"คุณหนูฮวาหลิน ดาบของท่าน"เยี่ยหยูส่งดาบด้ามสีเงินยวงที่ฮวาหลินประมูลตัดหน้าขุนนางคนนั้นได้อย่างเจ็บแสบ ซึ่งเยี่ยหยูก็สะใจไม่น้อย
"ท่านเยี่ยหยูเรียกข้ามาที่นี่ ไม่ใช่เพราะเื่ดาบสินะ"ฮวาหลินกล่าวเพราะนี่ก็ดึกมาแล้ว อาจพลาดแม่นางคนที่เป็ลูกค้าพิเศษลำดับสี่น่ะสิ
"เอ่อ คือข้าอยากแนะนำคุณหนูกับลูกชายข้าให้ได้รู้จักกันเพราะเขาก็อายุอานามก็เท่ากับคุณหนูรู้จักกันไว้ก็ดีนะ"เยี่ยหยูที่คิดแผนในใจเพื่อให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดตีสนิทกัน ดีไม่ดีอนาคตข้างหน้าพวกเขาทั้งสองอาจจะชอบพอกันก็ได้
ฮวาหลินมองสีหน้าของท่านเยี่ยหยูก็รู้ทันทีว่าอยากจับคู่นางให้กับลูกชายตนเอง เสียใจด้วยนะ ข้ารู้แล้วว่าเยี่ยหยวนคนนั้นคือลูกชายเขา และข้าไม่ได้อยากรู้อยากสนิทกับชายผู้นั้นเลย ต่อให้เขาเป็ลูกชายของท่านเยี่ยหยูก็ตาม เพราะที่นางสนิทกับท่านเยี่ยหยูมันก็แค่เื่ธุรกิจหาใช่อยากเกี่ยวดอง
"อ่ะมาพอดีเลย ลูกหยวนมานั่งข้างแม่สิ"ฮวาหลินที่กำลังกล่าวพูดเพื่อว่าจะขอตัวไปก่อนค่อยมาแนะนำกันทีหลัง ไอ้ลูกชายนางก็มาได้เวลาเป๊ะพอดี ทำให้ฮวาหลินลอบถอนหายใจอย่างปลงๆ
"นั้น คุณหนูที่เป็ลูกค้าพิเศษหมายเลขหนึ่งนี่ ข้านามว่า เยี่ยหยวนขอรับ"เขานั่งลงแล้วยิ้มส่งมาให้นางอย่างดีใจที่ได้นางพบนางอีกครั้ง กะว่าจะมาถามมารดาตนเองว่าคุณหนูหมายเลขหนึ่งคือใครไม่คิดว่าจะมาได้เวลาเหมาะพอดี
"ข้า ฮวาหลิน ยินดีที่ได้รู้จัก"ฮวาหลินตอบตามมารยาทแม้ตอนนี้อยากจะกระโจนออกจากห้องไปเสียเหลือเกิน
"คุณหนู ลูกชายข้าเรียนที่สำนักวิหคเหมันห์ในเมืองเรา นี่พึ่งหยุดก็เลยได้มาช่วยข้าที่โรงประมูล ช่างบังเอิญเสียจริงที่คุณหนูก็มาในวันนี้ทำให้ข้าได้แนะนำลูกชายได้รู้จักกันเลย"ฮวาหลินพยักหน้ายิ้มแหยๆ ในใจแอบบ่นว่ารำคาญมาก เกลียดการจับคู่ที่สุด
"เอ่อ พวกท่านมีอะไรอีกหรือไม่ หากไม่มีข้าคงต้องขอตัวกลับ พอดีข้ามีธุระต้องทำต่อ"สองแม่ลูกดูจะชะงักกับคำถามของนาง
"คุณหนู รีบขนาดนั้นเชียว ช่างเสียดาย นานทีๆกว่าจะได้เจอกัน "เยี่ยหยูที่อยากให้นางอยู่นานๆแต่พอคิดนี่มันก็ดึกมาแล้วก็อาจจะรบกวนคุณหนูมากไป เพราะกว่าคุณหนูจะออกจากจวนทีก็ยากอีก
"ต้องขออภัยท่านด้วย ตัวข้ามีสิ่งที่ต้องทำมากมาย ไม่มีเวลาว่างหรอก ข้ามาที่นี่ก็หาใช่ว่าข้าจะมาเที่ยวเล่น ข้าแค่มาเรียนรู้ประสบการณ์ ตัวข้ายังเยาว์แล้วยังตัวคนเดียวบริหารตระกูลคนเดียว ท่านคงเข้าใจข้า "ฮวาหลินกล่าวเพื่อให้พวกเขารู้อย่างอ้อมๆเป็นัยว่าตนเองไม่สามารถที่จะมาเกี่ยวดองกับเขาหรอก เพราะไม่มีเวลาขนาดนั้น เวลานอนก็ยังแทบไม่มีเลย
"ข้ารู้ แล้วใยเ้าไม่หาคนรัก วัยเ้าก็ใกล้วัยปักปิ่นแล้วอีกปีเดียว ถ้าแต่งงานก็อาจมีคนช่วยบริหารจวนเ้าก็ได้ "ฮวาหลินเริ่มจะมีน้ำโหล่ะ ทำไมไม่ปล่อยนางไปเสียทีเล่นกล่าวถามอยู่นั้นแหละ
"การถึงวัยปักปิ่นต้องแต่งงานกันทุกคนหรือไรท่านเยี่ยหยู ชีวิตผู้หญิงหากได้ตกแต่งไปแล้ว ชีวิตอิสระของผู้หญิงล่ะ ท่านก็เป็หญิงท่านอาจเข้าใจดี การได้แต่งกับคนที่รักมันก็ดีหากแต่งเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่รัก มันจะมีความสุขหรือ ไม่งั้นคนโลกนี้จะมีอนุหลายคนเพราะความรักหรือ หากไม่ใช่เื่การอื่นมาเกี่ยวข้องแล้วปฏิเสธไม่ได้ซะมากกว่า หากจะใช้การแต่งงานมาเกี่ยวกับข้าไม่มีวันหรอก ตัวข้าขอเป็คนเลือกเอง ท่านคงเข้าใจ ข้าคงต้องลาแล้ว ไว้เจอกันใหม่ หวังว่าท่านจะไม่คุยกับข้าเื่การแต่งงานอีก ข้าไม่ชอบ"ฮวาหลินโค้งตัวให้เยัี่ยหยูก็เดินออกไปด้วยใบหน้านิ่ง ก็นางอารมณ์เสียอ่า คนเขามีธุระจะยังมาอยากแนะลูกชายให้อีก ยอมรับว่าท่านเยียหยวนรูปงามแต่หาใช่ชายที่นางหวังอยากแต่งด้วยไหม ถึงจะมาเกี้ยวนางก็ไม่มีทางทำให้นางรักได้หรอก นางไม่ชอบผู้ชายให้เข้าหา หากนางชอบนางจะเข้าหาเอง (เอิ่มอันนี้ก็จริงเป็นิสัยอย่างหนึ่งของสกายในโลกเก่าที่การมีผู้ชายมาหยอดมาอ้อนมาจีบนี่มันน่ารำคาญมากนะ)
เยี่ียหยูอ้าปากค้างจะกล่าวอะไรก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะคุณหนูฮวาหลินเล่นพูดรวดเร็วเสียจนนางไม่มีช่องว่างให้้เลยแล้วยังตัดบทออกไปอีก เยี่ยหยูถอนหายใจ คุณหนูคงรู้สินะว่านางจะจับคู่ให้ลูกชาย นี่นางคงแสดงตัวเกินหน้าเกินตาออกไปใช่ไหมการอยากได้นางมาเป็สะโภ้ เยี่ยหยวนได้ยินคำพูดของนางก็ใจสลดลง นางพูดดักขนาดนั้นเขาจะยังหน้าด้านเข้าหาได้หรือ มันบ่งบอกแล้วว่านางไม่ชอบเขาอยู่ก่อนแล้ว
ฮวาหลินเดินออกมาด้วยใบหน้าหงุดหงิดแม้ท่านเยี่ยหยูจะสนิทสนมหรือเป็ผู้ใหญ่กว่านาง แต่นางก็ไม่ชอบให้ใครมาถามเื่ส่วนตัวมากนักยิ่งเป็เื่รักๆใคร่ๆนางยังฝังใจจากโลกเก่าไม่หาย ขนาดคนไว้ใจที่สุดยังกล้าฆ่านางได้ แล้วนางจะไปฝากชีวิตไว้กับใครได้ ยิ่งนางไม่มีครอบครัว จะปรึกษากับใครก็ยังยาก แม้มีบริวารมากมายแต่หาใช่คนที่นางอยากระบายด้วยได้ แม้นางที่โลกเก่าไม่มีครอบครัว แต่นางก็ยังมีท่านเมสันที่คอยรับฟังนางทุกเื่เข้าใจนางทุกอย่างจนนางคิดว่าเขาคือพ่อแท้ๆด้วยซ้ำ แต่พอมาโลกนี้นางช่างโดดเดี่ยว ไร้การพักพิงจิตใจ อ่อนแอก็ไม่ได้ ล้มก็ต้องลุก นางเดินช้าๆมาตลอดทางออกด้วยจิตใจที่คิดสับสน ว่านางกำลังมาทำอะไรในโลกอะไรพานางมาที่นี่ทำไมนางไม่ตายไปเลยล่ะ มาทั้งทีนางก็มาแบบตัวเปล่าอีก ระหว่างนี้ที่นางคิดอะไรเหม่อด้วยใจที่ห่อเหี่ยวอยู่จนไม่ได้มองว่าทางว่ามีทางแยกออกไปสองทางและด้านหน้านางคือทางตันหากเดินเหม่ออาจชนเข้าให้แต่ ก็ไม่ทันล่ะ
พรึ่บ!
"เฮ้ย!"นางใเพราะนางชนเข้ากับอะไรบางอย่าง ฮวาหลินได้สติก็มองด้านหน้าที่นางแทบจะจูบกำแพงไม้นั้นอยู่แล้ว แต่ใครมาช่วยนางไว้ล่ะ ฮวาหลินหันไปก็ตาโตเพราะคนที่เอาแขนมากันที่ผ่านลำคอคล้ายจะโอบกอดก็ไม่เชิง แขนแกร่งข้างเดียวยื่นกันนางไว้กับกำแพงไม้โดยไม่พูดไม่จา
"นายรูปป... เอ้อ คุณชายนั้นเอง" หน้าเขากับหน้าฮวาหลินห่างกันแต่สามฝ่ามือ แต่ความตายด้าน ด้านความรู้สึกของทั้งคู่นั้นหาใช่ได้ใจเต้นไม่ แต่ลูกน้องของพวกเขาดูจะหน้าแดงแทนไม่น้อย เพราะองค์ชายของพวกมัน แทบจะไม่แตะต้องตัวสตรีเลย ขนาดมารดาพระองค์ยังไม่เคยให้ใกล้ชิด เพราะสิ่งนี้คือสิ่งต้องห้ามของตัวองค์ชายเลยล่ะ หากใครแตะต้องตัวนะคนผู้นั้นไม่าเ็ก็สาหัส นี่องค์ชายคิดสิ่งใดถึงได้ไปแตะต้องนางเอง หากมีใจก็ไม่อาจเป็ได้ เพราะอณาจักรที่พวกเขาอยู่หญิงงามมากมายที่อยากใจขององค์ชายยังยากเลย
"ขอบใจท่านมาก"ฮวาหลินโค้งตัวเล็กน้อยเพื่อขอบคุณ เขาปรายตามาแค่แปบเดียวก็เดินผ่านไป นี่เขาเอาปากมาด้วยหรือไม่ หากไม่รวมที่งานประมูล เขาแทบไม่ปริปากคุยกับใครเลย แถมลูกน้องยังนิ่งราวกับเ้านายอีก
"นิ่งแบบนี้จะมีเมียได้ไงว่ะ"นางแอบคิดในใจ ผู้ชายแบบนี้ก็มีด้วย ระหว่างที่นางจะก้าวเดินออกไปก็มีเสียงเล็กเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน
"คุณหนูที่อยู่หมายเลขหนึ่งนั้นเองนี่ ช้าก่อนเ้าค่ะ"ฮวาหลินหันมามองก็ต้องตาโต ใช่นางคือคนที่ฮวาหลินกำลังตามหาอยู่ นึกว่าจะกลับไปเสียแล้ว
"อ่าวคุณหนู ข้านึกว่าท่านกลับเสียแล้ว ข้านามว่าฮวาหลิน"
"ข้านามว่า เยว่ิเ้าค่ะ"เยว่ิเมื่อได้มาอยู่ใกล้ๆกับคุณหนูผู้นี้แบบชัดเจนก็ต้องตะลึงเพราะนางช่างน่ารักมาก ผิวขาวๆไม่ได้แต่งตนทรงเครื่อง แต่ใบหน้ากลับเกลี้ยงเกลาเสียจนนางอิจฉาในผิวพรรณเนียนละเอียดนั้น ตาคมสวยโตขนตาที่งอนยาวนั้น ปากอวบอิ่มนั้นอีก หากโตสักนิดนางคงสวยไม่น้อย แม้ตอนนี้นางจะออกไปทางน่ารักมากกว่าก็เถอะ
"คุณหนูท่านกำลังจะกลับแล้วหรือเ้าค่ะ "เยว่ิกล่าวขึ้นถาม ฮวาหลินพยักหน้า
"หากท่านไม่ว่าอะไรเรียกข้าว่า ฮวาหลินเฉยๆก็ได้ ตัวข้ากับท่านคงอายุเท่ากัน ตัวข้าไม่สหายพอเห็นเ้าก็ถูกชะตา หากจะดีได้ท่านมาเป็สหาย"
"จริงหรือ ข้าช่างโชคดีนักที่จะได้มีสหายเช่นท่าน หากท่านคิดว่าดีข้าก็ยินดี ตัวข้าเองไม่มีสหายเลย เพราะเข้าสังคมไม่ค่อยเก่ง"เยว่ิรู้สึกดีไม่น้อยที่ฮวาหลินเอ่ยออกมาก่อนแบบนี้
"บอกแล้วว่าให้เรียกข้าฮวาหลินเฉยๆก็ เราเป็สหายกันแล้วนะ"
"อ่ะจริงสิ ฮ่าๆข้าคงยังไม่ชิน ก็ได้ๆฮวาหลิน ข้ารู้สึกยินดีมากที่ได้เป็สหายเ้า"ฮวาหลินพยักหน้าพรางคิดอะไรได้ก็ยกมือกำกำปั้นส่งไปให้เยว่ิที่ดูจะงงไม่น้อย
"อะไรหรือฮวาหลิน"
"เวลาเจอกัน หรือลากัน สำหรับใครที่เป็สหายข้า จะต้องทำแบบนี้ ทำกำปั้นเ้าตามข้าสิ"เยว่ิก็ทำตามอย่าง งงๆ พอทำแล้วฮวาหลินก็ยกกำปั้นของเยว่ิมากระแทกข้างบนข้างล่างสลับกันที่ละครั้งและเอากำปั้นทั้งสองมาชนกัน ก็เป็อันจบ
"แบบนี้ไงล่ะ ง่ายไหม "เยว่ิยิ้มพยักหน้า
"ท่าช่างแปลกนัก แต่ดูแล้วทำให้ข้ารู้สึกว่าสนิทกับท่านไม่น้อย"
"แบบนั้นแหละ หากเ้ามีสหายเพิ่มขึ้นก็ลองทำดูนะ สนุกออก"ฮวาหลินกล่าวอย่างตลก นางชอบทำแบบนี้กับเพื่อนในกลุ่มทหารตนเองตลอด เจอกันทีไรมือมันไปเองทุกที
"เอ้อ ข้ามีของจะให้ อ่ะ"ฮวาหลินยื่นกล่องดาบที่ดูเหมือนเยว่ิอยากได้มากนักตอนประมูล จึงว่าจะเอามามอบให้นางเพราะเกลียดตาแก่นั้นที่แย่งนางไปก็เลยกะช่วยแล้วเอามาให้
"นั้น ดาบซามูไรนี้ บ้าไปแล้วหรือฮวาหลิน เ้าประมูลมาตั้ง2000เหรียญแร่มาให้ข้าที่พึ่งรู้จักกับเ้าเนี่ยนะ ข้ารับไม่ได้หรอก "เยว่ิดันห่างออกไป นางอยากได้ก็จริงแต่เงินที่ฮวาหลินประมูลไปใช่ว่าจะน้อยๆ
"หืม เงินแค่นั้นหาใช่สิ่งสำคัญ ไม่ตายก็หาใหม่ได้น่า เอาไปเถิด เพราะเ้าคือสหายคนแรกของข้า ข้าเลยอยากให้ของขวัญให้สหายของข้าไม่ได้หรือ"ฮวาหลินทำหน้างอลง เยว่ิเห็นท่าทางก็ส่ายมือเพื่อบอกว่ามันไม่ใช่
"เปล่า แต่ข้าว่าเ้าให้ของที่มีค่ามากเกินไป ข้าเป็สหายเ้า ไม่ต้องมีของให้ ข้าก็ก็รู้สึกดีมากแล้วที่มีสหายเช่นเ้า"เยว่ิทำหน้ารู้สึกผิด
"เฮ้อ คงต้องบอกสินะ เอาหูมานี่"ฮวาหลินคว้าร่างเล็กพอๆกับตนเองด้านหน้า มาใกล้ๆแล้วกระซิบบอกเยว่ิ
"***ดาบนี้เป็ดาบที่ข้าเอามาประมูลเอง ไม่ได้เสียสินใดๆด้วย ที่ข้าประมูลกับตาแก่นั้นแค่อยากแกล้งมันเท่านั้น และไม่ชอบที่มันมาตัดหน้าของที่เ้าอยากได้ ข้าเลยช่วยเอามาให้นี่ไง และเ้าต้องรับไม่งั้นก้ตัดขาดการเป็สหายกัน อ้อ อีกอย่างอย่าบอกใครเื่ดาบนี้นะ ข้าไม่อยากให้มันวุ่นวาย "***ฮวาหลินปะออกจากเยว่ิ พอเจอหน้าของเยว่ิที่ตาโตก็ขบขันที่นางใไม่น้อยไม่คิดว่าดาบนี้ เป็ของฮวาหลินเองที่เอามาประมูล
"เ้ากล่าวจริง"ฮวาหลินพยักหน้า พรางยัดกล่องดาบให้ อย่างถือวิสาสะ
"ดึกแล้วกลับกันเถอะ อ่อ เ้าพักที่ใดหรือ "ฮวาหลินถามนางระหว่างทางเดิน
"ที่โรงเตี้ยมตระกูลจี้น่ะ เพราะหากเช้าแล้วข้าต้องเดินทางกลับเมืองปักษาเลย เพราะข้าได้สารเทียบเชิญให้ไปคัดเลือกการประลองงานสานสัมพัธ์ทีี่จะถึงนี่เอง"ฮวาหลินได้ยินโณงเตี้ยวตระกูลจี้ก็พลอยคิดถึงท่านปู่จี้ที่ท่านช่วยนางจ่ายเงินผ่านเข้าเมืองแถมยังเลี้ยงอาหารให้นางตอนนั้น สักวันคงต้องไปเยี่ยมเสียแล้วเพื่อตอบแทนท่านปู่จี้
"เ้าก็ด้วยหรอ ข้าก็ได้สารเทียบเชิญเช่นกัน เมืองเราคัดตัวอีก6วันจะถึงที่จวนเ้าเมือง"
"จริงหรือ อ่า หากเราทั้งสองเข้ารอบจนมาถึงรอบตัดสินเลือก5คนที่วังหลวงของอณาจักรก็ดีน่ะสิ ข้าอยากเจอเ้าบ่อยๆเสียแล้ว ข้าไม่ได้คุยแบบนี้กับใครได้ยาวๆเลยฮ่าๆ"ฮวาหลินขำตามนางเพราะตนเองก็เช่นกัน แม้ที่จวนจะมีคนคุนด้วยก็หาใช่คุยเื่ทั่วไปมีแต่เื่งาน
"เราคงต้องแยกกันเสียแล้วล่ะ ฮวาหลิน ช่างเสียดายนักที่เวลาเราเจอกันน้อยนิด"เยว่ิกล่าวอย่างสลดใจ มีสหายทั้งทีก็เจอกันแค่แปบเดียว
"เอาน่า ยังไงก็มีเวลาอีกนาน หากเ้าไม่มาหาข้า ข้าก็จะไปเยี่ยมเ้าเอง "เยว่ิพอใจชื่นขึ้นนางก็พยักหน้า
"งั้นไว้เจอกันใหม่นะฮวาหลิน"
"เช่นกันนะเยว่ิสู้ๆ ไว้เจอกันที่วังหลวง"ฮวาหลินยกกำปั้นขึ้นมาเยว่ิดูจะงงนิดๆก็นึกได้ว่าต้องทำเช่นไรก่อนจากกันก็ขบขัน นางก็ยกกำปั้นขึ้นมาก็ชนมือกัน
"ฮ่าๆ/ฮ่าๆ"ทั้งสองขบขันพร้อมกัน ก็เดินแยกกันไปที่รถม้าของใครของมันทันที
"คุณหนูท่านคุยกับใครหรือเ้าค่ะดูสนิทสนทเชีียว"พี่หนี่หวาถามขึ้นเมื่อฮวาหลินเดินมาถึง ซึ่งมีตงเก่อและตงฟางยืนรออยู่ด้วยเช่นกัน
"สหายใหม่ข้าน่ะ คุณหนูเยว่ิที่นั่งอยู่หมายเลขสี่ไงจำไม่ได้หรือ"ทั้งสามก็พากันเข้าใจทันที
"เรากลับจวนกับเถอะขอรับ ดึกแล้ว นายหญิงไม่ได้พักผ่อนมาั้แ่เมื่อคืนวานแล้วนะขอรับ"ฮวาหลินพยักหน้าก็เดินขึ้นรถม้าพร้อมหนี่หวาเดินตามหลังขึ้นไปเช่นกัน ขบวนรถม้าของนางก็เคลื่อนตัวออกไปทันที หารู้ไม่ว่าได้มีคนจำนวน10คนแอบติดตามไปด้วย
"จัดการมันซะ หากฆ่ามันได้ก็ดี ข้าจะมีรางวัลให้"เสียงชายชรากล่าวขึ้นในรถม้าสั่งลูกน้องที่สวมชุดดำพร้อมนักฆ่าที่พึ่งจ้างมา เพื่อทำการปิดปากยัยเด็กปากดีนั้นอย่างเคียดแค้น
ซึ่งทำให้ชายที่อยู่อีกรถม้าที่รอเวลาสักอย่างก็เข้าใจทันที ตาคมที่นั่งหลับตามาตลอดเพื่อสุ่มดูรถม้าตาขุนนางนั้นที่เดินออกจากโรงประมูลไปก่อนพวกเขาเหตุใดถึงยังไม่ไปไหนอีก ที่แท้พวกมันรอจัดการคุณหนูผู้นั้นนี่เอง ซึ่งเขาเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่า คุณหนูผู้นั้นที่เก่งแต่ปาก จะมีฝีมือขนาดไม่กลัวขุนนางเลยว่าลับหลังพวกมันจะแว้งกัดเข้าให้ ช่างหาศัตรูร้ายกาจไม่รู้ตัวอีก
"ตามรถม้าคุณหนูนั้นไปห่างๆอย่าใกล้มาก ข้าอยากเห็นอะไรสนุกๆเสียแล้ว"ปากที่แทบไม่ขยับก็กล่าวมาเหมือนเจอของเล่นที่ถูกใจ เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนั้นคงมีฝีมือไม่น้อยแม้เขาจะตรวจระดับไม่เจอก็ยังไม่เชื่อว่านางจะเป็คนไม่มีลมปราณ หากไม่แล้ว นางจะกล้าเมินขุนนางนั้นได้เช่นไร
ขบวนรถม้าของเขาก็เคลื่อนตัวตามคำสั่งอย่างงงๆเพราะองค์ชายของมันจะอยากตามไปทำไม หรือองค์ชายเขาจะสนใจคุณหนูผู้นั้นจริงๆหรือ อันนี้เขาก็ไม่กล้าฟันธงจึงต้องทำตามไปก่อน ยั