Part’ s เขมชาติ ผมเดินกลับยังที่รถที่ผมจอดไว้ เครื่องยนต์ก็ถูกสตาร์ทไว้เรียบร้อยแล้วโดยณัฐกานต์ ทันทีที่ผมเปิดประตูก็ได้ยินเสียงเพลงดังสนั่นหวั่นไหว ผมก็ต้องรีบเอื่อมมือเข้าไปกดปิดทันที คนที่นั่งโยกหัวถึงกับเงยหน้ามองผม เพราะว่าผมกำลังขัดจังหวะในการฟังเพลงมันๆ ของเขา
“ปิดทำไมเนี๊ยะ! คนกำลังฟังเพลงเขม” ณัฐกานต์เงยขึ้นถามผมอย่างอารมณ์เสีย
“ก็มันดังมากไปนะครับกานต์และที่นี้มันก็สถานศึกษาเกรงใจคนอื่นบ้างซิกานต์” ผมบอกณํฐกานต์ เขาชักสีหน้าไม่พอใจผมขึ้นมาทันที
ผมเดินเข้าไปนั่งที่นั่งคนขับผมขับรถไปยังบ้านพักของครูซึ่งอยู่คนละโซนกับบ้านพักของนักเรียนแต่ก็ไม่ไกลกันมากขณะที่ผมกำลังขับรถไปทำไมในหัวผมถึงมีใบหน้าหมอนั้นนะหน้าที่กวนๆ ใบหน้าที่บ่งบอกว่าไม่ใช่คนไทยแบบนั้นสีตาออกฟ้ามันดูสวยสะดุดตาผมจนถึงตอนนี้...
“บ้านหลังที่เท่าไหร่เนี๊ยะเขม” ประโยคคำถามที่ทำให้ผมต้องหยุดความคิดนั้นและหันมาตอบณัฐกานต์คนที่นั่งข้างๆ ผมในฐานะแฟน
“หลังที่3 ไงครับ” ผมบอกณัฐกานต์
“นี้เขมขับเลยมาหลังที่หกแล้วนะ” ณัฐกานต์บอกผม
“เอี้ยด!” ผมเหยียบเบรกทันทีและค่อยๆ เลื่อนกระจกลง ผมก็มองไปมีบ้านพักที่มีข้าวของมากมายอยู่ในบ้าน มีรถมอเตอร์ไซด์คันเก่าๆ จอดอยู่และมีหมายเลขบ้านที่ตรงหน้าบ้านว่าหลังที่หกผมหันมามองหน้าคนที่หน้างอหนักเข้าไปอีกนั่งกอดอกมองผม
“ใจลอยไปไหนเนี๊ยะเขม!” ได้ผลมันทำให้คนข้างๆ ผมหัวเสียขึ้นมาทันที
“ทำไม? หรือว่าสาวๆ ที่โรงเรียนใส่ยาเสน่ห์ให้หรือไงเขม” ณัฐกานต์พูด พร้อมเบ้ปากผมส่ายหัวและค่อยถอยหลังเพื่อนหาที่กลับรถผมขับรถย้อนกลับมายังบ้านพักหมายเลขที่3เป็บ้านน๊อกดาวน์หลังคาเพิงหมาแหงนยกพื้นขึ้นสูงและมีที่จอดรถด้านข้างผมว่ามันน่าอยู่มากผมก้าวเท้าออกมามองไปรอบๆ บรรยากาศร่มรื่น เห็นแต่ต้นไม้ไม่มีตึกสูงเหมือนในกรุงเทพฯ
“บ้านอะไรหลังเล็กเนิดเดียวดูซิ และรอบๆ นี้ซิไม่มีอะไรเลย “ณัฐกานต์พูด
“ก็ไม่เล็กนะณัฐกานต์ อยู่สองคนก็ยังได้เลยนะครับ” ผมหันไปพูดกับณัฐกานต์คนที่ยืนเบ้ปาก ทำเอาผมนี่หุบยิ้มแทบไม่ทัน นั้นคือคำตอบว่าเขาไม่้า
“นี้คือบ้านในฝันของเขมเลยนะเขม อยากมีบ้านแบบนี้และอยากมีไร่นาสวนผสมเพิ่มด้วยซ้ำผมหันไปพูดกับณัฐกานต์แต่ว่าณัฐกานต์กลับเบินหน้าหนีทันที
“ไม่เอาอ่ะยังไงถึงตอนนั้นเขมต้องย้ายกลับเข้าไปเป็ครูที่กรุงเทพและหางานที่กรุงเทพทำซื้อบ้านที่กรุงเทพกานต์ไม่อยู่ในที่แบบนี้เด็ดขาดให้ตายยังไงก็ไม่อยู่ เข้าใจไหมเขม” ณัฐกานต์หันมากอดอกและพูดกับผมผมก็ต้องพ่นลมหายใจยาวๆ ออกมา ผมหนักใจ
“แต่..เขมอยากมีบ้านที่ต่างจังหวัดและเขมก็มีที่ของแม่ที่อยู่ต่างจังหวัดเขมเคยคิดว่าจะไปปลูกบ้านที่นั่นด้วยกัน “ผมพูดกับณัฐกานต์
“ก็เลือกเอาถ้าอยากไปอยู่บ้านนั้นก็หาคนอื่นได้เลยกานต์ไม่ไป” ณัฐกานต์ยื่นคำขาดกับผม
“ขึ้นบ้านได้หรือยังร้อนจะตายอยู่แล้วมีแอร์หรือเปล่าก็ไม่รู้ อันที่จริงเป็ติวเตอร์ก็พออยู่ได้ จะท่อสังขารมาทำไมที่นี้ก็ไม่รู้ไกลก็ไกล บร้าๆๆๆ” ณัฐกานต์บ่นผมทันที เดินบ่นไปจนถึงบนบ้านเลย
ไป
ผมเองก็ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับณัฐกานต์ไปมากไปกว่านี้ผมได้แต่คิดว่าทำไม่นี้ผมกับเขาทะเลาะกันบ่อยหนักนะผมหยิบพวกกระเป๋าเสื้อผ้าจากท้ายรถผมไม่ได้ขนอะไรมาเลยเพราะว่าวันหยุดณัฐกานต์จะมารับผมกลับและผม้าจะรู้ว่าผม้าอะไรเพิ่มบ้าง
“แอร์ก็ไม่ค่อยเย็น ไม่ซิไม่เย็นเอาซะเลยจะดีกว่ามีแอร์ก็เหมือนไม่มีแอร์ “ผมเดินขึ้นมาเสียงบ่นของณัฐกานต์
“นี้ห้องครัวเหรอ มีเตาแก๊สเก่าๆ ดูตู้เย็นซิ...สภาพแบบนี้เอาไปร้านขายของเก่าเขายังไม่รับเลยนะเขม” ณัฐกานต์เดินไปรอบๆ ในตัวบ้านพักผมพร้อมตินั้นตินี้ไปทั่วเลย
“ร้อนแบบนี้จะอยู่ยังไงละเขม” ณัฐกานต์หันมาถามผม
“มีพัดลมน่ะครับกานต์ เปิดพัดลมก็ได้น่ะแต่จะว่าไป เขมว่าไม่ร้อนเลยนะ กำลังดี “ผมพูดปลอบใจณัฐกานต์ ก่อนจะวางกระเป๋าลง
“ไม่ร้อนแต่ก็ไม่เย็นพอสำหรับกานต์” ณัฐกานต์พูดผมก็ยืนมองณัฐกานต์ที่ยืนกอดอก ดูท่าอะไรก็ไม่ถูกใจเขาไปซะทุกอย่าง
“ไม่ค้างด้วยหรอกนะ บ้านแบบนี้ กานต์จะกลับกรุงเทพเลย” ณัฐกานต์พูด ผมมองหน้าเขา ผมก็คงคัดค้านเขาไม่ได้ ผมทำได้แค่พยักหน้าตามใจเขาแล้วกัน
“หมับ” ผมเข้าไปกอดณัฐกานต์ เขาก็มองหน้าผม ผมก็ค่อยๆ ใช้มือผมประคองใบหน้าณัฐกานต์อย่างถนอม
“เขมไม่รู้ว่ากานต์เป็อะไรทำไม่นี้เราดูทะเลาะกันบ่อยจัง หงุดหงิดอะไรเขมอ่ะ เขมก็พยายามทำเพื่ออนาคตเราแล้วน่ะกานต์” ผมถามณัฐกานต์ เขาก็หันหน้าหนีผม ผมก็ใช้นิ้วเรียวๆของผมแตะที่ริมฝีปากเรียวสวยนั้นเบาๆ แต่ณัฐกานต์ยังคงหันหน้าหนีผมอีกผมก็เลยผลักให้เขาหันมาหาผมและผมก็บดขยี่ริมฝีปากนั้นณัฐกานต์และณัฐกานต์เปลี่ยนมาเป็โอบรอบคอผมและตอบสนองผมด้วยกันจูบผมกลับมือณัฐกานต์ก็ปลอดกระดุมเสื้อเชิ้ตของผมไปด้วยรวมไปถึงปลดเข็มขัดของผมและตะขอกางเกงสแล็คของผม รูดซิปกางเกงผมลงเช่นกันผมก็รีบดันณัฐกานต์เข้าห้องนอนมีเตียงแต่ยังไม่มีผ้าปูที่นอนแต่ทว่าที่นอนน่ะดูใหม่แกะกล่องเลยทีเดียว
“เอาน่าที่นอนใหม่ ฉลองกันหน่อยนะครับ” ผมบอกคนที่หันไปมองด้วยสีหน้ากังวลแต่นาทีนี้อะไรก็คงหยุดผมสองคนไม่อยู่
“แม้ทำเป็หน้าบึ้งตึงอยากให้จัดให้ก็น่าจะบอกกันดีดี..อืมม” ผมพูดและไซ้ซอกคอณัฐกานต์ณัฐกานต์ก็ปลดกระดุมเสื้อผ้าตัวเองอย่างรีบร้อนและผมก็ช่วยถอดกางเกงเข้ารูปและโยนมันออกไปไม่นานร่างกายของผมสองคนก็ไม่มีอะไรมาปิดบังผมสองคนก็กระโจนขึ้นไปบนเตียงและถาโถมใส่กันเห็นว่าเขมชาติดูนิ่งๆ แต่เื่บนเตียงผมไม่เป็รองใคร
“อ๊าห์” เสียงของผมและณัฐกานต์
“อืมมม..เขม..ซี้ด “
“อ๊าห์” และเสียงที่ลากยาวบ่งบอกว่าสำเร็จถึงสวรรดิ์ชั้นเจ็ดไปพร้อมๆ กันผมถึงกับหอบเหนื่อย มองคนที่นอนราบบนที่นอน ดูท่าจะดีขึ้นแล้วมั้ง
“จ๊วบ” ผมจูบณัฐกานต์
“เขมรู่ไหมว่าสิ่งที่ทำให้ณัฐกานต์ไม่อยากเลิกกับเขมก็เพราะ...” ณัฐกานต์ค่อยๆ ดันตัวเองขึ้น
“เื่บนเตียงไง “ณัฐกานต์พูดและผมก็ลุกขึ้นผมสองคนเหงื่อท้วมตัวกันทั้งคู่
“ไปอาบน้ำก่อนไหมและตกลงจะกลับเลยเหรอกานต์” ผมพูดและหันไปหยิบเอาผ้าเช็ดตัวในกระเป๋าออกมาผมเอามาหลายผืนกะว่าเผื่อณัฐกานต์จะค้างกับผมด้วย
“ไม่ละ เออ ...คืนนี้วันเกิดอีแม็กซี่มันอ่ะ
“ณัฐกานต์พูดเสียงอ่อยๆ ผมหันมามองหน้าเขา ที่แท้เหตุผลหลักๆ คือจะกลับไปปาร์ตี้นี้เองเลยทำให้ทุกอย่างมันดูขัดหูขัดตาจนไม่อยากอยู่
“ก็วันเกิด ยังไงมันก็เพื่อนซี่ของกานต์นะเขม” ณัฐกานต์พูดและลุกขึ้นหยิบผ้าขนหนูที่ผมเอาออกมาวางไว้พันตัว
“จะดื่มกันหนักอีกไหมเพราะว่าเมื่อคืนกานต์ก็ดื่มเยอะแล้วนะ” ผมพูดเพราะว่าผมเป็ห่วงเขา กลัวเขาเมาแล้วยังขับรถกลับอีก
“เขมไม่อยากให้กานต์ขับรถในขณะที่เมาแล้วขับเขมเป็ห่วง” ผมหันมาบอกณัฐกานต์
"ให้เพื่อนไปส่งไงเขม เพื่อนกานต์มันไม่กล้าดื่มเยอะหรอกถ้ารู้ว่าต้องขับรถนะแต่กานต์ขอนะเพราะเพื่อนรักวันเกิดทั้งที่ และพรุ่งนี้วันหยุดด้วย นะเขม “ณัฐกานต์พูดและเดินเข้ามาหาผมเพื่อออดอ้อน
“นะเขมนะ อย่างอนซิ “ณัฐกานต์อ้อนผม ผมก็พยักหน้าไปแบบนั้นเพราะยังไงคนอย่างนัฐกานต์ก็หามยากอยู่แล้ว
“อย่าหนักมากนะเพราะถ้าหนักมากวันจันทร์ได้ไปทำงานสายหรืออาจจะไม่ได้ไปเลยและเขมไม่อยู่คงไม่มีคนช่วยปลุกให้กานต์ตื่น “ผมบอกณัฐกานต์ ณัฐกานต์กอดผมไว้
“โทรปลุกซิ” ณัฐกานต์พูด ผมพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นเราอาบน้ำพร้อมกันและกานต์จะกลับเลยนะเดี๋ยวถึงเย็นมาก” ณัฐกานต์พูด ณัฐกานต์เดินเข้าไปในห้องน้ำก่อน
ผมก็หันไปหยิบกระเป๋าที่ใส่พวกของใช้ในห้องน้ำออกมา
“อี้!!!!”เสียงณัฐกานต์ร้องพร้อมกับวิ่งออกมาและทำหน้าตาเหมือนเจอของขยะแขยงยังไงก็ไม่รู้ ผมหันไปมองเขา
“มีอะไรเหรอกานต์”ผมถามเขาทันที หรือว่าเจองู ผมคิดในใจ
“ดูห้องน้ำซิ อาบไม่ลงอ่ะ “ผมก็ลุกขึ้นมองหน้าณัฐกานต์ผมเดินเข้าไปในห้องน้ำสิ่งที่ผมเห็นคือฝักบัวเหมือนห้องน้ำปกติทั่วไปแต่มันอาจจะดูไม่ดีเท่ากับคอนโดมิเนียมของผมก็ห้องน้ำแบบบ้านๆ แต่ผมคิดว่ามันโอเคนะ ปูพื้นกระเบื้อง
“นี่ก็ห้องน้ำปกติ มีฝักบัวอาบน้ำปกติ นิกานต์ “ผมหันไปถามณัฐกานต์ที่ยืนขนลุกซู่
“ทำไมไม่มีตู้อาบน้ำ อะไรพวกนี้ ดูพื้นซิ ขยะแขยงเท้า” ณัฐกานต์พูดและยืนเขย่งเท้าไม่กล้ายืนแบบเต็มเท้า
“ไม่อาบอ่ะ เอากระดาษเปียกมาเช็ดเอา อาบไม่ไหวอ่ะน้ำอุ่นก็ไม่มีและน้ำนี้มาจากไหนก็ไม่รู้ ไม่มีกลิ่นคลอรีนเลย” ณัฐกานต์พูด
“ก็คงเป็น้ำ อบตนะ น่าจะมาจากแท่งเก็บน้ำที่เพราะว่าที่นี้การประปาอาจจะยังเข้าไม่ถึงแต่เขาก็ใช้กันได้นะกานต์” ผมพูดและลองเปิดน้ำดู มันก็ใใสสะอาดดีนะแต่ถ้าจะเอาไปต้มนี้คงต้องไปซื้อน้ำแบบถังมาแทน
“ไม่เอาอ่ะ “ณัฐกานต์พูดและเดินออกไปหยิบห่อกระดาษทิชชูเปียกมาและเช็ดทำความสะอาดส่วนที่เลอะเทอะจากการร่วมรักของผมสองคนและณัฐกานต์ก็ออกไปเหลือไว้แค่ผมที่เปิดอาบน้ำชำระร่างกายปกติเพราะว่าผมไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้วผมออกมาก็เห็นณัฐกานต์แต่งตัวพร้อมแล้ว ฉีดน้ำหอมซะหึงไปหมดทั้งห้องผมเลยผมคิดในใจนี้ฉีดหรืออาบกันแน่เนี๊ยะ
“ตกลงจะให้มารับวันศุกร์หรือวันเสาร์กันแน่เพราะถ้ามา ก็คือมาแล้วกลับเลยนะ ไม่ค้างเด็ดขาด” ณัฐกานต์พูด
“วันศุกร์ตอนเย็นก็ได้ครับ เราจะได้ไปทานอาหารที่บ้านกันกานต์ไม่ได้ไปที่บ้านเขมนานแล้วนะ แม่บ่นถึงแล้วน่ะ” ผมพูด ปกติผมก็พักอยู่ที่คอนโดกับณัฐกานต์เขาแต่ก็พยายามไปหาแม่บ่อยๆ
“ก็ไปครั้งล่าสุด เกือบจะได้ตบปากชะนีพี่สะใภ้ของเขมไงจำได้ไหมล่ะ ถ้าไปรอบนี้คงได้ตบจริงบ้างแหละ “ณัฐกานต์พูดผมก็เกาหัวแกร๊กๆ เลยและหันไปแต่งตัวแบบสบายๆ สวมกางเกงวอมที่ไม่หนาและเสื้อยืดเข้ารูป
“แล้วอาทิตย์นี้มีอะไรพิเศษไหมล่ะ” ณัฐกานต์คงเห็นสีหน้าผมที่รู้สึกไม่ดีเลยถามผมเสียงอ่อนลง
“จะไปทำบุญครบรอบวันเสียชีวิตให้พ่อเขมนะพี่ต้นคงจะมาแต่พี่ปิ่นจะมาหรือเปล่าเขมไม่รู้” ผมบอกณัฐกานต์ คู่นี้เขาไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ส่วนผมน่ะพี่ปิ่น เขาตั้งท่ารังเกียจผมทันทีที่รู้ว่าผมมีแฟนเป็ผู้ชาย ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ว่าถึงยังไงเธอก็เป็แม่ของหลานชายผม
“เอาไว้คุยกันอีกทีนะ เพราะว่า ถ้ายายพี่สะใภ้ของเขมมากานต์ก็ไม่ไปเพราะว่าไม่อยากตบชะนีนั้นต่อหน้าแม่เขมเหมือนกันเห็นกานต์แบบนี้ก็รู้นะว่าควรหรือไม่ควรทำ” ณัฐกานต์หันมามองหน้าผม
“แต่...กานต์ไม่มีความอดทนพอที่จะฟังคำจิกกัดจากชะนีสถุนนั้นไม่น่าเชื่อว่าพี่ต้นเอาชะนีแบบทำเมียและแม่ของลูกได้ยังไง พี่ต้นกับชะนีนั้นน่ะ ต่างกันริบรับ ราวฟ้ากับเหว!“ณัฐกานต์พูด
“ปากก็ขยะแขยงเกย์ ตุ๊ด เขมทนได้ยังไงว่าเขมและกานต์เสียๆ หายๆ แบบนั้นเหมือน.พวกโรคจิต” ณัฐกานต์พูด
“เอาละ กานต์กลับแล้วน่ะ อยู่ดีดีละจะเอาอะไรเพิ่มก็บอกนะ โทรไปบอกล่วงหน้าล่ะ “ณัฐกานต์พูดและเดินเข้ามาหาผมเขาโอบรอบคอผมไว้ผมก็จูบณัฐกานต์
“กานต์ก็รักเขมนะ แต่กานต์ก็อายเพื่อนอ่ะดูซิมาเป็ครูบ้านๆ ถ้ารักกานต์รีบหาโรงเรียนใหม่ที่ใหญ่และดีกว่านี้นะเขมกานต์ขอร้อง” ณัฐกานต์หันมาบอกผม
“อืมม” ผมก็พยักหน้าไปแบบนั้นแหละณัฐกานต์หยิบกระเป๋าหลุยส์ใบนี้เขาซื้อมาเมื่อเดือนที่แล้วราคาก็เกือบแสนได้ถึงแม้จะเป็เงินเดือนของเขาก็ตามแต่มันก็น่าเสียดายแต่ผมก็พูดอะไรไม่ได้อยู่แล้วผมสองคนเดินลงมาที่รถผมจอดไว้
“คราวหน้าเขมก็เอารถมาใช้เลยแล้วกันเพราะว่ารถใหม่ป้ายแดงของกานต์จะได้วันเสาร์นี้แล้ว “ณัฐกานต์พูดบอกผม ผมพยักหน้าอีนนี้ก็อีกแต่รถนี้แม่ของณัฐกานต์ซื้อให้เพราะว่าลูกได้งานธนาคารเป็หน้าเป็ตาให้แก่ครอบครัวทั้งที่ครอบครัวณัฐกานต์เขามีรีสอร์ตผมลืมบอกไปว่าณัฐกานต์เป็หนุ่มใต้ มีพี่สาวทั้งหมด
ณัฐกานต์เขาเป็ลูกชายคนเล็กคนเดียวทางบ้านนะสีผิวคล้ำกันหมดแต่ณัฐกานต์เป็คนผิวขาวอยู่คนเดียวที่จริงก็ไม่ได้ขาวมากนะแต่ก็ขาวที่สุดในบรรดาพี่ๆ ทั้งหมดห้าคนณัฐกานต์ค่อนข้างดูแลตัวเองอย่างหนัก กินและฉีดพวกกรูต้าไธโอนและไหนจะฉีดวิตามินซีเข้ากระแสเืเพราะอยากให้ผิวขาวใสครอสหน้าใส่ตัวไหนออกมาเขามีหมดแถมบางทีก็ไปฉีดฟิลเลอร์และนี้เพิ่งจะไปร้อยเข็มมาอีกผมไม่เข้าใจว่าเขายังไม่สามสิบเลยนะ ผมกับณัฐกานต์เพิ่งจะยี่สิบสามย่างยี่สิบสี่กันเท่านั้นเอง
“ขับรถดีดีนะกานต์ อันที่จริงน่าจะพักก่อนหรือไม่ก็นอนสักชั่วโมงไหม “ผมถามณัฐกานต์เขาก็ส่ายหัวว่าไม่ ณัฐกานต์กำลังจะเปิดประตูรถฝั่งคนขับ ผมก็เดินออกมายืนมองณัฐกานต์ด้วยความเป็ห่วงถึงแม้ว่าเขาจะนั่งมาแต่ผมขับมาตลอดทางก็ตามแต่ก็ไม่ได้นอนคือนั่งบ่นผมมาตลอดทางเหนื่อยว่างั้น
“ปึก!” เสียงเหมือนมีบางสิ่งกระเด็นมาและดังมากผมหันหลังกลับไปมองณัฐกานต์และวิ่งเข้าไปดูณัฐกานต์ที่ยืนค้างด้วยอาการใอย่างมากที่สุดสิ่งที่ผมเห็นมันคือลูกฟุตบอลแต่ว่ามันมาจากไหนกันเพราะสนามฟุตบอลมันก็ค่อนข้างไกลอยู่นะณัฐกานต์นิ่งเงียบยังไม่พูดอะไรคงช๊อกที่ลูกฟุตบอลนั้นได้เฉียดผ่านใบหน้าของเขาไปแค่เส้นยาแดงผ่าแปดไม่อย่างนั้นก็คงโดนเข้าที่จมูกคมสันนั้นแน่ๆ และเขมก็คงงานเข้าต้องพาไปทำใหม่จากที่พึ่งไปทำมารอบที่สาม เงินเก็บก็หายไปกับทำจมูกอีกแน่ๆ ทั้งที่ผมตั้งใจจะแต่งงานกันสักปีหน้า
“กานต์” ผมจับไหล่เขา ณัฐกานต์กลืนน้ำลายลงคอ
“เห็นไหมว่ามันผ่านจมูกกานต์ไปนิดเดียวนี้ถ้ามันโดนขึ้นมากานต์ต้องไปทำจมูกใหม่!” ณัฐกานต์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่โมโหสุดๆ เขาหวงจมูกของเขามาก
“ไม่เอานะ มันไม่โดน ยังดีอยู่ “ผมพูดปลอบโยน
“อะแฮ้ม....” เสียงคนกระแอมดังมาใกล้ๆ ผมหันไปมองคนนั้นก็คือนายตัวแสบตาสีฟ้าอีกแล้ว ที่วิ่งมาหยุดมองผมสองคนตอนนี้คนนั้นเปลี่ยนเป็ส วมชุดนักกีฬาคงเป็นักกีฬาของโรงเรียนซินะแต่นี้มันก็พึ่งจะบ่ายสามโมงเองแต่ผมคิดว่าวันศุกร์โรงเรียนน่าจะเลิกเร็ว
“ขอผมเข้าไปเก็บลูกฟุตบอลได้ไหมครับ ผมรับรองจะรีบไปและปล่อยให้คุณสองคนพลอดรักกันต่อ” นายคนนั้นพูด
“และสาบานได้จะไม่ถายคลิปไปโพสต์ในเว็บว่าแอบมีเซ็กซ์กันที่บ้านพักครูแน่ๆ” ผมก็หันไปมองและณัฐกานต์หันขวับไปมองด้วยความโกรธเพราะว่าจมูกนี้เขาหวงมากห้ามแตะต้องแต่ผมนี่ยืนเอามือเท้าซะเอวเพราะว่าเด็กนี้ช่างแก่แดดเหลือเกิน
“นิ! ไอ้เด็กบ้า!แกเตะฟุตบอลมาไกลจากไหนแม่งก็ไม่รู้แต่ที่ฉันรู้นะมันก็เกือบจะโดนเข้าที่หน้าฉัน คำขอโทษน่ะมีบ้างไหม” ณัฐกานต์พูดและเขาก็พยายามสะบัดแขนผมที่จับต้นแขนเขาไว้ให้หลุด
“แกรู้ไหมว่าจมูกฉันทำมาทำมาเท่าไหร่อายุขนาดนี้ไม่มีปัญญามาทำให้ฉันไหมหรอก “ณัฐกานต์พูดเด็กหนุ่มก็ยืนทำเป็หูทวนลมและยังผิวปากอีกต่างหาก
“จะบอกว่าถ้าโดนลูกบอลเข้าไปดั้งแหนบเลยว่างั้นเกิดมาไม่มีดั้ง น่าเห็นใจน่ะ “เด็กคนนั้นพูด
“มีแต่มันไม่สูง” ณัฐกานต์พูด
“เหมือนผมใช่ไหมครับคุณ” เด็กคนนั้นโชว์จมูกโด่งๆ ของเขา ผมคิดในใจก็แน่ล่ะ นายมันลูกครึ่งละมั้ง
“แต่อันนี้นะมันแหลมไปนะ ยังกะแม่มด ไปทำใหม่เถอะ “ดูปากนายนั้นผมหันไปกอดอกมองนี้จะเติมเชื้อให้ณัฐกานต์ทำไม
“ไอ้...” ผมก็รีบห้ามณัฐกานต์โดยการรวบเอวเข้าไว้ณัฐกานต์ห้ามเขาเอาไว้ก่อน ตอนนี้ณัฐกานต์หันไปชี้หน้าและจะเข้าไปใส่นายคนนั้นและนายนั้นก็หาได้เกรงกลัวอะไรไหม
“เข้าไปเอาลูกบอลนายซะ “ผมบอกเชิงออกคำสั่งบอกเด็กหนุ่มคนนั้นเขาก็มองหน้าผมและเดินผ่านณัฐกานต์ไปผมก็กอดรัดตัวณัฐกานต์เอาไว้เพราะผมรู้ดีว่าณัฐกานต์ค่อนข้างไวอาจจะได้มีเื่กันแน่ๆ
“กานต์…อย่า!” ผมกัดฟันร้องห้าม
“มีมารยาทไหม มึงไม่คิดจะขอโทษสักคำหรือไง ไอ้เด็กนรก...ไอ้..ไอ้..” ณํฐกานต์ยังไม่ยอมหยุด
“กานต์!” ผมก็ขึ้นเสียง
“มีนะมายาทนะ ตอนแรกก็ว่าจะพูดแต่พอเห็นแบบนี้ไม่เอาดีกว่า มันมีค่ามากเกินไปที่จะพูดกับหมาบ้าแบบ...คุณ” เด็กนั้นลอยหน้าลอยตาพูด
“ไอ้เชี้ย) )) ” ณัฐกานต์ผมก็ยิ่งกอดรัดเขาห้ามเขาและเด็กคนนั้กน็หันมาหยักไหลและเดินไปอย่างไม่ไยดีกับสิ่งที่เขาได้ทิ้งเอาไว้ณัฐกานต์โหโมจนสั่นเลยก็ว่าได้
“เป็ไง นักเรียนกับโรงเรียนบ้านนอกมันก็พอกันเลย ถ้าเขมไม่ย้ายภายในปีนี้เราเลิกกัน” ณัฐกานต์พูดและเข้าไปในรถอย่าไวและถอยรถแบบไม่สนใจว่าจะชนอะไรด้วยซ้ำแต่โชคดีที่ไม่มีอะไรไปวางไว้ผมยืนมองจนณัฐกานต์ขับออกไปแบบฝุ่นตลบอบอวลไปหมด ผมนั่งจัดห้องและจัดที่สำหรับห้องครัวผมว่าจะเอาไมโครเวฟมาด้วยอาทิตย์หน้าและคงหม้อหุงข้าวตู้เย็นทีนี้มีแล้วแม้จะไม่ใหม่ก็ตามขัดล้างซะหน่อยก็สะอาดดีหม้อกระทะก็มีและดูแล้วน่าจะเพิ่งเปลี่ยนใหม่ไม่นานและไม่ค่อยได้ใช้ซะด้วยซ้ำ จานชามก็มีแต่ถึงยังไงผมก็ต้องพึ่งอาหารที่ห้องอาหารไปก่อน
TBC....