“นี่มัน วิเศษสุดๆไปเลยไม่ใช่หรือ”
ยูดาสไม่คิดว่าเขานั้นจะสนุกกับการเรียนรู้ในเชิงทฤษฎีแบบนี้ การสอนเชิงทฤษฏีของลิซนั้นแตกต่างจากที่เขาคิดอย่างสิ้นเชิง การสอนของลิซแตกต่างจากที่โลกเก่าของเขาเป็อย่างมาก
สิ่งที่ลิซสอนในตอนนี้คือชีวประวัติของบุคลที่สำคัญๆในทางการวิทยาศาสตร์ โลกนี้นั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจ เขารู้ว่าทำไมลิซถึง้าสอนเกี่ยวกับชีวประวัติของบุคลสำคัญๆ เพราะมันสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตของทุกคนได้ ไม่ใช่ว่าทุกคนออกจากแคมป์ไปแล้วจะต้องเข้าร่วมหน่วยต่อสู้เพียงอย่างเดียว
ในกิลด์และกองทัพยังมีหน่วยอื่นๆอีกที่สำคัญไม่แพ้กับหน่วยจู่โจมและป้องกัน มันยังมีหน่วยนักวิจัยและนักวิเคราะห์อีกมาก ทำให้ข้อมูลตรงนี้สำคัญสำหรับในอนาคต
ยิ่งลิซสอนไปเรื่อยๆ ยูดาสก็ยิ่งรู้สึกสนใจขึ้นมา
เขารู้สึกสนใจในตัวของบุคคลที่ถือว่าเป็ตำนานของโลกนี้ โดยที่พวกเขาไม่พึ่งพาอะไรเกี่ยวกับเวทย์มนต์เลย สติปัญญาล้วนๆ
คนที่เขาชื่นชอบมี เบนจามิน แฟรงคลิน ผู้ค้นพบไฟฟ้า ไอแซก นิวตัน ผู้ค้นพบแรงโน้มถ่วง ชาล์ ดาวิน ผู้ค้นพบการวิวัฒนาการ และ เกรเกอร์ เมนเดล ผู้ค้นพบการสืบทอดทางพันธุกรรม บุคลเหล่านี้คือผู้ที่เปลี่ยนแปลงโลกด้วยสติปัญญาของพวกเขา
เป็จอมเวทย์ที่แท้จริงในสายตาของยูดาส
“ไม่คิดมาก่อนว่าในร่างกายของคนเราจะซับซ้อนขนาดนี้ ดีเอนเอ โครโมโซม หืม น่าสนใจ”
ยิ่งเรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เขาก็ได้เห็นความเป็มาของโลกนี้ า การทำลายล้าง ไม่มีสิ่งไดดีเลยที่ออกมาจากมัน เหมือนกับที่อนาจักรเอสเพอร์เรียของเขากำลังเผชิญหน้าอยู่ในตอนนี้
ยูดาสได้แต่ถอนหายใจ ไม่ว่าโลกไหนาก็มีแต่ความน่าเกลียด โลกนี้คือผลผลิตที่มาจากา หากมนุษย์ไม่จ้องจะทำร้ายกันอย่างเดียวละก็ ที่นี่ ในเมืองนี้คงไม่ใช่สถานที่สุดท้ายที่มนุษย์สามารถอาศัยอยู่ได้อย่างปลอดภัย
สามชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็วกับการเรียนรู้ในวันนี้ เขาสามารถนำมันมาใช้ได้ในชีวิตของเขาได้เกือบจะทั้งหมด ทั้งหมดเป็ความรู้ใหม่สำหรับเขาและเป็ข้อมูลสำคัญที่จะทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา
นี่คงมีส่วนมาจากที่โลกนี้นั้นพัฒนาไปไกลกว่าโลกของเขาในหลายๆอย่างก็เป็ได้
ตอนนี้เป็เวลาเที่ยงวันแล้ว ถึงเวลาที่เขาต้องหาอะไรกิน เขาที่กำลังจะลุกจากจุดที่เขานั่ง เขาคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“ลืมไปเลย เราไม่มีเงินสักแดงเดียว...”
ยูดาสรู้สึกเศร้า เขาเรียนมาสามชั่วโมงแล้ว เขา้าสารอาหารไม่อย่างนั้นเขาไม่มีแรงทำอะไรต่อไปแน่ๆ ถึงเขาจะเป็จอมเวทย์ระดับสูง ใช่ว่าเขาไม่จำเป็ต้องกินอะไรเลยเพื่อประทังชีวิต
ถ้ามานาในอากาศกินได้ก็คงจะดี นี่คือความคิดของยูดาส และในขณะที่ท้องของเขากำลังร้องอยู่นั้น เหล่านักเรียนทั้งหลาย้ามาคุยกับเขา แต่ทว่าทุกคนดูเหมือนจะไม่กล้าเข้ามาหาเขา
ยูดาสสังเกตุได้ถึงความผิดปกติ เขามองไปที่ทุกคนที่อยากจะเข้ามาคุยกับเขา แต่ก็ไม่กล้า ในดวงตาของทุกคนนั้นมีความหวาดกลัวอยู่
“หืม แปลก เรายังไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ๆ”
ในขณะที่เขากำลังคิดว่าเขาทำอะไรให้นั้น เขาก็ััได้ว่ามีคนอยู่ด้านหลังเขา เขาหันหลังไป พบว่าตอนนี้หญิงสาวที่เขาััได้ว่าอันตรายนั้นยืนอยู่ข้างหลังเขา มองมาที่เขาและไม่พูดอะไร คิ้วของยูดาสกระตุกเล็กน้อย ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรในตอนนี้ดี
“อ่า เอิ่ม เธอมีอะไรให้ฉันช่วยไหม”
หญิงสาวมองมาที่ยูดาสก่อนที่จะพูดขึ้น
“ตามมา”
ยูดาสเอียงหัวไม่เข้าใจ หญิงสาวนั้นก็เดินตรงไปยังบันไดภายในตึกร้างขึ้นไปข้างบน
“อะไรของยัยนั่น”
ยูดาสได้แต่คิด แต่ก็ลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินตามเธอไป
และตอนก่อนที่เขาจะเดินตามหญิงสาวไป ชายหนุ่มคนหนึ่งก็พูดขึ้นมา
“ยะ ยะ ยูดาส ถ้าเป็ฉัน ฉันจะไม่ตามเธอไปนะ”
“หืม ทำไมอย่างนั้นละ”
“กะ กะ ก็ยัยนั่นมีข่าวลือว่าเป็พวกกลายพันธุ์”
ยูดาสทำท่าคิดอยู่สักครู่หนึ่งก่อนที่จะพยักหน้า
“กลายพันธุ์? กลายพันธุ์แล้วสวยขนาดนี้เลยเรอะ ฉันจำไม่ได้ว่ากลายพันธุ์แล้วจะหน้าตาดีแบบนี้นะ”
ยูดาสพูดเสร็จแล้วก็เดินออกไปจากในห้อง ทำให้ทุกคนที่ได้ยินเขาพูดต่างพากันส่ายหัว
“จบแล้วละ เราไม่มีทางได้เห็นยูดาสอีกแล้ว”
ยูดาสได้ยินที่พวกในห้องพูด แต่เขาก็ไม่สนใจอะไร เขาตามเธอไป เธอนั้นพาเขาไปยังบนดาดฟ้า เขาขึ้นมาข้างบนตามเธอมาไม่ห่างมาก บนดาดฟ้านั้นสามารถมองเห็นออกไปไกล ถึงจะไม่สามารถมองออกไปนอกกำแพงก็ตาม แต่มันก็ยังสามารถมองเห็นได้เกือบทั้วทั้งเมืองอยู่ดี
ยูดาสตามยูริมาถึงยังดาดฟ้าแล้ว เขาก็มองไปที่เธอ และในขณะนั้นเองที่เขา้าจะถามเธอว่าทำไมถึงเรียกเขาขึ้นมาที่นี่ เขาก็ััได้ถึงอันตราย ยูริพุ่งใส่เขา
“โอ๊ะโอ๋...”
ยูดาสแปลกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะถูกสาวสวยหลอกมาแบบนี้ แต่เขาก็ไม่คิดอะไรมาก เขาเคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน เขาสามารถแก้ไขมันได้ไม่ยาก