บทที่ 23 พิชิตลิ้น (รีไรต์)
เจียงอี้อิ่นเงยหน้าขึ้นมอง เห็นอาสยงวิ่งออกมาจากป่า มุมปากเป็ประกายแวววาว
เขาพาดตัวเองลงบนเคาน์เตอร์ดังแปะ จ้องมองเธอด้วยสายตาเป็ประกาย “เถ้าแก่ หอมจังเลย กำลังทำอะไรอร่อย ๆ อยู่เหรอ”
เธอยังไม่ทันตอบ จู่ ๆ ก็มีคนวิ่งออกมาจากถนนเล็ก ๆ อีกหลายคน คนที่นำหน้าคือเริ่นิ เขาะโว่า “พระเ้า! ฉันจะเป็ลมเพราะกลิ่นหอมแล้ว นี่คือกลิ่นซุปไก่ใช่ไหม”
ด้านหลังเขามีคนตามมาอีกหลายสิบคน สีหน้าสงสัยเดิม ๆ เปลี่ยนเป็ท่าทางน้ำลายไหลยืด ทันทีที่ก้าวเข้ามาในลานโล่ง
อาสยงตกตะลึง รีบกางแขนออกพยายามบังร้านบะหมี่ไว้ด้านหลัง “ทำไมมีคนมาเยอะแบบนี้!”
เขาร้อนใจมาก ไก่ฟ้ากลายพันธุ์ตัวเดียวก็มีขนาดเท่านั้น คนยิ่งมากเนื้อที่เขาจะได้กินก็ยิ่งน้อย
ความคิดของคนตะกละมองออกได้ง่าย เธอยิ้มมุมปาก ตบหลังอาสยงเบา ๆ พูดเสียงเบาว่า “ไม่ต้องกังวล ฉันแยกของอร่อยไว้ให้ทีมของพวกคุณต่างหาก”
ตาของอาสยงเป็ประกาย ถามเสียงกระซิบ “จริงเหรอ”
เธอพยักหน้าปลอบใจ อาสยงก็คลี่ยิ้มทันที ในที่สุดก็ยอมหลีกทางให้
กู้ไฮว่ถิงและคนอื่น ๆ มาถึงช้าไปหน่อย เมื่อเห็นเขามีสภาพเช่นนี้ก็รู้สึกจนใจ จึงเรียกอาสยงไปคุยข้าง ๆ เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้เจียงอี้อิ่นจะยุ่งมาก
ในที่สุด เริ่นิก็แทรกตัวมาถึงด้านหน้าได้ เขาถามด้วยเสียงดังว่า “เถ้าแก่ ที่คุณว่ามานี่เื่จริงเหรอ”
เจียงอี้อิ่นดูออกว่าเขาไม่ได้สงสัยจริง ๆ เพียงแต่้าให้เธอปลอบขวัญลูกค้าใหม่และถือโอกาสโฆษณาร้านไปด้วย
คนคนนี้ฉลาดใช้ได้ อาจจะมีโอกาสร่วมงานกันในอนาคต เธอคิดในใจ
เธอระบายยิ้มอย่างกระตือรือร้นและพูดเสียงดังว่า “เมืองอาหารอวี้ซานไห่เปิดให้บริการวันนี้ ลูกค้าที่รับประทานอาหารสามารถรับซุปไก่และขนมโก๋ถั่วเขียวได้ฟรีคนละหนึ่งชุด หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ”
เริ่นิรีบเสริม “ซื้ออะไรก็ได้เหรอครับ”
“ใช่แล้ว เพียงแสดงใบเสร็จรับเงินก็รับของขวัญได้เลยค่ะ”
เมื่อได้ยินว่ามีเื่ดี ๆ แบบนี้ ผู้คนที่กำลังลังเลเพราะกลิ่นหอมของซุปไก่ก็เริ่มลงมือทันที
อาสยงไม่สนใจสิ่งอื่นใด รีบวิ่งไปที่หน้าเคาน์เตอร์วางคริสตัลจำนวนหนึ่งลงบนเคาน์เตอร์แล้วสั่งอาหารเสียงดังว่า “บะหมี่หยางชุนสิบชาม เจียนปิ่งเบคอนสิบชิ้น ถั่วเขียวต้มน้ำตาลห้าแก้ว แล้วก็เมนูใหม่ด้วย ลูกพี่ เอาด้วยไหม”
กู้ไฮว่ถิงพูดอย่างใจเย็นว่า “เอาสิ ของที่เถ้าแก่ขายรสชาติดีมีคุณภาพ”
เขาดูเหมือนกำลังตอบอาสยง แต่ก็ให้กำลังใจคนอื่น ๆ ไปด้วย - จุดบอดสินะ ทุกอย่างอร่อยทั้งนั้น
เมนูใหม่คือเนื้อวัวเสียบไม้ย่างที่มีหลังจากร้านบะหมี่อัปเกรด เนื่องจากยุ่งมาก เธอจึงเตรียมไว้ไม่มากนักในครั้งนี้ อาสยงตั้งใจจะกวาดซื้อทั้งหมดเลย
เริ่นิประท้วง “นายเหลือไว้ให้พวกเราบ้างสิ!”
อาสยงเบิกตาโพลงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง กู้ไฮว่ถิงเอ่ยปาก “สิบไม้ก็พอ”
เมื่อหัวหน้าสั่ง อาสยงก็จำต้องยอม หยิบเนื้อวัวเสียบไม้ย่างแล้วถอยออกจากหน้าเคาน์เตอร์
กู้ไฮว่ถิงและอีกสามคนได้ยึดโต๊ะปิกนิกไปแล้ว คนอื่น ๆ จึงต้องไปเบียดกันที่โต๊ะอีกตัว แต่ยังไงก็นั่งได้แค่แปดคนเท่านั้น มีคนเอ่ยปากถาม “เถ้าแก่ ไม่มีโต๊ะเพิ่มแล้วเหรอ”
ลูกค้าที่มาครั้งแรก แน่นอนว่าต้องให้พวกเขารู้สึกเหมือนอยู่บ้าน เธอรีบตอบทันที “มีค่ะ ฉันจะไปยกมาเดี๋ยวนี้ ทุกคนรอสักครู่นะคะ”
กู้ไฮว่ถิงลุกขึ้น “พวกเราช่วยดีกว่า คุณไปทำงานอื่นก่อนเถอะ"
“งั้นก็รบกวนพวกคุณด้วยนะคะ” เธอไม่ปฏิเสธ แกล้งทำเหมือนของอยู่ในห้องเหมือนครั้งก่อน แล้วยกมาให้พวกเขา
อาสยงชื่อเหมาะสมกับรูปร่างของเขา แค่รวบแขนก็ยกโต๊ะสี่ตัวไปได้เลย
“วางตรงนี้ได้ไหม” เขาถามเสียงดัง
“อืม”
ไม่นานนัก ร้านค้าสองร้านก็เต็มไปด้วยโต๊ะและเก้าอี้ปิกนิกสี่ชุด ซึ่งในที่สุดก็สามารถรองรับทุกคนได้
หลังจากวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดเธอก็เตรียมอาหารของทุกคนจนเสร็จ เธอหยิบชามแบบใช้แล้วทิ้งทรงกลมออกมาเป็ตั้ง ๆ จากนั้นก็เปิดฝาหม้อ
กลิ่นหอมของซุปไก่เข้มข้นขึ้นหลายเท่าในทันที สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่หม้อซุป
ทัพพีด้ามยาวถูกหย่อนลงไปในหม้อ ซุปไก่สีทองอร่ามที่เต็มไปด้วยน้ำมันลอยอยู่้าถูกเทลงในชาม แต่ละชามมีเืไก่สามก้อนและมันเทศห้าชิ้น
หลังจากเสิร์ฟซุปไก่พร้อมกับเจียนปิ่งให้ทุกคนแล้ว เธอก็นำขนมโก๋ถั่วเขียวแช่เย็นออกมา แจกให้ทุกคนคนละกล่อง
ตอนที่เดินผ่านเริ่นิ เธอก็ส่งสายตาให้ เด็กหนุ่มผู้เฉลียวฉลาดคนนี้เข้าใจทันที ไม่พูดถึงเื่ของแถมแม้แต่น้อย
กู้ไฮว่ถิงกินบะหมี่เสร็จก็ยกซุปไก่ขึ้นมาจิบ
น้ำมันมันวาวลอยอยู่บนน้ำซุป ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะคาดหวังถึงรสชาติของมัน
เป่าสองครั้งแล้วส่งเข้าปาก รสชาติเข้มข้นะเิในปาก พิชิตต่อมรับรสในพริบตา
หลังจากกินไก่เสร็จ เขาเลือกชิมเผือก เผือกถูกหั่นเป็ชิ้นเล็ก ๆ พอใส่เข้าปากแล้วกัดเบา ๆ ก็ละลาย กลิ่นหอมแผ่ซ่านในช่องปาก ช่วยลดความมันของน้ำมันไก่ได้เป็อย่างดี
สุดท้ายเขาตักเืไก่ที่เป็ก้อนสี่เหลี่ยม เขาได้ยินเจียงอี้อิ่นแนะนำว่านี่คือเืไก่ ในใจเกิดความรู้สึกต่อต้านขึ้นมา
ครั้งหนึ่งพวกเขาได้รับภารกิจที่ยากมากภารกิจหนึ่ง ระหว่างปฏิบัติภารกิจเกิดวิกฤต เขาช่วยเพื่อนร่วมทีมให้หนีไปได้ แต่ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ต้องใช้ชีวิตแบบกินอาหารดิบ ๆ ดื่มเืสด ๆ อยู่หลายวัน ดังนั้นจึงไม่ค่อยยอมรับวัตถุดิบแบบนี้
แต่เมื่อมองไปที่กลางช้อน เพียงแค่เขาขยับแขนเล็กน้อย เืไก่ก็จะสั่นไหวตามไปด้วย ดูนุ่มเด้งน่ากินมาก ขณะเดียวกันเจียงอี้อิ่นก็แนะนำว่า “นี่คือเต้าหู้เืไก่สดที่ทำเมื่อเช้านี้ นุ่มและอร่อยมาก” เขาหลับตาแล้วส่งเืไก่เข้าปาก
พอฟันบนล่างบดกัน ก็รู้สึกถึงััที่เด้งดึ๋งในปาก กลิ่นคาวและความรู้สึกขยะแขยงที่คิดไว้ไม่ปรากฏ มันเหมือนกับที่เจียงอี้อิ่นบอก รสชาติดีมาก
เมื่อลูกค้ากลุ่มนี้จากไป เธอได้บรรลุเป้าหมายของภารกิจที่ต้องได้รับคำชมยี่สิบคำแล้ว แต่เธอไม่ได้เลือกที่จะส่งภารกิจ
ส่วนใหญ่กินอิ่มแล้วกลับไป เริ่นิและเพื่อน ๆ อยู่ต่อ ได้รับของแถมชิ้นที่สองที่เป็ของพวกเขา
รสชาติของน้ำซุปไก่และขนมโก๋ถั่วเขียวพิชิตต่อมรับรสของพวกเขา เริ่นิทุบอกรับรอง “เถ้าแก่ วางใจได้ พวกเรากลับไปแล้วจะช่วยโฆษณาให้อีกแน่นอน”
เธอยิ้มพูดว่า “ดีเลยค่ะ ขอฝากด้วยนะ กิจกรรมจะดำเนินไปจนถึงสองทุ่ม ถ้ายังมีคนอยากมา อย่าลืมเตือนพวกเขาให้ระวังเื่เวลาด้วยนะ”
หลังจากเริ่นิและคนอื่น ๆ เดินจากไปด้วยความร่าเริง เธอก็หันกลับมาและพบกับแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของอาสยง “เถ้าแก่ ยังมีของอร่อย ๆ อีกไหม”
เขาคิดว่าซุปไก่เป็อาหารที่อร่อยที่สุดในโลกอยู่แล้ว จึงจินตนาการไม่ออกว่าจะมีอะไรอร่อยไปกว่านี้อีก
ถ้ากู้ไฮว่ถิงไม่ห้าม เขาคงจะซดซุปไก่หมดไปครึ่งถังแล้ว
เจียงอี้อิ่นยิ้มอย่างมีเลศนัยและหยิบไก่น้ำลายสอออกมาจากกล่องใบใหญ่
“นี่ไง!”
น้ำมันพริกสีแดงสดเคลือบอยู่บนเนื้อไก่สีขาวนวล กลิ่นหอมของน้ำมันงาและรสเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูผสมผสานกันอย่างลงตัว กระตุ้นต่อมรับรสของพวกเขาจนน้ำลายสอ
อาสยงกัดไปคำหนึ่ง ก่อนจะรีบถอดซุปไก่ที่อยู่ในอันดับหนึ่งของ ‘รายการอาหารที่อร่อยที่สุด’ แล้วนำไก่น้ำลายสอขึ้นมาแทนที่
“อร่อย อร่อยมาก!” เขาชมอย่างเลือนรางเพราะในปากเต็มไปด้วยอาหาร
กู้ไฮว่ถิงก็อดอุทานออกออกไม่ได้เช่นกัน “เถ้าแก่ ฝีมือคุณสุดยอดจริง ๆ ไก่ป่ากลายพันธุ์ในมือคุณดูเหมือนจะมีจิติญญาขึ้นมาเลย”
เธอกำลังจะพูด แต่มีใครบางคนพูดแทรกขึ้นมาก่อน “อะไรกันที่ทำให้กัปตันกู้ชมขนาดนี้”