อาร์มมันย้อนกลับได้แสบสันต์มากวันเวลาที่ผ่านไปเกือบปีครึ่งมันยังเชี้ยได้คงเส้นคงวา ฉันคงไม่มีอะไรให้เสียต่อไปอีกแล้ว แปลกแต่จริง กูอยู่ของกูดีๆหน้าแม่งยังไม่อยากมองด้วยซ้ำมัน ยังมาแซะกูอีก
“เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าที่ว่าฟรีๆนะถามตัวเองก่อนไหมว่าเคยหมดกับฉันไปเท่าไหร่นายคงรู้ดีอะนะว่าเกรดพรีเมี่ยมแบบฉันไม่แบให้ใครฟรีๆ อ้อแล้วที่เผลอเข้าใจผิดว่าเคยได้ตอนไม่ได้ให้อะไรฉันเลยนะเลิกคิดผิดๆได้เลยนะเพราะตอนนั้นฉันแค่ทำทานให้หมามันแค่นั้นเอง” ฉันไม่ยอมเจ็บคนเดียวหรอกอย่าหวังจะได้ความจริงใจกลับไปเลย
“เออ ขอให้เก่งตลอดไปละกัน ไอ้จะฟรีหรือไม่ฟรีไม่ใช่เื่ของผมหรอกแต่ระวังไว้ให้ดีด้วยละกัน ถ้าไม่อยากเล่นเป็นางเอกเอวีในจอ ไอ้พวกที่เธอคบๆนะแม่งบัดซบทุกคน แค่เตือนๆไว้เห็นแก่ความเป็เพื่อนครั้งก่อนแค่นั้นเอง”อาร์มกัดฟันพูดออกไป คำพูดของตาลกระแทกใจเขาอย่างแรงคนอย่างเขามันแย่ขนาดนั้นเหรอวะ เขาได้แต่คิดในใจ
“อืม ถ้าสิ่งที่นายพูดมันออกมาจากใจนายจริงๆก็ขอบคุณละกันแต่ฉันไม่มีอะไรให้ต้องเสียมากกว่านี้ถ้าเผื่อฉันได้เป็นางเอกแบบนายว่าก็ถือว่าเป็กรรมของฉันเองละกัน”เสียงที่ฉันบอกกับอาร์ม ให้ตายสิไม่รู้ว่าทำไมมันสั่นแค่สิ่งที่เขาตอบกลับมาเรียบๆเฉยๆแต่แฝงด้วยความจริงใจ อารมณ์อ่อนไหวของฉันก็มาเต็มๆ นานมาแล้วที่คิดถึงโหยหาเคยแอบมองไม่ให้ใครเห็นแม้แต่เพื่อนสนิท เพราะไม่อยากให้ใครมาเป็ห่วงฉันชีวิตส่วนใหญ่หมดไปในเวลากลางคืนกับการเข้าผับ เหล้าและก็ผู้ชายคนแล้วคนเล่าที่ทำให้คลายจากความเหงา ไม่รู้ว่าฉันผ่าน่นั้นมาได้อย่างไร เมื่อมีอะไรมาสะกิดใจอีกครั้ง ฉันก็นั่งต่อไม่ได้แล้วและฉันก็ลุกออกไปทันทีโดยไม่เอ่ยอะไรออกไป
เมื่อฉันออกมาจากผับอีกครั้ง รถคันเก่าผู้ชายคนเดิมรอฉันอยู่ในรถเมื่อฉันเข้าไปนั่งรถคันนั้นก็เคลื่อนตัวออกไปทันที
ผมเริ่มงงใหญ่แล้วตาลแม่งลุกเดินออกไปดื้อๆโดยไม่ได้บอกกล่าวอะไรกับใครแม้แต่ไอ้แมน ผมเห็นเธอเดินเซจึงเดินตามเธอไปคิดว่าพอเธอเจอไอ้แมนก็จะกลับมาที่โต๊ะ แต่เธอเดินเลยไปลานจอดรถและขึ้นรถออกไปอย่างรวดเร็วโดยที่ผมไม่ทันได้เห็นหน้าคนขับคืนนี้ไอ้แมนโดนเทเหรอวะ ผมได้แต่คิดในใจ
“ตาลไปไหน” ไอ้แมนถามผมทันทีที่กลับถึงโต๊ะ
“ไม่รู้เห็นเดินออกไปนานแล้ว ”
“แล้วมึงไมไม่ถามวะไอ้ห่า ฝากตาลไว้แค่แป็ปเดียว เป็เื่” ไอ้แมนมองผมอย่างเอาเื่
“อ้าว แฟนมึงก็ดูเเลเองสิวะ ใครใช้ให้มึงตามผู้หญิงคนอื่นไปละมึงนะหน้าหม้อขนาดมากับแฟนยังอยากจะกินเด็กกู” ผมเริ่มยัวะแล้วนะโว้ย กูไม่ใช่คนรับใช้มึง
“กูนะเหรออยากกินเด็กมึง แฟนกูยังเจ๋งกว่าเป็ร้อยเท่าที่กูไปกับเด็กมึงเพราะอยากทดสอบอะไรตาลบางอย่างแค่นั้นเอง อย่าสำคัญตัวผิด กูเลือกกินแต่ของดีๆเท่านั้นของแสลงแบบนั้นมึงแดกไปคนเดียวเถอะ”
“ไอ้เชี่ย” พูดจบผมก็ประเคนทั้งมือและตีนให้ไอ้แมนไปหนึ่งทีแต่เพื่อนมาลากตัวผมได้ทันก่อนที่มันจะโดนชุดใหญ่ พวกเพื่อนพาไอ้แมนแยกออกไปจึงไม่ทันได้เกิดเื่ขึ้น ทำผมฮึดฮัดเสียอารมณ์ พาลทำให้นั่งต่อไปไม่ไหวต้องเช็คบิลกลับห้องก่อนน้องกรีนก็งอแงขออยู่ต่อ ช่างแม่ง..กูจะกลับ โดยมีไอ้ฟิลม์มันขับรถของผมมาส่งผมหน้าคอนโดก่อนที่จะลงรถมันถามผมในสิ่งที่มันคาใจ
“มึงเป็ห่าไรวะ ไอ้อาร์ม”
“มันกวนตีน แม่งดูถูกกูชิบ”
“จริงดิ มีมากกว่านั้นหรือเปล่า กูไม่เห็นตาลเลย”
“มึงจะซักฟอกอะไรวะ กูเหนื่อยอยากนอน จบปะ ” ผมไม่อยากพูดถึงเื่อะไรอีก หนักหัวไม่รู้เื่อะไรพาลไม่อยากคุยกับใคร
“เออ มึงไปนั่งคิดนอนคิดให้ดีว่าเพราะอะไรมึงถึงหัวร้อนขนาดนี้กูไปละ”
พอผมถึงห้องก็เข้าห้องนอนทันที อยากหลับตาใช้ความคิดเงียบๆ แต่ผ่านไปเป็ชั่วโมงก็ยังนอนไม่หลับ เหมือนความคิดมันลอยวนมาที่เดิม มองดูนาฬิกาตรงหัวเตียงก็เกือบเที่ยงคืน เหลือบไปเห็นรูปถ่ายของผมบนหัวเตียงทำให้นึกถึงอะไรบางอย่างที่คิดว่าลืมไปแล้ว แต่แท้จริงมันไม่ได้ลืมเหมือนที่คิดไว้ แค่พักไว้ชั่วขณะ อดีตตอนเรียนปี 1 ่เวลาที่ผมกับตาลรักกัน วันที่ผมพาเธอไปทะเลครั้งแรก
วันนั้นเธอเป็สาวน้อยที่สดใสร่าเริง เธอถ่ายรูปผมใบนี้และใส่กรอบให้เป็ของขวัญวันเกิดและเป็วันเกิดเดียวในชีวิตที่ผมอยู่กับเธอแค่สองคนโดยไม่มีคนอื่น เธอลงทุนไปเรียนทำเค้กเกือบสามวันก่อนวันเกิดผมและทำเค้กเซอร์ไพร์ส และคืนนั้นเธอให้ของขวัญที่ยิ่งใหญ่คือความสาวของเธอ
ผมลุกขึ้นนั่ง เพราะนอนต่อไม่ได้แล้วหลับไม่ลง เดินไปหยิบเบียร์ในตู้เย็นมาดื่มหมดไปหลายขวดออกไปสูบบุหรี่ริมระเบียงหมดไปอีกหลายมวน
“กูเป็เชี่ยไรวะ หลอนอะไรนักหนาโว้ย” ผมะโออกไปอย่างบ้าคลั่ง ไม่รู้อะไรนักหนา ทำไมต้องมาอ่อนไหวด้วยวะ ดื่มแล้วก็ดื่มแม่งอย่างนั้น จนหนังตาจะปิดจึงคลานกลับมานอนในห้อง
-เช้าวันต่อมา-
เสียงมือถือมันดังตอนแปดโมงเช้าเพราะมันอยู่ในกระเป๋ากางเกงผมหลับไปพร้อมกับชุดเดิม เหลือบดูหน้าจอ ไอ้ฟิลม์มันโทรมาทันทีที่กดปุ่มรับปลายสายมันโวยวายทันที
“ไอ้อาร์ม มึงอยู่ไหนวะ อาจารย์จะสอบแล้ว ”
ผมสะดุ้งโหยง เออวันนี้ผมมีสอบสำคัญเกือบลืมรีบอาบน้ำแต่งตัวเสร็จภายในห้านาที และขับบิ๊กไบค์ออกไปทันทีสิบนาทีผมถึงมหาลัยและทันเข้าห้องสอบก่อนจะหมดเวลาเข้าห้องเรียน
หลังออกจากห้องสอบ เพื่อนผมแม่งมองหน้าผมเหมือนผมไปทำความผิดยิ่งใหญ่อะไรมา
“หายบ้าหรือยังเมิง” เติ้ลทักผมตามันมองผมยิ้มๆทำเหมือนรู้ทันแต่แม่งไม่รู้เื่อะไรกูสักอย่าง
“ใครบ้า พูดให้ดี ไม่งั้นกูต่อย”
“เฮ้ยมีเคืองด้วยวะไอ้ฟิลม์ ไอ้ปาล์ม พวกมึงดูมันดิ”
“สัส เคืองหาพ่องมึงเหรอ”
“เฮ้ย เล่นแรงวะ เมื่อคืนเป็เชี่ยไรหึงตาลเหรอวะ ” พอเติ้ลเปิดฉากถามปาล์มกับฟิลม์ หันมามองหน้าผมอย่างรอคำตอบ
“หึงห่าไรวะ ไม่รู้จริงแม่งอย่าพูดดิวะ คนอื่นเขาจะคิดว่าที่พวกมึงพูดมันเป็เื่จริง”
“ตกลงว่าไม่ได้หึงแฟนเก่า ว่างั้นดิ”
“เออ สิวะ เขากับกูเลิกกันมาเกือบสองปีแล้วมันผ่านมาจนกูจำอะไรที่เกี่ยวกับเขาไม่ได้สักอย่าง แล้วกูจะหึงเขาทำซากไร”
“ตามนั้นใช่ไหมไอ้ฟิลม์ ไอ้อาร์มบอกว่าจำตาลไม่ได้สักอย่างแต่มันจำวันเวลาที่เลิกกับเค้าเกือบสองปีได้ อย่างฮาวะ ” เติ้ลสรุปความเห็นของอาร์มและอธิบายให้เพื่อนฟังเป็ฉากๆเพื่อนรู้กันทุกคนว่าอาร์มยังไม่เคยลืมแฟนเก่าคนแรกและคนเดียวของมันเพราะหลังจากนั้นมันไม่เคยคบใครเป็แฟนอีกเลยหลายเดือนก่อนอาร์มมันเมามากแล้วละเมอเรียกชื่อตาลอยู่นั่น แต่ไม่มีใครบอกอาร์มให้มันโกหกตัวเองอยู่คนเดียวนั่นแหละ
“พวกมึงจะมีให้ได้ใช่ไหม กูบอกไม่ก็ไม่คิดจะฟัง” อาร์มเริ่มหัวร้อนอีกครั้ง จะมาเค้นอะไรกูนักหนาวะ จะจำหรือลืม มันก็เื่ของกูจะเอาให้ได้ใช่ไหม
“ใจเย็นดิวะ พวกกูแค่แซวเล่นๆ ไม่มีก็ไม่มี ไปกินข้าวกันเถอะ”
่พักเที่ยงคนในโรงอาหารของคณะเยอะมาก โดยเฉพาะพวกผู้หญิงต่างคณะที่ชอบมากินจังที่นี่ แต่ที่เป็จุดสนใจของโรงอาหารก็ไม่พ้นโต๊ะนั้น
“ไอ้แมน มันพาตาลมากินข้าวที่นี่วะ” เติ้ลพูดกับฟิลม์ แต่ตาชำเลืองมองอาร์มแต่ก็ไม่เห็นว่าเพื่อนจะมีกิริยาอะไรต่อภาพที่เห็นพวกเขาหาที่นั่งว่างๆได้ซึ่งเป็โต๊ะของรี่ กับ นาน่า ที่จองไว้ให้
“กระหนุงกระหนิงไม่เกรงใจมึงเลยวะ อี่รี่” นาน่าพูดขึ้นมากลางวงทำให้ทั้งหมดจ้องภาพพี่แมนกับตาลโดยทันที
“มึงจะพูดขึ้นมาเพื่อ… จะบอกให้กูรู้ หรือว่าให้กูจำวะ อีน่า” เสียงพูดของรี่ห้วนๆไม่หวานเหมือนหน้าตา
“เออ กูขอโทษวะ กูนึกว่ามึงหายดีแล้ว”
“าแนะโว้ย ต่อให้หายดียังไงพอมีคนสะกิดมันก็บาดซิบๆได้เหมือนกัน” คำพูดของรี่ทำให้ผมได้คิดวะบางทีผมอาจกำลังเป็เหมือนที่รี่พูดก็ได้ที่ผมหงุดหงิดเมื่อคืนนี้อย่างไม่มีสาเหตุ