การปรากฏตัวของเยี่ยเฟยิในชุดเครื่องแบบเซียนสีขาวขลิบฟ้าคราม พร้อมกับกลิ่นอายพลังที่ลึกล้ำ ทำให้ลานหินอ่อนหน้าหอระฆังตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ ทว่าเพียงไม่นาน เสียงซุบซิบนินทาก็ะเิขึ้นอีกครั้งราวกับรังผึ้งแตกรัง
"เป็ไปไม่ได้! เมื่อสามเดือนก่อนมันยังอยู่แค่แดนควบแน่นปราณ ขั้นที่ 3 อยู่เลย! ต่อให้กินโอสถวิเศษแทนข้าวก็ไม่มีทางก้าวะโได้ถึงเพียงนี้!"
"ข้าว่ามันต้องใช้ 'ของวิเศษลวงตา' ที่ตาเฒ่าอู๋มู่มอบให้ เพื่อสร้างกลิ่นอายปลอม ๆ มาตบตาพวกเราแน่ ๆ !" ศิษย์สายในคนหนึ่งแค่นเสียง "พวกไร้รากเหง้าอย่างมัน จะไปมีปัญญาบ่มเพาะพลังจนทะลวงแดนเปิดชีพจรได้อย่างไร!"
คำครหาและสายตาดูแคลนสาดกระหน่ำมาจากทุกทิศทาง ทว่ากลับไม่มีใครกล้าลงมือทดสอบหรือเซ้าซี้ชายหนุ่มเลยแม้แต่คนเดียว นั่นเป็เพราะบนอัฒจันทร์มีผู้าุโคุมกฎหลายสิบคนนั่งสังเกตการณ์อยู่ พวกมันจึงทำได้เพียงใช้ปากวิพากษ์วิจารณ์อย่างขลาดเขลา
"เงียบเดี๋ยวนี้!" เสียงของผู้าุโคุมสอบตวาดลั่นจนลานกว้างกลับมาเงียบสนิท "การสอบจัดลำดับรอบแรก เป็เพียงการประเมินพลังผ่าน 'ลูกแก้ววายุ' เพื่อวัดความบริสุทธิ์และปริมาณลมปราณในร่าง ลูกแก้วจะตีค่าออกมาเป็ตัวเลข ผู้ที่มีคะแนนสูงสุด 32 อันดับแรก จะมีสิทธิ์ผ่านเข้าไปสอบประลองในรอบที่สองในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า... เริ่มจากศิษย์สายตรง ก้าวขึ้นมาทดสอบทีละคน!"
ศิษย์สายตรงของแต่ละยอดเขาก้าวขึ้นไปวางมือบนลูกแก้ววายุขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลาน แน่นอนว่าด้วยทรัพยากรระดับสูงและการสั่งสอนส่วนตัว ทำให้ศิษย์สายตรงทำคะแนนได้สูงลิบลิ่ว ตัวเลขบนลูกแก้วพุ่งทะยานไม่หยุด ทว่าก็มีความแตกต่างกันไปตามพร์ของแต่ละคน
จนกระทั่ง... มาถึงคิวของเยี่ยเฟยิ
ชายหนุ่มก้าวเดินอย่างสง่างามขึ้นไปบนแท่นศิลา สายตาทุกคู่จ้องมองเขม็งราวกับรอจับผิด เฟยิไม่ได้สนใจ เขายกมือขวาขึ้นทาบลงบนผิวของลูกแก้ววายุเบา ๆ
ครืนนน!
พริบตาที่ฝ่ามือัั ลูกแก้ววายุพลันสั่นะเือย่างรุนแรง! ไอหมอกสีดำทมิฬที่แฝงไปด้วยความกดดันอันหนักหน่วงะเิทะลักเข้าไปในลูกแก้วจนมันเปล่งแสงสีม่วงดำเจิดจ้า ตัวเลขบนหน้าปัดพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่งทะลุหลักหมื่น และไปหยุดนิ่งอยู่ที่ตัวเลขมหาศาล!
"แดนเปิดชีพจร! ขะ... เขาบรรลุแดนเปิดชีพจรแล้ว จริง ๆ !" ผู้าุโคุมสอบเบิกตากว้าง มือที่ถือพู่กันสั่นระริก "เยี่ยเฟยิ ศิษย์สายตรงยอดเขาไร้นาม... ลำดับที่ 3!"
เสียงฮือฮาดังกระหึ่ม ลำดับที่ 3 ของศิษย์สายตรง! เฟยิกวาดสายตามองไปบนอัฒจันทร์พิเศษ ที่ตรงนั้นมีชายหนุ่มและหญิงสาวในชุดหรูหราสองคนนั่งจิบชาอยู่ พวกเขาคือศิษย์สายตรงของ 'เ้าสำนัก' ซึ่งครองอันดับ 1 และอันดับ 2 อย่างไร้ข้อกังขา ทว่าทั้งสองกลับไม่ได้มีท่าทีตกตะลึงหรือสนใจเฟยิเลยแม้แต่น้อย พวกเขากดสายตามองต่ำราวกับจะสื่อว่า 'จะเป็ม้ามืดมาจากไหน ท้ายที่สุดก็ต้องอยู่ใต้ตีนของพวกเราอยู่ดี'
เฟยิแค่นยิ้มมุมปาก เขาไม่สนใจพวกหยิ่งยโสเ่าั้ ก่อนจะเดินลงจากแท่นเพื่อหลีกทางให้การทดสอบดำเนินต่อไป
เมื่อการทดสอบของศิษย์สายตรงจบลง ก็ถึงคราวของศิษย์สายใน ทว่าผลลัพธ์กลับทำให้หลายคนผิดหวัง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีพลังปราณเทียบเท่าหรือสูสีกับศิษย์สายตรง จนกระทั่งร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่งก้าวขึ้นไปบนแท่น
นั่นคือ 'หลี่เทียน' สหายร่วมเป็ร่วมตายของเฟยิ
หลี่เทียนสวมชุดเครื่องแบบศิษย์สายในที่ดูสะอาดตา ทว่าเมื่อเฟยิหรี่ตามองอย่างละเอียด เขากลับพบว่าบนใบหน้าและลำคอของหลี่เทียนมีรอยเขียวช้ำและาแใหม่ ๆ ซ่อนอยู่เต็มไปหมด! แม้หลี่เทียนจะพยายามเอาผมปรกหน้าหรือทายาปกปิดไว้ แต่มันก็ไม่อาจหลุดพ้นสายตาระดับจักรพรรดิของเฟยิไปได้
วูบ!
ลูกแก้ววายุสว่างวาบ ผู้าุโประกาศเสียงดัง "หลี่เทียน! ลำดับที่ 18!"
สำหรับศิษย์สายในที่ไม่มีทรัพยากรหนุนหลัง ลำดับที่ 18 ถือว่าเป็ผลงานที่สูงส่งและน่าทึ่งมาก! รอยยิ้มแห่งความภูมิใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลี่เทียน ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้ก้าวลงจากแท่น เฟยิก็ใช้วิชา 'ย่างก้าวเงาไร้ลักษณ์' พุ่งทะยานขึ้นไปยืนอยู่เคียงข้างสหายทันที
"ข้าคิดเอาไว้แล้วเชียว ว่าปุถุชนอย่างเ้ามันไม่ธรรมดา" เฟยิเอ่ยชมพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
หลี่เทียนหัวเราะรับอย่างมั่นใจ แม้จะเจ็บแผลที่มุมปาก "แน่นอน! ข้าบอกเ้าแล้วไง ว่าข้าก็ทำได้เหมือนกัน!"
รอยยิ้มของเฟยิจางหายไปในพริบตา แววตาสีม่วงหม่นแปรเปลี่ยนเป็ความจริงจังและดุดัน เขาจ้องขม็งไปที่รอยฟกช้ำบนใบหน้าของสหาย "ตอบข้ามา... ใครทำร้ายเ้า?"
หลี่เทียนชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาหลุกหลิกและพยายามเบือนหน้าหนี ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปาก เสียงหัวเราะเยาะเย้ยอันน่ารังเกียจก็ดังแทรกขึ้นมาจากฝูงชนด้านล่าง
"เฮอะ! ไอ้นอกคอกสองคนนั้นขึ้นไปทำอะไรกันบนแท่นทดสอบ? ขวางทางคนอื่น ไร้มารยาทสิ้นดี!"
ผู้ที่เอ่ยปากคือ 'คุณชายหาน' ซึ่งตอนนี้อยู่ลำดับที่ 15 มันกอดอกเชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง "รีบลงมาได้แล้ว! แค่ฟลุ๊คได้ลำดับดีหน่อย ทำเป็ได้ใจ... ลงมาเถอะ ขืนยืนอยู่นานกว่านี้ พวกข้าเหม็นกลิ่นสาบคนชั้นต่ำจะแย่แล้ว!"
เฟยิปรายตามองคุณชายหาน ความทรงจำในหัวประติดประต่อกันอย่างรวดเร็ว ไอ้หานคนนี้ชอบมั่วสุมและตั้งตนเป็อันธพาลคอยรีดไถศิษย์สายในด้วยกันเอง แต่ด้วยความที่ตระกูลของมันมีฐานะมั่งคั่งและมีเส้นสายกับผู้าุโที่เป็อาจารย์ของมัน จึงไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามายุ่ง
ชายหนุ่มหันกลับมามองหลี่เทียน เขาสังเกตเห็นสหายกำหมัดแน่นจนสั่นสะท้าน ขากรรไกรขบกันจนนูนเป็สัน ความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้ฉายชัดในแววตา... ชัดเจนแล้ว คนที่รุมซ้อมสหายของเขา ก็คือไอ้สวะแซ่หานผู้นี้นี่เอง!
"อัคคีนิล..." เฟยิเอ่ยเสียงเย็นเยียบในใจ "ถึงเวลาสั่งสอนสุนัขแล้ว"
ฟุ่บ!
ร่างของเฟยิหายวับไปจากแท่นศิลา ทิ้งไว้เพียงภาพติดตา! พริบตาต่อมา เขาก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าคุณชายหานราวกับภูตผี!
"กะ... แกจะทำ—"
เพียะ!!!
ยังไม่ทันที่คุณชายหานจะพูดจบ ฝ่ามือของเฟยิก็ตบฉาดเข้าที่ซีกหน้าของมันอย่างจัง! แรงตบมหาศาลที่อัดแน่นด้วยพลังแดนเปิดชีพจร ซัดร่างของคุณชายหานจนลอยกระเด็นไปไกลกว่าห้าวา ฟันหลายซี่หลุดกระเด็นออกจากปากพร้อมกับเืสีแดงฉาน!
"อ๊ากกก! ไอ้ขยะ! แกกล้าตีข้า—"
เพียะ!!! เพียะ!!! เพียะ!!!
เฟยิไม่สนใจคำด่าทอ เขาพุ่งตามไปกระชากคอเสื้อของคุณชายหานขึ้นมา แล้วตบซ้ายตบขวาอย่างบ้าคลั่งและเืเย็น! ร่างของคุณชายตระกูลใหญ่กระเด็นกลิ้งไปกับพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังก้องกังวานไปทั่วลานหินอ่อน ทุกคนช็อกจนตาค้าง ไม่มีใครคาดคิดว่าเฟยิจะกล้าลงมืออุกอาจกลางงานสอบใหญ่เช่นนี้!
"หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้เด็กเดนตาย!!!"
เสียงตวาดลั่นดุจฟ้าผ่าดังกึกก้อง ผู้าุโคุมสอบซึ่งเป็ 'อาจารย์' ของคุณชายหาน ทนเห็นศิษย์รักถูกหยามเกียรติไม่ไหว มันพุ่งทะยานลงมาจากอัฒจันทร์ พร้อมกับปลดปล่อยพลังปราณระดับ 'แดนแกนทองคำ' กดทับลงมาที่ร่างของเฟยิดุจขุนเขาหล่นทับ!
อั่ก!
เฟยิทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง พื้นหินอ่อนใต้เท้าแตกกระจาย แม้เขาจะหวาดกลัวแรงกดดันที่ห่างชั้นกันถึงสองมหาระดับ แต่ดวงตาสีม่วงของเขากลับลุกโชนด้วยเพลิงแห่งความถูกต้อง การถูกเหยียดหยามเขายังพอทนได้ แต่การรุมซ้อมสหายของเขาอย่างขี้ขลาด... เขาทนไม่ได้!
ชายหนุ่มฝืนเชิดหน้าขึ้น กัดฟันะโสวนกลับด้วยถ้อยคำที่กรีดแทงใจดำพวกเซียนจอมปลอมจนหน้าชา!
"นี่น่ะหรือสำนักเซียนอันสูงส่ง! พวกท่านเรียกตัวเองว่าผู้บำเพ็ญเพียรละทิ้งกิเลส ทว่าเนื้อแท้กลับเป็เพียงสุนัขรับใช้ที่คอยเลียแข้งเลียขาตระกูลใหญ่! กฎเกณฑ์ของสำนักมีไว้เพียงก้มหัวให้คนรวย และใช้กดขี่บดขยี้ผู้ไร้เส้นสาย! ตอนที่ศิษย์ของท่านรุมซ้อมรังแกผู้อื่น พวกท่านกลับหลับตาข้างเดียว แต่พอสุนัขของท่านโดนตีกลับบ้าง พวกท่านกลับะโออกมาเห่าหอนทวงความยุติธรรม... หากวิถีเซียนของพวกท่านคือความตลบตะแลงเช่นนี้ พวกท่านก็โสมมยิ่งกว่าเดรัจฉานในป่าเสียอีก!!!"
คำพูดอันทรงพลังและดุดันของเฟยิ ดังก้องสะท้อนไปถึงก้นบึ้งของจิตใจศิษย์ชนชั้นล่างหลายร้อยคน ทว่ามันกลับทำให้ใบหน้าของผู้าุโคุมสอบบิดเบี้ยวด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยวจนถึงขีดสุด!
"บังอาจ! ไอ้ขยะสวะกล้าลบหลู่กฎสำนัก! ทำร้ายศิษย์ร่วมสำนักอย่างโเี้ ก่อกวนงานประลองครั้งใหญ่... โทษของแกคือตายสถานเดียว!" ผู้าุโยัดข้อกล่าวหาให้อย่างหน้าด้าน ๆ
เฟยิกวาดสายตามองไปยังผู้าุโคน อื่น ๆ บนอัฒจันทร์ ทว่าทุกคนกลับเบือนหน้าหนี ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามาขัดขวางหรือทักท้วงเลยแม้แต่คนเดียว เฟยิได้แต่สบถในใจ... 'พวกเซียนขี้ขลาด! รักษาผลประโยชน์กันเองจนเน่าเฟะ!'
"หากการตายของข้า จะช่วยกรีดตาที่มืดบอดของพวกพรตจอมปลอมในที่นี้ให้ตาสว่างได้... ท่านก็เข้ามาเลย!" เฟยิประกาศกร้าวอย่างไม่กลัวตาย!
"งั้นแกก็ไปตายซะ!" ผู้าุโไม่รอช้า มันรวบรวมพลังปราณแกนทองคำอันมหาศาลไว้ที่ฝ่ามือ แล้วซัดเข้าใส่ร่างของเฟยิหมายจะปลิดชีพในคราเดียว!
เฟยิไม่มีเรี่ยวแรงจะหลบหนี ชายหนุ่มได้แต่หลับตารับชะตากรรม ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ความตายกำลังจะมาเยือน...
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
แผ่นหยกเก่า ๆ ที่อาจารย์อู๋มู่เคยโยนให้ก่อนลงเขา พลันลอยขึ้นมาส่องแสงสว่างจ้า! มันกางม่านพลังป้องกันสีทองคลุมร่างของเฟยิเอาไว้ ทว่าเพราะการโจมตีนี้มาจากตัวตนระดับ 'แดนแกนทองคำ' ซึ่งเกินกว่าขีดจำกัดที่หยกจะต้านทานไหว ม่านพลังทั้งสามชั้นจึงแตกละเอียดพร้อมกันในพริบตา! แต่ก็มากพอที่จะหักล้างพลังฝ่ามือมรณะนั้นไปจนหมดสิ้น!
เฟยิและอัคคีนิลเบิกตากว้าง ฉุกคิดขึ้นมาได้ในทันที!
"ฮ่า ๆ ๆ ! ข้าเข้าใจแล้วไอ้หนู!" อัคคีนิลหัวเราะลั่นในห้วงจิต "หยกแผ่นนี้มันเป็ของวิเศษที่ตรวจจับและป้องกันเฉพาะ 'ปราณของผู้ฝึกตน' เท่านั้น! มันถึงไม่ได้ผลตอนที่เ้าโดนอสูรจ่าฝูงโจมตีในหุบเขา! ตอนแรกข้านึกว่าตาเฒ่านั่นหลอกเ้าซะแล้ว ที่แท้ของจริงมันอยู่ตรงนี้นี่เอง!"
ผู้าุโคุมสอบตกตะลึงที่เห็นเด็กเมื่อวานซืนรอดจากฝ่ามือของตนไปได้ ความอับอายทำให้มันฟิวส์ขาด มันง้างฝ่ามือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใส่พลังมากกว่าเดิมหมายจะบดขยี้ให้แหลกคาที่!
คราวนี้เฟยิไม่มีหยกป้องกันอีกต่อไปแล้ว ชายหนุ่มกัดฟันแน่น เตรียมใจรับความตาย ทว่าก่อนที่ฝ่ามือมรณะนั้นจะฟาดลงมา...
ครืนนนน!!!
แรงกดดันอันมหาศาลและหนักอึ้งดุจขุนเขาทั้งลูก ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ปัดเป่าพลังฝ่ามือของผู้าุโแดนแกนทองคำให้สลายหายไปราวกับสายลมพัดเศษใบไม้!
พริบตาต่อมา เสียงที่แหบพร่า ทว่าดุดัน ก้องกังวาล และเต็มไปด้วยบารมีอันยิ่งใหญ่ไร้ต้านทาน ก็ดังกึกก้องสะท้านไปทั่วทั้งเก้าชั้นฟ้า!
"ไอ้สุนัขตัวไหน... มันบังอาจกล้าลงมือทำร้ายศิษย์เพียงคนเดียวของข้า!!!"