น้องสาวเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก

    100 ส่งฮูหยินเหอกลับจวน

    Chapter 100 ส่งฮูหยินเหอกลับจวน

            แต่นี่เป็นเพราะว่าแม่ทัพใหญ่กับฮ่องเต้เป็นสหายสนิทกันนั่นเองดังนั้นในตอนที่ไม่มีสายตาของคนนอกจับจ้องมองดูทั้งสองจึงสามารถพูดกันอย่างสนิทสนมได้

            “ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อเจ้าแต่ว่าข้าคิดว่าอาจจะเป็นคนใกล้ชิดของเจ้าแอบลงมือลับหลังเจ้าก็ได้”ฮ่องเต้บอกพลาง หยางซีถิงฟังแล้วก็คิดๆ ว่าอาจจะเป็นไปได้เหมือนกัน “อืม...”

            ชุนกงกงขยับเข้าไปรินเหล้าให้ท่านแม่ทัพใหญ่แล้วถอยไปยืนด้านข้าง

            “เช่นนั้นข้าจะไปสืบเรื่องนี้ให้ดีๆหน่อย หากว่าเป็นคนของข้าแอบลงมือลับหลังข้าจริงๆข้าคงต้องเข้มงวดกับพวกเขาให้มากๆ หน่อยล่ะ” หยางซีถิงเอ่ยพลางยกเหล้าขึ้นดื่ม

            “อืม”ฮ่องเต้พยักหน้ารับรู้แล้วบอกว่า “นานๆ ทีเจ้าถึงจะมีเวลาว่างมาดื่มกับข้าวันนี้ไม่เมาไม่เลิก”

            “ได้”หยางซีถิงพยักหน้ารับ จากนั้นทั้งสองก็ดื่มเหล้าด้วยกันจนเมามายทั้งคู่ ชุนกงกงก็ให้คนไปแจ้งกับทางจวนแม่ทัพว่าคืนนี้ท่านแม่ทัพใหญ่จะค้างอยู่ในวังทางจวนแม่ทัพใหญ่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง

            ทางด้านหลิวฟางอิ่ง แม้นางจะถูกสั่งให้ลงโทษคุกเข่าอยู่ในศาลบรรพชนแต่ว่าคนที่จับตาดูนางก็ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่ได้ให้นางคุกเข่าอดข้าวอย่างแข็งขันนัก ใครจะกล้าลงโทษฮูหยินจริงๆ จังๆ ล่ะหากว่านายท่านเอาเรื่องขึ้นมา พวกนางคงถูกตัดลิ้นแล้วขายออกไปแน่นอน!

            หยางจุนกับหยางจื้อก็ผลัดกันแอบเอาข้าวมาให้ท่านแม่กินสาวใช้ก็แอบหอบผ้าหอบหมอนไปปูให้ฮูหยินนอนอยู่ในศาลบรรพชนทำให้สภาพความเป็นอยู่ของหลิวฟางอิ่งในศาลบรรพชนสะดวกสบายไม่ต่างจากอยู่ในเรือนเลยสักนิด

            ส่วนเหอซินซือยังนอนเจ็บหนักอยู่ในห้อง หน้าตานางบวมเป่งเหมือนหัวหมูเขียวช้ำดำแดงจนดูน่าอเนจอนาถเหลือทน ซ้ำฟันนางยังหลุดร่วงไปตั้งหลายซี่นี่ทำให้นางแทบอยากจะออกไปฆ่าฮูหยินหลิวให้ตายคามือ!

            “อ้า!...” นางกรีดร้องโหยหวนหลังจากที่ได้เห็นหน้าตาตัวเองในกระจกทองเหลืองเสียงกรีดร้องของนางดังลั่นทีเดียว

            จูลี่ถิงได้ยินเสียงร้องจึงสั่งพ่อบ้านอู๋ว่า “เจ้าไปปลอบใจนางหน่อยควรชดใช้ให้นางก็จัดการไป อย่าให้นางมาเอาเรื่องได้เด็ดขาด”

            “ขอรับ”อู๋สี่รับคำสั่งแล้วจึงพาหมอมุ่งหน้าไปที่เรือนรับรองซึ่งเหอซินซือพักอยู่สาวใช้ที่อยู่หน้าเรือนจึงเข้าไปรายงานว่า “ฮูหยินเหอเจ้าคะ พ่อบ้านอู๋มาเจ้าค่ะ”

            “ให้เขาเข้ามา”เหอซินซือบอก นางพูดอู้อี้เพราะหน้าบวมเป่งอีกทั้งฟันนางยังหลุดไปตั้งหลายซี่ทำให้ส่งผลต่อการออกเสียงมากทีเดียวสาวใช้ฟังแล้วพอจะเข้าใจจึงได้ออกไปเชิญพ่อบ้านอู๋เข้าไป

            “ฮูหยินเหอ”อู๋สี่กุมมือคารวะอยู่หน้าฉากบังตา “นี่คือท่านหมอขอรับ ขอให้ท่านหมอได้ตรวจอาการท่านสักหน่อยเถิดขอรับ”

            “อืม”เหอซินซือส่งเสียงรับ หมอจึงก้าวเข้าไปนั่งข้างเตียงที่มีม่านมุ้งบังอยู่เหอซินซือยื่นแขนออกมาให้หมอจับชีพจรหมอจับชีพจรอยู่ครู่หนึ่งก็ละมือออกแล้วบอกว่า “ข้าน้อยจะจัดยาลดอาการบวมให้ท่านขอรับต้มดื่มวันละ 3 ครั้งนะขอรับ ช่วงนี้ท่านก็กินอาหารอ่อนๆอย่างพวกน้ำแกงหรือไม่ก็โจ๊กไปก่อนขอรับ”

            “ฟันข้าเจ้ารักษาฟันข้าได้ไหม?” เหอซินซือถามน้ำเสียงอู้อี้ หมอส่ายๆ หน้า“ข้าน้อยจนปัญญาขอรับ”

            “ฟันข้าเจ้ารักษาไม่ได้!แล้วข้าจะทำอย่างไรดี!?”เหอซินซือแทบกรีดร้องขึ้นมา นางฟันหลอแบบนี้ไม่ได้นะ!

            หมอเห็นท่าทางไม่ดีจึงรีบขอตัวทันที“ข้าน้อยยังมีคนเจ็บต้องรักษา ขอตัวก่อนขอรับ วันหน้าข้าน้อยจะมาตรวจใหม่ขอรับ”

            เขาพูดจบแล้วก็ถอยออกไปทันทีไม่รอให้ฮูหยินเหออนุญาต เฮอะ! จะให้เขารักษาฟันให้นางเขาไม่ใช่เทพเซียนนะที่จะปลูกฟันได้น่ะ!

            “เดี๋ยว!” เหอซินซือเรียก แต่ว่าหมอก็เดินไปไวนัก อู๋สี่ก็ไม่ได้รั้งท่านหมอเอาไว้เขาพอจะเข้าใจความลำบากใจของท่านหมอ ฟันที่หลุดออกไปแล้ว ไม่สามารถรักษาได้แล้วคงมีแต่เทพเซียนบนสวรรค์กระมังที่จะสามารถทำให้ฟันงอกออกมาใหม่ได้

            “เจ้าตามท่านหมอไปรับยามาที”เขาสั่งสาวใช้คนหนึ่ง

            “เจ้าค่ะ”สาวใช้รับคำสั่งแล้วเดินไป

            “ท่านป้าลงโทษนังหลิวฟางอิ่งอย่างไรบ้าง?”เหอซินซือถามเสียงอู้อี้ อู๋สี่จึงตอบ “ตอนนี้ฮูหยินกำลังคุกเข่าอดข้าวอยู่ในศาลบรรพชนขอรับ”

            “อะไรนะ!? แค่คุกเข่า อดข้าวรึ!? โอย...” เหอซินซือตวาดลั่นแล้วสูดปากเพราะเจ็บแผล“มันตบข้าจนข้ามีสภาพเช่นนี้แล้ว ท่านป้าแค่ให้มันคุกเข่าอดข้าวแค่นี้น่ะรึ! อ๊ายยยยย...”

            “ข้าไม่ยอม! ข้าไม่ยอม! ข้าจะไปหาท่านป้า!อ๊ายยยย...” นางตะโกนอู้อี้อย่างโมโหเดือดดาล พลางขยับลงจากเตียงสาวใช้จึงยื่นมือไปช่วยประคองนาง “ฮูหยิน”

            อู๋สี่อยากห้ามแต่ว่าเขาก็ห้ามไม่ได้เพราะว่าอีกฝ่ายมีศักดิ์เป็นท่านน้าของซื่อจื่อคิดคำนวณดูแล้วเขาจึงปล่อยให้ฮูหยินผู้เฒ่ารับมือกับนางเองจะดีกว่า

            “ไปๆ พาข้าไปหาท่านป้าโอยๆ พวกเจ้าเบาๆ หน่อยซิ อ๊ายยย...นังพวกนี้นี่!”เหอซินซือสั่งพลางด่า สาวใช้ก็ประคองอย่างระมัดระวังยิ่ง

            จนไปถึงเรือนของจูลี่ถิง เหอซินซือก็ร้องทุกข์ทันที “ฮือๆๆ ท่านป้าเจ้าคะมันตบข้าจนข้าเจ็บหนักถึงเพียงนี้แล้วท่านป้าลงโทษมันแค่คุกเข่าอดข้าวหรือเจ้าคะ?”

            “ข้าลงโทษนางให้คุกเข่าอดข้าวอยู่ในศาลบรรพชน10 วัน เจ้ายังไม่พอใจอีกรึ?” จูลี่ถิงถามพลางมองใบหน้าของเหอซินซือที่บวงเป่งเขียวช้ำดำแดงจนน่าอเนจอนาถยิ่งนางไม่ใช่สาวงามล่มเมือง เพียงแค่หน้าตาสะสวยน่ารักน่าเอ็นดูเท่านั้นพอกลายมาเป็นเช่นนี้ไปก็ทำให้คนรู้สึกเอ็นดูไม่ค่อยลง เหลือแต่ความสงสารเห็นใจสะใภ้บ้านนางตบตีแขกจนสภาพอเนจอนาถถึงเพียงนี้ นางก็เหมือนน้ำท่วมปากพูดไม่ออกนั่นก็สะใภ้ นี่ก็ญาติฝ่ายมารดาของหลานชาย นางจะหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ จะทำอะไรก็สะเทือนกันไปหมด

            “ฮือๆ ไม่พอใจเจ้าค่ะฮือๆ ท่านป้าดูสภาพข้าซิเจ้าคะ ข้าเจ็บถึงเพียงนี้ ฮือๆ ท่านป้ากลับลงโทษมันแค่คุกเข่าอดข้าว10 วัน หรือท่านป้าคิดว่าตระกูลเหอรังแกง่ายจึงได้ลำเอียงเข้าข้างมัน? ฮือๆ...”เหอซินซือพูดอู้อี้ปนสะอื้นร้องไห้จูลี่ถิงเริ่มโมโหโกรธกรุ่นขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเหอซินซือยกตระกูลเหอมาข่มนางตระกูลเหอเป็นญาติข้างมารดาของไทเฮาแล้วอย่างไร ตระกูลหยางของนางลูกชายนางเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ ดังนั้นศักดิ์ฐานะของทั้งสองตระกูลในตอนนี้ก็นับว่าไม่ได้ด้อยไปกว่ากันสักเท่าไหร่!

            “เจ้ายกตระกูลเหอมาข่มข้ารึ!?” นางถามน้ำเสียงเย็นชา เหอซินซือส่ายๆ หน้าพูดอู้อี้ว่า“ไม่ใช่เจ้าค่ะท่านป้า เพียงแต่ข้าถูกคนบ้านท่านตบตีจนเป็นถึงเพียงนี้แล้วแต่ท่านลงโทษมันแค่คุกเข่าอดข้าว 10 วัน เกรงว่าท่านพ่อท่านแม่ข้าคงไม่ยอมเจ้าค่ะ”

            “ยอมไม่ยอมก็ให้พวกเขามาพูดกับข้า”จูลี่ถิงบอกน้ำเสียงเย็นชา พลางมองเหอซินซืออย่างดูแคลน “เจ้านับเป็นตัวอะไร?เป็นแค่ลูกอนุคนหนึ่งกลับกล้าปากยื่นปากยาวตำหนิข้าเรื่องในบ้านข้าต้องให้เจ้ายื่นมือเข้ามาสอดตั้งแต่เมื่อไหร่?”

            “อ่า...”เหอซินซืออึ้งงันไป

            จูลี่ถิงจึงบอกว่า“ในเมื่อเจ้าอาการดีขึ้นจนสามารถเดินเหินได้แล้วเช่นนั้นข้าก็ส่งเจ้ากลับบ้านตระกูลฉางเถอะฮูหยินตระกูลฉางออกมาพักค้างอ้างแรมบ้านผู้อื่นนานๆ ย่อมเป็นที่ครหาได้ พ่อบ้านอู๋ส่งฮูหยินเหอกลับบ้าน ให้หมอคอยไปตรวจอาการนางจนกว่านางจะหายดี สมุนไพรอะไรต้องใช้ก็ให้หมอมาเบิกไป”

            “อ่า...ท่านป้า”เหอซินซืออึ้งงันไป นางงุนงงยิ่งนัก ไยท่านป้าจึงมีท่าทีเปลี่ยนไปเช่นนี้ล่ะ?

            “ฮูหยินเหอขอรับเชิญขอรับ ข้าจัดเตรียมรถม้าให้ท่านแล้วขอรับ” อู๋สี่บอกพลางก้มหน้าซ่อนแววตาสะใจไว้ในใจ หึๆ ฮูหยินผู้เฒ่าหรือจะเข้าข้างคนนอกอย่างนาง!

            ฮูหยินเป็นที่รักของนายท่านและนางก็คลอดหลานชายให้ฮูหยินผู้เฒ่า 2 คนแล้ว ซ้ำยังคลอดหลานสาวให้ฮูหยินผู้เฒ่าอีกคนด้วยฮูหยินผู้เฒ่าพอใจสะใภ้คนนี้ไม่น้อย อีกทั้งคุณชายรองกับคุณชายสามปกป้องมารดาจนฮูหยินผู้เฒ่าหักใจโบยไม่ลงจึงได้เปลี่ยนไปลงโทษอย่างอื่นแทน และฮูหยินผู้เฒ่าก็รู้ดีว่าลูกชายรักภรรยาขนาดไหนนางจึงได้ทำเป็นลืมตาข้างหลับตาข้าง ไม่ได้ให้สาวใช้เข้มงวดอะไรกับการลงโทษฮูหยินอย่างที่ควรจะเป็น

            เหอซินซือยังคงอึ้งงันอยู่ถูกสาวใช้ประคองไปก็ยังตั้งสติไม่ค่อยได้อู๋สี่ก็สั่งให้บ่าวไพร่จัดแจงส่งนางออกจากจวนจนรถม้าเคลื่อนออกจากจวนไปแล้วเขาจึงได้โล่งใจ “เฮ้อ...”

            หลังจากนี้ยังต้องรอดูว่าทางตระกูลฉางกับตระกูลเหอจะมีท่าทีอย่างไรกับเรื่องนี้สำหรับตระกูลฉางไม่น่าเป็นห่วงนัก เพราะว่าฮูหยินเหอแม้จะเป็นฮูหยินเอกแต่ว่าสามีของนางเป็นแค่ลูกชายที่เกิดจากอนุฐานะสามีของนางจึงไม่โดดเด่นอะไรในตระกูลฉาง อีกทั้งนางก็คลอดลูกสาว 2 คนให้สามีแต่ยังไม่คลอดลูกชายออกมา จนอนุคนอื่นของสามีนางคลอดลูกชายไปแล้วตั้งหลายคนดังนั้นฐานะของฮูหยินเหอจึงถือว่าตกต่ำในตระกูลฉาง นี่จะโทษใครได้ล่ะนอกจากโทษตัวนางที่ไม่อาจคลอดลูกชายให้สามีได้สักที

            ส่วนตระกูลเหอยังต้องรอดูท่าทีให้มากหน่อยไม่รู้ว่าทางตระกูลเหอจะก่อคลื่นลมอะไรบ้างหลังจากที่รู้เรื่องฮูหยินเหอถูกตบตีในจวนแม่ทัพใหญ่

            หยางจุนกับหยางจื้อซึ่งแอบดูอยู่นาน พอเห็นท่านย่าตำหนิเหอซินซือพวกเขาก็โล่งใจไม่น้อย ดูท่าท่านน้าของพี่ชายจะถูกท่านย่าลดความสำคัญลงแล้วฮ่าๆๆๆ...

            ต่อมามีเด็กยากจนแอบไปวิ่งเล่นในจวนร้างแล้วพบศพเข้า กลุ่มเด็กยากจนตกใจจนร้องโหยหวนทำให้ชาวบ้านพากันไปมุงดูจากนั้นก็รีบแจ้งทางการทันที ผู้คนล้อมมุงดูอยู่ห่างๆไม่กล้าเข้าไปในจวนร้างเพราะกลัวความอัปมงคลจะติดตัวมาด้วยมีแต่เจ้าหน้าที่ทางการที่เข้าไปดูศพ ขนาดคนใจแข็งอย่างเจ้าหน้าที่คราแรกที่เห็นศพ พวกเขาก็ตกใจจนร้องลั่น ตาลีตาเหลือกวิ่งหนีออกมาจนกระทั่งอู่จั้ว* มาถึงจึงได้เก็บศพไป

            ครั้นมีบางคนจำใบหน้าศพได้จึงได้รู้ว่าที่แท้แล้วศพนั้นคือจางเฉียน คุณชายตระกูลจางที่กำลังมีเรื่องอื้อฉาวคาวสวาทกับจวนแม่ทัพใหญ่ นี่ทำให้มารดาของจางเฉียนทันทีที่รู้ข่าวว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนตายไปนางก็โศกเศร้าเสียใจจนจิตใจแทบแตกสลายซ้ำสามียังเจ็บหนักจะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้ นี่มันเวรกรรมอะไรกัน!?หรือใครมาขุดหลุมศพบรรพชนเปลี่ยนตำแหน่งฮวงจุ้ยจึงทำให้บ้านตระกูลจางเกิดเรื่องติดๆกันเช่นนี้ เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดไม่มีผิด!

            ส่วนคุณชายตระกูลจางคนอื่นๆพอรู้ข่าวว่าพี่ใหญ่จางเฉียนตายไปแล้ว พวกเขาก็แอบดีอกดีใจไม่น้อยพวกเขาก็เริ่มช่วงชิงตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลกันแล้วทำให้บ้านตระกูลจางเกิดเค้าลางความวุ่นวายขึ้นมารางๆ แล้วมารดาจางเฉียนอยากไปตีกลองร้องทุกข์กล่าวโทษแม่ทัพใหญ่ แต่ว่าตัวอย่างก็มีให้เห็นอยู่นางจึงไม่กล้าไป ได้แต่จัดงานศพอย่างโศกเศร้าคับแค้นใจ

            เมื่อข่าวการตายของจางเฉียนแพร่ออกไปผู้คนก็พุ่งเป้าไปที่แม่ทัพใหญ่คาดเดากันว่าท่านแม่ทัพใหญ่คงจับจางเฉียนไปแล่เนื้อทรมานจนตายเพื่อแก้แค้นที่เขาข่มขืนสาวใช้ตนเองถึงในจวนกระมังข่าวซุบซิบลือกันหนาหูยิ่งนัก ทำให้หยางซีถิงหน้าดำคล้ำอารมณ์ไม่ดีเป็นอย่างมาก“วะ ข้าไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำโว๊ย!”

            “นายท่านขอรับต่อให้ท่านพูดจนน้ำลายเหือดแห้งก็ไม่มีใครเชื่อท่านหรอกขอรับ ท่านคงต้องแบกหม้อดำเอาไว้แล้วล่ะขอรับ”เต๋อผิงกระเซ้าเย้าแหย่ นานๆ ทีถึงจะเห็นท่านแม่ทัพใหญ่โมโหโทโสถึงเพียงนี้

            “เฮอะ! ขืนเจ้ายังพูดอีกแม้แต่คำเดียว ข้าจะให้เจ้าไปเป็นพลทหารเสียเลย!” หยางซีถิงถลึงตามองลูกน้องคนสนิท แล้วเร่งรีบขี่ม้ากลับจวนเขาแค่เข้าวังไปดื่มเหล้ากับฮ่องเต้คืนเดียวเอง พอออกจากวังจึงได้ยินข่าวลือนี้ทำให้เขาโมโหยิ่งนัก ถ้าเขาทำจริงๆ เขาจะยืดอกรับอย่างเต็มภาคภูมิเลยทีเดียวแต่นี่เขาต้องแบกหม้อดำเอาไว้ ทั้งๆ ที่เขาไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับการหายตัวไปและความตายของเจ้าเด็กจางเฉียนนั่นเลยสักนิด

            ครั้นกลับถึงจวนแม่ทัพใหญ่ เขาก็ไปคารวะท่านแม่ก่อนเมื่อจูลี่ถิงเห็นลูกชายกลับมาอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนนางจึงโล่งอกเหมือนยกภูเขาออกจากอกไม่มีผิด

            หยางซีถิงออกจากเรือนท่านแม่แล้วก็ตรงไปที่ศาลบรรพชนทันทีสาวใช้เห็นนายท่านมาก็รีบกระเด้งตัวขึ้นคารวะ “นายท่าน”

            “อืม”หยางซีถิงพยักหน้าทีหนึ่งแล้วเดินเข้าไปในศาลบรรพชน เขาเห็นฮูหยินนอนหลับอยู่บนที่นอนซึ่งปูอยู่บนพื้นเขาจึงก้าวไปข้างที่นอน ยอบตัวลงจับๆ ที่นอนนั้น ที่นอนหนายิ่งนัก ซ้อนกันถึง 3ชั้น ความสูงเกิน 1 คืบมือ ต่อให้พื้นจะเย็นอย่างไรแต่คนที่นอนอยู่บนที่นอนนี้ย่อมไม่ได้รับไอเย็นแน่นอน นี่ทำให้สีหน้าเขาดีขึ้นมากครั้นมองนางที่ยังนอนหลับ เขาก็ยิ้มอ่อนโยนออกมา เขายื่นมือไปลูบแก้มนางทำให้หลิวฟางอิ่งสะดุ้งตื่น ครั้นเห็นว่าเป็นสามีตัวเองนางจึงยิ้มให้เขาพลางขยับตัวลุกขึ้น “ท่านพี่”

            หยางซีถิงช่วยประคองนางลุกขึ้นนั่งเขาทะนุถนอมนางยิ่งนัก “เจ้ากินอะไรหรือยัง?”

            “กินแล้วเจ้าค่ะ”หลิวฟางอิ่งตอบ หยางซีถิงจึงเบาใจ แล้วเอ่ยว่า “ทำให้เจ้าลำบากแล้ว”

            “ไม่ลำบากเลยเจ้าค่ะอยู่ที่นี่แทบไม่ต่างอะไรจากอยู่ที่เรือนเลยเจ้าค่ะ เจ้ารองเจ้าสามก็คอยแอบมาหาข้าบ่อยๆข้าไม่ลำบากเลยเจ้าค่ะ” หลิวฟางอิ่งบอกแล้วกุมมือคารวะเขา“ขอบคุณท่านพี่ที่ช่วยแก้แค้นให้หวงเอ๋อร์ ข้ายังนึกว่าท่านจะยอมให้หวงเอ๋อร์ถูกเจ้าคนชั่วนั่นรังแกฝ่ายเดียวเสียอีกที่แท้แล้วท่านก็วางแผนให้พวกนั้นตายใจก่อนนี่เอง แล้วค่อยฆ่ามันทิ้ง ข้าหลงโกรธท่านเสียตั้งนาน”

            หลังจากที่นางซักถามสาวใช้บ่าวไพร่ทั้งจวนแล้วจึงได้รู้ว่าเด็กจางเฉียนนั่นถามถึงเฟิ่งหวงบ่อยๆคล้ายกับว่ารอคอยลูกสาวของนางอย่างไรอย่างนั้น คิดๆ ไปแล้วคงเป็นเจ้าเด็กนั่นล่อลวงลูกสาวของนางไปคิดทำมิดีมิร้ายแน่นอนแต่ไม่รู้เหตุใดเรื่องราวจึงได้พลิกผันไปเช่นนั้นนางก็ไม่ใส่ใจที่จะสืบเสาะเรื่องราวต่อ เพียงแค่ลูกยังปลอดภัย นางก็เลิกกังวลแล้วส่วนเจ้าเด็กนั่นที่คิดชั่วๆ กับลูกของนาง นางย่อมอยากจะฆ่ามันซะ!

            “อ่อที่เจ้าทำมึนตึงกับข้าเป็นเพราะโกรธที่ข้าปล่อยเจ้าเด็กนั่นไปหรือ?”หยางซีถิงเข้าใจแล้ว ก่อนหน้านี้นางมีท่าทีมึนตึงกับเขา ทำเขาคิดไม่ออกว่าตัวเองทำอะไรให้นางไม่พอใจงั้นรึ?อีกทั้งตอนนั้นในจวนก็วุ่นวายนักทำให้เขาไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้แต่ก่อนที่เขาจะคิดอะไรไปมากกว่านี้ จู่ๆนางก็โอบรอบคอเขาแล้วยื่นหน้ามาจูบแก้มเขาทีหนึ่ง!

            นี่ทำให้เขาตกตะลึงอึ้งงันไปนางไม่เคยเป็นฝ่ายแสดงท่าทีก่อนเลยสักครั้ง มีแต่เขาที่ตามพัวพันนางเป็นฝ่ายเริ่มก่อนทุกครั้งไป

            “ขอบคุณเจ้าค่ะที่ท่านฆ่ามันได้ยินว่ามันตายอเนจอนาถนัก ถูกแล่เนื้อจนเหลือแต่โครงกระดูก นี่สาแก่ใจข้าจริงๆ”หลิวฟางอิ่งพูดแล้วก็ขยับไปจูบแก้มเขาอีกข้างแล้วรีบผละออกอย่างเอียงอายหยางซีถิงมองนางแล้วรู้สึกคึกคักตื่นตัวขึ้นมาทันทีทันใด ได้! หม้อดำนี้ข้ายอมแบกไว้ก็ได้!

            คิดแล้วเขาก็ช้อนอุ้มนางขึ้นมาหลิวฟางอิ่งตกใจ “ว๊าย!”

            นางรีบกอดคอเขาเอาไว้หยางซีถิงลุกขึ้นอุ้มนางไว้ในอ้อมแขน เขาก้าวออกจากศาลบรรพชน หลิวฟางอิ่งจึงถาม“ท่านพี่จะพาข้าไปไหนเจ้าคะ? ท่านแม่ให้ข้า...”

            นางพูดยังไม่ทันจบหยางซีถิงก็พูดแทรกว่า “หรือจะให้ข้าทำเรื่องนั้นต่อหน้าป้ายบรรพบุรุษรึ?”

            หลิวฟางอิ่งตะลึงอึ้งงันไปนางอ้าปากค้างน้อยๆ อึดใจต่อมานางก็หน้าแดงก่ำ ก็จริงนั่นแหละจะให้ทำเรื่องนั้นต่อหน้าป้ายบรรพบุรุษ นางก็อายเกินกว่าจะทำได้

            สาวใช้เห็นนายท่านอุ้มฮูหยินออกมาพวกนางก็ตกตะลึงปากอ้าตาค้าง แต่ก็ไม่มีสักคนที่กล้าขัดขวาง นายท่านจะทำอะไรใช่เรื่องที่สาวใช้ตัวเล็กๆ อย่างพวกนางจะขัดขวางได้หรือพวกนางจึงได้แต่ให้สาวใช้คนหนึ่งไปรายงานฮูหยินผู้เฒ่า

            จูลี่ถิงฟังรายงานจากสาวใช้แล้วนางจึงเอ่ยว่า“จำไว้ นางถูกข้าสั่งให้คุกเข่าอดข้าวอยู่ในศาลบรรพชน 10 วันหากว่าพวกเจ้าพูดสิ่งที่เห็นออกไปแม้ครึ่งคำ ข้าจะตัดลิ้นพวกเจ้าแล้วขายออกไปเสีย!”

            “เจ้าค่ะ”สาวใช้รับคำแล้วรีบถอยออกไปเมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือไล่ นางคิดๆฮูหยินผู้เฒ่าให้ท้ายฮูหยินถึงเพียงนี้ นางยิ่งต้องดูแลฮูหยินให้ดีๆนางแอบอิจฉาวาสนาของฮูหยินยิ่งนัก แม้นางจะเป็นแม่หม้ายมาก่อนแต่นายท่านโปรดปรานนางที่สุด ถึงขนาดไม่รับอนุเพิ่ม สาวใช้อุ่นเตียงก็ไม่มีสักคนนางแทบไม่ต่างอะไรจากฮูหยินเอกคนก่อนของจวนแม่ทัพใหญ่แล้วซ้ำยังได้รับความโปรดปรานจากนายท่านไม่เสื่อมคลาย

            หยางซีถิงอุ้มหลิวฟางอิ่งกลับเรือนแล้วก็ปิดประตูห้อง จากนั้นก็ลูบไล้นางไม่หยุดมือเขาอยากจะทิ่มแทงนางยิ่งนัก แต่ว่าเขาจะใจร้อนไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงค่อยๆลูบไล้ไปทั่วตัวนาง หลิวฟางอิ่งก็ใช้มือลูบไปตามเรือนกายเขา “ท่านพี่...”

            พลันหลิวฟางอิ่งนึกถึงคำพูดของหญิงคณิกาอันดับหนึ่งที่รุ่ยหลินแอบไปพาตัวมาพบนางในจวนอย่างลับๆ เพื่อเรียนรู้ท่วงท่าเริงรมย์จากหญิงคณิกาในหอนางโลมซึ่งหลิวฟางอิ่งคิดจะมัดใจสามีให้อยู่หมัด จึงได้แอบพบปะกับหญิงคณิกา ดังนั้นรุ่ยหลินจึงต้องแอบไปพบปะกับหญิงคณิกาอันดับหนึ่งของหอนางโลมอย่างลับๆแล้วเสนอเงินทองให้เป็นค่าตอบแทนการซื้อขายในครั้งนี้หญิงคณิกาเห็นเงินมากองโดยที่นางไม่ต้องใช้เรือนร่างย่อมตกลงซื้อขายทันที นางจึงปลอมตัวเป็นสาวใช้แล้วตามรุ่ยหลินเข้าจวนไป

    Donate

    เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย

    เลขบัญชี 084-3-79715-6

    ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย

    หรือทาง True Money wallet :098-651-1489

    จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ

     

    ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง

    เพจ readfree.in ค่ะ

    https://www.facebook.com/readfree.in/

    ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ

    และทาง Line Official Account : @www.readclub.in

    ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ

    คล้ายกับเรื่องน้องสาวเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก ที่คุณอ่าน