ยามราตรีอันมืดมิดปกคลุมเมืองหลวงราวกับผืนผ้าไหมสีดำแห่งราตรี ในตรอกลับยินอันคดเคี้ยวและแคบราวกับลำไส้ของสัตว์ร้าย คุณหนูลี่หยาและสาวใช้เสี่ยวลี่สองสหายสาวก้าวเดินอย่างระมัดระวัง
ท่ามกลางความมืดและความชื้นที่โชยมาจากกำแพงอิฐเก่าแก่ สองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านรวงเก่าทรุดโทรมที่ซุกซ่อนอยู่ในเงามืดของอาคารสูงตระหง่าน ผู้คนที่มาเยือนตรอกแห่งนี้มักจะมาด้วยความเงียบงันและระมัดระวังราวกับเงาที่เคลื่อนไหวในความมืด
ตรอกลับยินเป็เสมือนเขาวงกตที่ซ่อนตัวอยู่ในหัวใจของเมืองหลวง แสงจันทร์ที่ส่องลงมาจากท้องฟ้าราวกับหยดน้ำตาแห่ง์ ไม่สามารถส่องผ่านความมืดมิดที่ปกคลุมตรอกแห่งนี้ได้
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาล้วนแต่ปกปิดใบหน้าราวกับเกรงกลัวสายตาของผู้ใดบางคน กลิ่นอายของความลึกลับและอันตรายโชยมาตามสายลมราวกับกระซิบความลับที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
ยามที่ลี่หยาและสาวใช้เสี่ยวลี่เดินลึกเข้าไปในตรอกลับยิน พวกนางก็ได้พบกับเหล่าคุณหนูจากตระกูลใหญ่หลายต่อหลายท่าน ล้วนมาจากตระกูลขุนนางและพ่อค้าผู้มั่งคั่ง ถึงจะคลุมหน้าตามิดชิดราวกับเกรงกลัวสายตาของผู้ใดบางคน แต่ก็ยังพอมองเห็นว่า พวกนางเ่าั้ต่างสวมใส่ชุดผ้าไหมชั้นดี ประดับด้วยเครื่องประดับทองคำและหยกอันวิจิตรบรรจง
“อะ องค์…… อุ๊บ!”
สาวใช้เสี่ยวลี่จำได้ว่าสตรีหนึ่งในนั้นคือองค์หญิงแห่งราชวงศ์ นางเกือบจะคุกเข่าคารวะด้วยความหวาดกลัว แต่ลี่หยาและบรรดาเหล่าคุณหนูทั้งหลายที่ยืนอยู่ในที่แห่งนั้นก็รีบปิดปากห้ามปรามนางไว้ทัน
สายตาคมกริบทุกคู่ เหลือบมองไปยังเสี่ยวลี่ นี่มิใช่เพียงเตือน แต่ยังแฝงความเย็นะเื
เหล่าผู้มาชุมนุมในสถานแห่งนี้มิปรารถนาให้ผู้ใดล่วงรู้ตัวตน พวกนางเร้นกายมาเพื่อซื้อหาสิ่งที่ปรารถนาอย่างลับๆ แล้วจากไปโดยไร้ร่องรอย การเปิดเผยตัวตนของผู้ใดผู้หนึ่งย่อมนำพาความเดือดร้อนมายังผู้อื่นในสถานที่แห่งนี้
คุณหนูตระกูลสูงส่งทั้งหลายต่างหลั่งไหลมาด้วยจุดประสงค์เดียวกัน นั่นคือการแอบแสวงหานิยายนิยายประโลมโลกอันลือชื่อ ผลงานอันเลื่องล้ำของอาจารย์หลี่ ชิงเหยา
นามของเขาดังก้องไปทั่ว สตรีผู้รักการอ่านนิยายประโลมโลกใฝ่ฝันต่างใยดีในลายเส้นอันวิจิตรบรรจงของเขายิ่งนัก หากกล่าวถึงภาพประกอบในนิยายต้องห้ามอันงดงามย่อมนึกถึงเขาเป็อันดับแรก
หากกล่าวถึงนิยายประโลมโลกที่บรรดาคุณหนูเหล่านี้มาแสวงหาล้วนเป็นิยายต้องห้ามที่มิได้มีบทความกล่าวถึงเื่ราวเหมือนนิยายธรรมดา แต่ในเล่มกลับมีภาพวาดต้องห้ามของชายหญิงประกอบอยู่ในนั้นด้วย
"ข้าได้ยินมาว่าท่านมีนิยายเล่มใหม่" ลี่หยาเอ่ย
"ใช่คุณหนูข้าเพิ่งจะทำมันเสร็จเมื่อไม่กี่วันมานี้" หลี่ ชิงเหยาตอบ ลูบเคราขาวตอบ
เสี่ยวลี่เอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ว่า “'นิยายเล่มนี้มีราคาสักเท่าใดหนอท่านอาจารย์?"
"สองตำลึง" หลี่ ชิงเหยาตอบ
เสี่ยวลี่สาวใช้ทำหน้าบูดบึ้ง "ราคานี้สูงส่งยิ่งนัก"
"แต่ว่านิยายของท่านล้ำเลิศแท้" ลี่หยากล่าว "ข้าเคยได้อ่านเล่มก่อนๆ ของท่านมาแล้ว"
เสี่ยวลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะควักเงินสองตำลึงออกมาจ่ายให้หลี่ ชิงเหยา ตามความ้าของนายหญิง
"หลี่ ชิงเหยามอบนิยายให้แก่ลี่หยา 'ขอบน้ำใจท่านยิ่งนัก' เขากล่าว"
ลี่หยารับนิยายมาถือไว้ในมืออย่างทะนุถนอม "ขอบคุณท่านเช่นกัน" นาง กล่าว
ลี่หยาและเสี่ยวลี่เดินออกจากร้านของหลี่ ชิงเหยาและกลับเข้าสู่ความมืดมิดของตรอกลับยิน นิยายเล่มใหม่ของหลี่ ชิงเหยาอยู่ในมือของลี่หยา นางรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้อ่านมัน นางรู้ว่านิยายของเขาเป็นิยายประโลมโลกที่บรรดาสาวน้อยในเมืองชอบหามาอ่านและเก็บสะสมไว้นัก มันเหมือนสิ่งที่เปิดตาและสนองความอยากรู้อยากเห็นของสาวแรกรุ่นอย่างพวกนาง
"แต่ว่านิยายองท่านบัณฑิตช่างวิเศษนัก" ลี่หยากล่าว "ข้าน้อยเคยอ่านเล่มก่อนๆ ของท่านมาแล้ว"
สาวใช้เสี่ยวลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะควักเงินสองตำลึงออกมาจ่ายให้หลี่ ชิงเหยาแทนนายหญิง
หลี่ ชิงเหยาส่งนิยายเล่มใหม่ให้ลี่หยา "ขอบคุณยิ่งนัก" บัณฑิตเฒ่ากล่าว
ลี่หยาเหลือบซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะรับนิยายลับนั้นมาซุกไว้ในแขนเสื้อด้วยความรวดเร็วและแเี นางก้มศีรษะน้อย ๆ พลางกระซิบเสียงแ่
“ข้าขอบพระคุณท่านอาจารย์ยิ่งนัก”
สายตาของนางเป็ประกายวิบวับด้วยความตื่นเต้นและความอยากรู้อยากเห็น ขณะที่หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่นว่าจะถูกจับได้
และเมื่อลาจากบัณฑิตเฒ่าแล้ว ลี่หยาและเสี่ยวลี่ก้าวออกจากร้านของหลี่ ชิงเหยา กลับคืนสู่ความมืดมิดของตรอกลับยิน ลี่หยารู้สึกตื่นเต้นยิ่งนักที่จะได้อ่านบันทึกเื่ราวเล่มนี้
นางตระหนักดีว่านิทานวาสนาของเขาเป็ที่ใฝ่ฝันของบรรดาสาวน้อยในนคร ซึ่งล้วนปรารถนาจะได้อ่านและเก็บสะสมไว้ มันเปรียบเสมือนสิ่งที่เปิดโลกทัศน์และสนองความใคร่รู้ของสตรีแรกแย้มดั่งพวกนาง
ทว่า นิยายนี้เป็สิ่งต้องห้าม มันผิดกฎหมายและผิดศีลธรรม ถึงกระนั้น สาวน้อยผู้ใคร่รู้ทั้งหลายก็ยังคงแอบแสวงหากันอย่างลับๆ