END เกมหัวใจร้ายรัก [ พู่ไหม ]

    บทที่ 11 [ 2 ]

    เช้านี้ที่โรงแรมแกรนด์กุลบดีวงศ์ ค่อนข้างวุ่นวายเพราะมีลูกค้าที่รู้ข่าวการประชาสัมพันธ์ในโครงการสร้างกรุงเทพฯให้เป็นวิมานแห่งเมืองชอปปิ้งแห่กันมาจองห้องพักของทางโรงแรมจนเกือบเต็มเนื่องจากว่าโรงแรมแห่งนี้ได้ตอบรับเข้าร่วมโครงการเป็นหนึ่งในโรงแรมดัง ที่จัดส่วนลดพิเศษให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการทั้งที่การถ่ายโฆษณานั้นยังไม่เกิดขึ้นก็ตาม


                แต่คนที่วุ่นวายใจจนแทบไม่เป็นอันทำงาน ก็คือรองประธานหนุ่มเขานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด ใครก็เข้าหน้าไม่ติด ยิ่งเป็นกมลาด้วยแล้ว แค่โดนเขา ‘ตอกตะปู’ ด้วยวาจาหยาบคายใส่ โทษฐานที่เอ่ยถึงชมพูรักไม่ว่าจะแง่ดีหรือลบ เพียงแค่ได้ยินชื่อ ถ้อยผรุสวาทที่หลุดจากปากก็ทำเอาเลขาฯสาวรีบถอยฉากออกจากห้องแทบไม่ทัน


                    ‘ไม่รู้ไปกินรังแตนที่ไหนมา ฉันเลยซวยตั้งแต่เช้า’


                    กมลาออกไปบ่นกระปอดประแปดใส่นิดาลงท้ายคนที่แบกรับอารมณ์ก็กลายเป็นนักศึกษาฝึกงานสาว จึงได้แต่ก้มหน้ารับสภาพในฐานะผู้น้อย


                    ถึงตอนนี้นิดาเองก็ก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าชมพูรักโทรศัพท์หา น้ำเสียงแหบโหย และพูดแค่ประโยคสั้นๆ ‘ฉันขอโทษนะนิด พอดีฉันจำเป็น ฉันคงจะไม่ไปฝึกงานแล้ว’


                    ชมพูรักไม่อธิบายเหตุผลแต่คนเป็นเพื่อนก็ไม่เซ้าซี้ รู้ดีว่าคงมีเหตุบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ ‘ถ้าฉันพร้อม ฉันจะเล่าให้แกฟังนะ’


                    นิดาจึงนำข้อความบางส่วนจากปากเพื่อนมาถ่ายทอดแก่กมลา และเป็นไปตามคาด เมื่อกมลารับฟังข้อมูล หล่อนก็ตีโพยตีพายทันที “เพื่อนเธอนี่เป็นคนยังไงกัน ท่าทางจะเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเป็นลูกคุณหนูรึเปล่า มาทำงานสามวันดีสี่วันไข้ สุดท้ายก็ไม่เอาถ่านนึกอยากหยุดอยากลา ก็หายตัวกันไปเสียดื้อๆแล้วทีนี้ทำไง...ฝากบอกเพื่อนเธอให้ทำใบขอหยุดฝึกงานมาจากมหาวิทยาลัยให้เรียบร้อยนะเหลือเธอคนเดียวก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมีเรื่องให้วุ่นวายใจ”


                    กมลาทำท่าโล่งใจมากกว่าแม้จะขัดกับคำพูดที่ดูเหมือนเสียดาย นิดารู้แต่ทำได้แค่เงียบรับฟังและเรื่องการขอหยุดฝึกงานของชมพูรักก็เข้าหูผู้เป็นนายประจำห้องจากการรายงานของคนช่างเสนอหน้า กมลาคงยังไม่เข็ด...เพิ่งจะโดนกงจักรด่าเป็นชุดหล่อนก็ยังอุตส่าห์ยกเรื่องของชมพูรักเข้าไปบอก ดูจากสีหน้าของหล่อนแล้วทำให้คิดได้ว่า กมลาคงสะใจเสียมากกว่าเกรงกลัว


            แล้วมันก็เป็นไปตามคาด เมื่อเจ้านายหนุ่มทราบข่าวเอะอะก็ออกปากไล่เลขาฯอย่างหงุดหงิด และปาแฟ้มเอกสารใส่กมลาจนหล่อนลนลานออกมาจากห้อง พอออกมารอบสอง คราวนี้กมลากลับตั้งแง่สงสัยอย่างคนสู่รู้


            “พี่ว่ามันแปลกนะน้องนิดแค่เพื่อนน้องนิดขอยกเลิกการฝึกงานที่นี่ ไม่เห็นคุณกงจักรต้องโมโหขนาดนี้”


           “นิดว่าคงไม่เกี่ยวกันหรอกวันนี้คุณกงจักรก็อารมณ์เสียตั้งแต่เช้าอยู่แล้ว พี่อาจจะพูดอะไรไม่เข้าหูก็ได้” นิดาออกความเห็น


            กมลาค้อนขวับ เพราะประโยคท้ายเหมือนนิดาตั้งใจว่า “ว่าแต่เพื่อนของน้องนิดไม่บอกเหตุผลเหรอคะว่าทำไม”


            นิดาส่ายหน้า ถึงรู้ก็เลือกที่จะไม่บอกพวก ‘ปากสว่าง’ สู้เก็บไว้ปล่อยให้คนสอดรู้อกแตกตายเล่นเสียดีกว่า


            แล้วบทสนทนาก็ถูกเปลี่ยนเรื่องเมื่อนิดานึกบางอย่างขึ้นมาได้ “พี่กมลาคะ เห็นว่าวันนี้ทางกองถ่ายที่เขาขอใช้พื้นที่ของโรงแรม เพื่อจะถ่ายทำสกู๊ปโปรโมตการท่องเที่ยวเขาจะมาตอนสิบโมงกว่ารึเปล่าคะ”


            นิดาเดินกลับไปที่โต๊ะแล้วหยิบแฟ้มเอกสารที่มีใบยื่นคำขออนุญาตแนบไว้แผ่นหน้า ส่งให้กมลาเปิดดูคร่าวๆแล้วก็ทำทีเป็นพยักพเยิดใส่


            “ไม่ใช่หน้าที่ของพี่นี่คะแล้วคุณกงจักรก็เซ็นรับทราบเรียบร้อยแล้ว น้องนิดอย่าไปใส่ใจเลยค่ะ”


            แต่นิดากลับทำเสียงตื่นเต้น “แต่นิดเห็นพนักงานข้างล่างคุยกันว่าจะมีดารามาถ่ายด้วยไม่ใช่เหรอคะเห็นว่าเขาจะโปรโมตโรงแรมที่นี่”


            “พวกดาราหางแถว ไม่ดงไม่ดังตรงไหนหรอก สวยก็ไม่สวย ไม่รู้ใช้เส้นสายใครมาถ่าย”


            นิดาจึงชำเลืองมอง และเอ่ยเสียงเบา “ถ้าพี่กมลาไม่ชอบ งั้นนิดขอแวบไปดูเขาถ่ายทำบ้างจะได้ไหมคะ”


            เลขาฯสาวจอมเฮี้ยบเอามือกอดอก “จะไปดูทำไมยะ เสียเวลางาน”


            นิดาหน้าจืดลงไปถนัดตาเดินคอตกกลับไปนั่งเก้าอี้ตนเอง แล้วจู่ๆกมลาก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ก่อนจะเอ่ยปากอนุญาต “ลงไปดูก็ได้ แค่ครึ่งชั่วโมงก็คงพอแล้วอย่าให้เสียการเสียงานล่ะ”


            “ไม่ลงไปด้วยกันเหรอคะ”


            “ถ้าว่างฉันจะลงไปหรอก ฉันไม่ใช่พวกเห่อดารา” หล่อนว่าพลางจิกตาใส่อย่างมีจริต นั่นคงเพราะรู้แก่ใจว่าดาราคนที่พูดถึงก็คือคนที่กมลาเกลียดเข้าไส้ในชั่วโมงนี้

            ................................................