หลังจากเลือกห้องนอนกันได้แล้ว คนงานส่งเครื่องเรือนก็เดินทางกลับไปในเมือง
พี่หยุ่นอี้ก็บังคับรถม้าพาฮุ่ยเหมยกับเสี่ยวหยางเข้าเมือง เพื่อไปรับที่นอน หมอน ผ้าห่ม ที่ฝากให้ท่านน้าซื่อเหนียงจัดการให้
พอไปถึงท่านน้าซื่อเหนียงได้เตรียมไว้รอหลายวันแล้ว ชุดที่นอน 4 ชุดนี้ ฮุ่ยเหมยจ่ายไปอีก 12 ตำลึงทอง
พี่หยุ่นอี้กับคนงานในร้านช่วยกันขนที่นอนขึ้นเกวียนวัว เพราะไม่สามารถขนเข้ารถม้าได้ ในรถม้าใส่ผ้านวมผืนหนาและหมอน 4 ชุด ฮุ่ยเหมยนั่งอีกคนก็เกือบเต็มแล้ว
พอมาถึงบ้านสามพี่น้องก็ช่วยกันขนข้าวของเข้าไปจัดวางเป็ชุดๆ ในห้องนอน ทำให้ดูสวย สะอาด น่านอนมาก
เสี่ยวหยางถามว่าอยากนอนเลยได้ไหม ฮุ่ยเหมยก็บอกว่ารอก่อน อีกสองวันก็เข้ามานอนในบ้านหลังใหม่ได้แล้ว
จนเมื่อถึงวันนี้ที่เป็วันฤกษ์ดี พี่หยุ่นอี้พาน้องๆ ทั้งสองขนข้าวของจากบ้านเก่าเข้าบ้านใหม่ โดยเริ่มจากห้องนอนของน้องเล็กอย่างเสี่ยวหยางก่อน
ตอนนี้น้องเล็กขนเสื้อผ้าเข้าตู้ด้วยตนเอง ซึ่งเสี่ยวหยางนั้นมีชุดเสื้อผ้าแขวนไว้เต็มตู้ เพราะตอนนี้เสี่ยวหยางมีเสื้อผ้าทั้งหมด 10 ชุด พร้อมผ้าสำหรับใช้เช็ดตัวอีกสองผืน ที่ฮุ่ยเหมยสั่งให้แต่ละคน รองเท้าคนละสามคู่
ส่วนฮุ่ยเหมยกับพี่หยุ่นอี้พากันขนอุปกรณ์การเรียนของเสี่ยวหยาง มาวางไว้บนโต๊ะสำหรับอ่านหนังสือให้เสี่ยวหยาง อย่างเป็ระเบียบ
เมื่อทุกอย่างถูกจัดเก็บเรียบร้อย ห้องนอนใหม่ก็ดูน่าอยู่มากกว่าเดิมอีก เสี่ยวหยางยิ้มกริ่มตลอดเวลา พร้อมกับช่วยขนข้าวของให้พี่หยุ่นอี้ พอจัดเรียบร้อยห้องพี่หยุ่นอี้ก็น่าอยู่มากเช่นกัน
ส่วนข้าวของของฮุ่ยเหมยเธอบอกว่าไม่ต้อง เธอจะขนมาจัดเอง ให้พี่หยุ่นอี้กับเสี่ยวหยางช่วยกันขนของใช้ในครัวมาวางในห้องครัวใหม่ และจัดให้ดูเป็ระเบียบน่าใช้ก็พอ
พี่ชายน้องชายรับคำอย่างกระตือรือร้น พากันเริ่มขนของในครัวมาจัดใหม่ ห้องครัวใหม่จึงมองดูเป็ระเบียบมาก
ของส่วนตัวฮุ่ยเหมยก็ไม่ได้มีอะไร แค่เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัวเหมือนของพี่น้องของเธอแค่นั้น ของสำคัญเช่นเงินหลายหมื่นตำลึงทองก็อยู่ในมิติ เลยไม่ต้องห่วงเื่ของมีค่าว่าจะหายหรือต้องหาที่ซ่อน
ส่วนบ้านหลังเก่าก็ยังคงเก็บไว้ เอาไว้เก็บอุปกรณ์สำหรับทำสวนผัก และเครื่องเรือนเก่า
คืนแรกที่ครอบครัวฮุ่ยเหมยนอนกันในบ้านหลังใหม่ ทุกคนนอนอย่างมีความสุข ที่นอนสะอาดหนานุ่มให้ความอบอุ่นได้อย่างดี ทุกคนไม่ต้องทนหนาวอีกต่อไป อีกไม่กี่วันจะเข้าหน้าหนาวก็ไม่มีอะไรต้องห่วงอีก
หลังบ้านท่านลุงช่างก็ทำโรงเก็บฟืนให้อย่างมิดชิด ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยฟืนแห้งพร้อมใช้ เื่จะปลูกผักเลี้ยงปลาคงต้องเลื่อนไปก่อนเพราะอากาศเริ่มหนาว
เมื่อเื่บ้านและรั้วเสร็จแล้ว ต่อไปก็คงต้องเข้าเมืองอีกครั้ง ครั้งนี้คงต้องตุนอาหารไว้ให้มากที่สุด เพราะหน้าหนาวแต่ละปีอาหารจะแพงมาก ต้องรีบซื้อหามาไว้แต่เนิ่นๆ
ฮุ่ยเหมยรู้สึกมีความสุขมากที่ฤดูหนาวปีนี้ พี่หยุ่นอี้ไม่ต้องฝ่าความหนาวออกไปล่าสัตว์หรือหาของป่าอีกแล้ว เสี่ยวหยางก็ไม่ต้องทนไส่เสื้อผ้าบางๆ ขาดๆ และทนหิวอีก
เธอรู้สึกภูมิใจที่เธอเข้ามาอยู่ในชาติภพนี้แล้วสามารถช่วยให้ครอบครัวนี้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้นได้
การเข้าไปในเมืองในวันพรุ่งนี้ ฮุ่ยเหมยเตรียมภาพปักให้ท่านน้าซื่อเหนียงเรียบร้อยแล้ว ส่วนชุดกันหนาวที่สั่งไว้คนละสามชุดก็น่าจะเสร็จแล้ว เธอจะรับชุดกลับบ้านเลยจะได้ใช้ทันที เมื่อวางแผนเรียบร้อยแล้วฮุ่ยเหมยก็หลับไปอย่างเป็สุข
เช้านี้ฮุ่ยเหมยและเสี่ยวหยางนอนตื่นสาย พอเปิดประตูมาก็เจอพี่หยุ่นอี้เดินเข้ามาในบ้านบอกว่าไปดูม้ามา เพราะด้านนอกอากาศเริ่มเย็นกว่าเมื่อวาน ดีหน่อยที่คอกม้าทำประตูมิดชิด ม้าก็จะไม่หนาวมากนัก
ส่วนอาหารเช้าพี่หยุ่นอี้ทำเสร็จแล้ว พอเสี่ยวหยางตื่น เราก็จะกินอาหารเช้าพร้อมกัน เดี๋ยวนี้หลังจากฮุ่ยเหมยขายโสมได้เงินจำนวนมากพี่หยุ่นอี้ไม่เคยกังวลเื่จะออกไปวางกับดักเท่าไหร่แล้ว
อาหารที่เคยกินวันละมือ สองมื้อ ครอบครัวเราเริ่มกินอาหารสามมื้อต่อวัน และเมื่อมีเครื่องปรุงครบครัน น้ำมันก็ไม่ต้องประหยัดเวลาจะใช้ พี่หยุ่นอี้แสดงสีหน้ามีความสุขอย่างล้นเหลือ