บทที่ 87 ก้าวผ่านอย่างต่อเนื่อง
สามลมหายใจต่อมาหลังจากที่ชายหนุ่มถูกส่งตัวออกมาจากบึงหมื่นอสูร
เวลานี้ด้านหน้าของชายหนุ่มนั้นมีแต่ผืนทะเลทรายที่แห้งแล้ง ไร้สิ่งมีชีวิตใดๆนอกจากชายหนุ่มและจิตวิญญาณธาตุสีดำทมิฬบนไหล่ของเขา
“ที่นี่คงจะเป็นด่านขัดเกลาที่ชื่อว่าฤดูลงทัณฑ์สินะ การที่ข้าจะผ่านที่นี่ไปได้ข้าจะต้องอดทนผ่านฤดูแปรผันตลอดเส้นทางไปให้ได้”
“ฟังดูเหมือนง่าย ทว่าตามที่ศิลานั้นบอกไว้ ฤดูกาลแปรผันของที่นี่ไม่ใช่ฤดูกาลธรรมดาทั่วไปเพราะฤดูกาลที่นี่นั้นล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อจอมยุทธ์ทุกระดับ”
“นี่มันคงจะไม่ต่างจากการหลอมกายหยาบจากพลังธาตุสักเท่าไหร่สินะ”
ชายหนุ่มเอ่ยพึมพำกับตัวเอง
“เจ้าคิดถูกแล้วด่านขัดเกลานี้ถือว่าง่ายที่สุดสำหรับเจ้าแล้ว ทว่าเจ้าก็ควรจะขัดเกลาที่นี่ให้ดีเช่นกันในระดับนี้กายหยาบของเจ้ายังสามารถขัดเกลาได้อีกพอตัว ที่สำคัญหากเจ้าไม่ขัดเกลากายหยาบให้ดี เมื่อไปถึงด่านสุดท้ายของมังกรเฒ่านั้น เจ้าอาจจะทนไม่ไหวก็เป็นได้”
ชายหนุ่มที่กำลังจะตอบกลับไป กลับต้องหยุดชะงักท้องฟ้าเหนือหัวของชายหนุ่มในตอนนี้ได้เกิดรอยแยกมิติขึ้นมา พร้อมกับมีสายฟ้าสีม่วงควบแน่นเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่และพุ่งเข้ามาทางชายหนุ่ม
“เด็กน้อยเจ้าพูดมากเกินไปแล้ว ข้าไม่น่าปล่อยให้เจ้าตามเจ้าหนุ่มนี่มาเลยเจ้าทำผิดกฎตั้งแต่ด่านขัดเกลาที่ผ่านมาแล้วเจ้ามาอยู่ในด่านสุดท้ายรอเจ้าหนูนี่แต่โดยดีเสียเถอะ”
เมื่อเสียงนั้นถูกส่งออกมา ร่างกายของชายหนุ่มก็ประหนึ่งถูกภูเขานับหมื่นๆ ลูกกดทับไม่สามารถกระดุกกระดิกได้เลย
“ข้าไปรอเจ้าก่อนนะ ขืนข้าดื้อดึงมังกรเฒ่านี่คงเดือดดาลจริงๆ แน่”
ไม่รอให้ฝ่ามือสายฟ้านั้นมาถึง จิตวิญญาณธาตุสีดำทมิฬนั้นก็ได้พุ่งเข้าไปในรอยแยกมิตินั้นเองทิ้งให้ชายหนุ่มยืนอึ้งอยู่คนเดียว
“พลังเมื่อครู่มันคือพลังระดับใดกัน เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังเช่นนั้นตัวข้านั้นเสมือนกลายเป็นมดตัวเล็กจ้อยที่กำลังเผชิญหน้ากับหน้าผาที่สูงตระหง่าน”
“เอาเถอะจากบทสนทนาเมื่อครู่ดูเหมือนทั้งสองจะรู้จักกันมาก่อนแล้ว และหากข้าคิดไม่ผิดนั่นจะต้องเป็นจอมยุทธ์เผ่ามังกรที่ดำน้อยเคยเอ่ยถึงแน่ๆ”
“ข้าเองก็ควรจะเร่งผ่านการขัดเกลานี่ได้แล้ว”
คิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มจึงมุ่งตรงไปยังทิศตะวันออกในทันที การจะผ่านด่านขัดเกลานี้ไปได้นั้นคนผู้นั้นจะต้องมุ่งตรงไปทางทิศตะวันออกเรื่อยๆ และต้องคอยรับมือกับฤดูกาลและสภาพแวดล้อมที่อาจจะเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
เพียงครึ่งชั่วยามต่อมาชายหนุ่มก็พบเจอคนของสำนักหัตถ์ทองคำและสำนักเสียงสมุทรบ้างประปราย ทุกคนที่เห็นชายหนุ่มก็ต่างพากันเข้ามาทักทาย
นั่นเองจึงทำให้ชายหนุ่มรู้ว่ามีเพียงแค่เขา หม่าฉือ เจียงเป่า หลี่เฟยและคงหมิง เท่านั้นที่ยังไม่ได้ออกมาจากประตูฝึกฝนที่เข้าไปในตอนแรกเลยในช่วงเวลาหนึ่งเดือนนี้
หากนับก่อนหน้านี้ไปสักสองสามวันก็มีตัวของชายหนุ่มรวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ส่วนคนของสองสำนักนั้นเพียงครึ่งเดือนทุกคนก็เข้าๆ ออกๆ ทั้งสามประตูกันครบหมดแล้ว สาเหตุนั้นก็ง่ายๆ เมื่อพวกเขาไม่เข้าใจหรือทำพลาดในประตูไหนบ่อยๆ พวกเขาก็มักจะไปฝึกฝนในประตูอื่นๆ สลับไปมา นี่ก็รวมถึงสองผู้นำของทั้งสองสำนักอย่าง ชูเอินและชิงอี้ด้วย
เมื่อเดินมาได้อีกสักพัก ความร้อนรอบๆตัวชายหนุ่มก็เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันราวกับความร้อนนี้พยายามจะหลอมร่างกายของเขาอย่างไรอย่างนั้น
ทว่านี่ก็ทำได้เพียงให้ชายหนุ่มรู้สึกร้อนขึ้นมาก็เท่านั้นต้องอย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ชายหนุ่มถูกหลอมกายมาโดยธาตุทั้งห้ามาก่อน ความร้อนเช่นนี้มันเทียบไม่ได้เลยกับความร้อนจากเพลิงของจิตวิญญาณธาตุเพลิง
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปเสื้อผ้าของชายหนุ่มก็ไม่อาจจะทานทนแล้ว อาพรของชายหนุ่มค่อยๆ ลุกติดไฟขึ้นมาแต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ทำอันใด ความเย็นยะเยือกก็ได้เข้ามาแทนที่ความร้อนเมื่อครู่อย่างฉับพลัน เหล่าคนของสองสำนักบางคนที่ตามหลังชายหนุ่มถึงกับกระอักเลือดล้มลงหมดสติก็มี ก่อนที่ร่างของพวกเขาจะถูกพลังปราณห่อหุ้มและถูกส่งตัวออกไป
“พลังธาตุเหล่านี้มีกลิ่นอายกฎสวรรค์อยู่ด้วย แม้จะเหมือนเปลี่ยนฤดูกาลธรรมดาแต่กลับมีกลิ่นอายกฎสวรรค์ผสมอยู่ด้วย เช่นนี้ความลำบากที่ต้องพบเจอจะต้องหนักหนาสำหรับพวกเขาเป็นแน่”
“แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของข้าหรอกนะ”
“ฮ่าๆ ดีจริงๆ ที่ข้าขัดเกลากายหยาบด้วยธาตุทั้งห้ามาก่อน ไม่เช่นนั้นข้าคงจะต้องลำบากในที่นี้บ้างเป็นแน่”
ชายหนุ่มเอ่ยกับตัวเองพลางเดินต่อไปด้วยท่าทีสงบ พร้อมกับค่อยๆใช้พลังของด่านขัดเกลานี้ขัดเกลากายหยาบของตนให้พัฒนาขึ้นไปอีก ถึงจะพัฒนาขึ้นมาไม่มากแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย นี่ก็เป็นผลกระทบมาจากที่ชายหนุ่มถูกหลอมกายด้วยจิตวิญญาณธาตุทั้งห้าและไหนจะความเข้าใจและพลังธาตุอื่นๆ ที่เขาได้รับมาจากการขัดเกลาของผู้อาวุโสหยินหยางอีก
นี่จึงทำให้ผลลัพธ์ที่ชายหนุ่มได้จากด่านขัดเกลานี้น้อยเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ที่กำลังได้รับการขัดเกลากายหยาบจากฤดูแปรเปลี่ยน ทว่าชายหนุ่มก็หาได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก หนึ่งชั่วยามต่อมาเบื้องหน้าของชายหนุ่มปรากฏช่องว่างมิติขึ้นมาอย่างฉับพลัน พร้อมกับปล่อยแรงดึงดูดใส่ชายหนุ่มทำให้ตัวเขานั้นถูกดูดเข้าไปโดยไม่อาจต้าน
เพียงพริบตาต่อมา ชายหนุ่มก็ได้มาปรากฏตัวอยู่ในอีกสถานที่แล้ว สิ่งแรกที่ชายหนุ่มสัมผัสได้คือกลิ่นอายความตายอันหนาแน่น และกลิ่นคาวเลือดที่ลอยขึ้นมาเตะจมูก
เมื่อส่องสายตามองไปโดยรอบ ชายหนุ่มในตอนนี้กำลังยืนอยู่บนเสาหินที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางลำธารสีแดงฉาน กลิ่นเลือดที่เตะจมูกชายหนุ่มในตอนแรกนั้นคงจะมาจากลำธารนี้ไม่ผิดแน่
“นี่คงเป็นลำธารโลหิตสินะ นี่จะต้องมีสิ่งมีชีวิตตกตายไปมากมายเพียงใดกันถึงได้มีลำธารโลหิตเช่นนี้ได้”
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับมองไปยังเบื้องหน้า
เสาหินที่ชายหนุ่มยืนอยู่นั้นมีทางเดินแค่ทางเดียว นั่นก็คือบันไดหินที่ทอดยาวลงไปเบื้องล่างตัดผ่านลำธารสีแดงลงไปอีก บริเวณรอบบันไดนั้นเหมือนกับมีอะไรมาขวางกั้นไม่ให้ลำธารสีแดงนั้นเข้ามาใกล้บันไดมากเกินไป
นั่นจึงทำให้เกิดเป็นภาพอุโมงค์สีแดงเลือดที่มีขั้นบันไดให้ผู้คนลงไปด้านล่าง และดูเหมือนว่าหากไม่ผ่านลำธารสีโลหิตนี้ไปก็คงจะไม่มีทางมองเห็นว่ามีสิ่งใดอยู่ด้านใต้นั้น
“จากที่ข้าอ่านบนเสาศิลามา ด่านขัดเกลานี้สร้างเลียนแบบดินแดนแห่งหนึ่งไว้และที่แห่งนั้นก็ถูกเรียกว่าอเวจีไร้ชีวา การจะผ่านด่านขัดเกลานี้ไปได้นั้นคนผู้นั้นจะต้องเลือกประลองฝีมือกับร่างจำแลงจอมยุทธ์ที่อยู่ในดินแดนแห่งนี้ มีระดับตั้งแต่ขุนพลไปจนถึงราชันย์ยุทธ์รวมทั้งหมดหนึ่งร้อยห้าสิบคนยิ่งลำดับที่น้อยความแข็งแกร่งยิ่งมากขึ้น”
“เงื่อนไขการผ่านนั้นก็ไม่ซับซ้อน หากชนะตัวตนระดับเดียวกันได้แม้เพียงคนเดียว ก็สามารถผ่านไปด่านขัดเกลาสุดท้ายได้เลย ทว่ากลับกันหากเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้มากเท่าไหร่เมื่อข้ามไปด่านขัดเกลาสุดท้าย ผลประโยชน์ที่จะได้รับก็สูงตามไปด้วย”
ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังทบทวนกับตัวเองอยู่ เท้าของชายหนุ่มก็เริ่มก้าวลงบันไดไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเดินไปอีกไม่กี่ลมหายใจตัวของชายหนุ่มก็ได้มาถึงตรงกลางของอุโมงค์ลำธารโลหิตแล้ว เมื่อมาถึงตรงนี้ภาพการสังหารนองเลือด ความโกรธแค้นความบ้าคลั่ง และความโหดร้ายของสงครามก็ได้ถาโถมเข้ามาในการรับรู้ของชายหนุ่ม
“หรือว่านี่จะคือสิ่งที่เจ้าของโลหิตนี้เคยพบเจอมางั้นรึ”
ชายหนุ่มคาดเดา ถ้าหากนี่ไม่ใช่ประสบการณ์ที่เจ้าของโลหิตนี้พบเจอตัวเขาก็ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาให้ตัวเองแล้ว
“น้องสาวเจ้าเถอะ เหตุใดระดับราชันย์ยุทธ์ถึงแข็งแกร่งได้ขนาดนั้น”
ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดอยู่นี้เอง เสียงอันคุ้นหูก็ได้ดังขึ้นดึงดูดความสนใจของชายหนุ่ม
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio