หลังจากที่เธอลงจากรถไป ผมก็ขับรถออกมา โดยมองไปยังกระจกข้าง ยังคงเห็นเธอยืนเท้าสะเอวมองตามรถของผมอยู่ ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ผมเริ่มเผลอยิ้มออกมา
ยอมรับจากใจ ผมไม่ได้รู้สึกไม่ชอบหน้าดาวเหนือเหมือนครั้งแรกที่เจอหน้ากันในครั้งนั้นแล้ว อาจจะเป็เพราะได้เห็นมุมหลายๆมุมของเธอ เอาเข้าจริงเธอก็ไม่ได้ดูมีพิษมีภัยเหมือนที่เคยได้ยินมา หรืออ่านเจอตามข่าวกอสซิป อีกอย่างวันนั้นที่เรานัดทานข้าวกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล แฟนหนุ่มที่ผมจำได้ดีในครั้งนั้นของเธอ กลับโพล่หน้ามาต่อว่าเธอ จนผมจะลุกขึ้นแล้วเดินออกมา แต่ทว่า..ประโยคต่อมากลับทำให้ผมรู้สึกผิดขึ้นมาในใจ
“แกมีหน้ามาว่าฉันด้วยหรอ แกคิดว่าฉันโง่นักหรือไง ที่จะไม่รู้ว่าแกสวมเขาให้ฉันมาทั้งนาน ถึงแม้ฉันจะคบกับแกแค่เล่นๆก็จริง แต่ฉันไม่ชอบให้ใครมาสวมเขาฉันลับหลังหรอกนะ”
O_O
“เจอกันพรุ่งนี้นะคะ”
ดาวเหนือพูดจบหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากร้านทันที ผมที่กำลังประมวลผลกับประโยคที่ได้ยินเมื่อกี้ ก็ทำให้ผมได้รับรู้ว่าผมเข้าใจเธอผิดมาตลอด
“นี่แกจะไปไหน นางจิ้งจอก กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”
เสียงผู้ชายคนนั้นยังคงโวยวายเสียงดัง จนลูกค้าคนอื่นๆต่างหันมองมายังโต๊ะเรา
“นี่! นายช่วยหุบปากหน่อยได้ไหม”
เมื่อรู้ความจริง ความรู้สึกโกรธแทนดาวเหนือก็ทวีขึ้น จนเผลอหลุดปากพูดกับผู้ชายคนนั้นขึ้นมา
“นายก็เป็หนึ่งในตัวเลือกของนางจิ้งจอกนั้นล่ะสิ บอกไว้ก่อนเลยนะ ระวังจะโดนหลอก อีกอย่างเธอก็ชอบหลอกคนรวยๆแบบพวกเราด้วยสิ กินฟรีแต่ไม่ได้จับอะไรทำนองนี้นะ”
ผมถอนหายใจกับคำพูดคนตรงหน้า แล้วลุกขึ้นเอามือล้วงกระเป๋ามองหน้านายคนนั้นด้วยสายตานิ่งๆ
“ขอบใจที่หวังดีนะ แต่ฉันไม่ชอบให้ใครมาว่าผู้หญิงของฉันมากกว่าว่ะ”
พูดจบผมก็ซัดเบ้าหน้าผู้ชายคนนั้นไปหนึ่งที จนลงไปนอนกองกับพื้น
“ว๊ายย”เสียงผู้หญิงที่ผู้ชายคนนั้นควงมาด้วยกรี๊ดขึ้น
“นี่แกไม่รู้หรอว่าฉันเป็ใคร!!!!”
ผมนั่งยองๆตรงหน้าผู้ชายคนนั้น ก่อนจะยื่นนามบัตรของผมให้เขา
“เรียกทนายได้นะ ถ้านายอยากเจ็บตัวเพิ่ม อ่ะ…อีกอย่าง เลิกยุ่งกับเธอซะ เพราะเธอเป็ผู้หญิงของฉัน”
พูดจบผมก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกมา ไม่คิดเลยว่าผมจะเคยเห็นใจคนแบบนี้ ความรู้สึกผิดยังคงวิ่งอยู่ในใจผม ผมขับรถออกมาเรื่อยๆ จนกระทั่งผมเห็นดาวเหนือที่กำลังเดินอยู่ข้างทาง
“ขึ้นมาสิ เดี๋ยวฉันไปส่ง”
ผมลดกระจกลง เพื่อบอกให้เธอรีบขึ้นมา เธอมีท่าทางแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมขึ้นมา ผมรู้สึกได้เลยว่าเธอมีท่าทางที่ไม่ค่อยร่าเริงเหมือนก่อนหน้านั้น เลยปล่อยให้เธอนั่งนิ่งๆไปตลอดทาง จนขับมาถึงคอนโดของเธอ ผมเอื้อมไปหยิบชุดที่เตรียมไว้ให้เธอใส่พรุ่งนี้ส่งให้เธอ รอยยิ้มของเธอค่อยๆผุดขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง เมื่อมองดูชุดที่ผมเตรียมไว้ให้อย่างดีใจ
ปกติแล้วทุกวันผมจะกลับบ้านประมาณทุ่มหรือสองทุ่มของวันหลังจากทำงานตลอด แต่วันนี้ผมกลับถึงบ้านไวกว่าปกติ แม่ที่นั่งดูทีวีอยู่กับพ่อ ถึงกับแปลกใจกับการเลิกงานไวของผม
“ทำไมวันนี้กลับบ้านไวล่ะ” พ่อทักขึ้น
“ไปนัดทานข้าวนะครับ”
“กับใคร แฟนคนนั้นน่ะหรอ”
“ครับ”
ผมเดินไปนั่งที่โซฟา ที่พวกท่านนั่งอยู่
“แม่ล่ะอยากเห็นหน้าค่าตาว่าเด็กคนนั้นจะสวยไหม หรือน่ารักขนาดไหน ถึงทำให้ลูกชายของแม่ยอมสละคานอันมีค่าที่ประคบประหงมมานานหลายปียอมลงมาได้”
“ถ้าผมไม่ยอมลงมาเอง แม่ก็จะพาผู้หญิงมาให้ผมดูตัวไม่หยุดไม่หย่อนอีกสิครับ”
“รู้ตัวก็ดี แกน่ะอายุมากแล้ว รีบมีแฟน แต่งงาน มีลูกได้แล้ว พ่อกับแม่อายุเยอะแล้ว อยากเห็นหน้าหลานก่อนตาย”
“แม่กับพ่อ อายุยืนอยู่แล้วครับ รออยู่ดูหลานรับปริญญายังได้เลย”
“ทำพูดเข้า”
“อีกอาทิตย์น้องแกจะกลับมาจากต่างประเทศแล้วนิ มาตรงกับวันเกิดมันพอดี กลับมาแกก็สอนงาน
น้องมันหน่อยล่ะ”
“รู้แล้วครับ”
ั้แ่เล็กจนโต ผมมักจะจำได้ตลอดว่าพ่อเป็คนที่เข้ากับคนง่ายที่สุด ส่วนแม่ไม่ค่อยมีสังคมสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็จะมีเพียงเพื่อนผู้ปกครองของลูกๆที่พอจะพูดคุยได้บ้าง แต่ใครจะคิดว่าคนที่เข้ากับคนอื่นยากอย่างแม่จะสนิทสนมกับดาวเหนือได้ไวเพียงนี้ ผมเองยังไม่อยากเชื่อสายตา พ่อที่ส่งสายตาแปลกใจให้ผมเป็ระลอกๆ เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดาวเหนือเป็เพียงนางแบบธรรมดาๆ ผมคิดไม่ถึงว่าเธอจะตีบทแตก แสดงเป็แฟนผมได้อย่างสมบูรณ์ไม่เป็ที่สงสัยของคนอื่นๆเลยสักนิด ตอนนั้นผมยังอยากผลักดันให้เธอไปแคสละครแทนเดินแบบเลยล่ะ
“ไปส่งดาวเหนือเรียบร้อยแล้วหรอลูก”
“ครับ”
ผมเดินไปนั่งข้างแม่ที่นั่งดูทีวีอยู่ โดยเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว
“คุณพ่อล่ะครับ”
“หลับไปแล้วล่ะ แม่อยากดูซีรีส์ตอนนี้ให้จบก่อนเลยลงมาดูด้านล่าง กลัวเสียงดังน่ะ”
ซีรีส์จีนเกาหลี เป็งานอดิเรกของแม่ที่แม่มักจะทำเป็ประจำก่อนเข้านอน ผมและพ่อต่างชินกันแล้ว
“นั้นผมไม่กวนแม่ล่ะครับ ผมไปนอนก่อนนะ”
“เดี๋ยวๆๆๆ นั่งก่อน คือว่า แม่จะถามเื่หนูดาวเหนือหน่อยน่ะ”
“มีอะไรหรอครับ”
ผมกลับลงไปนั่งข้างๆแม่ สีหน้าของแม่ดูจริงจังขึ้น จนทำผมลุ้นตามไปด้วย กลัวว่าแม่จะจับผิดอะไรเราสองคนได้ซะแล้ว
“หนูดาวเหนือ เรียนจบที่ไหนหรอ”
“มหาลัยหรอครับ ผมก็ไม่มั่นใจ” เอาจริงๆผมไม่รู้เกี่ยวกับประวัติการศึกษาอะไรของเธอเลยสักนิด
“ไม่ใช่ๆ มัธยมปลายนะ”
“ผมไม่เคยถามเลยครับแม่ ทำไมหรอครับ มีอะไรหรือเปล่า”
“อ๋อเปล่าหรอกๆ แม่แค่ว่าเหมือนแม่เคยเจอหนูดาวเหนือที่ไหน แต่อาจจะไม่ใช่ก็ได้ นั้นลูกไปพักเถอะ แม่จะดูซีรีส์แล้ว”
“ครับๆ อย่านอนดึกนะครับ”
ผมพูดจบก็ลุกออกมา แม่ก็เปิดดูซีรีส์ต่อทันที