“เฮ้อ... จะให้อ๋องอย่างข้าได้พักผ่อนหย่อนใจบ้างมิได้หรือ?” อี้เฟยถอนหายใจยาวหลับตาเอนพนักพิงโซฟาพลางยกมือขึ้นนวดขมับเป็นการผ่อนคลายอารมณ์หน่อย ในใจตอนนี้รู้สึกว่ามันช่างวุ่นวายจริงๆ ก่อนหน้านี้เขาก็เพิ่งจะให้เฉียนหลิงไปส่งเสด็จอากลับไปโดยที่ไม่ลืมกำชับว่าให้แวะหาหมอที่คลินิกใกล้ๆนั้นก่อนด้วย
ตอนนี้อี้เฟยอยากอยู่คนเดียวอยากคิดอะไรเงียบๆจึงไม่ได้ออกไปส่ง และเสด็จอาเองก็เหมือนว่าจะรับรู้ได้จึงได้เอ่ยลากลับไปเงียบๆซึมๆอย่างนั้น ไม่ได้อยู่ต่อวอแวหรือตอแยอะไรเขา
แต่ทว่าหน้าตาน่าสงสารแบบนั้นทำให้ใครดูกัน...?
“อะไรกันนักกันหนาก็ไม่รู้” อี้เฟยยกเรียวขานั่งไขว่ห้างพาดแขนเรียวไปตามแนวโซฟา ภายในหัวก็ปลดปล่อยความคิดไปเรื่อยๆ ส่วนในมืออีกข้างเขาก็หมุนบัตรเติมเงินที่เฉียนหลิงเก็บมาจากหน้าประตูบ้านเมื่อวานนี้เล่นๆไปพลางด้วย
ฟ้าส่งเขาอี้อ๋องมาเพื่อใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แต่ทำไมต้องส่งคนอื่นตามมาด้วยเล่า... มีจุดประสงค์อะไรกันแน่?!
ดวงตาคมกริบก้มลงกวาดมองบัตรเติมเงินในมือก่อนจะเอ่ยพึมพำอย่างเนือยๆอีก “แล้วบัตรเติมเงินนี่... มีจุดประสงค์อะไรกันแน่?”
อี้เฟยพลันถลันไปหยิบโทรศัพท์สมาร์ตโฟนเครื่องหรูของตนมา ริมฝีปากบางสีสดกระตุกยิ้มมีเล่ห์ นิ้วเรียวก็กดจิ้มโทรศัพท์ยิกๆตามหมายเลขรหัสบัตรเติมเงิน ถึงจะไม่ค่อยแน่ใจว่าส่งมาผิดบ้านหรือเปล่าแต่ในเมื่อมันอยู่ในมือของเขาแล้วก็เท่ากับว่าเป็น ‘ของกำนัล’ ของเขา... และ ‘ของกำนัล’ เมื่อได้รับมาแล้วจะไม่ใช้ก็จะถือว่าเป็นการเสียน้ำใจแก่ผู้ให้ไปเปล่าๆ
“อ๊ะ สมัครอินเทอร์เน็ตรายเดือนแบบอัตโนมัติแล้วนี่นา” อี้เฟยกะพริบตาถี่ๆขนตายาวงอนตีเป็นแพน่าข่วนใจยิบๆ เขากวาดตามองอ่านข้อความที่ส่งเข้ามาอย่างติดๆกันสองข้อความ ซึ่งข้อความแรกเป็นข้อความได้รับการเติมเงินและแจ้งจำนวนยอดเงินปัจจุบัน ข้อความที่สองคือการแจ้งสมัครอินเทอร์แบบรายเดือนเรียบร้อยแล้ว
กรุณาเติมเงินและสมัครอินเทอร์เน็ตแบบรายเดือนด้วยครับ :)… อืม นี่เป็นข้อความที่มาพร้อมกับบัตรเติมเงิน
“ใครกันที่ร้ายกาจถึงขนาดนี้เนี่ย!”
ร่างสูงของเด็กหนุ่มในชุดวอร์มสบายๆอยู่บ้าน ใบหน้าหล่อเหลาสง่างามขาวผ่องเช่นเดิมก็จริงแต่หัวคิ้วเรียวกลับขมวดแลดูตึงเครียดเล็กน้อยคล้ายมีเรื่องกวนใจที่สลัดไม่หลุด อี้เฟยยกนิ้วชี้และนิ้วกลางนวดระหว่างคิ้ว เมื่อมีอินเทอร์เน็ตแล้วเขาคิดว่าน่าจะหาเพื่อนคุยพักผ่อนหย่อนใจคลายเหงาสักหน่อย
ไม่รอช้าเขาก็กดเข้าในแอปฯ Weibo ทันที
[Weibo]
อี้เฟย
Following 0 / Follower 3.3M
หลังจากวันนั้นเขาก็ยังไม่ได้เข้าไปแก้ไขใส่รูปโปรไฟล์เหมือนเดิม แต่จำนวนผู้กดติดตาม Weibo ของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกราวๆสามแสนกว่าคนและก็เพิ่มจำนวนขึ้นทุกๆวันเสมอ เฉียนหลิงมักจะบอกให้เขาเข้าไปโพสต์อัปเดตหน้าไทม์ไลน์ของตัวเองบ้างแต่เขาก็ยังไม่ได้เข้าไป วันนี้จึงถือโอกาสนี้เลยละกัน
“อืออออ... อืมมมมม...” อี้เฟยครางอืออืมในลำคอพร้อมเคาะนิ้วเรียวลงบนพนักโซฟายามใช้ความคิด คือจุดสำคัญมันอยู่ที่ว่าเขาไม่รู้ว่าจะโพสต์อะไรนี่สิ!
“อ้อ งั้นโพสต์รูปนั้นก็แล้วกัน”
อี้เฟยเลือกภาพที่เฉียนหลิงส่งให้ซึ่งเป็นภาพจากกองถ่ายมิวสิควิดีโอเพลง – พานพบแล้วจากลาเพื่อมาพบกันอีกครั้ง มาโพสต์ลง Weibo ถือเป็นการโปรโมทไปในตัวด้วย เมื่อวันก่อนนั้นหม่าปินปินก็โพสต์ภาพฉากการถ่ายทำและภาพจากด้านหลังมุมระยะไกลของเขากับเสด็จอาไปแล้ว เป็นการโปรโมทและสปอยล์แก่แฟนคลับของเจ้าตัว ทำเอาแฟนคลับแตกตื่นและเฝ้ารอไม่น้อยพร้อมทั้งค้นหากันยกใหญ่ว่าผู้แสดงเอ็มวีนี้เป็นใครเพราะเห็นแค่ด้านหลังยังรู้สึกว่าต้องหน้าตาดีมากแน่ๆ
อ่า ยอมชาวเน็ตเขาเลยจริงๆนะครับ
หม่าปินปินเงียบไป ส่วนทีมงานก็มาบรีฟว่าอยากให้เขาโพสต์ภาพเกี่ยวกับการถ่ายทำสักภาพเพื่อกระตุ้นให้การรอคอยของทุกคนมีรสชาติเพิ่มขึ้นหน่อย
อื้ม เอาละ เขากดโพสต์แล้วนะ!
[Weibo]
อี้เฟย : เร็วๆนี้
[แนบรูปภาพหนึ่งรูป - <ภาพถ่ายทั้งตัว> ร่างสูงโปร่งของอี้เฟยในชุดฮั่นฝูสีม่วงเข้มขลิบทองแลดูแข็งแกร่งและสูงศักดิ์ ใบหน้าหล่อเหลาสง่างามนั้นประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนอุ่นละมุนชวนเคลิบเคลิ้มฝันหวาน บริเวณเยื้องๆทางขวาที่อี้เฟยยืนจะเห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างไม่ชัดเจนของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งอีกคนในชุดฮั่นฝูสีขาวขลิบฟ้าคราวกำลังยืนหันหลังให้กล้องแต่มองอี้เฟยอยู่ โดยมีฉากหลังแบ็คกราวน์ของภาพเป็นบริเวณกองถ่ายการทำงานของทีมงานเซตฉากและเปลี่ยนฉากใหม่]
ทันทีที่กดโพสต์ภาพเรียบร้อยพร้อมกับข้อความสั้นๆเช่นเดิม ทันใดนั้น... การหลั่งไหลเข้ามาของทั้งจำนวนยอดไลค์ คอมเมนต์และการรีโพสต์ก็เริ่มเข้ามาอย่างกับน้ำป่าไหลหลาก ประหนึ่งว่าทุกคนกำลังรอเวลานี้มานานแล้ว!
แต่ว่าทุกคนไปเกรี้ยวกราดอะไรกันมาเนี่ย ทำไมถึงได้ดูดุเดือดสะเทือนโพสต์สะเทือน Weibo ของเขากันขนาดนี้!
อี้เฟยกะพริบตาถี่ๆก่อนที่จะหัวเราะออกเสียงอย่างขำๆเมื่ออ่านคอมเมนต์ของผู้ติดตาม...
อยากมีเฟยเฟยเป็นของตัวเอง(คิดถึงมั๊กๆรู้มั้ย) : เจ็บตาเจ็บจมูกเจ็บปากเจ็บคางเจ็บคอ ปวดอกปวดท้องปวดซี่โครงปวดตับปวดไตปวดหัวใจ เป็นหวัดเป็นไข้ไม่สบายหายใจไม่ออกอยากบอกว่า... เพราะว่าเฟยเฟยหายไป! คิดถึงมั๊กๆน่ะรู้มั้ยล่ะ?!
>>> อี้เฟย : ครับๆ รู้แล้วว่าคิดถึง แต่ไปหาหมอก่อนเถอะครับถ้าป่วยขนาดนี้!
“ฮ่าๆฮ่าๆ... ถ้าจะเป็นขนาดนี้ก็ควรจะไปพบแพทย์แล้วไหมล่ะ ฮ่าๆฮ่า โอ๊ย ปวดท้อง ฮ่าๆฮ่า” อี้เฟยอดไม่ได้ที่จะเข้าไปตอบกลับคอมเมนต์สักหน่อยทั้งยังกุมท้องพลางหัวเราะพลางไปกับคอมเมนต์ที่น่าขำของแต่ละคนและมีตอบกลับบ้างด้วย
ส่วนใหญ่คอมเมนต์ก็จะมาประมาณนี้ นอกจากโอดครวญคิดถึงเขาแล้วก็จะกรีดกราดกันเกี่ยวกับผลงานของเขา ในที่สุดเขาก็เข้าสู่วงการที่ต้องใช้หน้าตาหรือก็คือเสนอหน้าอันหล่อเหลาเป็นเลิศของตนออกสู่สาธารณะนั่นเอง และแน่นอนว่าด้วยวิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยมและความสามารถการเชื่อมโยงที่เก่งกาจมากของทุกคนชาวเน็ตก็เชื่อมโยงไปถึงเพลงใหม่ของหม่าปินปินได้ทันที
สุดยอดมาก!
ฉันคือมี่มี่ที่มีเสี่ยวเซียนเป็นกำลังใจของชีวิตค่ะ : วันนี้เสี่ยวเซียนมาทักทายบนป๋อป๋อต้องจุดพลุฉลองแล้วววววววว ฉันวิ่งไปซื้อพลุแล้วนะเนี่ย ฮืออออ ไม่ไหวแล้วๆๆ คุณภาพดี คุณภาพดี คุณภาพดี!
ฉันคือมี่มี่ที่มีเสี่ยวเซียนเป็นกำลังใจของชีวิตค่ะ : เร็วๆนี้คืออะไรไม่รู้แต่ที่รู้คือคิดถึงมั๊กๆนะรู้มั้ยยยยยยย ฮรึกกกกก ผลงานแรกของเสี่ยวเซียน รอเลยจ้าาาาาา
>>> อี้เฟย : ขอบคุณครับ รอดูพลุอยู่นะครับ
>>> ฉันคือมี่มี่ที่มีเสี่ยวเซียนเป็นกำลังใจของชีวิตค่ะ : อ้าว พลุต้องมาจริงแล้วนะเนี่ยยยย แต่กรี๊ดๆๆๆ เสี่ยวเซียนตอบคอมเมนต์ฉานนนน ยัยมี่มี่ตายไปแร้วววววว
อยากเป็นแฟนอี้เฟยครับ : คิดถึงคุณจนทนไม่ไหวแทบจะออกไปแทะเสาไฟฟ้าได้แล้วเนี่ยยยยยย เร็วๆนี้คืออะไรก็ช่าง แต่รอคุณเสมอครับ
>>> อี้เฟย : ความคิดถึงกับแทะเสาไฟฟ้ามันไปด้วยกันได้เหรอครับ?
>>> อยากเป็นแฟนอี้เฟยครับ : เสี่ยวเฟยความคิดถึงมันทำให้คนเป็นบ้าได้นะรู้มั๊ย!
บางทีอี้เฟยก็งงๆสงสัยๆ อย่างดูคอมเมนต์นี่สิ คือความคิดถึงมันไปเกี่ยวอะไรกับการแทะเสาไฟฟ้าล่ะเนี่ย มันเกี่ยวกันได้ด้วยเหรอ? แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาตอบกลับได้อย่างไร “ฮ่าๆฮ่า... เอาเถอะๆ ความคิดถึงมันทำให้คนเป็นบ้าได้ก็เป็นบ้าได้ ยอมละๆ ฮึบๆ”
ฝูหย่งคิดถึงเซียนเซียนจนจะไม่ไหวแล้วน๊ะ! : ฮรึกกกกกฮรุกกกกก ร้องไห้ฟูมฟายยยยยย อาจจะเป็นเพราะฝูหย่งว่างเกินเหรอ ในหัวถึงได้เอาแต่คิดถึงอี้เฟยอ่ะ ฮรึกกกกกก
>>> อี้เฟย : อย่าร้อง โอ๋นะครับ ว่างหรือไม่ว่างยังไงก็อย่าลืมคิดถึงผมและคิดถึงตัวเองแล้วกันครับ
>>> ฝูหย่งคิดถึงเซียนเซียนจนจะไม่ไหวแล้วน๊ะ! : กรี๊ดดดดดดด ฝูหย่งได้ตายไปแล้ววววววว
“ฮึ้ม อะไรเนี่ยยยย... อย่าเพิ่งตายกันสิ!” อี้เฟยว่าทั้งขำทั้งยิ้มกว้างกับความน่ารักของผู้คนเหล่านี้ แม้ว่าจะไม่ค่อยจะเข้าใจก็เถอะว่าทำไมมันต้องอลังการขนาดนี้เลยเหรอ อะไรประมาณนี้ก็ตาม
เขายิ้มส่ายหน้าน้อยๆและเลื่อนสายตาอ่านลงไปเรื่อยๆอีกสักหน่อย
ที่รักของปินปิน : กรี๊ดๆๆๆๆ หล่อมากกกกกกก ความหล่อเหลานี้ท่านได้แต่ใดมาเจ้าคะ เรานี่ปะติดปะต่อได้แล้วววววว อี้เฟยคือนักแสดงในเอ็มวีเพลงใหม่ที่กำลังจะออกของหม่าปินปินใช่ไหมคะ?
>>> อี้เฟย : เร็วๆนี้!... ความหล่อเหลาของข้าก็ต้องได้มาจากพระบิดาและพระมารดาสิ!
แฟนของปินปิน : กรี๊ดดดดดด พระเอกเอ็มวีของปินปินใช่ไหมคะ ใช่ไหมคะ หล่อจังเลย ใจเรามันไม่ใช่ของเราแล้วววว! ฮรึกกกกก นอกใจร้องไห้หาปินปิน ><
>>> อี้เฟย : เร็วๆนี้!... ถ้าใจคุณมันไม่ใช่ของคุณแล้วมันเป็นของใครล่ะ สตรีที่ดีควรพึงมีใจรักเดียวใจเดียวนะครับ ห้ามนอกใจสามี!!!
ฉันปิงปิงแฟนปินปิน : ว้าวววว พระเอกเอ็มวีของปินปินหล่อมากเลยยยยย มือนี่สั่น กระเป๋าตังค์นี่เปิดอ้าแล้วนะ จะมีผลงานอื่นๆอีกมั้ย หน้าหล่อได้ใจมากนึกเทพเซียนมาเอง ฮรุกกกกก ใจละลายยยยย (^_<)
>>> อี้เฟย : ละลาย... ใจละลาย(?)
เหมียวเหมียวชอบกินปลาเส้น : ยอมรับว่าเป็นคนคิดมาก แต่ก็ไม่มากเท่าคิดถึงเสี่ยวเฟยเย้ยยยยย ฮืออออ คิดถึงเสี่ยวเฟยที่สู๊ดดดดดด เร็วๆนี้เร็วๆไหนก็จะรอเล้ย! ม๊วฟๆ -333
>>> อี้เฟย : ม๊วฟ? ขอบคุณครับ ต้องรอนะ
“ใจละลาย? ใจเรามันละลายได้ด้วยเหรอ? แล้ว ‘ม๊วฟๆ’... คือ อะไร น่ะ???” อี้เฟยพูดพร้อมเอียงศีรษะน้อยๆ ทำหน้าซื่อๆงงๆอย่างที่ว่าหากใครได้เห็นละก็จะต้องอยากลักพาตัวเขากลับบ้านไปแน่นอน แต่เขาก็ไม่เข้าใจจริงๆว่าไอ้เจ้า ‘ม๊วฟๆ’ นี่คืออะไร?
อืมๆ สมกับที่เป็นยุคปัจจุบันที่ผ่านมาเป็นหลายพันปีเพราะผู้คนนี้สมัยนี้เข้าใจไม่ง่ายเลยจริงๆ ทำเอาบางทีอ๋องอย่างเขาก็รู้สึกมึนงงนัก
“บางทีอ๋องอย่างข้าคงจะอยู่ที่นี่ได้ไม่นานจึงไม่ค่อยเข้าใจโลกสักเท่าไหร่...”
บนโลกใบนี้ใครจะใสซื่อ(?)ได้เท่าอี้อ๋องอีก ไม่มีอีกแล้ว(?)!
ฮวาเอ๋อร์อยากเป็นฮูหยินของท่านพี่อี้เฟย : ฝากดาวบนฟ้าไปบอกท่านพี่อี้เฟยได้ไหม ว่าฮวาฮูหยินคนนี้มันคิดถึงจนแทบทนไม่ไหวแล้ว! รอผลงานของสามีนะคะ กี๊ดๆๆ เขินนนนนน ><
>>> อี้เฟย : ฝากดาวบอกคิดถึง... แต่ดาวพูดไม่ได้นะครับ
ลิลลี่หลงรักท่านพี่อี้เฟย : อยากจะลาออกจากการเป็นตัวเอง แล้วไปสมัครใหม่เป็นคนของท่านพี่อี้เฟย ฮรือออออ ทำไมหล่อขนาดนี้ หล่อขนาดอดใจไม่ไหวจะเลียจอแร้วนะ!
>>> อี้เฟย : O^O (/อิโมจความรู้สึกกลัว/)
อาหมวยชอบเต๊าะอี้เฟย(หลัวในมโน) : เต๊าะใครก็ได้ เต๊าะใครก็รอด แต่เต๊าะเฟยเฟยทีไรเสมือนหายไปกับอากาศทู๊กที เพราะน้องไม่เข้าใจ๊พรี่เล้ย! ฮรุกกกกก เอ็นดูวววววววว ><
>>> อี้เฟย : ผมเข้าใจสิ๊!
อี้เฟยเลื่อนอ่านคอมเมนต์อีกหลายต่อหลายคอมเมนต์ที่หลั่งไหลเข้ามามากมายและยังตอบกลับไปด้วยในความรู้สึกที่หลากหลาย บ้างก็มีทั้งทำให้หัวเราะเสียงดังทั้งทำให้ขำจนหน้าแดงทั้งทำให้ยิ้มกว้างมากๆ บ้างก็ทำให้มึนๆงงๆตามไม่ทันหน่อยเพราะเป็นภาษาสแลงที่สมัยใหม่เกินความเข้าใจของเขา แต่สรุปแล้วก็สนุกดี
หลังจากที่อ่านคอมเมนต์และตอบคอมเมนต์กลับไปอย่างพอประมาณแล้ว สายตาของอี้เฟยก็เลื่อนไปบริเวณกล่องข้อความซึ่งมีการแจ้งเตือนข้อความที่ไม่ได้อ่านเด้งค้างขึ้นมาตลอด วันนี้เขาก็รู้สึกนึกครึ้มมีใจอยากจะกดเข้าไปสำรวจดูกล่องข้อความบ้างสักหน่อย... เมื่อกดเข้าไปแล้วเขาเลื่อนดูเรื่อยๆแต่ไม่ได้กดเข้าไปอ่าน
ก่อนที่ต่อมาจะสะดุดตากับชื่อแอคเคาท์ของคนคนหนึ่งที่ดูคุ้นๆ และข้อความของอีกฝ่ายก็เพิ่งเลื่อนขึ้นมาเป็นอันดับแรกเพราะเจ้าตัวส่งข้อความมาล่าสุด
- กล่องข้อความ – [รักแรกพบ : หายไปไหนมา]
“รักแรกพบ เหรอ... อ้อ ชื่อแอคเคาท์ไปคล้ายกับหนังสือรักแรกพบของคุณคนนั้นกระมังเลยจำได้ว่าคุ้นๆตา” อี้เฟยกล่าวพลางย่นคิ้วนึกๆตามด้วยเพราะจำได้ว่าเคยช่วยเก็บหนังสือที่มีชื่อว่า ‘รักแรกพบ’ ให้กับคุณห้องตรงข้ามวันนั้น... เพราะมันผ่านตาเขาก็เลยพอจะนึกจำได้
ในเมื่อจำได้ก็แปลว่ามีวาสนาต่อกันอยู่บ้าง เขาจึงจะตอบข้อความคุณรักแรกพบกลับไปสักหน่อยละกัน นิ้วชี้กดเข้าไปที่ข้อความของ [รักแรกพบ]
- กล่องข้อความ -> [รักแรกพบ]
>> รักแรกพบ : หายไปไหนมา
อี้เฟยอ่านข้อความล่าสุดของ [รักแรกพบ] และกำลังจะกดแป้นพิมพ์หน้าจอตอบกลับ แต่ทว่า... สายตาของเขาก็เลื่อนขึ้นไปเห็นข้อความก่อนหน้านั้นอีกหลายข้อความของอีกฝ่าย ก็เท่ากับว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณรักแรกพบคนนี้ทักทายเขามาหรือ?
นิ้วเรียวกดเลื่อนหน้าจอลงเพื่อเลื่อนอ่านข้อความบนๆที่คุณรักแรกพบคนนี้ส่งมาก่อนหน้านี้... เวลาวันเดือนปีไม่เหมือนกันเลย
“อ่า ฮ่ะฮ่าๆ...” อี้เฟยเผลอหลุดขำเมื่ออ่านข้อความหนึ่ง เขาพบว่าแอคเคาท์ [รักแรกพบ] คนนี้ติดตามและส่งข้อความมาให้เขาตั้งแต่วันแรกที่เขาเปิดแอคเคาท์ Weibo เลย และหลังจากนั้นก็ยังส่งข้อความมาอยู่เรื่อยๆเสมอ
ในแต่ละครั้งไม่ใช่ข้อความที่ยาวเหยียดอะไร เป็นแค่ข้อความสั้นๆไม่เกินสามข้อความต่อวันแต่ต่างเวลากันเท่านั้น ถามอย่างเช่นไปหาหมอหรือยัง หน้าผากหายดีหรือยัง กินข้าวหรือยัง ทำอะไรอยู่หรือทำอะไรบ้าง เมื่อไหร่จะมาอัปเดต Weibo บ้าง เรียนหนักเหรอหรือทำงานหนัก คำถามก็จะประมาณนี้หรือไม่ก็อีกฝ่ายก็จะพิมพ์มาให้กำลังใจเขาบ้าง หรือก็พิมพ์มาบอกเล่าชีวิตประจำวันของตัวเองบางอย่างเช่น กำลังกินอะไรและถ่ายภาพส่งมาให้ดู กำลังทำอะไร เรียนอะไรอยู่ ก็จะประมาณนี้
ส่งข้อความมาทุกวันแม้ว่าจะไม่ได้รับการตอบกลับไปเลยสักครั้งเดียวก็ตาม…
“[รักแรกพบ] เขาจะเป็นคนแบบไหนนะ”
อี้เฟยคิดว่าคนคนนี้จะต้องเป็นคนแบบไหนกันนะหรือเป็นคนประเภทไหนกันนะ ทั้งที่ขนาดรู้แล้วว่าเขาไม่ตอบข้อความกลับก็ยังส่งข้อความมาอีกเรื่อยๆอีกเนี่ย อี้เฟยได้แต่คิดแล้วส่ายหน้างงๆให้กับหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองจริงๆ เพราะเขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
เราไม่รู้จักกันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมต้องถามไถ่เหมือนใส่ใจกันมากด้วยล่ะ...
เมื่อเห็นข้อความหนึ่งแล้วเขาก็อดยิ้มไม่ได้จริงๆ
…..
>> รักแรกพบ : ต้องจ่ายโดเนทเท่าไหร่คุณถึงจะลงอีกหลายรูปใน Weibo เดี๋ยวนี้... ส่วนหน้าผากนั่นก็รีบไปหาหมอด้วยล่ะ
.....
>> รักแรกพบ : นี่เอาเลขบัญชีมาหรือเอาเบอร์มือถือของนายมาสิ เดี๋ยวฉันจะเติมเงินค่าอินเทอร์เน็ตให้เอง!
…..
>> รักแรกพบ : หายไปไหนมา
ขอบคุณนะครับ : อี้เฟย <<
คุณรักแรกพบเป็นคุณหรือเปล่าที่ส่งบัตรเติมเงินมาให้ผมน่ะ? : อี้เฟย <<
อี้เฟยกดเลื่อนหน้าจอขึ้นจนมาถึงข้อความล่าสุดก่อนที่จะกดที่ช่องพิมพ์ข้อความเพื่อตอบกลับอีกฝ่าย เขาไม่ตอบคำถามว่าหายไปไหนมาแต่ขอบคุณสำหรับความห่วงใยที่คนไม่รู้จักกันนั้นมีให้ และยังไม่ลืมที่จะถามเรื่องบัตรเติมเงินด้วย
คิ้วเรียวเข้มพาดกระบี่เลิกขึ้น ดวงตาคมกริบเสหันไปมองที่ประตูบ้านของตนเอง... ในใจมีความคิดหนึ่ง
>> รักแรกพบ : ในที่สุดนายก็ตอบฉันสักที
? : อี้เฟย <<
“นี่มันตอบไม่ตรงคำถามไม่ใช่เหรอ” อี้เฟยเอ่ยพึมพำๆกดพิมพ์เครื่องหมายคำถามตอบไป อืม เขาก็ลืมคิดไปเขาเองก็ตอบไม่ตรงคำถามเช่นกันนั่นแหละ
ในช่วงเวลาไม่นานเสี้ยววินาทีฝ่ายตรงข้ามปลายทางก็ตอบข้อความเขากลับอย่างรวดเร็วอย่างกับว่านั่งจ่อโทรศัพท์รออยู่อย่างไรอย่างนั้น แต่ในเมื่อคนเขาถามมาเราก็ควรจะตอบใช่ไหมล่ะ... อืม ตอบกลับไปอีกฝ่ายตอบกลับมากลายเป็นเขาคุยกับคุณรักแรกพบคนนี้นานหลายนาทีหลายข้อความเลยทีเดียว
>> รักแรกพบ : ทานข้าวหรือยัง
ยังครับ : อี้เฟย <<
>> รักแรกพบ : ใกล้เที่ยงแล้วนะ
ยังไม่หิวครับ : อี้เฟย <<
>> รักแรกพบ : แบบนั้นไม่ดีนะ ต้องทานอาหารให้ตรงเวลาสิ
อืม : อี้เฟย <<
งั้นผมจะไปทานข้าวแล้ว : อี้เฟย <<
>> รักแรกพบ : เดี๋ยวสิ
… : อี้เฟย <<
อี้เฟยกะพริบตาถี่ๆ บางครั้งคุณรักแรกพบคนนี้เขาก็มีความไม่น่าเข้าใจในตัวเองสูงอยู่กระมัง... แบบนี้ควรไปทานข้าวหรือควรรั้งอยู่ก่อนดี?
>> รักแรกพบ : อืม
>> รักแรกพบ : ไปทานข้าวเถอะ ห้ามอดข้าว ต้องทานข้าวเยอะๆ
คุณก็เช่นกัน : อี้เฟย <<
ขอบคุณที่คุยเป็นเพื่อนนะครับ : อี้เฟย <<
อี้เฟยยกยิ้มน้อยๆด้วยพลางกดพิมพ์ไปด้วย เมื่อส่งข้อความสุดท้ายแล้วจึงค่อยกดออกจากหน้ากล่องข้อความ [รักแรกพบ] ทันที วันนี้เขาเพิ่งรู้สึกว่าการมีแอปพลิเคชัน Weibo นี้ก็ถือว่ามีอะไรให้เล่นแก้เหงาไปได้บ้างล่ะนะ
แต่ทว่า... อี้เฟยก็รู้สึกเช่นกันว่าการมีแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียที่สะดวกสบายและรวดเร็วมากอยู่ในมืออย่างอิสระนั้นก็ต้องพบเจอกับทุกสถานการณ์จริงๆทั้งดีและไม่ดีต่างกันไป อย่างเช่นในขณะนี้ที่สายตาของเขาดันบังเอิญได้เห็นและกวาดมองอ่านคอมเมนต์บางอย่างในโพสต์ล่าสุดของตนเอง
อื้อหือ โทรศัพท์ในมือนี่สั่นหนักเลยเชียวละ
ซันนี่รักปินปินคนเดียว : อี้เฟยเหรอ ไม่เห็นจะหล่อเลยหลงตัวเองเกินไปป่ะ ปินปินหล่อกว่าอีก ปินน่าจะแสดงเอ็มวีเองไปเลย ไม่น่าเอาพวกมือใหม่มาแสดง เดี๋ยวก็แสดงออกมาไม่ได้ ออกมาไม่ดีอีกเสียดายผลงานดีๆของปินอ่ะ
LAB-BB : ++เห็นด้วยกับคอมเมนต์บน แฟนคลับเขาคืออวยสุดอ่ะ พวกประเภทมีดีแค่หน้าตาก็เงี้ย ผิวเผินๆ ไม่ชอบเลยจะทำให้ปินเสียป่ะ
Four-Rum : ++ ช่ายยย พวกหน้าตาดีทำตัวสูงส่งแต่ความสามารถต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ไม่รู้เส้นใหญ่ขนาดไหนถึงได้มาแสดงเอ็มวีเพลงของปินได้
แมรี่ซู หวัง : ++จริงๆ ดูมีดีแค่หน้าตาอ่ะ อย่างอื่นคือไร้ระดับสุดๆ เกาะปินปินดังป่ะเนี่ย
ฟ่านฟ่าน : ++เกาะปินปินดังชัวร์
บลา บลา บลา...
“ฮื้ม...” อี้เฟยหรี่ตามองอย่างสงสัยพลางกระตุกยิ้มมุมปากหยันๆ ไม่รู้ว่าจะเป็นท่านใดที่ส่งของขวัญมาให้เขาในยามที่กำลังอารมณ์ดีๆเช่นนี้ ช่างเป็นคนที่ไม่รู้จักเวลาล่ำเวลาเอาเสียเลยนะ
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนยุคสมัยอดีตเก่าก่อนแต่ก็ไม่ได้โง่ถึงเพียงนั้นที่จะมองไม่ออกถึงคอมเมนต์ข้อความที่ปลุกปั่นในทางที่ไม่ดีผิดปกตินี้... ดูสิ ก็มาพร้อมเพรียงกันอย่างกับนัดหมายกันมาแล้วอย่างไรอย่างนั้น ใครที่ดูไม่ออกไม่ใช่ว่าจะตัวโง่งมเกินไปรึ?
เห๊อะ อ๋องอย่างเขาเผชิญเล่ห์กลมาอย่างนับไม่ถ้วนกล้าฟันธงได้เลยว่าเรื่องนี้จะต้องมีผู้อยู่เบื้องหลังแน่นอน และยังอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาอี้อ๋องที่เพิ่งมาในยุคปัจจุบันได้ไม่ถึงหนึ่งเดือนนั้นไปเหยียบหางของท่านใดเข้าถึงได้แว้งกัดเขามาคำหนึ่งเช่นนี้!
อื้ม รู้สึกว่าเขาจะปากจัดเฉียบคมขึ้นหรือเปล่านะ ฮ่ะฮ่าๆ
ส่วนสำหรับในความคิดของท่านอ๋องนั้น... เอาเถอะ เขาอี้อ๋องเป็นคนชอบยิ้ม และก็มักจะเป็นคนที่จดจำความแค้นได้ดีเป็นที่สุดเลยด้วยล่ะ!
“หึหึ...”
------------------------------
ภายในกล่องข้อความเว่ยป๋อสัญลักษณ์นี้ *>> = ข้อความส่งเข้ามา *<< = ข้อความส่งออก
Talk
เฮ้ยๆ ไอ้พวกนั้นน่ะๆ พวกเอ็งคิดจะเปิดวอร์กับท่านอ๋องข้าเหรอ? [หึหึ]
ในส่วนของคุณรักแรกพบนั้นเฟยเฟยตอบกลับแล้วนะ สมใจทั่นแล้วนะคะ... งื้อออ ก็อยากจะเป็น Safe Zone ให้เธอบ้างในเวลาที่เหงาหรือต้องการใครอ่ะ ฮิ้วววว เขิลๆนิดนึงแหละ เป็นฟีลที่เขิลนิดนึงอ่ะ [555]
Talk2
พักเบรกหน่อยๆ เดี๋ยววูบๆ [555]
แต่ไรท์นี่วูบเลยจ้ะ วูบเลย... ลืมเนื้อเรื่องราวหมดแล้วววววว กู้กลับคืนยังไงเนี่ยยยยย T_T
มีตรงไหนติดขัดหรืออ่านขัดๆบอกได้เลยนะเดี๋ยวกลับมาแก้ๆให้จ้า ขอโทษจริงๆ ผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนไม่ได้แต่งนิยายเลยสักนิดมันเลยกู้กลับคืนยากนิดนึง
ปล. ไม่เทท่านอ๋องแน่นอนแค่กู้ฟีลลิ่งกับความจำเนื้อเรื่องพล็อตเรื่องกลับคืนมายากนิงนึง ขอแค่มีเวลามากๆหน่อยน่าจะไปต่อได้ตลอด [(555ในเลข5มีน้ำตาซ่อนอยู่) อยากปิดเทอมแน้ววววว แต่ยังไม่สอบเทอม 2 เลยนะเนี่ย แงงๆ งอแงนิดนึง]
แล้วพบกันใหม่ตอนหน้า(ยังไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่)นะทุกคน ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังติดตามสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ :)
ตอนนี้ขอพักผ่อนใจหน่อย(?) ตอนหน้ามาร่วมกันเป็นกำลังใจให้ท่านอ๋องด้วยกันอีกเถอะ!
อ่านแล้วเป็นเช่นไรบ้างก็ฝากคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ :)