หลังจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันในป่าล่าสัตว์ หลี่ิเทียนพาเหมยหลิงและทหารที่เหลือของแคว้นจ้าวกลับไปยังจุดรวมพลของแคว้นฉิน มหาเสนาบดีหลี่กวงิได้รับรายงานเื่ชายชุดดำที่ลอบโจมตี และรู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่ซูสีไทเฮากล้าส่งคนมาป่วนงานของเขาถึงที่
เหมยหลิงได้รับการดูแลจากหนิงมามาและบ่าวไพร่ของจวนเสนาบดี เธอได้รับน้ำชาอุ่นๆ และผ้าห่มคลุมกายเพื่อคลายความใ สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่หลี่ิเทียนเป็ระยะๆ
“คุณหนูเหมยหลิง เ้าคงเหนื่อยมากแล้ว ไปพักผ่อนเสียเถอะ” หลี่ิเทียนเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน เขาสังเกตเห็นว่าดวงตาของนางยังคงมีความกังวลแฝงอยู่
“ขอบคุณท่านมากเ้าค่ะ นายน้อยหลี่” เหมยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ ใบหน้าที่ซีดเซียวของเธอบัดนี้เริ่มมีสีเืฝาดขึ้นบ้าง “หากไม่ได้ท่าน ข้าคง... คงแย่ไปแล้ว”
“ไม่เป็ไรพ่ะย่ะค่ะ เป็หน้าที่ที่ข้าต้องช่วยเหลือ” หลี่ิเทียนตอบ “แต่ข้าอยากรู้ว่าเหตุใดพวกนั้นถึงพุ่งเป้ามาที่ท่าน”
เหมยหลิงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจ “แคว้นจ้าวของพวกเราเป็แคว้นเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางระหว่างแคว้นฉินและต้าหลงมาโดยตลอด ซูสีไทเฮามักจะใช้เราเป็ทางผ่าน หรือไม่ก็กดขี่ข่มเหงพวกเราเพื่อผลประโยชน์ของนาง บิดาของข้าพยายามรักษาความเป็กลางมาโดยตลอด แต่ดูเหมือนว่านางจะไม่พอใจที่พวกเราไม่ยอมสวามิภักดิ์โดยสมบูรณ์”
หลี่ิเทียนพยักหน้า เขารับรู้ถึงสถานการณ์ของแคว้นจ้าวดีจากข้อมูลที่หลี่จิ้งเหอรวบรวมมาให้ แคว้นจ้าวเป็เหมือนกันชนระหว่างอำนาจใหญ่สองฝ่าย และการที่ซูสีไทเฮาพยายามกำจัดเหมยหลิงในวันนี้ บ่งบอกว่านางเริ่มไม่พอใจและ้าควบคุมแคว้นจ้าวอย่างเบ็ดเสร็จ
“เื่นี้ท่านไม่ต้องกังวลไปพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ิเทียนกล่าวปลอบ “แคว้นฉินจะให้ความเป็ธรรมแก่แคว้นจ้าวอย่างแน่นอน”
คำพูดของหลี่ิเทียนทำให้เหมยหลิงรู้สึกประหลาดใจ นางไม่เคยได้ยินคำพูดเช่นนี้จากบุรุษคนใดมาก่อน โดยเฉพาะจากตระกูลใหญ่ๆ มักจะมองแคว้นจ้าวเป็เพียงเบี้ยในกระดาน
“ขอบคุณท่านอีกครั้งเ้าค่ะ” เหมยหลิงกล่าว ดวงตาของนางมองมาที่หลี่ิเทียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและประทับใจ
หลังจากนั้น เหมยหลิงได้เข้าพบมหาเสนาบดีหลี่กวงิเพื่อแสดงความขอบคุณ มหาเสนาบดีหลี่กวงิเองก็แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และให้คำมั่นว่าจะตรวจสอบเื่นี้อย่างจริงจัง
เมื่อเสร็จสิ้นงานล่าสัตว์และส่งกลุ่มของแคว้นจ้าวกลับไปแล้ว หลี่ิเทียนและหลี่จิ้งเหอได้หารือกันอย่างเคร่งเครียดในห้องทำงานของหลี่ิเทียน
“ชัดเจนแล้วพ่ะย่ะค่ะท่านพี่จิ้งเหอ” หลี่ิเทียนกล่าว “ซูสีไทเฮากำลังจับตาแคว้นจ้าวอย่างใกล้ชิด และ้าผนวกแคว้นนั้นเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งของต้าหลงอย่างสมบูรณ์”
“แล้วเราจะทำอย่างไร? ปล่อยให้ซูสีไทเฮาทำตามใจชอบเช่นนั้นรึ?” หลี่จิ้งเหอถามด้วยความไม่พอใจ
“ไม่พ่ะย่ะค่ะ” หลี่ิเทียนส่ายหน้า “เราต้องชิงลงมือก่อน ก่อนที่ซูสีไทเฮาจะรวมแคว้นจ้าวเข้ามาเป็ของนางได้สำเร็จ”
เขาหยิบแผนที่ออกมากลางโต๊ะ ชี้ไปที่แคว้นจ้าว “แคว้นจ้าวคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญ หากเราสามารถสร้างพันธมิตรกับแคว้นจ้าวได้ เราก็จะมีป้อมปราการหน้าด่านที่แข็งแกร่ง และยังเป็เส้นทางในการโจมตีต้าหลงได้อีกด้วย”
“แต่จะทำได้อย่างไร? แคว้นจ้าวระแวงเราพอๆ กับต้าหลง” หลี่จิ้งเหอแย้ง
“เราต้องแสดงให้พวกเขาเห็นว่าเราแตกต่างออกไป” หลี่ิเทียนกล่าว “ข้าจะไปเยือนแคว้นจ้าวด้วยตัวเองพ่ะย่ะค่ะ และเสนอความช่วยเหลืออย่างจริงใจ”
หลี่จิ้งเหอจ้องมองหลี่ิเทียนด้วยความใ “เ้าจะไปเองอย่างนั้นรึ? นั่นมันอันตรายมากนะิเทียน! ซูสีไทเฮาคงจะส่งสายลับไปทั่ว”
“ข้ารู้พ่ะย่ะค่ะ แต่ข้าต้องไปเอง” หลี่ิเทียนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าต้องสร้างความไว้วางใจให้พวกเขา และการปรากฏตัวของข้าในครั้งนี้ จะเป็ตัวกำหนดอนาคตของพันธมิตรของเรา”
เขายิ้มอย่างมีเลศนัย “อีกอย่าง การไปเยือนแคว้นจ้าวก็เป็โอกาสดีที่จะทดสอบประสิทธิภาพของ ลูกไฟพยัคฆ์คำราม ในสถานการณ์จริง”
หลี่จิ้งเหอถอนหายใจ แต่ก็พยักหน้า เขารู้ว่าเมื่อหลี่ิเทียนตัดสินใจแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนใจ
“เช่นนั้นข้าจะจัดเตรียมกำลังคนสำหรับคุ้มกันเ้า และเตรียมของกำนัลสำหรับเ้าเมืองจ้าว” หลี่จิ้งเหอกล่าว “เ้าจะเดินทางเมื่อไหร่?”
“ในอีกสามวันพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ิเทียนตอบ “เราต้องไปให้เร็วที่สุด”
นี่คือแผนการใหญ่ครั้งแรกของหลี่ิเทียนนับั้แ่เขาทะลุมิติมา เขาจะเดินทางไปยังดินแดนที่ยังไม่คุ้นเคย เพื่อสร้างพันธมิตรและวางรากฐานสำหรับการโค่นล้มซูสีไทเฮา การเผชิญหน้ากับอันตรายและโอกาสใหม่ๆ กำลังรอเขาอยู่เบื้องหน้า