หลังจากที่สำรวจตรวจตราว่าไม่มีอันตรายใดๆแล้ว เทียนฉินจึงก้าวเดินไปทางสระน้ำนั้นทันที พอมาถึงริมสระน้ำไม่ทันไรก็พลันมีสายลมเย็นสดชื่นกลุ่มหนึ่งพัดผ่านเข้ามาปะทะกับหน้าเทียนฉินทันที
"นี่มันสระน้ำอะไรกันถึงได้มีกระแสจิติญญาธรรมชาติมากมายขนาดนี้"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยท่าทีตื่นตระหนกเป็อย่างมาก จึงมองลงไปในสระน้ำสีเขียวอมฟ้านั้น พบว่าน้ำในสระใสสะอาดเป็อย่างมากจนมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเขาเอง
หลังจากระงับสติอารมณ์ได้เทียนฉินจึงก้าวลงไปในสระน้ำสีเขียวอมฟ้านั้นอย่างช้าๆ กระแสจิติญญาธรรมชาติอันอบอุ่นพลันแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างไม่ลืมหูลืมตา
เทียนฉินพบว่ากระแสจิติญญาธรรมชาติหลายสายนี้ไม่ใช่แค่เพิ่มพูนพลังปราณในร่างกายของเขาเท่านั้น แต่กลับขยายขอบเขตไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก หรือแม้แต่จุดชีพจรทุกจุดที่อยู่ในร่างกายคล้ายได้รับการชำระล้างให้สะอาดบริสุทธิเป็อย่างมาก
"พวกเ้ารีบลงมาในสระน้ำกันเถอะ"เทียนฉินเอ่ยชวนจงลู่อันกับเหม่ยหลินด้วยความตื่นเต้น
ทั้งสองไม่รอช้ารีบลงมาตามคำชวนของเทียนฉินโดยไม่ลังเล ทันทีที่ลงมาทั้งสองจึงได้รับรู้ว่าสระนี้มีความมหัศจรรย์เป็อย่างมาก ต่างกันมามองหน้ากันด้วยความยินดี
"ข้าไม่รู้ว่าจะอาศัยอยู่ในสระน้ำแห่งนี้อีกนานเท่าไร ถ้าพวกเ้ารู้สึกเบื่อหรือคิดว่าอาจจะเสียเวลาอยู่ที่นานจนไม่สามารถเก็บคะแนนเพิ่มได้อีกก็ออกไปก่อนได้เลยไม่ต้องรอข้า!"เทียนฉินเอ่ยออกมาก่อนจะมุดตัวลงในสระน้ำทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบจากทั้งสองคน
หลังจากเทียนฉินมุดลงมาในสระน้ำแล้วเขาไม่ได้เริ่มซึมซับในทันที แต่กลับลงมือสำรวจภายในสระน้ำนั้นก่อน
พอเริ่มสำรวจไปได้ไม่นานเทียนฉินพลันฉุกคิดขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง เขาคิดว่าถ้าหากในสระน้ำมีกระแสจิติญญาธรรมชาติมากขนาดนี้แล้ว ต้นกำเนิดมันมาจากที่ใดกันแน่
จากนั้นเขาจึงดำดิ่งลงไปด้านล่างอย่างช้าๆ พลางส่องสายตาสำรวจไปทั่วบริเวณที่ลงมาถึงเผื่อว่าจะพบเจออะไรบางอย่างบ้างไม่มากก็น้อย เขาพบว่าบรรยากาศภายในสระมีความหนาวเย็นเป็อย่างมากหนำซ้ำยังมืดมิดจนแทบจะมองไม่เห็นสิ่งใดเลยต่างจาก้า จึงอัดพลังปราณใส่ผลึกแสงให้ส่องสว่างอีกครั้งจึงสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบได้
จนเมื่อมาถึงบริเวณก้นสระแล้วเทียนฉินจึงได้พบว่า พื้นที่ที่เขาเหยียบอยู่นั้นมีความแข็งเป็อย่างมาก พื้นผิวราบเรียบคล้ายกระเบื้องมันวาว จึงเริ่มลองเดินสำรวจไปทั่วบริเวณทันที
หลังจากเดินสำรวจไปได้สักระยะหนึ่ง เทียนฉินบังเอิญพบกับโพลงทางเข้าทางหนึ่ง มีหมู่มวลกระแสจิติญญาธรรมชาติต่างหลั่งไหลกันออกมาจากภายในตรงจุดนั้น
"หืม! ข้างในจะต้องเป็จุดกำเนิดของกระแสจิติญญาธรรมชาติภายในสระนี้อย่างแน่นอน!"
เทียนฉินไม่รอช้าทดลองยื่นมือออกไปัักับตรงปากโพลงนั้นอย่างรวดเร็ว ทันทีที่มือของเทียนฉินแตะััเข้ากับปากโพลงตรงหน้านั้นเอง พลันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบางอย่างขึ้น
กระแสจิติญญาธรรมชาติที่กำลังหลั่งไหลออกมาจากโพลงข้างหน้านั้น พลันม้วนตัวเป็เกลียวคลื่นจากจุดเล็กๆค่อยๆขยายกว้างขึ้นอย่างช้าๆคล้ายกับหลุมดำหลุมหนึ่ง จากนั้นมีกระแสลมดึงดูดร่างของเทียนฉินเข้าไปภายในทันที
"หือ! แย่แล้ว!!"
เทียนฉินร้องอุทานออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาพยายามอย่างสุดกำลังหมายจะพุ่งตัวหลบหนีจากหลุมดำนั้น แต่คล้ายกับกระแสลมนั้นจะเพิ่มแรงดึงดูดเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ฉุดดึงเทียนฉินหายวับเข้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่หลุมดำนั้นจะค่อยๆสลายหายไปก่อนกลับคืนสู่สภาพเดิมอีกครั้ง
ทางด้านจงลู่อันกับเหม่ยหลินที่กำลังนั่งซึมซับกระแสจิติญญาธรรมชาติอยู่นั้น ไม่มีทางรับรู้ได้เลยว่าด้านล่างเกิดอะไรขึ้น ทั้งสองต่างกำลังเข้าสู่ภวังค์กันอย่างสงบนั่นเอง
ทางด้านเทียนฉินหลังจากถูกหลุมดำดึงดูดเข้ามาด้านในแล้ว เขาได้พบว่าตนเองนั้นยืนอยู่ภายในถ้ำแห่งหนึ่ง เมื่อมองไปรอบถ้ำกลับมองเห็นผลึกสีฟ้าอมเขียวก้อนหนึ่ง มีผิวกลมเกลี้ยงลักษณะคล้ายไข่มุก กลุ่มกระแสจิติญญาธรรมชาติต่างหลั่งไหลมาจากผลึกก้อนนั้น
ถัดจากผลึกสีฟ้าอมเขียวก้อนนั้นมีเบาะรองนั่งอันหนึ่งวางอยู่บนแท่นหินอันใหญ่ นอกจากนั้นเขากลับไม่พบสิ่งใดอีกเลย
"ที่นี่เป็ที่ฝึกตนของผู้ใดกัน!"เทียนฉินสงสัยเป็อย่างมากว่าที่แห่งนี้มีคนมาอาศัยอยู่ได้อย่างไร แต่เมื่อคิดไปคิดมากลับไม่ได้คำตอบ จึงเลิกคิดแล้วเดินขึ้นไปนั่งบนเบาะนั้นทันที
ในขณะที่เทียนฉินนั่งลงบนเบาะนั่งอยู่นั้นเอง พลันปรากฎภาพนิมิตรขึ้นมาภายในหัวของเขา ภาพในนิมิตรมีหญิงสาวรูปโฉมงดงามยืนมองมาทางเทียนฉินด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เสื้อผ้าที่สวมใส่ล้วนเป็สีฟ้าอ่อนตัดกับผิวพรรณที่ขาวสะอาด ทำให้แลดูสูงศักดิ์บริสุทธิ์เป็อย่างมาก
"เ้าไม่ต้องวิตกกังวลไปหรอก นี่คือเศษเสี้ยวจิติญญาของข้าที่เหลือทิ้งไว้เพื่อพบเจอกับผู้ที่มีวาสนาต่อกันเท่านั้นเอง"หญิงสาวคนนั้นเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเพราะพริ้งชวนให้คนฟังรู้สึกเคลิบเคลิ้ม
"ข้าน้อยเทียนฉินเคารพผู้าุโ"หลังจากหายจากอาการตกตะลึงเทียนฉินจึงรีบทำความเคารพโดยทันที
"ไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไรหรอก"หญิงสาวคนนั้นยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูพลางกล่าวต่อ
"เศษเสี้ยวจิติญญาที่ข้าทิ้งไว้มีเวลาไม่นานนัก
ฉะนั้นข้าจะส่งความทรงจำเกี่ยวกับรายละเอียดของที่นี่ให้เ้าใคร่ควรตรึกตรองเอาเองแล้วกัน จงปล่อยตัวตามสบายอย่าได้ขัดขืน"
หลังจากกล่าวจบหญิงสาวจึงยื่นนิ้วมือเข้ามาแตะตรงหว่างคิ้วของเทียนฉินอย่างแ่เบา กระแสพลังงานบางอย่างต่างหลั่งไหลเข้าไปภายในหัวของเทียนฉินอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งหญิงสาวดึงมือกับมานั่นเองกระแสพลังงานเ่าั้จึงค่อยสลายจางหายไป
"การพบเจอกันถือเป็โชควาสนาอย่างหนึ่ง ส่วนเ้าจะมีความสามารถรับรู้สิ่งต่างๆที่ข้าทิ้งไว้ภาย ในโลกมิติแห่งนี้ได้มากเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับตัวของเ้าเองเท่านั้น!"หลังจากกล่าวจบจิติญญาของหญิงสาวผู้นั้นจึงค่อยๆเลือนหายไป
จากความทรงจำของหญิงสาวผู้นั้น เทียนฉินจึงเข้าใจภาพโดยรวมของแดนลับแห่งนี้แล้วว่า ที่แท้จริงนั้นแดนลับแห่งนี้มีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่มีพลังระดับหลุดพ้นขั้นสูงสุดห้าคนร่วมมือกันสร้างขึ้นมา ก่อนจะออกเดินทางไปสู่โลกกว้างที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น และทั้งห้าคนนั้นต่างเข้าใจแก่นแท้ธาตุต่างๆไม่เหมือนกัน เช่นหญิงสาวผู้นี้นางเข้าใจแก่นแท้ธาตุน้ำถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว
ผลึกสีฟ้าอมเขียวที่เทียนฉินพบนั้นคือผลึกที่บรรจุความเข้าใจในแก่นแท้ธาตุน้ำที่หญิงสาวผู้นั้นทิ้งไว้ให้กับคนที่มีโชควาสนามาพบเจอนั่นเอง ส่วนมิติลับแห่งอื่นในแดนลับนี้อยู่ที่ใดเทียนฉินไม่อาจรับรู้ได้เลย
หลังจากภาพความทรงจำต่างๆจางหายไป เทียนฉินพบว่าตัวเขาเองได้กลับมานั่งอยู่บนเบาะที่เดิมแล้ว เขาใช้เวลาอีกเล็กน้อยในการปรับความเข้า ใจภายในสมองของเขา จากนั้นจึงเอื้อมไปหยิบผลึกสีฟ้าอมเขียวมาถือไว้ในมือ
ในขณะที่ัักับผลึกสีฟ้าอมเขียวนั้นเอง กระแสจิติญญาธรรมชาติต่างโหมกระหน่ำเข้าใส่ตัวเทียนฉินอย่างรวดเร็วราวกับพายุก็ไม่ปาน
หลังจากกระแสจิติญญาธรรมชาติต่างพุ่งเข้าใส่ร่างเทียนฉินอยู่นั้นเขากลับพบว่ามีกระแสอีกอย่างแทรกซึมเข้ามาในจุดตันเถียนอย่างเงียบๆ
กระแสที่ว่าคือแก่นแท้ธาตุน้ำที่มาจากผลึกสีฟ้าอมเขียวนั่นเอง เทียนฉินจึงเริ่มสังเกตดูภายในจุดตันเถียนเขาพบว่าจากเดิมที่มีกลุ่มก้อนสีแดงอยู่แล้วกลับมีสีฟ้าเพิ่มเพิ่มเข้ามาอีกกลุ่มก้อนนึงซึ่งกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนเกือบจะเท่ากลุ่มก้อนสีแดงที่มีอยู่ก่อนแล้ว
"หืม! นี่คือแก่นแท้ธาตุน้ำอย่างนั้นหรือ?"เทียนฉินรำพึงรำพันในใจ เพราะแต่เดิมกลุ่มก้อนสีแดงนั้นคือแก่นแท้ธาตุไฟที่เทียนฉินได้มาจากการทำ ความเข้าใจในเคล็ดวิชาจิตอัคคีพิสุทธิ์ แต่แก่นแท้ธาตุน้ำเขากลับได้มาจากผลึกสีฟ้าอมเขียวจากความบังเอิญนี่เอง
เมื่อรับรู้ถึงกลุ่มก้อนภายในจุดตันเถียนแล้ว ทำให้เทียนฉินเลิกกังวลใจ จากนั้นหลับตานั่งสมาธิส่วนในมือยังกำผลึกสีฟ้าอมเขียวไว้อย่างหลวมๆ
จบตอนที่ 17