บทที่ 2 การรุมตีแบบคู่ผสมชายหญิง
หลิวปังเพิ่งค้นพบเป็ครั้งแรกว่า หลิวอิ๋งที่เคยอ่อนแอและเมตตา กลับมีด้านที่ดื้อรั้นไม่เกรงกลัวใครเช่นนี้ด้วย
เ้าเด็กนี่เหมือนข้าจริง ๆ!
"แคกๆ! รัชทายาทมีความเสี่ยง แล้วฮ่องเต้ไม่มีความเสี่ยงหรือ? ในตอนนั้นแม้แต่จิ๋นซีฮ่องเต้ยังถูกหลิวโหวลอบสังหาร"
หลิวปังขมวดคิ้วมุ่น เขาจะเกลี้ยกล่อมหลิวอิ๋งไปเพื่ออะไร? หากอีกฝ่ายไม่เป็รัชทายาท มิใช่ว่าตรงตามความ้าของเขาหรอกหรือ?
"เสด็จพ่อ ตำแหน่งที่อันตรายเช่นนี้ ยกให้หรูอี้บุตรชายสุดที่รักของท่านเถิด ถึงตอนนั้น แค่แต่งตั้งข้าเป็จูโหวอ๋องก็พอ!"
"ดินแดนเยี่ยนและจ้าวไม่ต้องพูดถึง แคว้นอู๋และเยว่ดูท่าจะดีไม่น้อย ทัศนียภาพสวยงามและมีสาวงามมากมาย!"
คำพูดนี้ของหลิวอิ๋ง ทำให้หลิวปังรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แคว้นอู๋และแคว้นเยว่คือดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ เ้าเด็กนี่ช่างรู้จักหาความสุขเสียจริง!
"อิ๋ง ตำแหน่งรัชทายาทนี้ เ้าไม่อยากนั่งจริง ๆ หรือ?" หลิวปังแสดงสีหน้าเคร่งขรึม ไม่เหมือนกับตาแก่เ้าชู้ที่พอเมาในงานเลี้ยงแล้วจะลุกขึ้นมาเต้นระบำเลยสักนิด
"บอกแล้วอย่างไรเล่า? รัชทายาทแห่งต้าฮั่น ต่อให้เป็สุนัขก็ไม่ยอมเป็!" หลิวอิ๋งโบกมือ พลางหันไปถามหลวี่จื้อผู้เป็มารดาว่า เย็นนี้จะกินอะไร
ต้าฮั่นนั้นดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือมีของกินน้อยเกินไป อย่าว่าแต่เกลือบริสุทธิ์เลย แม้แต่น้ำมันพืชก็ยังไม่มี อาหารที่เน้นการต้มเป็หลัก กินไม่กี่ครั้งก็ทำให้เบื่อได้
นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลิวปังถึงชอบกินของย่าง
น่าเสียดายที่ในยามที่ใต้หล้าเพิ่งสงบและทุกอย่างต้องเริ่มฟื้นฟู จะจัดงานเลี้ยงทุกวันไม่ได้ แม้หลิวอิ๋งจะมีฐานะเป็รัชทายาท แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกมื้อจะได้กินเนื้อย่าง
"เ้าไม่อยากเป็ แต่ข้าจะบังคับให้เ้าเป็!" หลิวปังโมโหจนหน้าดำหน้าแดง เดิมทีตาแก่เ้าชู้ตั้งใจจะให้กลุ่มผู้มีอำนาจของตระกูลหลวี่ และกลุ่มขุนนางใหม่ที่สนับสนุนจ้าวอ๋องหลิวหรูอี้ต่อสู้กันเอง
หากทั้งสองฝ่ายาเ็สาหัสทั้งคู่ สุดท้ายผู้ที่ได้ประโยชน์จะเป็ราชสำนักต้าฮั่น ซึ่งจะสะดวกต่อการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง
ใครจะรู้ว่าหลิวปังอุตส่าห์ทุ่มเทความคิด จัดเวทีให้ทั้งสองฝ่ายพร้อมสรรพ แต่หลิวอิ๋งกลับสละสิทธิ์ดื้อ ๆ ข้าไม่เล่นกับพวกเ้าแล้ว!
"รัช... รัชทายาทช่างล้ำลึก!" โจวชางแอบยกนิ้วหัวแม่มือให้หลิวอิ๋งอย่างลับ ๆ กลยุทธ์การถอยเพื่อรุกนี้ ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!
เดิมทีโจวชางพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่สามารถทำให้หลิวปังละทิ้งความคิดที่จะเปลี่ยนตัวรัชทายาทได้ ใครจะคิดว่าเมื่อหลิวอิ๋งขอลาออกเอง หลิวปังกลับไม่ยอมรับ
ฮองเฮาหลวี่สังเกตเห็นท่าทางเล็ก ๆ ของโจวชาง ใบหน้าเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม บุตรชายที่เคยอ่อนแอของนาง ในที่สุดก็เติบโตขึ้น และรู้จักใช้ไหวพริบเล็ก ๆ น้อย ๆ เสียแล้ว
ส่วนตัวหลิวอิ๋งนั้นค่อนข้างมึนงง เขาไม่เข้าใจว่าโจวชางยกนิ้วหัวแม่มือให้เขาทำไม
"เสด็จพ่อ คำพูดของโอรส์ศักดิ์สิทธิ์ดั่งขุนเขา จะคืนคำได้อย่างไร? เมื่อครู่ท่านเพิ่งจะย้ำชัด ๆ ว่าจะถอดถอนข้าจากตำแหน่งรัชทายาท"
"ท่านรีบประกาศให้ใต้หล้ารู้เถิด ข้ายังรีบไปหาหญิงงามที่แคว้นอู๋แคว้นเยว่! ไม่แน่ อาจจะเจอคนรู้ใจที่งดงามราวกับไซซีหรืออวี๋จีก็ได้!"
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลิวอิ๋งก็แสดงสีหน้าเ้าเล่ห์ ซึ่งเหมือนกับหลิวปังในตอนที่แอบไปลวนลามแม่ม่ายเฉาในโรงเตี๊ยมไม่มีผิด
หลิวปังมองดูลูกชาย ท่าทางแบบนี้เห็นชัดว่าไม่ได้เสแสร้ง ตอนที่เขาแอบมองอวี๋จีในงานเลี้ยงหงเหมิน เขาก็มีท่าทางหยาบโลนแบบนี้แหละ
"เ้าก็รู้ว่าข้าคือโอรส์ ดังนั้นถ้าข้าให้เ้าเป็รัชทายาท เ้าก็ต้องเป็! คำพูดของโอรส์ศักดิ์สิทธิ์ดั่งขุนเขา และยังเป็ประมุขของใต้หล้า เ้าเด็กนี่ต้องฟังคำสั่งข้า!"
ท่าทางไม่เกรงใจใครของหลิวปังนั้น ฮองเฮาหลวี่รู้จักดีที่สุด ส่วนโจวชางนั้นอยู่ในอารมณ์เหมือนดูละคร อยากรู้ว่าระหว่างเ้าชู้รุ่นใหญ่กับรุ่นเล็ก ใครจะดื้อดึงได้มากกว่ากัน
"ได้เลย เช่นนั้นอีกสักครู่ข้าจะบอกเหล่าขุนนางว่า เสด็จพ่อเป็คนไม่รักษาคำพูด!"
เพียะ! หลิวปังฟาดฝ่ามือลงบนหน้าผากของหลิวอิ๋งอย่างจัง
"เ้าลูกหมา กล้าแข็งข้อรึ! ไม่อยากเป็รัชทายาทก็ช่าง ไม่ไปเรียนที่หอเทียนลู่ก็ช่าง แต่กล้าพูดให้ร้ายพ่อตัวเองรึ!"
หลิวอิ๋งถึงกับมึนงง เสด็จพ่อราคาถูกคนนี้อย่างไรก็เป็ตาแก่เ้าชู้ที่เคยผ่านสมรภูมิมา แรงมือจึงไม่น้อยเลย
"เสด็จพ่อ! ท่านเถียงข้าไม่ได้ ก็จะใช้กำลัง!"
"เสด็จแม่! ท่านรีบห้ามเขาเร็วเข้า!"
"ท่านอาจารย์โจว หากท่านยังหัวเราะอีก ถือว่าดูิ่ราชวงศ์ให้ขายหน้า ในฐานะขุนนางถือว่ามีความผิดเพิ่มขึ้นอีกขั้น!"
โจวชางแอบด่าในใจ ทำไมเขาถึงอดหัวเราะไม่ได้นะ?
ในสถานการณ์คับขัน โจวชางถึงกับหายติดอ่างไปได้มาก เขารีบเข้าไปขวางหลิวปังไว้ "ฝ่าา มีอะไรค่อย ๆ พูด อย่าใช้กำลังเลยพ่ะย่ะค่ะ"
"เ้าเด็กเวรนี่! ถ้าไม่โดนตีสักสามวันคงคิดจะรื้อหลังคาบ้าน! วันนี้ข้าจะค้างที่ตำหนักเจียวฝาง เรามาคุยเื่เ้าลูกเต่าตัวน้อยนี่กัน!"
ฮองเฮาหลวี่รู้สึกมึนงงเล็กน้อย ั้แ่นางกลับจากเมืองเผิงเฉิงมาอยู่ข้างกายหลิวปัง ฮ่องเต้แห่งต้าฮั่นเพิ่งจะมาค้างที่ตำหนักของนางเป็ครั้งแรก ฮองเฮาหลวี่ผู้มีบุคลิกเ็าพยักหน้า โดยไม่ได้พูดอะไรมาก
"ข้าเป็ลูกเต่าตัวน้อย เช่นนั้นเสด็จพ่อก็เป็เต่าแก่? แล้วท่านก็คงจะเป็..."
ยังไม่ทันที่หลิวอิ๋งจะพูดจบ หลิวปังก็ถกแขนเสื้อขึ้นและหยิบรองเท้ามาถือไว้ ครั้งล่าสุดที่โอรส์แห่งต้าฮั่นพิโรธเช่นนี้ คือตอนที่เกิดวงล้อมป๋ายเติง และถูกฉานอวี๋ม่อตุ้น*[1]บีบให้ขึ้นไปอยู่บนที่สูง
"ฮองเฮา! ช่วยข้าจับเ้าเด็กนี่ไว้!"
ฮองเฮาหลวี่ก็รู้สึกว่าบุตรชายเริ่มจะเกินไปแล้ว หากยอมรับว่าตนเองเป็ลูกเต่าตัวน้อย เช่นนั้นนางมิกลายเป็แม่เต่าหรอกหรือ?
หลิวอิ๋งไม่ได้คาดคิดเลยว่า คำพูดที่ไม่ได้ตั้งใจเพียงประโยคเดียว จะทำให้เขาล่วงเกินทั้งฮ่องเต้และฮองเฮาแห่งต้าฮั่น
หลวี่จื้อในวัยเยาว์ต้องรับภาระงานเกษตรทั้งหมดในบ้าน แรงมือจึงไม่น้อยเลย ด้วยอายุของหลิวอิ๋งในตอนนี้ ย่อมไม่มีทางดิ้นหลุดได้
ส่วนหลิวปังก็หยิบรองเท้าขึ้นมา แล้วฟาดลงบนก้นของหลิวอิ๋งอย่างหนักหน่วง
"นี่แน่ะ! อยากไม่เป็รัชทายาทใช่ไหม!"
"นี่แน่ะ! อยากไม่ไปเรียนที่หอเทียนลู่ใช่ไหม!"
"นี่แน่ะ! อยากไปหาหญิงงามที่แคว้นอู๋แคว้นเยว่ใช่ไหม!"
"นี่แน่ะ! กล้าด่าข้าว่าเป็เต่ารึ!"
โจวชางถึงกับอึ้ง แม้แต่ตอนเผชิญหน้ากับเซี่ยงอวี่ที่เมืองเผิงเฉิง ฝ่าาก็ยังไม่พิโรธขนาดนี้
ใครจะรู้ว่าขณะที่รัชทายาทโดนตี ปากก็ยังไม่ว่าง "แล้วทำไมเสด็จพ่อถึงไปจีบแม่ม่ายเฉาที่โรงเตี๊ยมเล่า? แถมยังแอบลวนลามนางกำนัลลับหลังเสด็จแม่ด้วย!"
"เสด็จพ่ออ่านหนังสือไม่ออกแม้แต่ตัวเดียว แม้แต่ชื่อก็ยังต้องให้หลิวโหวสอนเขียน!"
"ท่านยังแอบหัวเราะเยาะท่านอาจารย์โจวที่พูดติดอ่าง บอกว่าเขาพูดเหมือนเป็ด!"
โจวชางเงยหน้ามองหลิวปัง ซึ่งฝ่ายหลังรีบอธิบายทันทีว่า "อย่าไปฟังเ้าเด็กนี่พูดจาเหลวไหล! ฮองเฮา มาช่วยข้าตีมันเร็ว!"
่นี้ฮองเฮาหลวี่เองก็จนปัญญาจะจัดการบุตรชาย แต่น่าเสียดายที่หลิวอิ๋งเป็แก้วตาดวงใจของนาง จึงไม่ได้ใช้คำพูดที่รุนแรงนัก
วันนี้ถือโอกาสให้หลิวปังเป็คนเลว นางจึงมีโอกาสสั่งสอนบุตรชาย
"พรุ่งนี้ต้องไปเรียนที่หอเทียนลู่!"
"วันหลังลดการลวนลามนางกำนัลลงเสียบ้าง อย่าเอาเื่ที่เ้าทำมาโยนใส่หัวข้า!"
"ข้าไปหัวเราะเยาะโจวชางตอนไหน? ก็แค่เคยพูดกับพระสนมชีและคนอื่น ๆ ไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง!"
หลังจากผ่านการรุมตีแบบคู่ผสมชายหญิง หลิวปังกลับรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก ราวกับตอนที่เอาชนะเซี่ยงอวี่ได้ในครั้งนั้น
เมื่อหันไปมองหลวี่จื้อ สองสามีภรรยายังคงประสานงานกันได้อย่างคล่องแคล่ว
ภรรยานี่ ภรรยาคนแรกดีที่สุดจริง ๆ!
แม้หลวี่จื้อจะไม่อยู่ในวัยสาวสะพรั่ง แต่ก็ยังคงเป็สาวงาม ตาแก่เ้าชู้ที่ไม่ได้ค้างคืนด้วยมานาน ถึงกับรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมา "แคกๆ! ฮองเฮา เรากลับตำหนักเจียวฝางกันเถิด?"
"อืม"
เมื่อเผชิญหน้ากับหลิวปัง ฮองเฮาหลวี่ยังคงมีท่าทีเ็า แต่ตาแก่เ้าชู้ไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น เขาจูงมือฮองเฮาหลวี่อย่างหน้าไม่อาย
ฮ่องเต้และฮองเฮาจูงมือกันจากไป เหลือเพียงโจวชางที่อยู่เคียงข้างหลิวอิ๋ง "รัช... รัชทายาท! เจ็บหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"
"ข้าลองตีท่านดูบ้างดีไหม? ก้นแทบจะบานเป็ดอกไม้แล้ว!" หลิวอิ๋งลูบก้นตัวเอง เสด็จพ่อราคาถูกคนนี้ลงมือได้เด็ดขาดจริง ๆ
แต่มีชั่วขณะหนึ่งที่เขาลืมไปว่าอีกฝ่ายคือฮั่นเกาจู่และฮองเฮาหลวี่ แต่เป็เพียงบิดามารดาของครอบครัวธรรมดา ๆ
"เช่นนั้น... เช่นนั้นพรุ่งนี้กระหม่อมจะส่งรัชทายาทไปหอเทียนลู่ มิเช่นนั้นกระหม่อมจะไปฟ้องฝ่าาและฮองเฮา" โจวชางยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ราวกับค้นพบวิธีจัดการหลิวอิ๋งได้แล้ว
"ท่านอาจารย์โจว ท่านเริ่มนิสัยเสียแล้ว!"
[1] ฉานอวี๋ (单于) เป็ตำแหน่งองค์ประมุขสูงสุดผู้ปกครองดินแดนและชนเผ่าซยงหนู ชนเผ่าเร่ร่อนทางตอนเหนือของจีนโบราณ เป็ผู้มีอำนาจสิทธิ์ขาดในการปกครองตนเองซึ่งอยู่นอกเหนือโครงสร้างของราชสำนักจีน มีฐานะเทียบเท่ากับตำแหน่งกษัตริย์ของชาวซยงหนู