ฉินฮุ่ยเจียวไม่ยอมต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็นแค่คนนอก จะมาไล่เธอออกไปได้ยังไง?
ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองฉินฮุ่ยเจียวที่กำลังโกรธจนหน้าบูดเบี้ยวก็กลอกตาอย่างเบื่อหน่าย เธอคิดในใจว่า ไม่ไล่เธอไปจะให้ไล่ใครล่ะ?จะปล่อยให้อยู่บ้านทำแล้วสร้างความเดือดร้อนต่อไปหรือไง?
"ก็เพราะนี่คือบ้านที่พ่อแม่ของสามีฉันยกให้สามีฉันและตอนนี้ฉันเป็นภรรยาของฉินซู่ ฉันก็มีสิทธิ์ไล่พี่ออกไป!" ต่งเสี่ยวเสี่ยวหัวเราะเยาะ
ฉินฮุ่ยเจียวอ้ำอึ้ง เธอโกรธจนพูดไม่ออกผ่านไปสักพักถึงจะตั้งสติ เธอมองน้องชายแท้ๆ ที่ทำตัวเย็นชาก่อนที่ขอบตาจะเริ่มแดง เธอชี้นิ้วไปที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวซึ่งยังคงยืนอย่างอวดดีแล้วถามฉินซู่ด้วยเสียงสั่นๆ
"อาซู่ฉันรู้ว่านายโกรธที่เมื่อคืนฉันขู่เด็กๆ ทั้งสามคนแบบนั้นแต่นายก็ระบายความโกรธไปแล้ว อย่างน้อยก็คุมเมียของนายหน่อยสิ เธอจะไล่พี่สาวแท้ๆของนายออกไปแล้วนะ!"
ฉินซู่เงยหน้าขึ้นมองพี่สาวคนโตที่กำลังจะร้องไห้ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
"พี่ทำตัวเองทั้งนั้น จะโทษใครได้?"
คำพูดของน้องชายแท้ๆ แต่ละคำแต่ละประโยคเหมือนมีดกรีดลงมาที่หัวใจ
พอเห็นว่าน้องชายไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้นฉินฮุ่ยเจียวก็ไม่สนใจอะไรอีกต่อไป เธอทิ้งตัวลงนั่งในลานบ้านแล้วแหกปากร้องไห้โวยวาย
"ฉันไปทำเวรทำกรรมอะไรมาเนี่ยอยู่บ้านสามีก็ลำบาก พอกลับมาบ้านตัวเอง ก็ยังโดนน้องสะใภ้รังเกียจจะไล่พี่สาวคนนี้ออกไป! ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว"
ตอนนี้เธอไม่มีเงินสักแดงเดียวถ้าถูกไล่ออกไปจริงๆ ก็คงไม่มีบ้านอยู่ แม้แต่เรื่องกินก็คงลำบาก
ถึงแม้จะไม่ชอบต่งเสี่ยวเสี่ยวอยู่บ้างแต่ต้องยอมรับว่าอาหารของบ้านฉินตอนนี้ดีมาก มีเนื้อกินทุกมื้อแถมยังมีข้าวขาวร้อนๆ ให้กินอีก ถ้าเป็นบ้านสามีเก่าแค่คิดยังไม่กล้าหวังเลยด้วยซ้ำ
แล้วฉินฮุ่ยเจียวจะยอมปล่อยโอกาสดีๆแบบนี้ไปง่ายๆ ได้ยังไง?
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่หลงกลวิธีการพวกนี้เธอหยิบไม้คานมาถือไว้ในมือก่อนจะมองฉินฮุ่ยเจียวที่นั่งอยู่บนพื้นร้องไห้โวยวายด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุก
"ในเมื่อขาของพี่สาวฝังรากลึกอยู่ที่บ้านสกุลฉินขนาดนี้ฉันก็จะใจดีช่วยพี่สาวหน่อยแล้วกัน!"
พอพูดจบไม้คานก็ฟาดลงไปที่ฉินฮุ่ยเจียวอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้ยินแบบนั้นฉินฮุ่ยเจียวก็หยุดร้องไห้ มองไม้คานที่กำลังจะฟาดลงมาอย่างรวดเร็วเธอรีบหดขาหนีทันที
ปัง!
ไม้คานฟาดลงบนพื้นอย่างแรงจนเกิดเป็นรอยขนาดใหญ่
พอเห็นแบบนั้น ฉินฮุ่ยเจียวก็ตกใจมาก
ถ้าไม้คานนั่นฟาดลงบนตัวเธอขาสองข้างของเธอคงต้องพิการแน่ๆ!
ยังไม่ทันได้ตั้งตัวไม้คานก็ฟาดลงมาอีกครั้ง คราวนี้ฟาดลงบนก้นของฉินฮุ่ยเจียวเข้าอย่างจัง
โอ๊ย!
ฉินฮุ่ยเจียวกรีดร้องโหยหวนทันที
ไม้คานฟาดลงมาเหมือนกับสายฝนฟาดลงบนตัวฉินฮุ่ยเจียวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอทนไม่ไหวรีบลุกขึ้นจากพื้นแล้ววิ่งหนีออกไปอย่างโซซัดโซเซ
จนฉินฮุ่ยเจียววิ่งออกไปนอกประตูต่งเสี่ยวเสี่ยวถึงจะหยุดคลั่ง เธอเอาห่อเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ ของฉินฮุ่ยเจียวฟาดใส่หน้าหล่อนอย่างแรง
"ต่อไปถ้าพี่กล้าเข้ามาในบ้านฉันอีกฉันจะตีพี่ให้จมดินเลย คอยดู!"
พูดจบเธอก็หอบหายใจ
ฉินฮุ่ยเจียวโดนฟาดเข้าอย่างจังใบหน้าเปื้อนไปด้วยฝุ่นอย่างหมดสภาพ
ห่อผ้าใบนั้นตั้งแต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวให้เธอเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ เธอก็เอาเสื้อผ้าเก่าๆขาดๆ พวกนั้นไปทิ้งไว้ที่มุมห้อง ไม่เคยคิดถึงมันอีกเลย ต่อให้คิดถึงก็ไม่คิดจะซัก
ตอนนี้แม้แต่น้องชายแท้ๆก็ยังไม่เข้าข้างเธอ โดนยัยต่งเสี่ยวเสี่ยวจอมมารยาหลอกจนหัวปั่นถึงขั้นหันไปช่วยคนอื่นเล่นงานพี่สาวแท้ๆ แบบเธอเข้าข้างคนนอกจนลืมสายเลือดเดียวกัน
ยิ่งคิดฉินฮุ่ยเจียวก็ยิ่งโกรธน้ำตาก็คลอเบ้า หน้าตาบูดบึ้ง เธอกัดฟันพูด
"เธอ...เธอรอฉันก่อนเถอะ!"
พูดจบก็กอดห่อผ้า ร้องไห้สะอึกสะอื้นจากไป
พอเห็นว่าเธอไปแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เหลือบมองฉินซู่ แล้วพูดขึ้นมา
"ที่รัก ไม่ไปดูพี่สาวแท้ๆของนายหน่อยเหรอ? ยังไงซะคนนอกก็ไม่มีวันสู้คนสายเลือดเดียวกันได้ไม่ใช่เหรอ?"
ตอนแรกเธอก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องของฉินฮุ่ยเจียว
แต่ไม่คิดว่าพอทำตัวดีๆ ได้ไม่กี่วันก็เผยหางจิ้งจอกออกมาแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงนิสัยที่ชอบเก็บกดของหล่อนเลยแค่คำพูดที่หล่อนพูดออกมา ก็ทำให้คนที่ได้ยินโกรธจนแทบคลั่งแล้วตอนแรกเธอคิดว่าฉินฮุ่ยเจียวคงเคยโดนกดขี่มาจากบ้านสามี ถึงได้เป็นแบบนี้เธอเลยต้องอดทนและปลอบใจตัวเองอยู่ตลอดเวลา
วันนี้พอกลับมาตอนเช้าพอได้ยินว่าเมื่อคืนฉินฮุ่ยเจียวไปพูดจาไร้สาระกับเด็กน้อยทั้งสามคนความโกรธที่เพิ่งจะดับไปได้ไม่นานก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้งเธอโกรธจนแทบอยากจะกระอักเลือด
ฉินซู่ขมวดคิ้ว พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"เธอไม่ใช่คนนอก เธอเป็นเมียของฉันเมียของฉันตลอดชีวิต!"
เขาไม่ใช่เด็กๆเรื่องพวกนี้เขาแยกแยะออกอยู่แล้ว
ที่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ก็เป็นเพราะพี่สาวทำตัวเองทั้งนั้น
แค่คำพูดปลอบใจเพียงประโยคเดียวความโกรธของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ดับไปได้เกินครึ่ง อย่างน้อยฉินซู่ก็เป็นคนมีเหตุผล!
ถ้าฉินซู่ขอร้องแทนฉินฮุ่ยเจียวอีกสักคำเธออาจจะลากฉินซู่ไปหย่าตั้งแต่วันนี้เลยก็ได้
ไม่ใช่ว่าเธอคิดมากหรืออ่อนไหวง่ายแต่เธอทนบรรยากาศที่อึดอัดแบบนั้นไม่ได้จริงๆ
"เมื่อคืนไม่ได้นอนเลยเหรอ?"
"อืม"
ฉินซู่ตอบเสียงอ่อยแต่หนังตาทั้งบนล่างก็หนักอึ้ง แทบจะปิดเข้าหากันอยู่แล้ว
เมื่อวานต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้กลับบ้านทั้งคืนแถมเขายังได้ยินพี่สาวพูดแบบนั้นอีก จะไปนอนหลับลงได้ยังไง?
"งั้นไปนอนพักเถอะ ฉันจะไปกล่อมเด็กๆก่อน เดี๋ยวตอนกินข้าวเที่ยง ฉันค่อยมาอธิบายให้ฟังว่าทำไมเมื่อวานถึงไม่ได้กลับมา"
พูดจบ เธอก็หันหลังเดินเข้าห้องไปกล่อมเด็กๆทั้งสามคนให้นอน
เมื่อคืนเพราะถูกฉินฮุ่ยเจียวขู่ฉินไห่เยว่กับฉินไห่หยางถึงได้ร้องไห้จนเหนื่อยแล้วค่อยหลับไปตอนเช้าพอตื่นมาไม่เห็นต่งเสี่ยวเสี่ยว ฉินไห่เยว่ก็ร้องไห้เสียงดังอีก
เด็กๆ ยังเล็ก ทนอะไรแบบนี้ไม่ไหวหรอก
หลังจากกล่อมเด็กๆ ให้หลับแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เปลี่ยนเสื้อผ้า หิ้วจอบไปทำงาน
แต่เวลาผ่านไปแค่ชั่วโมงเดียวเรื่องที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวทำร้ายฉินฮุ่ยเจียว ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านแล้ว
เธอแบกจอบเดินมาตลอดทางก็ได้ยินเสียงซุบซิบนินทามากมาย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวแค่นหัวเราะอยู่ในใจ
ฮึ!
เรื่องดีๆ ไม่ค่อยมีใครรู้ แต่พอเรื่องร้ายๆนี่รู้กันไปทั่วจริงๆ
เวลาเพิ่งจะผ่านไปได้สักแค่ไหนกัน?ก็รู้กันไปทั่วแล้ว
อาจจะเป็นเพราะเห็นว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวกับสวีซิ่วทำงานด้วยกันได้ดีผู้ใหญ่บ้านเลยให้ทั้งสองคนมาทำงานด้วยกันอีกครั้ง
พอต่งเสี่ยวเสี่ยวไปถึงสวีซิ่วก็ทำงานไปได้เกินครึ่งแล้ว
"พี่เสี่ยวเสี่ยว"
สวีซิ่วเรียกเสียงดังเธอหิ้วกระติกน้ำเดินมาหาต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้วเหลือบมองฉินฮุ่ยเจียวที่กำลังคุยอย่างสนุกสนานกับป้าซิ่วฉินที่ไม่ไกลออกไปนักก่อนจะเบะปาก แล้วบ่นออกมา
"พี่เสี่ยวเสี่ยว รู้ไหมเรื่องที่เมื่อวานพี่ไม่ได้กลับบ้านทั้งคืน พี่สะใภ้ของพี่เที่ยวบอกคนอื่นไปทั่วว่าพี่รังเกียจว่าฉินซู่เป็นคนพิการ พี่ก็เลยหนีตามผู้ชายอื่นไปแล้ว
เมื่อกี้นี้หล่อนเพิ่งจะวิ่งมาร้องห่มร้องไห้แล้วก็พูดเพ้อเจ้อว่าถูกพี่ไล่ออกจากบ้านแถมยังหาว่าพี่ใช้เสน่ห์ลวงฉินซู่จนหลงหัวปักหัวปำ แยกผิดชอบชั่วดีไม่ออกถึงขั้นช่วยกันไล่หล่อนออกจากบ้าน”
เธอพูดจนคอแห้ง ก็เลยดื่มน้ำเข้าไปดับกระหาย
"ถุย!"
เธอถ่มน้ำลายลงบนพื้นดิน แล้วพูดต่อ
"ถ้าให้ฉันพูดนะพี่สาวสามีคนนี้ก็แค่ตั้งใจมาสร้างเรื่องให้พี่เดือดร้อนนั่นแหละเอาแต่ทำตัวน่ารำคาญ พอเริ่มตั้งหลักได้ก็เป็นคนปากมาก พูดจาไร้สาระพวกเรานี่มันช่างโง่จริงๆ ที่เคยช่วยเธอ นี่มันไม่ต่างอะไรจากหมาได้เลย"