“เข้ามา…”
เสียงเข้มดุหลังบานประตูทำเอาคนขวัญอ่อนแอบสะดุ้ง หัวใจดวงน้อยที่อัดแน่นไปด้วยความกังวลปนหวาดระแวงเต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
“เชิญครับ” พ่อบ้านสูงวัยเปิดประตูให้แขกสาวก่อนผายมือเชื้อเชิญเมื่อเห็นแขกของเ้านายมีท่าทีลังเล
ธันย์ชนกมองหน้าคนมากวัยกว่าราวกับช่างใจ แล้วจึงก้าวเดินเข้าไปตามคำสั่ง ก่อนจะต้องสะดุ้งใเมื่อได้ยินเสียงประตูบานใหญ่ปิดลง โดยที่ไม่มีคุณพ่อบ้านก้าวตามเข้ามาด้วย กระตุ้นความรู้สึกหวาดระแวงให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น
เ้าของร่างเล็กทว่าอวบอิ่มค่อยๆ ก้าวเข้าเดินอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมโตจับจ้องไปยังร่างสูงใหญ่ที่ยืนหันข้างทิ้งสะโพกพิงขอบโต๊ะทำงานดูคล้ายกับจะคุ้นตา ในมือใหญ่มีกระดาษแผ่นหนึ่งที่คนตัวโตก้มหน้าอ่านราวกับข้อความในนั้นสลักสำคัญจนไม่อาจละสายตาได้ แสงไฟสีเหลืองนวลที่เพิ่งเรืองรองขึ้นอัตโนมัติเมื่อฟ้าเริ่มมืดลงทางด้านหลังส่งให้ร่างสูงใหญ่ดูโดดเด่นราวกับภาพวาด
หญิงสาวยืนนิ่งรอให้คนตัวโตยอมละสายตาจากสิ่งที่อยู่ในมือขึ้นมาสบกัน ก่อนที่ตากลมโตจะถลนขึ้นอย่างคาดไม่ถึง
เขา!
"คุณ..."
ยังไม่ทันได้เอ่ยชื่อของอีกฝ่าย คิ้วเข้มก็เลิกขึ้นเป็เชิงสงสัย พร้อมกับที่ดวงตาคมกริบทรงอำนาจที่จ้องมองมาคล้ายกับจะมีความหงุดหงิดเจอปนอยู่ แม้จะเป็เพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมานิ่งดังเดิม ธันย์ชนกจึงตัดสินใจเก็บคำทักทายไว้เพียงแค่นั้น เพราะััได้ถึงรังสีบางอย่าง ที่ไม่ได้ดูใจดีเหมือนอย่างวันก่อน จากร่างสูงใหญ่
“นั่งสิ”
หญิงสาวเลือกนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวในสุดจากสองตัวที่มีอยู่ เพราะเป็เก้าอี้ตัวที่ห่างจากเ้าของเกาะที่ยังไม่ยอมขยับออกจากขอบโต๊ะที่พิงอยู่มากที่สุด
“พ่อของซะ...ดิฉันล่ะคะ” เพราะเื่ของบิดาที่ติดต่อไม่ได้สำคัญกว่าเื่อื่น
ธันย์ชนกพยายามโทรฯ หาบิดาอีกหลายสายระหว่างเดินทางมาที่คฤหาสน์ แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
ท่านปิดเครื่อง!
“ลุงปลั่งบอกว่าถ้าอยากรู้เื่พ่อ ให้มาถามคุณ” หญิงสาวขมวดคิ้วใส่ เมื่อคนตัวโตยังเอาแต่มองเธอนิ่ง ไหนคนของเขาย้ำหนักย้ำหนาว่าเขาเป็คนเดียวที่จะให้คำตอบทุกอย่างกับเธอได้
“สนิทกันแล้วเหรอ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นอีกครั้ง
เขาหมายความว่ายังไง สนิทกับใคร หรือเพราะเธอถามเขามากเกินไปเขาเลยไม่พอใจที่เธอทำเหมือนสนิทกับเขา
“ปลั่งเป็คนอัธยาศัยดี เข้ากับคนง่าย สนิทกันก็ดีแล้ว ผมจะได้ไม่ต้องเป็ห่วงว่าทรายจะเหงา”
ทำไมต้องห่วงเธอ แล้วทำไมเธอจะต้องเหงา?
คิ้วเรียวแทบจะผูกเป็ปมด้วยความขัดใจ โอ้ย! ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงไม่พูดอะไรที่ให้คนอื่นเข้าใจด้วยนะ
“ตกลงว่าพ่อของดิฉันอยู่ที่ไหนคะ ท่านเป็อะไรหรือเปล่า ทำไมโทรศัพท์ถึงปิดเครื่อง” คนถามพยายามกดเสียงให้เย็นลงเพราะความกรุ่นโกรธที่ไม่ได้รับคำตอบกำลังพุ่งขึ้นมาถึงขีดสุด
“คุณธนัทกลับไปแล้ว เขาไม่ได้เป็อะไร ส่วนโทรศัพท์ที่ปิดเครื่องก็คงเพราะกลัวว่าทรายจะโทรหา” ในที่สุดชายหนุ่มก็ยอมตอบคำถามเธอเสียที
“กลับไปแล้ว จะเป็ไปได้ยังไง พ่อบอกว่าจะมาคนรู้จัก” ธันย์ชนกย้อนถามเสียงสูงอย่างไม่เชื่อ เป็ไปไม่ได้ที่บิดาจะทิ้งเธอไว้ที่นี่ แล้วหนีกลับไปคนเดียว มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ
“ซึ่งก็คือผม”
“งั้นคุณก็เป็คนชวนให้พ่อมาพักที่นี่สินะคะ” เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมบิดาถึงกล้ามาพักรีสอร์ตหรูระดับนี้ นั้นก็เพราะเ้าของออกปากชวนนี่เอง
“ไม่ใช่คุณธนัท แต่เป็ทราย”
“ดิฉัน…” ทำไมยิ่งคุยกับเขายิ่งไม่เข้าใจนะ สิงหาจะเป็คนช่วยเธอเอาไว้จากเหตุการณ์ในบาร์เมื่อสามวันก่อนแต่ยังไงการที่เขาชวนเธอมาพักที่นี่ก็ฟังดูไม่เข้าท่าอยู่ดี
“อ่านนี้ซะสิ แล้วทรายจะเข้าใจ”
เขาบอกง่ายๆ พลางยื่นกระดาษในมือส่งให้
****
ทำไมคุณพ่อทิ้งน้อนไว้กับสิงโตล่าเนื้ออย่างนี้ล่ะคะ
ถึงคุณนักอ่านทุกท่าน...ชอบไม่ชอบยังไงเม้นต์บอกกันบ้างนะคะ