หลายสัปดาห์ต่อมา ทุกอย่างก็ค่อย ๆ ดีขึ้นทีละน้อย ความเศร้าแม้จะยังมีอยู่แต่ก็ไม่มากเท่าวันแรก ๆ ซึ่งเื่นี้ต้องยกความดีให้โมราที่ขยันมาเยี่ยมเขาไม่ขาดทั้งยังเป็คนแรกที่บอกให้เขาออกไปเที่ยวอีกต่างหาก
‘คุณป้าคงอยากให้คุณลุงออกไปเที่ยวเหมือนที่เคยไปกับท่านอีกครั้งนะคะ’
‘ไปพักผ่อนบ้างเถอะค่ะ’
เพราะคำพูดนั้นเมฆจึงตัดสินใจลาออกจากงาน และฝากบ้านเอาไว้กับเพื่อนบ้านแสนดีอย่างโมราและพ่อแม่ของเธอแล้วออกเดินทางออกไปเที่ยวพักผ่อนเป็ครั้งแรกในรอบหลายปีอย่างไร้กังวล เพียงแค่เริ่มต้นเขาก็รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งอย่างบอกไม่ถูก
“แก้วตา... คุณได้พักแล้ว คราวนี้ผมขอพักบ้างนะครับ” เขาเอ่ยกับสายลมเป็ครั้งสุดท้ายก่อนก้าวเท้าออกจากบ้านอย่างเด็ดเดี่ยว
สามเดือน... เขาใช้เวลาสามเดือนเที่ยวั้แ่เหนือจรดใต้อย่างอิสระ และเมื่อถึงเวลากลับเขาก็รู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัวและหัวใจอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานาน
เขากลับมาถึงตอนสามทุ่มนิด ๆ เมื่อก้าวเท้าลงจากแท็กซี่และเห็นตัวบ้าน หนุ่มใหญ่ก็ไม่ผิดหวังเลยที่ตัดสินใจฝากบ้านเอาไว้กับโมรา... บ้านได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี ต้นไม้ทุกต้นสดชื่น ใบเขียว ดอกไม้บานสะพรั่ง สนามหญ้าไม่มีแม้แต่เศษใบไม้ จดหมายในตู้จดหมายก็ถูกนำไปรวมกันไว้ในบ้านอย่างเป็ระเบียบ
มันดึกแล้ว... เมื่อตระหนักว่าไม่มีใครรอเขาอยู่ข้างในอีก แม้จะรู้สึกวูบโหวงเล็กน้อย แต่หนุ่มใหญ่ก็ตัดสินใจเดินเข้าไปอยู่ดี
“แอ๊ดดด” ภายในบ้านเงียบกว่าด้านนอกเสียอีก ไม่มีเสียงจากโทรทัศน์ที่เปิดไว้เป็เพื่อนแก้วตา ไม่มีเสียงฝีเท้าของพยาบาลที่เขาจ้างมา หรือแม้แต่เสียงเรียกชื่อของเขา... ก็ไม่มี
เมฆยืนนิ่งอยู่กลางห้องครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจยาวแล้วเดินขึ้นไปชั้นบนอย่างเชื่องช้า
ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดหลายวันเริ่มถาโถมเข้ามาพร้อมกันทันทีที่ได้อยู่ตามลำพัง ร่างหนาปลดกระดุมเสื้อออกแล้วเดินเข้าห้องน้ำ
‘ซ่าา’ เสียงน้ำอุ่นไหลจากก๊อกเป็เพียงเสียงเดียวท่ามกลางความเงียบงันนี้
ไม่นานนักเขาก็เอนตัวลงในน้ำอุ่นจัดอย่างอ่อนแรง ไอร้อนลอยขึ้นจาง ๆ ขณะที่กล้ามเนื้อค่อย ๆ ผ่อนคลายลงทีละนิด เมฆหลับตาพิงขอบอ่างให้ความเงียบสงบโอบล้อมตัวเองเอาไว้
เขาใช้เวลาเอ้อระเหยอยู่ในนั้นราวครึ่งชั่วโมงก็ตัดใจลุกขึ้น หลังจากเช็ดตัวจนแห้งแล้วสวมกางเกงนอนผ้าแพรตัวเก่าเสร็จเขาก็ออกจากห้องน้ำ
เมฆเดินไล่ปิดไฟทีละดวงทีละดวงจนกระทั่งถึงห้องทำงาน ร่างหนาหยุดเดินและมองออกไปนอกหน้าต่าง... ไปยังห้องนอนของโมราซึ่งแสงไฟยังคงส่องสว่างอยู่
เธอยืนอยู่ตรงนั้น... ราวกับกำลังรอเขาอยู่
เมฆยิ้มและโบกมือให้สาวน้อยด้วยความดีใจ ส่วนเธอก็โบกมือตอบด้วยท่าทางตื่นเต้นพอกัน พวกเขามองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เป็โมราที่ลงมือทำในสิ่งที่คาดไม่ถึงอีกครั้ง
เธอปลดเชือกผูกเสื้อคลุมที่สวมอยู่แล้วปล่อยมันให้ลงไปกองอยู่ที่ปลายเท้า ด้านในไม่มีเสื้อผ้าอื่นใดอีกแม้แต่ชิ้นเดียว ร่างเล็กเปลือยเปล่ายืนอวดโฉมต้อนรับการกลับมาของเขา
ใบหน้าของเมฆฉายรอยยิ้มกว้างขึ้นไปอีกเมื่อเห็นอย่างนั้น
มือหนาเอื้อมลงไปรั้งกางเกงแพรที่เพิ่งสวมเข้าไปลงบ้าง
บางทีคืนนี้เขาอาจยังไม่พร้อมจะเข้านอนก็ได้
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
เมฆจิบกาแฟพลางนึกถึงเื่เมื่อคืนอย่างเหม่อลอย
“คุณลุงขาาาาาา” เสียงใสที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาหนุ่มใหญ่สะดุ้งเฮือก กาแฟร้อนในมือกระฉอกและหกลงบนเป้ากางเกงเต็ม ๆ เขาลุกพรวดจากเก้าอี้ทันที สีหน้าแตกตื่นแล้วรีบวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทันที
“โอ๊ย! ซี๊ดดดด” เขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วหันไปมองประตูด้วยความแปลกใจ
“เล่นอะไรของหนูเนี่ยโมรา ลุงใหมดเลย” เมฆต่อว่าสาวน้อยทันทีที่เจอหน้า เธอไม่ได้เคาะประตูด้วยซ้ำ แต่พอเห็นว่าสองมือของเธอมีเค้กก้อนหนึ่งวางอยู่เขาก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที
“ก็หนูไม่มีมือนี่คะ” สาวน้อยตอบกลับด้วยท่าทางน้อยอกน้อยใจพลางยกเค้กในมือตัวเองขึ้นนิด ๆ เหมือนจะยืนยันคำพูดของตัวเอง
เมฆชะงักไปครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยความรู้สึกผิด “ก็แล้วทำไมไม่เรียกลุงดี ๆ ถ้าลุงหัวใจวายตายขึ้นมาจะทำยังไง” ประโยคท้ายเขาถามกลั้วหัวเราะเพื่อให้สถานการณ์ระหว่างพวกเขาดีขึ้น
“คิกคิก คุณลุงไม่เป็อย่างนั้นหรอกค่ะ... แข็งแรงขนาดนี้อ่ะ” เธอตอบเร็วพลางเลื่อนสายตาไปมองรอยเปื้อนกาแฟบนกางเกงของเขาแล้วเม้มปากอมยิ้มจนแก้มป่อง
“โดนตรงนั้นพอดีเลยนะคะ ยังใช้งานได้อีกรึเปล่าเนี่ย”
เมฆส่ายหน้าไปมาด้วยความระอาปนเอ็นดู “หึ มองลุงแบบนี้จะมาชวนกินเค้กหรือกินอะไรกันแน่” มือหนาเอื้อมไปรับเค้กช็อกโกแลตมาถือไว้แล้วเป็ฝ่ายเดินนำเข้าไปในบ้าน
โมราเดินตามเข้าไปโดยไม่ต้องมีใครชวน “ก็ไม่ได้กินมาตั้งสามเดือนแล้วนี่คะ”
“เมื่อคืน...” หนุ่มใหญ่กำลังจะเท้าความถึงเื่เมื่อคืน แต่สาวน้อยกลับไวกว่า...
“เมื่อคืนก็ไม่ได้กิน ไม่นับค่ะ”
ก่อนประตูจะปิดเสียงก็มีเสียงหนึ่งเรียกสาวน้อยเอาไว้ก่อน “โมรา! ไปอีกแล้วนะ รบกวนคุณลุงเขารึเปล่า”
“เปล่าซะหน่อย... หนูมาอยู่เป็เพื่อนไง” โมราหันไปเถียงแม่ตัวเองคอเป็เอ็น “คุณลุงต้องเหงาแน่ อีกไม่กี่วันหนูก็เปิดเรียนแล้วต้องอยู่เป็เพื่อนเยอะ ๆ ค่ะ”
“เดี๋ยวเถอะ ขอโทษแทนลูกสาวด้วยนะคะคุณเมฆ” ฝ่ายนั้นะโหาเขาบ้าง เมฆจึงต้องโผล่หน้าออกไปตอบ
“ไม่เป็ไรหรอกครับ ดีซะอีกผมจะได้ไม่เหงา... ไม่ ไม่ครับ ไม่รบกวนอะไรเลย” ระหว่างที่พูด มือข้างหนึ่งของเขาก็วางลงบนบั้นท้ายอวบอิ่มของโมราแล้วออกแรงบีบจนสาวน้อยสะดุ้งโหยง
“เห็นมั้ยละคะ แม่ไปทำธุระได้เลยไม่ต้องห่วง หนูจะอยู่ที่นี่” โมราโบกมือให้แม่ตัวเองแล้วหันหลังเดินเข้ามาในบ้านทันที
เธอถอดรองเท้าไว้หน้าประตูอย่างคุ้นเคยแล้วตรงไปที่โต๊ะอาหาร หลังเมฆวางเค้กลงเธอก็เริ่มตัดมันทันที ขณะที่ร่างหนาเดินเลี่ยงไปชงกาแฟใหม่ สองร่างใช้เวลาร่วมกันอย่างเป็ธรรมชาติ
“ไม่เปลี่ยนกางเกงก่อนเหรอคะ” เธอเอ่ยท้วง “เดี๋ยวหนูจัดการให้ค่ะ ไม่ต้องห่วง คุณลุงกลับมาพร้อมกินแน่นอน”
“เอางั้นเหรอ งั้นเดี๋ยวลุงมานะ” เมฆไม่ปฏิเสธน้ำใจ เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะแล้วไปเปลี่ยนกางเกงทันที