องการทางกาย... พี่ขอถามตรงๆ แบบไม่ปิดบังเลยนะคะ เพื่อเป็นข้อมูลวิเคราะห์พฤติกรรม... เวลาที่น้องอ้อยอยู่กับเฮีย แกดูแลน้องอ้อยดีไหมคะ? แล้วลีลาของแก... เป็นยังไงบ้าง ถึงทำให้น้องอ้อยหลงรักแกได้ขนาดนี้?"

    อ้อยหน้าแดงก่ำเมื่อเจอคำถามที่แทงทะลุถึงเรื่องบนเตียง แต่ด้วยความที่ไว้ใจและมองฉันเป็นพี่สาวที่แสนดี เธอจึงเริ่มเปิดปากพรั่งพรูเรื่องราวความรักลับๆ อันเร่าร้อนและสยิวใจของเธอออกมาอย่างหมดเปลือก

    "เฮียแกดูแลอ้อยดีมากเลยค่ะพี่หมอ... ให้เงินใช้อาทิตย์ละตั้งหลายพัน... ส่วนเรื่องบนเตียง... อูยยยย เฮียแกดุมากค่ะ แซ่บสุดๆ ไปเลย" อ้อยเลื่อนตัวเข้ามาใกล้ กระซิบเล่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในเสน่ห์ของตัวเอง

    "พี่หมอรู้ไหมคะ... เมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนที่เฮียแกบอกเมียว่าต้องคุมโอทีตอนตีสาม... แกแอบเรียกอ้อยไปหาที่ห้องล็อกเกอร์พนักงานชายด้านหลังออฟฟิศค่ะ... ตรงนั้นมืดมาก ไม่มีใครกล้าเดินผ่านเพราะกลัว รปภ. จะมาตรวจ... พออ้อยเดินเข้าไปปุ๊บ เฮียแกก็ดึงอ้อยเข้าไปกอดจูบแบบไม่ให้ตั้งตัวเลยค่ะ"

    อ้อยหลับตาพริ้ม เล่าเรื่องราวความทรงจำอันวาบหวิวนั้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้าน ราวกับกำลังกลับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง

    "เฮียแกจูบเก่งมากเลยค่ะ ลิ้นแกร้อนฉ่าไปหมด แกล้วงมือเข้ามาในเสื้อยูนิฟอร์มของอ้อย ขยำนมคัพซีของอ้อยซะแรงจนเจ็บไปหมด แต่ก็เสียวมากเลยค่ะพี่หมอ... อ้อยครางเสียงเบาๆ เพราะกลัวมีคนมาได้ยิน แต่เฮียแกยิ่งชอบ แกดันอ้อยไปชิดกับตู้ล็อกเกอร์เหล็กเย็นๆ แล้วจัดการปลดกระดุมเสื้ออ้อยออกจนหมด เผยให้เห็นเนินอกขาวๆ ของอ้อยกลางความมืด..."

    ภาพเหตุการณ์ความเร่าร้อนถูกถ่ายทอดออกมาจากปากของเมียน้อยวัยกระเตาะอย่างไม่มีกั๊ก

    "แกก้มลงมาดูดกลืนยอดอกของอ้อยอย่างตะกละตะกลามเหมือนคนหิวโซเลยค่ะ ลิ้นสากๆ ของแกตวัดเลียจนอ้อยแอ่นอกรับด้วยความเสียวซ่าน มือหนาของแกก็เลื้อยต่ำลงมาถลกกระโปรงยูนิฟอร์มของอ้อยขึ้นไปกองไว้ที่เอว แล้วเกี่ยวเอากางเกงในตัวจิ๋วของอ้อยหลุดลงไปกองที่ข้อเท้า..."

    อ้อยกัดริมฝีปากตัวเอง หน้าแดงซ่านขณะเล่าถึงจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม "แล้วเฮียแกก็งัดของแกออกมาค่ะ... โห พี่หมอ... ของเฮียแกใหญ่มาก แข็งปั๋งจนเส้นเลือดปูดไปหมดเลย... แกจับขาทั้งสองข้างของอ้อยยกขึ้นเกี่ยวเอวแกไว้ บังคับให้อ้อยพิงหลังแนบกับตู้ล็อกเกอร์เย็นเฉียบ แล้วแกก็ถูไถท่อนเอ็นร้อนผ่าวของแกไปมาตรงร่องรักของอ้อยจนน้ำหวานของอ้อยไหลเยิ้มออกมาเปียกไปหมด..."

    "แกไม่รอให้อ้อยตั้งตัวเลยค่ะพี่หมอ แกกดสะโพกสอดแทรกความใหญ่โตเข้ามาในช่องทางรักที่คับแคบของอ้อยรวดเดียวมิดด้าม! อูยยย... อ้อยจุกจนน้ำตาเล็ดเลยค่ะ แต่มันก็เสียวจนแทบขาดใจ..."

    เสียงของอ้อยเริ่มแหบพร่าเมื่อนึกถึงแรงปรารถนาในค่ำคืนนั้น "แกกระแทกอ้อยแรงมาก ซอยสะโพกเข้าออกถี่ยิบจนหลังอ้อยชนกับตู้ล็อกเกอร์ดังปังๆ ๆ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นไปหมด แต่อ้อยก็ต้องเอามือปิดปากตัวเองไว้แน่นไม่ให้ร้องครางออกมา... ยิ่งกลัวคนมาเห็น ยิ่งกลัวความลับแตก มันก็ยิ่งตื่นเต้น ยิ่งเสียววูบวาบไปทั้งท้องน้อยเลยค่ะ พี่หมอเข้าใจความรู้สึกตอนที่ท่อนเอ็นใหญ่ๆ มันขูดรีดอยู่ข้างในตอดรัดตุบๆ ไหมคะ? มันสุดยอดมากจริงๆ"

    "เฮียแกครางซี๊ดๆ อยู่ข้างหูอ้อย บอกว่าร่องของอ้อยตอดแกแน่นมาก รัดจนแกแทบจะบ้า... แกโยกคลึงสะโพกกระทั้นเน้นๆ ลึกๆ จนอ้อยเสียวสะท้านไปทั้งตัว ช่องทางรักของอ้อยตอดรัดแกถี่รัวจนเราสองคนเสียวจนแทบจะขาดใจตายอยู่ตรงนั้น..."

    "แล้วแกก็ปล่อยน้ำขาวๆ ข้นๆ เข้ามาในตัวอ้อยจนล้นทะลักออกมาอาบง่ามขาเลยค่ะ... แต่แค่นั้นยังไม่พอนะคะ เฮียแกยังไม่ยอมถอดท่อนเอ็นออก แกแช่ค้างไว้ในตัวอ้อย คลึงเคล้นหน้าอกอ้อยไปมาจนของแกแข็งขึ้นมาอีกรอบ แล้วแกก็จับอ้อยหันหลังโก้งโค้งเกาะตู้ล็อกเกอร์ กระหน่ำแทงเข้ามาจากด้านหลังอีกชุดใหญ่ คืนนั้นนะ... เฮียแกหลั่งในใส่อ้อยอุ่นเยิ้มถึงสองรอบซ้อนเลยค่ะพี่หมอ!"

    เรื่องเล่าอีโรติกสุดซี๊ดที่ลงลึกทุกรายละเอียดจากปากของสาวโรงงาน ทำให้ฉันแอบหัวเราะในใจกับความดิบเถื่อนและหน้าไม่อายของมนุษย์เพศผู้ ผู้จัดการฝ่ายผลิตที่กลางวันแต่งตัวภูมิฐาน วางมาดขรึมและดูน่านับถือ แต่ตกดึกกลับกลายเป็นสัตว์ป่าที่ลอบผสมพันธุ์อย่างหิวกระหายในซอกหลืบห้องล็อกเกอร์เก่าๆ

    "แหม... ฟังดูน่าตื่นเต้นและมีความสุขมากเลยนะคะน้องอ้อย" ฉันปั้นยิ้มหวาน ชื่นชมมารยาและเสน่ห์ดึงดูดใจของเด็กสาวตรงหน้า "ผู้ชายเวลาหลงเด็กสาวๆ ก็แบบนี้แหละค่ะ... น้องอ้อยต้องฉลาดนะคะ รู้จักอ้อน รู้จักขอเงิน เฮียแกกำลังหลง เราต้องตักตวงให้ได้มากที่สุด เข้าใจไหมคะ?"

    "เข้าใจค่ะพี่หมอ! ขอบคุณพี่หมอมากๆ นะคะที่รับฟังอ้อย... คุยกับพี่หมอแล้วอ้อยสบายใจขึ้นเยอะเลย ไม่กลัวนังเมียหลวงนั่นแล้วค่ะ!" อ้อยยิ้มร่าอย่างเบิกบาน ยกมือไหว้ขอบคุณฉันก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี

    เมื่อประตูปิดลง รอยยิ้มแสนหวานของฉันก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแสยะที่เย็นเยียบและร้ายกาจ

    ผู้ชายที่มีเมียแล้ว... ไม่ว่าจะรวยระดับนักการเมือง เป็นศัลยแพทย์ผู้ทรงเกียรติ หรือเป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตในโรงงาน... สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็มีสมการกิเลสตัณหาในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด นั่นคือความเบื่อหน่ายของเก่า และความพ่ายแพ้ต่อความอยากและเซ็กซ์ราคาถูกในห้องล็อกเกอร์มืดๆ

    ฉันไม่ได้มานั่งที่นี่เพื่อบำบัดรักษาศีลธรรมของใคร แต่ฉันมองโรงงานอุตสาหกรรมแห่งนี้เป็นเพียง 'ห้องทดลองรัก' ที่ให้ฉันได้สืบค้น วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพฤติกรรมความใคร่ ฉันเก็บสะสมกรณีศึกษาชั้นเลิศนี้ลงในแฟ้มลับ เพื่อเตรียมนำลีลาและพฤติกรรมความอ่อนไหวของผู้ชายเหล่านี้ มาออกแบบแผนกลลวงในสมรภูมิรักครั้งต่อไปของฉัน

    ...

    เวลาสามทุ่มตรง ท้องฟ้าของเมืองหลวงมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟริมถนนและแสงนีออนจากตึกสูงที่ส่องสว่างนำทาง

    ฉันก้าวเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับในรถสปอร์ตสีแดงเพลิงคันเก่ง เครื่องยนต์คำรามกระหึ่มเมื่อฉันเหยียบคันเร่งพารถทะยานออกจากนิคมอุตสาหกรรม มุ่งหน้ากลับสู่ใจกลางเมืองอันศิวิไลซ์

    ลมแอร์เย็นฉ่ำในรถพัดผ่านใบหน้า ความรู้สึกของการมีเงินสดหลักล้านนอนนิ่งอยู่ในบัญชีธนาคาร มีหน้าที่การงานที่มั่นคงบังหน้า และมีความรู้ความสามารถมารยาที่อัดแน่นพร้อมจะปั่นหัวผู้ชายทุกคนบนโลกใบนี้... มันช่างเป็นความรู้สึกที่เติมเต็มและทำให้ฉันปีกกล้าขาแข็งได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    บาดแผลจากการถูกพ่อทอดทิ้ง และความยากลำบากในอดีต ได้หล่อหลอมให้ฉันกลายเป็นนางมารร้ายที่เยือกเย็นและไม่มีวันยอมตกเป็นเหยื่อของใครอีกต่อไป ฉันคือผู้ล่า... ผู้คุมเกมที่ยืนอยู่บนยอดมงกุฎแห่งกามารมณ์และกิเลสตัณหาของมนุษย์เพศผู้

    ปณิธานของฉันชัดเจนและแข็งกล้า... เกมของ 'พราว' เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และมันจะต้องเป็นเกมที่เร่าร้อนถึงใจ อย่างไม่มีวันสิ้นสุด!