บทที่ 7 ถูกขายอวัยวะ
“คุณผู้โชคดี อย่าเพิ่งร้องไห้ไปเลยนะคะ เล่าให้ฉันฟังได้ไหมว่าลูกชายคุณหายตัวไปได้ยังไง”
เมื่อได้ยินคำถามของฉินเหยียนจิน [ตามหาอาเฉียง] ก็หยุดร้องไห้และปาดน้ำตาออกจากใบหน้า
เธอสะอึกสะอื้นแล้วเริ่มเล่า “ลูกชายของฉันชื่ออาเฉียง ปีนี้อายุยี่สิบเอ็ดปี เขาเป็เด็กขี้อาย เมื่อสองเดือนที่แล้ว จู่ ๆ ที่โรงเรียนก็โทรมาถามว่าลูกชายฉันไม่ได้ไปเรียนสามวันแล้ว เขาไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”
“พอรู้แบบนั้นฉันก็ใมากเลยรีบไปที่โรงเรียนทันที พอคุยกันแล้วก็พบว่าอาเฉียงหายตัวไป ฉันรีบไปแจ้งตำรวจ พวกเขาช่วยสืบสวนอยู่ไม่กี่วันก็บอกว่าลูกฉันจงใจหนีไปเอง ให้รอดูก่อน แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่กลับมาบ้าน ฉันฝันร้ายทุกคืน ฝันว่าลูกถูกฆ่าตาย ร่างกายของเขามีแต่เื อาจารย์ ฮืออออ ช่วยฉันด้วยนะคะ ฉันมีแค่ลูกชายคนนี้คนเดียวเท่านั้น โปรดช่วยฉันตามหาเขาด้วยนะคะ...”
[ตามหาอาเฉียง] ร้องไห้อย่างหนักจนร่างกายสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง แสดงให้เห็นว่าเธอทุกข์ใจเพียงใด
[หัวอกคนเป็พ่อเป็แม่ น่าสงสารมาก อาจารย์ช่วยคุณแม่ด้วยนะ]
[โรงเรียนไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยเหรอ ก็เขาหายไปจากโรงเรียน]
[อย่าเพิ่งสนใจว่าใครต้องรับผิดชอบเลย ช่วยกันตามหาลูกชายของคุณแม่ก่อนดีกว่า ถึงฉันจะไม่รู้ว่าอาจารย์จะช่วยตามหาคนที่หายไปเจอได้รึเปล่าก็เถอะ
ฉินเหยียนจินถามต่อ “คุณผู้โชคดี คุณ้าให้ฉันตรวจชะตาเล่าเื่ที่ผ่านมาของคุณ เพื่อพิสูจน์ว่าฉันทำนายชะตาให้คุณได้จริงก่อนไหมคะ หรือให้ฉันเริ่มดูตอนนี้เลยว่าจะช่วยคุณตามหาลูกชายได้ยังไง”
[ตามหาอาเฉียง] พูดด้วยความหวัง “ฉันเชื่อในความสามารถของอาจารย์ ตามหาลูกชายฉันได้เลยค่ะ!”
“เอาละ ฉันขอดูรูปลูกชายคุณหน่อยค่ะ”
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”
[ตามหาอาเฉียง] ลุกขึ้นไปที่ห้องนอนของลูกชาย เอารูปของเขาเข้ามาในกล้องแล้วถามขึ้น “แบบนี้ได้ไหมคะ?”
“ดีเลยค่ะ”
ฉินเหยียนจินพยักหน้าและเริ่มต้นการทำนายดวงชะตา
ครู่ต่อมาเมื่อเธอได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับอาเฉียง หญิงสาวก็ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เมื่อเห็นสีหน้าเช่นนั้นของอาจารย์ [ตามหาอาเฉียง] ก็ใจเต้นแรง และถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “อาจารย์ ลูกชายฉันเป็ยังไงบ้างคะ เขาเจออุบัติเหตุอะไรหรือเปล่า...”
ระหว่างที่ถามก็กอดภาพลูกชายเอาไว้ด้วยสีหน้าเ็ป
แม้จะมีคำตอบที่น่าเศร้าคาดเดาไว้ในใจอยู่แล้ว แต่คนเป็แม่ก็พยายามจะฟังมันลงไป และสะกดจิตตัวเองว่าลูกชายจะยังสบายดี
นั่นทำให้เธอยังพยายามจะมีหวัง แม้ว่าจะต้องเ็ปกับการดิ้นรนตามหาตัวเขามาตลอดก็ตาม
“ไม่ต้องกังวลไปนะคะคุณผู้โชคดี เื่ที่เกิดกับเขาไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด แต่ความฝันของคุณอาจเป็จริงได้ ตอนนี้ลูกชายคุณถูกหลอกไปยังสถานที่แห่งหนึ่งและถูกบังคับให้ต้องเจอกับเื่เลวร้าย”
เมื่อได้ยินแบบนั้นกำลังใจของ [ตามหาอาเฉียง] ก็เพิ่มขึ้นทันที
ระหว่างที่เธอกำลังโล่งใจว่าลูกชายยังมีชีวิตอยู่ ความเป็ห่วงกังวลว่าเขาจะเจอเื่ร้าย ๆ ก็แทรกเข้ามาด้วย
หญิงชราคุกเข่าลงที่พื้นด้วยความร้อนรนและร้องคร่ำครวญ “อาจารย์ โปรดช่วยลูกชายฉันด้วยนะคะ ฉันยินดีจ่ายเงินให้อาจารย์สองแสนหยวน ช่วยอาเฉียงด้วยค่ะ...”
ครอบครัวเธอไม่ได้มีเงินทองมากมาย แต่หากต้องขายบ้านเอาเงินมาจ่ายเธอก็ยอมทำทั้งนั้น
บ้านหลังนี้ซื้อด้วยเงินดาวน์ จากนั้นเธอก็ผ่อนจ่ายมาเป็สิบปี น่าจะขายได้เงินราว ๆ สองแสนถึงสองแสนห้า หากจะใช้เงินนั้นมาช่วยตามหาลูกชายเธอก็ยอมทำ
เมื่อได้ยินว่าแม่คนนี้น่าสงสารเพียงใด ชาวเน็ตก็พากันเห็นใจเธอทันที
[อาจารย์ ช่วยคุณแม่คนนี้หน่อยเถอะ เธอน่าสงสารมากเลย]
[ความรักของแม่ยิ่งใหญ่มากจริง ๆ ฉันดูไปก็ร้องไห้ตาม อาจารย์ต้องช่วยเธอนะ]
[มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ เข้าใจนะว่าทุกคนเห็นใจเธอ แต่นี่เป็การกดดันอาจารย์เกินไปไหม อาจารย์บอกว่าอาเฉียงถูกหลอกให้ไปที่อื่น คุณจะขอให้อาจารย์ไปช่วยเขากลับมาหรือไง ต่อให้อาจารย์ช่วยได้จริง ๆ ก็ยังต้องใช้เวลามากกว่าจะไปถึงที่นั่น รับประกันไม่ได้ด้วยว่าระหว่างนี้จะเกิดเื่ร้ายแรงอะไรขึ้นอีก คนที่ไม่ได้ทำอะไรอยู่หลังจอก็พิมพ์อะไรแบบนั้นออกมาง่าย ๆ]
[อาจารย์เป็หมอดู ไม่ใช่เทพเ้า จะต้องอุทิศตนเพื่อคนอื่นอย่างกับพระโพธิสัตว์เลยหรือไง]
[ถึงคุณ [ตามหาอาฉียง] จะน่าสงสารจริง ๆ แต่อาจารย์ก็เป็คนทั่วไป ไม่ใช่เทพเซียน ไปแจ้งตำรวจเถอะ ให้เ้าหน้าที่เขาช่วยเหลือดีกว่า]
ชาวเน็ตต่างแสดงความเห็นมากมายแตกต่างกันออกไป
ฉินเหยียนจินอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผู้ชมบางส่วนกำลังเป็ห่วงความปลอดภัยของเธอ
หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น “ทุกคนไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันมีวิธีช่วยอาเฉียงโดยที่ไม่ต้องไปเสี่ยงอันตรายอยู่ค่ะ”
“ยังไงเหรอคะ?”
“เข้าฝันลูกชายคุณค่ะ”
เข้าฝัน ?
ไม่ได้มีแต่คนตายเท่านั้นเหรอที่ไปเข้าฝันคนอื่นได้ ?
ชาวเน็ตเองก็อึ้งไป [...] เป็ไปได้จริงงั้นเหรอ
คิดว่าพวกเขาโง่มากเลยมาล้อเล่นกันแบบนี้ได้งั้นเหรอ
แต่ [ตามหาอาเฉียง] เวลานี้คล้ายกับคนป่วยระยะสุดท้ายที่เชื่อหมอทุกอย่าง เธอไม่สงสัยในตัวฉินเหยียนจินเลย เรียกได้ว่านี่คือความหวังสุดท้ายที่จะช่วยลูกชายกลับมาเลยก็ว่าได้
เธอปาดน้ำตาแล้วจ้องไปทางกล้อง
“ฉันต้องทำยังไงบ้างคะอาจารย์”
“ไม่ต้องทำอะไรค่ะ แค่มองมาที่กล้อง และหลังจากนี้ถ้าง่วงก็ไปนอนพักได้เลย เมื่อคุณหลับไปแล้วฝันเห็นลูกชาย ให้กำหนดลมหายใจเข้าออก จากนั้นก็บอกว่าเขาตายแล้ว บอกเขาแค่นั้นก็พอ หลังจากนั้นเขาจะติดต่อกลับมาหาคุณในหนึ่งวัน”
วิธีที่ฉินเหยียนจินเลือกใช้คือวิชาของสำนักเช่นกัน เป็การถอดิญญา แสร้งว่าตายเพื่อเข้าฝันคนอื่น
ยิ่งเธอได้ซึมซับปราณิญญามากขึ้น ความเข้าใจและความสามารถในการใช้ศาสตร์ลับแห่ง์ก็ยิ่งลึกซึ้งมากขึ้น และสามารถทำอะไรได้หลากหลายกว่าเดิม
นอกจากนี้ฉินเหยียนจินยังเริ่มเข้าใจขึ้นมาแล้วว่าการหยั่งรู้นั้นยังนับว่าเป็เพียงยอดูเาน้ำแข็งของศาสตร์ลับแห่ง์ เพราะแก่นแท้ของศาสตร์ที่เธอจะต้องฝึกฝนนั้นรวมอยู่ในทุกศาสตร์ของมนุษย์ ทั้งการแพทย์ อักขระอาคม การทำนายดวงชะตาและอื่น ๆ อีกมากมายไร้ที่สิ้นสุด
และเมื่อลำดับขั้นของเธอสูงขึ้น ขอบเขตแห่งการใช้ศาสตร์ลับแห่ง์ก็จะยิ่งลึกซึ้ง พลังที่อาจารย์มีก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตก็นับว่าแก่กล้าไม่น้อย แต่ก็ยังไม่ถึงที่สุด...
ทว่าการที่อาจารย์มีชีวิตถึงหนึ่งร้อยสามสิบปี แต่ยังไปไม่ถึงจุดสูงสุดก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการฝึกศาสตร์ลับนี้มีความท้าทายต่อเธอแค่ไหน
ฉินเหยียนจินเริ่มใช้ศาสตร์ลับแห่ง์และปล่อยให้ปราณิญญาแผ่ออกมาโดยไม่ได้พูดอะไร ที่หน้าจอไลฟ์สดทุกคนเห็นว่าดวงตาของ [ตามหาอาเฉียง] เริ่มปรือปรอยด้วยความง่วงและสติเริ่มขาดหาย
ภาพนั้นทำให้ผู้ชมพากันลุ้นอย่างตึงเครียด แทบไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็นอะไรออกมา ต่างมองดูเหตุการณ์ในจออย่างใจจดใจจ่อ
คนที่เข้ามาในห้องไลฟ์ใหม่ก็คิดว่านี่เป็การสตรีมวิธีสะกดจิตจึงหยุดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
สิบวินาทีต่อมา [ตามหาอาเฉียง] ก็ฟุบหลับไปที่โต๊ะ
ไม่มีใครรู้ว่าเื่ในฝันของเธอเกิดอะไรขึ้นบ้างจึงทำได้เพียงแค่รอให้หญิงชราตื่นมาเล่าให้ฟังเท่านั้น
เธอตื่นจากความฝันเร็วกว่าที่คิด ดูเหมือนเวลาจะผ่านไปเพียงไม่ถึงครึ่งนาทีเท่านั้น เมื่อ [ตามหาอาเฉียง] ตื่นขึ้นมา ร่างกายของเธอก็ดูอ่อนล้า ใบหน้าซีดเซียวยิ่งไปกว่าเดิม
[คุณเป็ยังไงบ้าง เจอลูกชายในฝันไหม]
[เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ดูเหมือนคุณแม่จะไร้เรี่ยวแรงไปหมด ทั้งหมดมันดูจริงเกินไปมากเลย]
[ตอนนี้ฉันแค่อยากรู้ว่าเธอเจอลูกชายไหม แล้วเขาเป็ยังไงบ้าง]
[นี่มันดูเกินจริงมากไปแล้ว ต้องเป็การเขียนบทแน่นอน แต่คุณแม่ท่านนี้แสดงเก่งเป็บ้า เก่งกว่าดาราดัง ๆ บางคนที่บอกว่าตัวเองเป็นักแสดงด้วยซ้ำ]
[เมนต์บนน่ะ เธอคนนี้เป็อาจารย์ที่ทำนายดวงชะตาแม่นอย่างกับตาเห็นจริง ๆ เมื่อวานเราเห็นแล้วว่าอาจารย์เป็ของจริง อย่ามาหาเื่กันดีกว่า]
เมื่อ [ตามหาอาเฉียง] กลับมาแล้วเธอก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
“อาจารย์ ฉันไปเจอลูกชายฉันจริง ๆ ค่ะ เขาถูกใครบางคนกักตัวเอาไว้จริง ๆ ด้วย คนพวกนั้นจะเอาเขาไปขายอวัยวะ ฮืออออ ได้โปรดช่วยลูกชายฉันด้วยค่ะ!”