ตอนที่26 ห้องโหลดทรัพยากร
กัสออกจากหอคอยโลกาวินาศลืมตาอีกครั้งก็พบว่าอยู่ในเครื่องส่งแล้ว
เครื่องส่งที่นี่มีจำนวนมากและมันจะถูกสลับกันใช้
โดยการเข้าสู่หอคอยโลกาวินาศคือตอนกลางวัน ส่วนตอนกลางคืนถูกปิดและให้คนที่เข้าไปออกมาเท่านั้น
เป็เวลาที่ผู้คนรู้กันดีแน่นอนว่าอาจจะมีบางกรณีที่ผู้เล่นหนีตายออกมาตอนกลางวันแทน แต่ก็มีไม่มากนักเพราะส่วนใหญ่แล้ว เครื่องส่งมักจะอยู่ในสถานที่ปลอดภัยที่สามารถเอาชีวิตรอดได้
ตอนที่เข้าไปพวกเขาจะสวมใส่ชุดของโลกในหอคอยส่วนตอนกลับออกมาเสื้อผ้าชุดเดิมที่เคยใส่ก็จะถูกสวมกลับมาแทน
การออกมาของกัสจึงไม่มีปัญหาอะไร
พอออกมากัสก็เดินออกจากเครื่องที่น่าประหลาดคือตอนนี้คนที่เข้าเวรพอดีกลับเป็คนเดียวกันกับที่ส่งกัสเข้าเครื่องส่งไปในตอนกลางวัน
“หืม ทำไมนายถึงหน้าคุ้น ๆ”เ้าหน้าที่พยายามจะนึก แต่ว่ากัสกลับเดินออกไปอย่างไม่สนใจ
หลังจากเข้าไปครั้งแรกลงทะเบียนข้อมูลแล้วก็ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนเดิมอีก เส้นทางออกจากหอคอยวันสิ้นโลกง่ายมาก
แค่สแกนในระบบ ซึ่งเป็เครื่องตรวจจับชีวภาพก็ออกไปได้
เครื่องตรวจจับชีวภาพเป็เทคโนโลยีทั่วไปที่ใช้กันในยุคนี้ มันเป็ของล้ำยุค ถ้าจะให้จัดระดับก็คงอยู่ในยุคT2 ที่ได้ออกมาจากหอคอยโลกาวินาศ
การติดตั้งเครื่องสแกนชีวภาพไว้ ก็เพื่อป้องกันเผ่าพันธุ์อื่นเข้ามายังหอคอยโลกาวินาศของมนุษย์
พวกต่างเผ่าพันธุ์ทั้งหมดต่างอันตรายพวกมันมีเทคโนโลยีระดับสูงขนาดที่ว่าบางอย่างสามารถปลอมตัวเป็มนุษย์แอบแฝงตัวเข้ามาได้
ส่วนที่ว่าพวกมันเข้ามาทำอะไรนั้นแน่นอนว่าต้องไม่เป็ผลดีต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างแน่นอน
โลกพัฒนาอย่างรวดเร็วก็ด้วยเทคโนโลยีจากหอคอยโลกาวินาศจึงไม่แปลกเกี่ยวกับเครื่องสแกนชีวภาพที่มันจะสแกนตรวจสอบตัวตนได้จนถึงระดับ DNAเพียงแค่วางมือลงไป
หลังจากสแกนเสร็จและพบว่าเป็กัสจริง ๆ ไฟก็ขึ้นสีเขียวเป็อันผ่านออกไปได้
กัสเหลือบมองเครื่องสแกนก่อนจะเดินออกไปอย่างสบายใจเขารู้จักเครื่องสแกนพวกนี้ดี ถึงมันจะสแกนได้ถึง DNA แต่ว่ามันก็แค่การสแกนทั่วไปเท่านั้น
ไม่ใช่เทคโนโลยีสแกนล้ำยุคระดับ T3หรือ T4 เครื่องแบบนั้นตรวจสอบลงลึกถึงระดับพลังได้และกัสก็ไม่มั่นใจว่ามันจะตรวจพบจี้หินดำหรือไม่
ยังดีที่ในหอคอยโลกาวินาศไม่มีเครื่องแบบนั้นก็ด้วยนโยบายด้านความลับของประชาชน คนที่เข้าหอคอยโลกาวินาศไม่มีใครอยากจะถูกตรวจสอบระดับพลังของตัวเองจนหมดเปลือก
แต่กัสรู้ดีว่าทางการไม่ใช่พวกที่เล่นซื่อ ๆอยู่แล้ว
สาขาหอคอยโลกาวินาศที่สำคัญมักจะมีการแอบติดตั้งเครื่องสแกนชีวภาพระดับสูงไว้โชคดีที่ว่าสาขานี้ไม่มีของอย่างนั้น
...
หลังจากออกมากัสก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะจากไปแต่เขาไปที่ห้องโหลดทรัพยากร
ห้องโหลดทรัพยากรคือสถานที่ให้ผู้เล่นทุกคนสามารถเอาของที่หาได้ในหอคอยโลกาวินาศออกมามันไม่มีการแอบดูหรือตรวจสอบใด ๆ
นี่คือระบบตัวกลางของหอคอยโดยเฉพาะ และสิ่งของที่้านำออกไปจะต้องถูกเก็บไว้ในกล่องสมบัติที่ได้รับจากหอคอยด้วยเช่นกัน
กัสเข้าไปในห้องและเลือกห้องส่วนตัวห้องหนึ่ง
ด้านหน้าปรากฏรายการสิ่งของหลายอย่าง ของพวกนี้คือสิ่งที่กัสอยู่ขอแค่มันอยู่ในอาณาเขตของห้องโหลดทรัพยากร ทุกสิ่งจากหอคอยที่กัสนำติดตัวมาด้วยก็จะปรากฏขึ้นในรายการของระบบเอง
กัสเหมือนเป็ทั้งพนักงานจัดของเข้าร้านและซื้อมันออกมา
โดยสกุลเงินที่ใช้ก็คือเหรียญหอคอย
หลายวันมานี้เขาสะสมเหรียญหอคอยได้เยอะมากตอนนี้กัสมีมากถึง 10,000 เหรียญหอคอยแล้ว
[แก่นพลังงานซอมบี้]
มีหลายระดับและถูกนำมาขายได้ในโลกความจริงเพราะมันมีพลังงานอยู่ในนั้น แก่นพลังงานซอมบี้หนึ่งก้อนสามารถจ่ายไฟให้อาคารได้ทั้งหลังเป็เวลาหนึ่งเดือนด้วยซ้ำ
แต่นั่นดูจะสิ้นเปลืองเกินไปหน่อย เพราะพลังงานในแก่นพลังงานซอมบี้มันคือพลังงานที่มีคุณภาพสูงกว่าไฟฟ้าทั่วไปและถูกนำไปใช้ในยานอวกาศซะมากกว่า
ราคาจึงแพงพอสมควร มันแพงถึงขนาดที่ในชีวิตก่อนตัวกัสที่ยังเป็เด็กหนุ่มไม่มีเงินมากพอจะซื้อมันได้ด้วยซ้ำ
ทว่าสถานการณ์ตอนนี้มันกลับกันเลย กัสสามารถนำแก่นพลังงานซอมบี้ออกมาจากหอคอยโลกาวินาศได้เป็จำนวนมาก
แก่นพลังงาน 1 ก้อนต้องจ่ายด้วยหนึ่งเหรียญหอคอยมันถือเป็ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้กับหอคอย
นอกจากนี้อัตราแลกเปลี่ยนหนึ่งต่อหนึ่งนี้ยังถูกนำไปใช้เป็ค่าพื้นฐานในการเปรียบเทียบมูลค่าของสิ่งอื่นๆ ที่อยู่นำออกมาจากหอคอยด้วย กล่าวอีกนัยหนึ่งคือยิ่งของสิ่งนั้นมีค่าธรรมเนียมในการนำออกมาสู่โลกภายนอกมากเท่าไหร่ มูลค่าที่สมควรจะเป็ของมันย่อยสูงขึ้นตาม
ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าของทุกอย่างจากหอคอยจะขายออก
ทว่ากัสกลับสามารถหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าธรรมเนียมเหล่านี้ได้ง่ายๆ ด้วยการใช้จี้หินดำ แต่เขาก็ยังต้องแลกเปลี่ยนสิ่งของออกมา เพื่อเอากล่องสมบัติอยู่ดี
ห้องนี้ปลอดภัยจากโลกภายนอก แต่พื้นที่ด้านนอกไม่รู้ว่ามีสายตากี่คู่จับจ้องอยู่แม้อาจจะเป็สายตาที่ไม่สำคัญ แต่มันอาจจะนำมาซึ่งผลลัพธ์สุดเลวร้าย
อย่างเช่นการมีกลุ่มโจรหรือพวกนักเลงแอบดักรอพอเห็นว่าเขาเอากล่องออกไปแค่ใบเดียว แล้วพอไปขายดันมีของหลายอย่าง แบบนี้พวกมันจะเริ่มสงสัยหรืออาจจะลงมือเองได้
กัสไม่ชอบเสี่ยงกับเื่ที่หลีกเลี่ยงได้
เขาจึงจงใจเลือกแก่นพลังงานออกมาทีละชิ้นจ่ายค่าธรรมเนียมในรับกล่อง บรรจุหนึ่งชิ้นต่อหนึ่งใบ แน่นอนว่ากล่องสมบัติถือเป็ของแถมหลังจากผู้เล่นทุกคนจ่ายค่าธรรมเนียม
อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นหอคอยก็ไม่ได้ใจดีขนาดที่จะให้กล่องกับคุณฟรี ๆ เพราะถ้ามีคนหัวหมอเข้ามาเอากล่องสมบัติออกไปบ่อยๆแบบนั้นหอคอยโลกาวินาศก็คงกลายเป็โรงงานผลิตกล่องไปแทน
หนึ่งเหรียญหอคอยต่อหนึ่งกล่องสมบัติ นั่นคือราคาของมันหากผู้เล่นไม่ได้้าจะแลกเปลี่ยนอะไรและคงไม่มีคนสมองปกติที่ไหนโง่พอจะจ่ายหนึ่งเหรียญหอคอยเพื่อซื้อกล่องธรรมดาเยอะ ๆแน่
กัสตัดสินใจแลกเปลี่ยนแก่นพลังงานจำนวน 12ชิ้นและได้รับกล่องสมบัติมาตามจำนวน ด้านในบรรจุหนึ่งชิ้นต่อกล่องเพื่อให้เป็ไปตามกฏของหอคอยโลกาวินาศ
จากนั้นเขาก็เก็บทุกอย่างยกเว้นกล่องทั้ง 12เข้าไปในจี้หินดำแทน
อันที่จริงในบรรดาสิ่งของที่เขาอยู่ตอนนี้กัสมีแก่นพลังงานมากที่สุด ในโลกของหอคอยพลังของกัสคือการปรับแต่งซอมบี้และเขาจำเป็ต้องอาศัยแก่นพลังงานพวกนี้แทบจะเป็หลักเลยก็ว่าได้แม้แต่ลอร์ดคนอื่น ๆ ก็ยังไม่ได้ใช้มากเท่ากับเขา
แน่นอนว่าความ้าในแก่นพลังงานของผู้เล่นคนอื่นก็แตกต่างกันไป
กัสยังมีของอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะพวกวัตถุพิเศษทั้งหลายที่ถูกเก็บไว้ในจี้หินดำแม้แต่ไข่ัก็ด้วย แน่นอนว่าหลังออกไปจากที่นี่และอยู่ในที่ปลอดภัยจริง ๆแล้วเขาสามารถนำพวกมันออกมาได้เสมอและสลับพวกมันกับแก่นพลังงานในกล่องทั้ง 12ก่อนจะนำพวกมันไปขายได้อย่างแเี
“ของเหล่านี้มากพอจะให้พวกผู้เล่นหน้าใหม่ในหอคอยชั้นแรกอิจฉาเราได้แล้ว”
กัสพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ต่อให้จะเป็ผู้เล่นคนอื่นถ้าสามารถฟาร์มได้มากขนาดนี้ก็คงไม่มีใครแลกเปลี่ยนของทีละเยอะ ๆ อยู่ดี เพราะมันเปลืองเหรียญหอคอยเกินไปที่สำคัญถ้ามีของที่มีค่าแบบนี้สู้ใช้มันพัฒนาตัวเองในหอคอยยังจะดีซะกว่า
กัสหันกลับไปเลือกรถเข็นยกกล่องขึ้นไปใส่รวมแล้ว12 กล่องและก็เข็นมันออกจากห้องโหลดทรัพยากร
ถ้าเป็ก่อนหน้านั้นด้วยแรงที่น้อยนิดของเขาอาจจะเข็นรถที่บรรทุกกล่องสมบัติสิบสองกล่องนี้ได้อย่างยากลำบาก แต่ว่าด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้กลับสามารถเข็นมันได้อย่างสบาย
[ความแข็งแกร่ง 21 หน่วย] นี่คือความแข็งแกร่งของกัสโดยไม่พึ่งพาตราประทับดินแดน
ข้อเสียที่ยิ่งใหญ่ของลอร์ดคือถ้าออกจากอาณาเขตของตราประทับแล้วระดับพลังที่ตราประทับมอบให้ก็จะหายไปด้วย
การออกมายังโลกความจริงก็คือออกจากพื้นที่ของตราประทับดินแดนลอร์ดจะสูญเสียพลังของตราประทับดินแดนไป
แต่ถึงอย่างนั้นลอร์ดก็มีความสามารถอื่นมาชดเชยอยู่ดี
ความแข็งแกร่งของลอร์ดคือทหารภายใต้บัญชาผู้คนจึงอยากจะเป็ลอร์ด แต่ใช่ว่าทุกคนจะเป็ลอร์ดได้
มันเรียบง่ายถึงขนาดนั้นและนั่นก็ยิ่งทำให้มันดึงดูดผู้คนเข้าสู่หอคอยโลกาวินาศเงิน ทรัพยากร พลัง อำนาจ ต่างก็ได้มาถ้ารอดมาจากหอคอยโลกาวินาศ
กัสค่อย ๆ เข็นรถออกมาจากห้องโหลด ห้องโหลดทรัพยากรแต่ละชั้นจะแยกกันไปตามชั้นของหอคอยและตอนนี้กัสอยู่ที่ชั้นแรกของหอคอย
ซึ่งก็ยังมีห้องโหลดอื่น ๆอีกนับร้อยที่ผู้คนเข้าไปและออกมา บนทางเดินขนาดใหญ่ผู้เล่นต่างก็อดที่จะมองไปที่กัสไม่ได้
อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้าว่าไม่มีผู้เล่นที่สมองปกติดีคนไหนยอมเสียเหรียญหอคอยเพื่อซื้อแค่กล่องสมบัติการปรากฏตัวของกัสและกล่องสมบัติ 12 ใบ ย่อมดึงดูดความสนใจเป็ธรรมดา
โชคดีที่ว่าแม้จะมีสายตาโลภให้เห็นแต่ก็ไม่มีใครลงมือ เพราะที่นี่คือหอคอยโลกาวินาศ ไม่มีใครที่ล้อเล่นกับมันแล้วรอดไปได้อย่างแน่นอน
สายตาเ่าั้ส่วนใหญ่มักจะเป็ของพวกมือใหม่ส่วนพวกมืออาชีพหรือพวกรุ่นเก๋าในหอคอยชั้นแรกต่างก็เหลือบมองและไม่ใส่ใจมากนักโดยเฉพาะเมื่อเห็นว่ากัสเป็เพียงเด็กคนหนึ่ง
มีเด็กรุ่นใหม่ที่เข้ามาในหอคอยและมักจะชอบทำอะไรให้ดึงดูดความสนใจของผู้คนอย่างเช่นการซื้อกล่องสมบัติจำนวนมากเล่น ๆ แบบนี้ให้เห็นบ้างอยู่แล้ว
กัสเองก็ใช้ประโยชน์จากตรงนี้ตีเนียนไปด้วย
ด้านนอกมีบริษัทมากมายที่เลือกจะสร้างหอการค้าหรือโกดังติดพื้นที่ของหอคอยโลกาวินาศซึ่งเหมือนกันทุกสาขา
ทำให้ที่ดินรอบ ๆ หอคอยโลกาวินาศคือย่านทองคำที่แพงราวกับทำมาจากทองคำจริงๆ เพราะมันมีกฏง่าย ๆ อยู่เพียงข้อเดียว
ใครอยู่ใกล้สุดก็ได้แย่งชิงก่อน
กัสหันกลับไปมองหอคอยโลกาวินาศที่สูงขึ้นไปบนท้องฟ้าหลังจากที่ออกมาด้านนอกมันสูงมากจนสามารถมองเห็นจากอวกาศได้เลย
“เฮ้ หนุ่มน้อย นายได้ของมาเยอะเลยใช่ไหมยินดีขายให้บริษัทของฉันไหม เราให้ราคาดีนะ มากกว่าเ้าอื่น ๆ 3เปอร์เซ็นต์เลยเป็ไง”
“เฮ้ ฉันให้ 5 เป็เซ็นต์ แถมเรายังช่วยขนของให้ด้วยเรามีรถพร้อมไม่ต้องขนเอง ปลอดภัยหายห่วง”
“ขายของให้ฉัน เราก็ให้ 5 เปอร์เซ็นต์แถมบัตรส่วนลดในห้างของเครือบริษัทเรา”
ไม่ทันให้กัสได้เชยชมบรรยากาศของหอคอยโลกาวินาศแห่งนี้ก็มีผู้ซื้อเข้ามาแย่งชิงเสนอโปรโมชั่นของตัวเองเป็จำนวนมาก
พวกนี้ก็คือตัวแทนฝ่ายจัดซื้อของบริษัทห้างร้านค้าที่มาเปิดรอบ ๆ หอคอยโลกาวินาศ ทำให้ของดี ๆ มักไม่เคยออกไปถึงด้านนอกและมักจะถูกกันแย่งซื้อั้แ่อยู่ด้านใน
กัสยืนนิ่งมองคนเหล่านี้ก่อนจะยิ้มเล็กน้อยและคิดถึงบรรยากาศที่ไม่ได้พบเจอมานานโดยเฉพาะั้แ่เข้าร่วมกองทัพ
คนเหล่านี้ไม่ต่างจากฝูงซอมบี้ที่พอเห็นใครลากเอากล่องสมบัติออกมาก็พร้อมจะพุ่งเข้าไปแย่งชิงกันอย่างดุเดือด