ตอนที่ 7 ซื้อเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า
ก่อนมาเธอจงใจสวมผ้ากันเปื้อนเก่าจากซุปไก่สกัดต้าเฉียว มีกระเป๋าคาดเอวสีดำใบเล็ก เกล้าผมต่ำแบบสบาย ๆ สวมหมวกชาวประมงที่พ่อเซียวมักใส่ไปตกปลา และสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า
เธอสวมเสื้อยืดสีขาวขมุกขมัวและสวมผ้าใบที่มีรูขาด บรรยากาศรอบตัวคล้ายกับกำลังะโว่า ‘ฉันมีประสบการณ์ อย่าคิดจะมาหลอกกันซะให้ยาก’
เธอไม่มีทางเลือกอื่น เนื่องจากเถ้าแก่ในตลาดขายส่งค่อนข้างฉลาดแกมโกง พวกเขาจะพยายามเอาเปรียบเมื่อเห็นว่าเป็ลูกค้าใหม่ เซียวิเยวี่ยจึงต้องทำตัวเหมือนลูกค้าประจำ
เธอเดินไปรอบ ๆ อย่างสบายใจพร้อมสมุดบันทึกเล่มเล็กและปากกาในมือ
“เถ้าแก่ ที่ร้านมีเมล็ดพันธุ์ทุกชนิดเลยหรือเปล่า แล้วมีของพร้อมขายไหม?”
เ้าของร้านซึ่งเป็หญิงวัยกลางคนกำลังแทะเมล็ดแตงโมขณะดูละคร เธอรีบลุกขึ้นยืนและพูดด้วยรอยยิ้มหลังจ้องมองเซียวิเยวี่ย
“มาซื้อของเหรอคะ? ดูคุณถามเข้าสิ ถ้าร้านฉันมีเมล็ดพันธุ์ไม่ครบทุกชนิด
คุณก็คงหาซื้อจากร้านอื่นในตลาดไม่ได้แล้ว!”
เซียวิเยวี่ยพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ดูเหมือนว่าชุดที่เธอเตรียมมาจะได้ผล
“ครอบครัวฉันทำฟาร์มและ้าเมล็ดพันธุ์จำนวนมาก แต่ฉัน้าแค่เมล็ดพันธุ์ดีที่มีอัตราการงอกสูง”
หญิงสาวหยิบเมล็ดสีน้ำตาลขึ้นมาสองถึงสามเมล็ด พลางแสร้งทำเป็พิจารณาดูอย่างเชี่ยวชาญ
ดวงตาของเถ้าแก่เนี้ยเป็ประกายด้วยความเฉลียวฉลาด “ได้สิได้ แค่เห็นก็รู้ว่าคุณดูของเป็ ลองดูสิ เมล็ดพันธุ์ทุกเมล็ดในร้านเต่งตึง พวกมันล้วนได้รับการคัดสรรมาอย่างดี เป็สินค้าระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ความ้าของคุณลูกค้าอย่างแน่นอน”
เธอหยุดชั่วคราวแล้วพูดต่อว่า “เมล็ดพันธุ์เช่นผักเซี่ยงไฮ้ หัวไชเท้า ผักกวางตุ้ง โหยวมั่ยช่าย*[1] ผักโขม ผักกาดหอม มะเขือยาว และอื่น ๆ เมล็ดพันธุ์ผักทั่วไปเหล่านี้ขายดีที่สุด! ฟาร์มผักหลายแห่งก็มาซื้อเมล็ดพันธุ์จากร้านฉันนี่แหละ”
เซียวิเยวี่ยตอบกลับอย่างไม่แยแส “งั้นเหรอคะ แล้วคุณขายพวกมันยังไง?”
“ที่ร้านมีขายทั้งแบบถูกและแบบแพง ผักเซี่ยงไฮ้ ผักกวางตุ้ง และผักใบพวกนี้ซองละ 10 หยวน ภายในซองมีประมาณหมื่นเมล็ด ส่วนหัวผักกาดจะมีราคาแพงกว่า ห่อละ 110 หยวน น้ำหนักประมาณ 10 กรัม…”
“ถ้าคุณซื้อจำนวนมาก ฉันจะให้ราคาที่ถูกกว่านี้” เถ้าแก่เนี้ยพูดอีกครั้ง
เซียวิเยวี่ยพยักหน้า “ฉันอยากเมล็ดพันธุ์ทุกชนิด จะลองซื้อไปอย่างละ 30 ซองก่อน ถ้างอกดีฉันจะมาซื้อกับคุณอีก”
ดวงตาเถ้าแก่เนี้ยเป็ประกาย ท่าทีของเธอดูใส่ใจมากยิ่งขึ้น
“ทุกชนิดเลยเหรอ? ถ้างั้นฉันจะให้ส่วนลดคุณ 10% คุณมั่นใจในคุณภาพเมล็ดของร้านเราได้เลย พวกมันล้วนเป็เมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุด ดูเมล็ดพวกนี้สิ มันอวบอิ่มและไม่ลีบเลย อัตราการงอกยังสูงมากอีกด้วย!”
30 ซองไม่ใช่จำนวนที่น้อย โดยเฉพาะเมื่อ้าชนิดละ 30 ซอง ในร้านแห่งนี้มีเมล็ดพันธุ์มากกว่าร้อยชนิด เถ้าแก่เนี้ยวัยกลางคนไม่คาดคิดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ั้แ่เช้า เธอมีความสุขมากจนหุบยิ้มไม่ได้
แตงกวา ผักชี พริกหยวก มะเขือม่วง ถั่วฝักยาว ฟักทอง ต้นหอม มะระ กุยช่าย คื่นช่าย หัวไชเท้าสีขาว หัวไชเท้าสีเขียว โหยวมั่ยช่าย ผักเซี่ยงไฮ้ ผักบุ้งจีน ผักจี่ไฉ่*[2] ผักโขม ชิโคเรี่ยม*[3] ผักกวางตุ้ง…
เถ้าแก่เนี้ยหยิบถุงพลาสติกใบใหญ่ และรีบใส่ซองเมล็ดพันธุ์อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ยังมีผลไม้และแตงบางชนิด เช่น สตรอว์เบอร์รี แคนตาลูป มะเขือเทศเชอร์รี แตงโม เมลอน และแตงหนาม เป็ต้น
เถ้าแก่เนี้ยกดปุ่มเครื่องคิดเลขเพื่อคำนวณอย่างรวดเร็ว
“ทั้งหมดเป็ 8,685 หยวน หลังจากหักส่วนลดแล้วเป็ 7,825 หยวน 5 เหมา ฉันคิดแค่ 7,800 หยวนแล้วกัน ในอนาคตก็แวะมาอีกบ่อย ๆ นะ!”
เซียวิเยวี่ยจ่ายเงินด้วยความพึงพอใจ นอกจากนี้เถ้าแก่เนี้ยยังใจดีแถมเมล็ดลิ้นจี่ 50 เมล็ดและเมล็ดทับทิม 30 เมล็ด ซึ่งเธอรับมาด้วยความยินดี
เธอวางแผนที่จะใช้พื้นที่ 2 เอเคอร์ในดินแดนอุดมคติ ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก แต่ละเอเคอร์สามารถแบ่งออกเป็ 50 ส่วนเท่า ๆ กัน รวมกันเป็ 100 ส่วน โดยแต่ละส่วนเธอจะหว่านเมล็ดพืชผักต่าง ๆ
หากยังไม่เพียงพอ เธอสามารถเปิดพื้นที่ทุ่งหญ้าด้านข้างได้ แค่ต้องใช้ความพยายามนิดหน่อยเท่านั้น
แต่การซื้อเมล็ดพันธุ์ผักอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เธอ้าซื้อต้นกล้าผลไม้ด้วย สำหรับไม้ผลอย่างแอปเปิลและลูกพีช การซื้อเป็ต้นกล้านั้นดีกว่าซื้อเมล็ดมาเพาะเอง
หลังออกจากตลาดขายส่งเมล็ดพันธุ์ เซียวิเยวี่ยขับรถตรงไปยังตลาดขายกล้าไม้ทันที โชคดีที่ทั้งสองแห่งอยู่ไม่ไกลกัน และใช้เวลาเดินทางเพียง 20 นาทีเท่านั้น
ที่นี่เป็ตลาดเพาะพันธุ์ต้นกล้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเผิงจิง มันไม่ได้มีเพียงต้นกล้าไม้ผล แต่ยังมีไม้ยืนต้น ดอกไม้ประดับ และอื่น ๆ อีกมากมาย ภายในตลาด
เนืองแน่นไปด้วยผู้คนพร้อมเสียงะโของผู้ขายที่ดังไม่หยุดหย่อน
เซียวิเยวี่ยเดินวนไปรอบ ๆ ตลาด จากนั้นจึงเลือกซื้อต้นกล้าผลไม้จำนวนมากจากผู้ขายหลายราย
ต้นกล้าแอปเปิล ต้นกล้าลูกแพร์ ต้นกล้าพีช ต้นกล้าองุ่น ต้นกล้าเสาวรส ต้นกล้าเชอร์รี ต้นกล้าแก้วั ต้นกล้าส้ม ต้นกล้าวอลนัต ต้นกล้าบลูเบอร์รี...
โดยพื้นฐานแล้ว เธอซื้อต้นกล้าไม้ผลทั้งหมดที่สามารถขายได้
เธอซื้อต้นกล้าพันธุ์ละ 3 ต้น เผื่อในสถานการณ์ที่ต้นกล้าหลักตาย รวมเป็ทั้งหมด 17,000 ต้น
ต้นกล้าผลไม้ไม่สามารถปลูกในพื้นที่ 2 เอเคอร์ดังกล่าวได้ เนื่องจากต้นผลไม้้าพื้นที่ในการเจริญเติบโต ดังนั้นเซียวิเยวี่ยวางแผนที่จะแบ่งทุ่งหญ้าด้านหลังเป็สวนผลไม้ เพราะทุ่งหญ้ามีขนาดใหญ่มาก ทำให้เธอสามารถปลูกพืชผักผลไม้มากมายตามที่้า
เซียวิเยวี่ยขับรถไปยังสถานที่ลับตา และค่อย ๆ ขนสิ่งของไว้ในพื้นที่มิติ แม้ว่าจะยุ่งตลอดทั้ง่เช้า แต่เธอก็มีความสุขมาก ด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่เตรียมการอย่างพร้อมเพรียง เธอจึงมีความมั่นใจในการรับมือกับวันสิ้นโลกมากขึ้น
ขณะที่เธอกำลังวางแผนจะไปตลาดเกษตรกร ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ก็โทรเข้ามา
“คุณเซียวครับ ญาติของคุณปิดประตูไม่ยอมให้เข้าไปในห้องพัก และถึงขนาดถือมีดออกมาข่มขู่ ทำให้ลูกค้าที่้ามาดูบ้านหวาดกลัวไปหมดแล้วครับ…”
ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์บ่นกับเซียวิเยวี่ยว่า เขาไม่เคยเจอครอบครัวที่ไร้เหตุผลขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ คุณแจ้งความเื่นี้ได้เลย หน้าประตูห้องพักมีกล้องวงจรปิด ฉันจะให้ความร่วมมือในการเป็พยานอย่างเต็มที่”
ตอนที่อะพาร์ตเมนต์ได้รับการปรับปรุงใหม่ พ่อเซียวได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งด้านในและด้านนอก อย่างไรก็ตามครอบครัวลุงได้ถอดกล้องวงจรปิดภายในบ้านออกทั้งหมด แต่ด้านนอกตัวบ้านนั้นยังอยู่ดี
“ได้ครับคุณเซียว ในที่สุดผมก็เข้าใจแล้วว่าทำไมคุณถึง้าขายมัน” ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ตอบกลับด้วยเสียงที่ฟังดูสิ้นหวัง
เซียวิเยวี่ยมอบซองแดงมูลค่า 500 หยวนเพื่อปลอบขวัญเขา จากนั้นเธอเปิดแอปพลิเคชันตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนโทรศัพท์มือถือ ปรากฏร่างของคุณลุง ป้าสะใภ้ และลูกพี่ลูกน้องยืนขวางประตูพร้อมก่นด่าสาปแช่ง
เวลานี้ลุงถือมีดปอกผลไม้ในมือ ขณะที่นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ยืนฝั่งตรงข้ามพลางบอกให้อีกฝ่ายใจเย็นลงก่อน
“ใครหน้าไหนกล้าบุกเข้าไปในบ้านฉัน ฉันเอามันถึงตายแน่!”
“แต่ที่นี่ไม่ใช่บ้านของคุณนะครับ ลูกค้าของผมคือคุณเซียวิเยวี่ย และชื่อของเธอก็อยู่ในใบรับรองอสังหาริมทรัพย์ด้วย คุณเซียวติดต่อขอให้ผมขายบ้าน ผมแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น ขอให้คุณวางมีดลงและคุยกันดี ๆ นะครับ” ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์แนะนำ
หลังจากได้ฟังสิ่งที่ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์พูด ครอบครัวของลุงยิ่งมีท่าทีโกรธเคืองมากขึ้นกว่าเดิม
“นางเซียวิเยวี่ยคิดจะทำลายครอบครัวเราหรือไง! ตอนแรกหล่อนทำให้หลานชายฉันตาย ตอนนี้ลี่ลี่ก็ขอหย่า เราอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้มาโดยตลอด แล้วหล่อนจะขายมันแบบนี้ได้ยังไง!” ลูกพี่ลูกน้องชายะโด้วยความโกรธ
“ถูกต้อง ครอบครัวน้องสามีไม่มีลูกชาย มีเพียงนางเด็กเซียวิเยวี่ยไร้ประโยชน์ ทรัพย์สินทั้งหมดของครอบครัวของพวกเขาจะต้องตกเป็ของลูกชายฉันเท่านั้น! นางเซียวิเยวี่ยไม่รู้จะได้แต่งงานออกเรือนเมื่อไหร่ ทำไมฉันถึงต้องยอมขายบ้านของลูกชายด้วย?” ป้าสะใภ้โพล่งถามตัวแทนอสังหาริมทรัพย์
ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์พูดไม่ออก และหวังว่าตำรวจจะมาถึงโดยเร็ว
ใบหน้าของลุงหม่นหมองและดูน่ากลัว ข่าวร้ายต่อเนื่องเหล่านี้ทำเอาเขาเกือบสติแตก มือข้างหนึ่งยังคงถูกพันด้วยผ้าก๊อซหนา ส่วนอีกข้างกำมีดปอกผลไม้แน่น
“นางเด็กเซียวิเยวี่ยต่ำช้าต่ำทราม มันฆ่าหลานชายของฉันไม่พอ ตอนนี้ยังกล้ามาปล้นชิงบ้านของเราอีก! ฉันจะต้องฆ่านางเด็กนี่ให้ได้!”
“วันนี้ผมจะพูดมันให้ชัดเจน ถ้าคุณกล้าช่วยนางเด็กสารเลวนั่นขายบ้านของเรา ผมจะฆ่าคุณเหมือนกัน! ไม่เชื่อก็ลองดู!”
ฟันกรามของลุงสบกันแน่นพร้อมโบกมีดปอกผลไม้ไปมาน่าหวาดเสียว
[1]โหยวมั่ยช่าย เป็ผักใบเขียวสด ชาวจีนนิยมผัดหรือลวกกินกับหม้อไฟ รสชาติกรอบ อร่อย ทานสดหรือปรุงสุกก็ได้
[2]ผักจี่ไฉ่ เป็สมุนไพรชนิดหนึ่งทุกส่วนของต้นกินได้ทั้งหมด รสชาติคล้ายหัวผักกาดและกะหล่ำปลีผสมรวมกัน
[3]ชิโคเรี่ยม เป็พันธุ์ไม้ดอกที่อยู่ในสกุล Cichorium ที่รู้จักกันในชื่อ endive