ขบวนรถไฟจอดให้พวกเราลงไปนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม
ซึ่งที่นั่นเองผมก็ได้มีโอกาสตุนของกินมาเพิ่มอีก
ผมกับเอิร์ธเดินแยกกันออกไป ผมมองเห็นแผ่นหลังบอบบางสวยงามของเธอแวบ ๆซึ่งคาดว่าเธอคงจะมุ่งหน้าไปยังองค์พระปฐมเจดีย์เพื่อกราบไหว้ขอพรในขณะที่ตัวผมเอาแต่สอดส่ายสายตาหาร้านขายของกินไว้ก่อน
และแล้วก็ได้เวลาที่เราจะออกเดินทางอีกครั้ง
แน่นอนว่าผมกลับขึ้นมาบนรถไฟพร้อมกับของกิน
“หมูย่างไหมครับเอิร์ธ ?”
ผมยื่นหมูย่างให้เธอหนึ่งไม้ พร้อมกับยื่นถุงข้าวเหนียวให้เอิร์ธยิ้มแล้วพยักหน้าพลางรับทั้งสองอย่างนั้นไปจากผม
รถไฟวิ่งฉึกฉัก ๆ ไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ผมแชร์ของกินที่ซื้อมากับเอิร์ธ
ผมนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง แต่เมื่อหันกลับมาอีกทีก็เห็นเอิร์ธเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คขนาดเล็กซึ่งวางอยู่บนตักแล้วเริ่มพิมพ์อะไรบางอย่าง
“งานเหรอครับ ?”
ผมถาม
“ช่ายย” เธอลากเสียง“อุตส่าห์ได้มาเที่ยวทั้งทีแต่ก็ยังมีงานมาคอยตามหลอกหลอน ไม่ไหวเลยเนอะ”
ริมฝีปากสีแดงสดคลี่ยิ้ม
...จะว่าไปผมชอบลุคของเธอในตอนนี้มากกว่าสมัยก่อนอีกแฮะสาวผมซอยสั้นสีดำ กับลิปสติกสีแดง แซ่บเผ็ชอย่าบอกใครเลยทีเดียว
จู่ ๆ ผมก็ก้มลงมาสำรวจการแต่งกายของตนเองในวันนี้
‘เอาวะ... อย่างน้อยก็พอดูได้’
ผมคิด แต่จะว่าไปทำไมต้องคิดทั้งที่ตอนออกจากบ้านมาจนถึงเมื่อครู่นี้ผมไม่ได้คำนึงถึงเื่นี้เลยแม้แต่น้อย
ฮ่า ๆ สงสัยเป็เพราะมีสาวสวยที่เคยรู้จักกันมานั่งข้าง ๆก็เลยใจสั่นล่ะมั้ง
“จะว่าไปโชคดีจังเลยนะคะที่มาเจออะตอมที่นี่”
“หืม ?”
“ตอนแรกฉันก็ยังกังวลใจอยู่ว่าออกทริปต่างจังหวัดมาแค่คนเดียวแบบนี้จะเป็อะไรหรือเปล่าเพราะมากับคนที่ไม่เคยรู้จักทั้งนั้น...”
“อ๋อ เื่นั้นผมเองก็คิดเหมือนกันครับ ว่าแต่บังเอิญจังเลยที่เราจองที่นั่งติดกันพอดี”
ผมคิด... และรู้สึกดีใจสุด ๆ ไปเลย
“จะว่าไปอะตอมได้ไปงานของที่โรงเรียนบ้างไหมคะ ?ไม่รู้พวกเพื่อนเราแต่ละคนจะเป็อย่างไรบ้างเนอะ”
“เท่าที่ผมรู้คือหลายคนแต่งงานมีครอบครัวไปหมดแล้วเมื่อวันก่อนผมก็เพิ่งเจอลูกปัทม์กับลูกสาวของเขาที่ห้าง ฯ แถวบ้าน”
“โอ้ !” ั์ตาคู่สวยของเธอเบิกกว้าง “ลูกปัทม์ก็มีลูกแล้วเหรอคะเนี่ยไวจริง ๆ”
“...”
ผมไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่ยิ้มอย่างเดียว
ลูกปัทม์คนที่เรากล่าวถึงสมัยก่อนผมเคยเห็นเป็เพื่อนผู้หญิงกลุ่มเดียวกับเอิร์ธ แต่ท่าทางดูเหมือนว่าจะไม่ได้ติดต่อกันเอิร์ธถึงมีท่าทีประหลาดใจเช่นนี้
ผมสัปหงกบ้างเป็พัก ๆเพราะระหว่างทางนั้นได้เติมเสบียงลงไปในกระเพาะอย่างเต็มที่เสียขนาดนั้นแต่ไม่ว่าจะลืมตา ครึ่งหลับครึ่งตื่นสักกี่ครั้งเอิร์ธก็ยังคงตั้งใจทำงานเอกสารในโน้ตบุ๊คอย่างไม่มีท่าทีว่าจะง่วงหงาวหาวนอนเหมือนผมเลย
หากวัดกันจากตรงนี้แล้ว
ดูเหมือนเอิร์ธจะขยันทำงานมากกว่าผมเสียอีก ฮ่า ๆ
่สาย แสงแดดแผดกล้าแรงขึ้นทุกที
ขบวนรถไฟแล่นฉึกฉัก ๆ ไปตามทางไม้หมอนเรื่อย ๆจนกระทั่งในที่สุดก็มาถึงที่หมายปลายทางสุดท้ายนั่นคือ สวนสนประดิพัทธ์ นั่นเอง
ศีรษะของผมกระแทกชนกับขอบหน้าต่างในขณะสัปหงกเป็พัก ๆ ดัง ป๊อก ๆๆจนในที่สุดผมก็ลืมตาตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเ้าหน้าที่ภายในขบวนรถไฟประกาศว่าเราใกล้ถึงเต็มทีแล้ว
เอิร์ธปิดหน้าจอโน้ตบุ๊คลงแล้วเก็บมันเข้ากระเป๋าตามเดิมในขณะที่เธอหันมายิ้มให้ผมซึ่งตีหน้างุนงงจากอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น
...เอาเข้าจริง ๆ แล้วผมขอสารภาพจากใจ...
ผมแทบไม่ได้ดูวิวข้างทางหรือรู้เื่รู้ราวอะไรกับสภาพบรรยากาศภายนอกเลยเพราะแทบจะหลับั้แ่นครปฐมยาวมาจนถึงประจวบคีรีขันธ์เลยทีเดียว!!
ในที่สุดขบวนรถไฟนำเที่ยวก็มาจอดลง ณ ป้ายหยุดรถสวนสนประดิพัทธ์
ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ พลางยืดเส้นยืดสายไปพลางเหมือนคนี้เีและไม่ลืมที่จะปิดปากหาวหวอด ๆ เหมือนคนยังตื่นไม่เต็มที่
เอิร์ธหันมาหัวเราะคิกเมื่อเห็นท่าทีของผม
“คิก ๆ” เสียงหัวเราะน่ารักดังออกมาจากปากของเธอ“ฉันเห็นอะตอมหลับตลอดทางเลยไม่อยากปลุกค่ะ”
“อ่า”
ผมฟังแล้วได้แต่เกาศีรษะแก้เก้อไปงั้น ๆ
แหม่ น่าอายเสียเหลือเกินครับ ‘อะตอมหลับตลอดทาง’ มันช่างตรงประเด็นเสียจนไปต่อไม่ถูกเลยทีเดียว
ทั้งผมและเอิร์ธขนสัมภาระจำเป็ซึ่งได้แก่ เสบียงอาหาร หมวก ร่มกล้องถ่ายรูป บลา ๆๆ แล้วลงมาจากรถไฟ
ผมกับเธอตกลงกันว่าเราจะไปเที่ยวด้วยกันเนื่องจากต่างคนต่างก็มาคนเดียว ไอ้ครั้นจะไปไหนมาไหนคนเดียวในต่างถิ่นสำหรับผมซึ่งเป็ผู้ชาย คงไม่มีปัญหาอะไรเท่าไหร่ แต่เธอนี่สิ...
อย่างน้อยเอิร์ธมากับผมก็อุ่นใจกว่ากันเยอะ อันนี้ผมกล้าพูดครับ ฮ่าๆๆ ดูเป็คนมีความมั่นใจสูงมากก~
เราทั้งสองเดินไปตามทางเรื่อย ๆ เพื่อมุ่งหน้าตรงไปยังชายหาด
แดดร่มลมตก สำหรับตอนนี้...ซึ่งเป็บรรยากาศที่ดีมากเนื่องจากอากาศไม่ร้อนจนเกินไป
ผมมองเห็นนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ประปรายพวกเขากำลังนั่งพักผ่อนกันอยู่ริมหาด
ซึ่งผมก็ผุดความคิดขึ้นมาได้ว่าผมเองก็ควรจะเช่าเตียงผ้าใบแบบนั้นมานั่งบ้างล่ะนะ
หลังจากเช่าเตียงผ้าใบและจัดของอะไรต่อมิอะไรให้เข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาที่รอคอยล่ะครับ
อะฮ่า...
เวลาสำหรับการพักผ่อนจากการงานอันแสนเหน็ดเหนื่อยตลอดหนึ่งสัปดาห์ผมจะทำให้มันมลายหายไปเป็ปลิดทิ้งเลยคอยดู !
ผมทอดสายตามองออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา กลิ่นของทะเลเนี่ยช่างสดชื่นดีจริงๆ
‘อยากลืมความเครียดสะสมที่เกิดขึ้นจากการทำงานออกไปให้หมด’
ผมคิดขณะหลับตาลง แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เต็มปอด~
เอิร์ธลุกออกจากเตียงผ้าใบแล้วเดินลงไปยังบริเวณหาดทรายแสนสวย
ผมมองเห็นร่างเล็ก ๆ ของเธอกำลังใช้มือยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมาผมมองภาพนั้นอย่างเผลอไผล...
เอิร์ธเป็ผู้หญิงที่น่ารักมากครับ... ั้แ่สมัยเรียนแล้ว
เธอสวยอย่างไรก็สวยอย่างนั้น... ไม่เปลี่ยนเลย...ช่างเป็สิ่งที่น่าอัศจรรย์มาก ๆ ที่ผมได้มาเจอเธอที่นี่กับทริปท่องเที่ยวแห่งความบังเอิญนี้
คงจะมีอยู่สิ่งหนึ่งล่ะมังครับที่ผมยังไม่ได้บอก
นั่นคือตัวผมเองก็คงเป็หนึ่งในเด็กผู้ชายเมื่อครั้งอดีตที่แอบชอบเธอ(...อยู่ห่าง ๆ)
ผมเรียนห้องเดียวกับเอิร์ธมาตลอด และไม่เคยลืมรูปร่างหน้าตาของเธอเลยแม้เวลาจะผ่านมานานเท่าไหร่
แต่การจะเข้าหาเธอนั้นดูจะเป็ไปได้ยากมากเลย
นอกจากเธอจะมีกลุ่มเพื่อนผู้หญิงกลุ่มใหญ่คอยอยู่รอบตัวตลอดเวลาตัวผมเองก็ไม่ได้เป็ผู้ชายที่หล่อและน่าสนใจขนาดนั้นเสียด้วย
ฮ่ะ ๆ ผมในอดีตยิ่งเป็อะไรที่ห่างไกลจากคำว่า ‘ดูดี’ ไปมากทีเดียว (แม้แต่ตอนนี้ก็เถอะ... นะ)
ผมหยิบสมาร์ทโฟนของตนเองขึ้นมาแล้วแอบกดชัตเตอร์ถ่ายภาพของเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว...
อย่างน้อยขอเก็บความทรงจำ่เวลานี้ไว้ก็ยังดีครับ
...ผมไม่ได้คาดหวังอะไรไปมากกว่านั้นอยู่แล้ว