ตอนที่ 2 ปราณที่สาปสูญ
“ท่านรู้จักข้า….”
อู่หนานใไม่น้อยที่เถ้าแก่เจียเอ่ยถึงอดีตของตนเอง อุตส่าห์หลบลี้จากเมืองฉางไห่มาตั้งหลักที่เมืองฉินตงแล้วแท้ๆ เหตุใดกันถึงยังมีคนรู้จักได้
“ข้าไม่รู้จักหรอกแต่เดาได้ไม่ยาก เื่ราวของเ้าเป็ที่โจษจันไปทั่วแคว้นชายาขององค์ชายพลัดถิ่นที่มารับใช้แคว้นฉางในฐานะแม่ทัพปราณมืด โอ้ย…รู้กันทั่วแถมบุตรชายสกุลอู่เมืองฉางไห่ก็ดันมีแค่คนเดียว เอาน่า…เื่นี้ไม่ใช่เื่สำคัญเท่ากับเื่พลังปราณของคุณชายอู่ทงหรอก” ชายชราจิบชาแก้คอแห้งก่อนที่จะถามต่อ“ตกลง…นี่ ไม่รู้จริงๆใช่ไหมว่าปราณรักษาสำคัญ แต่เกี่ยวพันกับเ้ายังไง?”
“ข้าพึ่งใช้ครั้งแรกท่านแม่ไม่รู้ไม่ผิด นะๆ… แม่นะ” ทงทงทักท้วง
“ฟังนะเ้าหนูพลังปราณในโลกนี้หยิบยืมมาจากธาตุทั้งหก คือดิน น้ำ ลมไฟ ความมืดและแสงสว่างแต่บรรดาผู้ที่ครองพลังแห่งธาตุทั้งหลาย ทำไม่ได้ง่ายๆคือการใช้พลังที่มีในการรักษาอาการาเ็และโรคภัยของตนเื่นี้แหละแม่เ้าถึงได้เข้าไปเกี่ยวพันกับท่านแม่ทัพกงจนถึงขั้นได้แต่งงานกัน”คนเล่าถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย เมื่อเห็นชายต่างวัยสองคนตรงหน้านั่งฟังด้วยแววตาไร้เดียงสาพอปานกัน
“ข้าไม่มีพลังอันใดท่านน่าจะเข้าใจผิดแล้ว”
“อู่หนานขอแค่เ้าเกิดในสกุลอู่ จักรพรรดิก็ย่อมคาดหวังไว้แล้ว ผู้คนที่เกิดในสกุลนี้ล้วนแต่ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวดองกับอำนาจราชวงศ์เสมอแม้สกุลอู่เมืองฉางจะไร้อำนาจวาสนาและดันมีลูกแค่คนเดียว แถมเป็ชายแต่ด้วยความเชื่อที่ว่า ปราณรักษาถูกโดยคนสกุลนี้เท่านั้นเ้าถึงได้ถูกใช้เป็เครื่องมือควบคุมอำนาจของแม่ทัพกงปี่ไงเล่า”
“ควบคุมคนๆนั้นนี่นะบ้าไปแล้วข้้าจะไปทำอะไรเขาได้ ตลอดเวลาที่อยู่ในจวนนั่นข้าและลูกต่างหากที่ถูกควบคุมให้อยู่แต่ในสวนหลังจวนซึ่งอยู่กินในสภาพไม่ต่างจากบ่าวไพร่คนหนึ่ง ท่านรู้ไหมแม้แต่ตอนพ่อข้าสิ้นใจฮูหยินสกุลกง ก็ไม่ยอมให้ไปงานศพ แล้วเช่นนี้ยังจะว่าข้าคุมแม่ทัพอีกเหรอ ฮึกๆ”พอนึกถึงเื่นี้ร่างสูงพลันสะอื้นในอก จนมือน้อยๆต้องลูบหลังปลอบประโลม
“ทะท่านแม่ อย่าเสียใจเลย อู่ทงอยู่นี่แล้ว”
“เฮ้อ…เื่รันทดของเ้าเขาก็ลือกันทั่วนะ แม่ผัวเ้าข่มเหงให้อยู่แต่ในจวนใช่ไหมหละนางคงผิดหวังที่เ้าไร้พลังปราณ และเป็ผู้ชายแหละ ยังไงซะคนส่วนใหญ่ก็อยากมีสะใภ้ที่เป็ผู้หญิงไว้เชิดชูหน้าตาออกลูกออกหลานแต่ในกรณีเ้าถูกบังคับให้ครองคู่สามปี แม่ทัพจึงจะสามารถหย่าหรือตบแต่งอนุเข้าจวนได้ไม่แปลกหรอกที่ฮูหยินเฒ่านั่นจะเคียดแค้นเอ่อ…นางให้เ้ากินข้าววันละมื้อจริงหรือเปล่า”
“ใช่…มีแค่กันตายข้าต้องอาศัยปลูกเผือกปลูกมันรอบเรือนกินเอา ถึงมีชีวิตรอดมาได้ช่างเถอะ…ทุกอย่างล้วนจบไปแล้ว ตอนนี้เื่สำคัญคือปราณรักษาของทงทงท่านบอกให้พวกข้าปิดบังไว้ใช่หรือไม่ ?”
“แน่นอนต้องทำอู่หนานฟังนะ….ปราณรักษานั้นสาปสูญ ไปจากแผ่นดินนี้หลายร้อยปีแล้วว่ากันว่ามันเป็ปราณที่สามารถช่วยให้คนธรรมดาคนหนึ่งได้กลายเป็องค์จักรพรรดิคิดดูเอาเถอะหากข่าวว่า ทงทงมีปราณนี้หลุดออกไป เ้าคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกันหละ?” ผู้เฒ่าพยายามอธิบายให้ชัดเจน
“คนที่อิจฉาก็จะฆ่าข้าใช่ไหม…ทะท่านแม่ทำไงดี”
เด็กน้อยวิตกจนต้องซุกหน้าเข้าไปในอกแม่ตนเพื่อหลีกลี้ความหวาดหวั่นที่เข้าจู่โจมจิตใจจนอู่หนานต้องรีบกอดไว้แล้วพยายามปลอบให้ใจเย็นๆ
“ไม่ผิดหรอกดังนั้นสกุลอู่ทุกคนถึงถูกจับตาั้แ่เกิดจนอายุยี่สิบห้าปีไงหละเพื่อดูว่าพลังปราณจะตื่นตอนไหน ตอนนี้เ้ายี่สิบหกแล้วใช่ไหม?”
“ใช่ข้าหมดเวลาที่พลังปราณจะตื่นแล้ว”อู่หนานพอจะรู้ว่าพลังปราณนั้นจะถูกปลุกได้จนถึงอายุยี่สิบห้าปีแต่หลังจากนั้นก็ไม่มีทางแล้วที่มันจะตื่นขึ้นนี่คงเป็สาเหตุที่เขาต้องอยู่กินกับคนๆนั้นสามปีสินะ
“แล้วอู่ทงหละลูกข้าถูกองค์จักรพรรดิจับตาอยู่หรือไม่ !!!! ”
“ฮ่าๆเ้าวิตกเกินไปแล้ว เื่อู่ทงนี่ ใครเชื่อก็บ้าแล้วแม้แคว้นเราผู้ชายถูกแต่งไปเป็ฮูหยินบ้าง อนุบ้างก็ไม่แปลกอะไรหรอก แต่จู่ๆจะให้ท้องและมีลูกนี่นะ ใครเชื่อก็บ้าแล้ว มีแต่คนบอกว่าเ้าเป็โรคประสาทอยากมัดใจแม่ทัพกงปี่ จนไปหาซื้อเด็กมาเลี้ยง แล้วบอกว่าเป็ลูกของเขาเื่นี้ข้าก็สงสัยอยู่เหมือนกัน ตกลงอู่ทงเป็ลูกใครกันแน่ ?”
“ลูกข้าสิ…เอาเถอะๆใครจะคิดเช่นไรช่างเขา ยิ่งคิดแบบที่ท่านเล่าอู่ทงยิ่งปลอดภัย”
“ใช่แล้วท่านแม่ ใครจะรู้ดีไปกว่าข้าคนที่นอนอยู่ในท้องท่านเล่า"เด็กน้อยเริ่มยิ้มออกพลางเอ่ยชวนแม่ตน "เรากลับบ้านกันเถอะ ข้าอยากกินหมูตุ๋นที่ท่านบอกว่าจะทำให้ทานแล้ว นะแม่นะกลับกาน”
“โฮะๆหิวแล้วรึ ปะๆ ตามข้ามาทางนี้อย่าพึ่งกลับ” ชายชรา เดินนำทั้งคู่ไปยังห้องอาหารก่อนจะบอกให้บ่าวตั้งโต๊ะ เขามีเื่ที่ต้องคุยอีกเยอะเพราะดูแล้วขืนปล่อยไปสองคนนี้อาจไม่มีชีวิตรอด
“เรามากินไปคุยไปให้จบเถอะ ถามหน่อยเ้าคิดยังไงกับอนาคตของอู่ทง ”
“เอ่อท่านหมายถึง….”“อู่ทงกินๆสิหลาน ” หันไปบอกเด็กน้อยให้ทานขนมรอ ระหว่างที่อาหารกำลังทยอยขึ้นโต๊ะก่อนพูดต่อ " อู่หนาน เ้ามีคนที่พร์อยู่ข้างกาย จะให้เขาอดๆอยากๆลำบากกับการหาเลี้ยงชีพต่อไปไม่ได้นะ เื่นี้ข้ารับไม่ได้หรอกในเมื่อลิขิต์ทำให้ข้ามาพัวพันกับพวกเ้าแล้ว ก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันเถอะข้าจะช่วยดูแลเด็กน้อยนี่ให้"
“ท่าน…”
“ข้าพูดตรงๆข้าอยากจะรับอู่ทงเป็ศิษย์ ส่วนเ้าก็มาช่วยงานที่ร้านหรืออยากจะขายซาลาเปาก็ทำไป ”
“แต่…เถ้าแก่ข้าไม่มีอะไรจะตอบแทนท่านหรอกนะ”
“มีแน่เ้ารู้ไหมว่าปราณของอู่ทงมันพิเศษยังไง ….” ผู้เฒ่าหยุดพักซดน้ำแกงก่อนจะเล่าต่อ"ปราณนี้มันใช้หลอมยาได้วิเศษนัก ตามตำราแล้วยาที่อู่ทงหลอมจะมีสรรพคุณมากกว่าคนอื่นหลอมหลายเท่านี่แหละข้าถึงอยากจะสั่งสอนอู่ทงให้ดีเพื่อเตรียมพร้อมให้เขาได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาของเมืองฉางเอ่อ…ส่วนเ้าอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ไม่ใช่รึ "
“ชะใช่ข้าไม่เคยเรียน” จะเรียนได้ยังไงเล่า เกิดมาก็มีแต่ดิ้นรนเอาชีวิตให้รอดไปวันๆตอนที่ยังไม่ได้แต่งงานเข้าจวนแม่ทัพบ้านสกุลอู่ก็มีแต่อู่หนานผู้ที่กำพร้ามารดาั้แ่เกิดนี่แหละที่ออกมาทำงานรับจ้างข้างนอก หาเลี้ยงพ่อที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ พอเขาแต่งงานก็ได้ข่าวว่าพ่อเอาทรัพย์สินทั้งหลายเทลงไหสุรา กับการเล่นพนันจนสิ้นเนื้อประดาตัวสุดท้ายก็ตายในสภาพที่ไม่ต่างจากขี้เมาไร้บ้านคนหนึ่ง
“ท่านแม่ข้าอยากรู้หนังสือ อยากหลอมยาด้วย รับคนผู้นี้เป็อาจารย์เถอะนะ”
“ฮ่าๆนั่นไง เด็กนี้รู้ความนักต่อไปเรียกข้าว่าอาจารย์ปู่เจียเถิดเอ้า..ก่อนอื่นเ้าต้องกินให้อ้วนสะ คนผอมๆ จะมีแรงเล่าเรียนได้อย่างไรเล่า”
อู่หนานเป็คนคิดช้ามาก กว่าเขาจะตามทุกสิ่งรอบตัวได้ทัน ค่ำนั้นก็ถูกปู่เจียจัดการทุกสิ่งให้เสร็จสิ้นแม้แต่การย้ายมาพักที่นี่ ยามที่แสงจันทร์กระจ่างฟ้าสองแม่ลูกก็ได้มานอนคุยกันในห้องที่มีเตียงนุ่มๆผ้าห่มอุ่นๆในเรือนที่ดูดีกว่ากระท่อมนอกเมืองไม่รู้กี่เท่าแล้ว
“ท่านกังวลหรือ”มือน้อยๆลูบแก้มแม่ตนเล่น
“เ้าหละคิดสิ่งใดอยู่”
“ข้าว่าแก้มท่านหอมมาก”จมูกเล็กดมแก้มแม่ตนฟอดใหญ่ ท่ามกลางแสงไฟ คืนนี้แม่ของอู่ทงดูรูปงามไม่ต่างจากเทพเซียนเด็กน้อยภูมิใจจริงๆ ที่ได้เกิดมาเป็ลูกของแม่
“ลูกชายเ้าอย่าได้ใส่ใจคำพูดคนอื่นเลยนะ แม้แม่จะเป็ผู้ชาย แต่ตอนมีเ้าในท้องมันไม่ใช่เื่โกหก แม่ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรแต่เท้าน้อยๆของเ้านี้ตอนยังไม่คลอด เคยถีบท้องแม่หลายครั้งก่อนที่จะออกมาแม่สาบานว่าเ้าคือเืเนื้อเชื้อไขของข้าจริงๆ หาใช่ลูกของผู้ใดไม่”ชายหนุ่มย้ำพลางลูบหัวของลูกไปมา
“ท่านบอกข้าอีกทำไหมเดียวก็จะเล่าเื่คืนแต่งงานอีกใช่ไหมนี่ อะ…เล่าสิ ข้าจะฟังอีกก็ได้”คนขี้เบื่อยอมตามใจแม่
“ไม่หละถ้าลูกเบื่อแล้ว”
“เปล่าแต่ข้าจำได้ทุกคำเดียวท่านก็จะเล่าว่า คนผู้นั้น เข้ามาในห้องในอาการเมามายก่อนจะปีนขึ้นมาบนเตียง และจ้องมองท่านเหมือนจะกินเืกินเนื้อ ….อิๆ"คนจำเก่งเล่าแทนซะเลย
“ล้อแม่ทำไมเ้าลูกคนนี้…ก็มันจริงนี่หน่า หลังจากที่แม่ทัพกงปีนเตียง แม่ก็เหมือนวูบไปทันทีตื่นมาทั้งห้องก็ว่างเปล่าแล้ว ด้วยเหตุนี้แม่ก็ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นจึงบอกไม่ได้ว่าใครเป็พ่อของเ้า ได้แต่ยืนยันว่า เ้าคือลูกของแม่เท่านั้นผิดด้วยเหรอ ว่าแต่เ้าคงอยากได้เขาเป็พ่อสินะ”
“ข้าไม่ได้อยากให้เขาเป็พ่อซะหน่อย….ท่านแม่ไม่ต้องห่วงหรอกเื่ที่ใครเป็พ่อเป็แม่ของข้า คนอื่นจะมารู้ดีกว่าทงทงคนนี้ได้ไงว่าแต่แผลท่านเป็ยังไงบ้าง ….ให้ข้าดูหน่อยเถอะ” ร่างเล็กๆ รีบลุกนั่ง แล้วไปรื้อชายเสื้อของแม่ตนขึ้นพอเห็นแผลยังไม่หายสนิทดี ก็ถอนใจเฮือกใหญ่ เหมือนอยากระบายความทุกข์ในอกออกมาและด้วยท่าทางที่เหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบนั้นทำเอาอู่หนานอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นมาหอมแก้ม ให้กำลังใจไม่ได้
“พะพอเถอะท่านแม่ ท่านควรหักห้ามใจก่อน ข้าอยากรักษาแผลให้ท่านนะอย่าเอาแต่ดมแก้มข้าสิ” ร่างผอมหัวเราะคิกคัก พลางพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขน