ชายผู้มีนามว่าอาดูรนั้นปลดปล่อยออร่าที่เป็นเอกลักษณ์ออกมา นั่นทำให้เซนรับรู้ได้ว่าฝีมือของเขาต้องพอๆ กับมารีนอย่างแน่นอน ออร่าของอาดูรเหมือนกับกลุ่มก้อนพลังงานที่ปลดปล่อยความร้อนที่แผดเผาออกมา ซึ่งแตกต่างจากไฟโดยปกติ
“ข้าไม่ใช่ค่ารับใช้ของท่าน ข้าเป็นผู้คุ้มกันท่านเท่านั้น เนื่องจากข้าติดหนี้บุญคุณพ่อของท่านอยู่ และข้าจะจากไปทันทีหลังจากออกจากดินแดนแห่งการทดสอบแห่งนี้”
อาดูรกล่าวเรียกดินแดนใต้พิภพที่คนในทวีปเอวาเรียกกันอย่างชินปากด้วยชื่อ ดินแดนแห่งการทดสอบนั่นแสดงให้เห็นว่าอาดูรนั้นไม่ได้มีชาติกำเนิดที่ทวีปแห่งนี้
“ออร่าแบบนั้นคงเป็นพวกกลุ่มดวงอาทิตย์เหตุใดจึงได้มาที่นี่? ดินแดนของพวกเจ้าก็อยู่ห่างจากที่นี่พอสมควรเลยนะ”
อาดูรเมื่อเห็นว่ามารีนรู้จักต้นกำเนิดของตน เขาก็รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย จึงเลิกสนใจริวและหันมากล่าวกับหญิงสาวแทน
“หากข้ามองไม่ผิดท่านคงเป็นองค์หญิงที่สาม… แห่งนครหลวงอารีส…”
เมื่ออาดูรกล่าวจบเขาก็แสดงสีหน้าที่ซีดเผือดออกมาราวกับตระหนักถึงบางอย่างได้ เขาหันกลับไปมองริวพร้อมกับจับหัวอีกฝ่ายลงทันที ทำให้ชายหนุ่มที่เอาแต่ใจนั้นกล่าวบ่นออกมาเสียงดัง
“เจ้าจะทำอะไรกันเจ้าข้ารับใช้ ปล่อยข้า…”
การดิ้นรนของริวนั้นช่างไร้ประโยชน์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมืออันใหญ่ยักษ์ที่กดลงมาของอาดูร ชายวัยกลางคนเมื่อเห็นว่าริวนั้นยังไม่สลัดความหยิ่งยโสของตนเองออกไป เขาจึงได้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“หากเจ้าไม่อยากหัวกุด ก็จงขอโทษองค์หญิงเบื้องหน้าเจ้าอย่างจริงใจซะ เจ้าบ้ากาม!”
ในขณะเดียวกันเซนที่ยืนอยู่ข้างๆ หญิงสาวนั้นก็ได้กล่าวถามหญิงสาวด้วยความสงสัย
“พวกดวงอาทิตย์ที่เจ้ากล่าวหมายถึงสิ่งใดกัน? พวกเขาเป็นกองกำลังในทวีปบ้านเกิดของเจ้าหรือ?”
“ไม่ผิดซะทีเดียว พวกเขาเป็นกลุ่มตระกูลขุนนางโบราณ พวกเขามีพลังและออร่าที่ร้อนดั่งดวงอาทิตย์เป็นเอกลักษณ์ หัวหน้าตระกูลคนปัจจุบันของพวกเขาทำงานให้กับอาณาจักรของข้า เขานับว่าเป็นไม่กี่คนที่ข้ารู้สึกนับถือ”
เซนพยักหน้าเมื่อคลายความสงสัยของตนเองได้แล้ว ในขณะเดียวกันอาดูรนั้นก็ได้ลอบสังเกตพลังของเซน อย่างไรก็ตามเขากลับมองไม่เห็นสิ่งใดที่โดดเด่นรอบตัวเซนเลย แต่ก่อนหน้านี้นั้นเขาสังเกตเห็นเซนตอนทำลายลูกบอลมิติและเขาไม่ได้โง่เหมือนกับคนอื่นๆ นั่นทำให้เขาคิดว่าเซนจะต้องแข็งแกร่งอย่างมากและอยู่ในฐานะคนคุ้มกันของมารีน
“เห็นแก่หน้าของผู้นำตระกูลเจ้า ข้าจะไม่กล่าวถึงเรื่องนี้อีก”
อาดูรถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่ามารีนนั้นสามารถลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปได้ อย่างไรก็ตามสีหน้าของอาดูรนั้นยังดูไม่ดีเท่าไหร่นักเมื่อยังต้องเผชิญหน้ากับมารีน มันเป็นสีหน้าที่แสดงออกถึงความหวาดกลัวอย่างแท้จริง
“อ้ากกกกกกกก”
กลุ่มของคณะเดินทางร้องตะโกนออกมาพร้อมกับเข้าจู่โจมอัศวินเกราะเวทอย่างบ้าคลั่ง อย่างไรก็ตามความเสียหายจากเวทมนตร์นั้นเป็นศูนย์เมื่อมันถูกโจมตีใส่อัศวินเกราะเวทตัวนั้น
“เจ้ามอนสเตอร์ตัวนั้นถูกสร้างจากแร่แอนตี้เวทมนตร์ เป็นแร่ที่หาได้ยากอย่างมาก ไม่น่าเชื่อว่าสมบัติแบบนั้นจะมาปรากฏอยู่ในดินแดนแห่งนี้”
ตาของเซนเมื่อได้ยินสิ่งที่มารีนกล่าวก็เกิดประกายขึ้น เขานั้นได้นำอุปกรณ์ขุดแร่ติดตัวมาด้วยดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าแร่จากมอนสเตอร์ตัวนั้นจะต้องเป็นของเขาอย่างแน่นอน
ดาบขนาดใหญ่ของอัศวินเกราะเวทนั้นกวาดผ่านไปยังพื้นที่รอบๆ อย่างไรก็ตามเหล่าคณะเดินทางนั้นสามารถหลบเลี่ยงมันได้อย่างง่ายดาย เป็นเพราะการเคลื่อนไหวของมันนั้นเชื่องช้าเกินไป
อย่างไรก็ตามการจะล้มมอนสเตอร์ระดับสูงนั้นยังต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน เนื่องจากค่าพลังชีวิตและค่าพลังป้องกันนั้นสูงอย่างมาก แม้แต่เซนเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถล้มมันได้ด้วยหมัดเดียว
ด้วยจำนวนคนจำนวนมากเมื่อเวลาผ่านไปยี่สิบนาทีในที่สุดร่างกายขนาดใหญ่ของอัศวินเกราะเวทที่ขวางทางพวกเขาทุกคนอยู่ก็ได้ล้มลงและหยุดนิ่งอยู่กับที่ พร้อมค่าประสบการณ์จำนวนมากที่หลั่งเข้าหาทุกคนที่มีส่วนร่วมในการต่อสู้ ซากมอนสเตอร์เป็นดั่งที่เซนคาดมันไม่ได้หายไป แต่ในขณะเดียวกันมันก็ไมได้ดรอปไอเท็มอะไรด้วย
“จบสักที ไม่รู้จะมีตัวอะไรอีกรอเราอยู่ข้างหน้า”
หนึ่งในคณะเดินทางที่ร่วมต่อสู้เมื่อคู่หอบหายใจพร้อมกับกล่าวขึ้น พวกเขาหวังว่าเบื้องหน้าของพวกเขาที่กำลังจะไปต่อนั้นจะไม่มีอุปสรรคอีก อย่างไรก็ตามแน่นอนว่าไม่มีทางที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปตามความต้องการของพวกเขาฝ่ายเดียวอยู่แล้ว เพราะเมื่อพวกเขาเดินออกจากจุดเดิมและเข้าสู่ห้องโถงพวกเขาก็ต้องพบกับความสิ้นหวัง
[อัศวินเกราะเวท ปรากฏตัว!]
[อัศวินเกราะเวท ปรากฏตัว!]
[อัศวินเกราะเวท ปรากฏตัว!]
[อัศวินเกราะเวท ปรากฏตัว!]
[อัศวินเกราะเวท ปรากฏตัว!]
[อัศวินเกราะเวท ปรากฏตัว!]
……
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหัวของทุกคนรวมถึงเซน แม้แต่มารีนเองก็ยังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นจะเป็นกองทัพนับร้อยของมอนสเตอร์ที่พวกเขากว่าร้อยคนร่วมมือกันจัดการอย่างยากลำบากเป็นเวลานาน แต่ยังจัดการกันได้แค่ตัวเดียว การปรากฏขึ้นของมอนสเตอร์จำนวนมากกว่าร้อยตัวนั้นทำให้พวกเขาต่างสิ้นหวัง
“มันจบสิ้นแล้ว…”
จอห์นกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หมดสิ้นความหวัง ในขณะเดียวกันอาดูรนั้นก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปพร้อมกับกล่าวออกมาด้วยความสับสนว่า
“เหตุใด ดินแดนแห่งการทดสอบแห่งนี้จึงมีระดับความยากถึงเพียงนี้…หากไม่ใช่ระดับกึ่งเทวะมาเองคงเป็นเรื่องยากที่จะผ่านมันไปได้”
ขณะเดียวกันมารีนเองก็เรียกสติกลับคืนมาได้ เธอหันมาหาชายหนุ่มพร้อมกับกล่าว
“ดีจริงๆ ที่เจ้ามาด้วย ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่มีทางผ่านมันไปได้แน่นอน ดินแดนแห่งการทดสอบนี้ มันแปลกประหลาดเกินไป ระดับความยากนี้ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน คนที่สร้างที่แห่งนี้ต้องบ้าแน่ๆ”
“หนีเร็วเข้า!”
ใครบางคนในคณะเดินทางได้ตะโกนขึ้น เป็นสัญญาณให้คนอื่นๆ ที่ต้องการมีชีวิตรอดกลับไปนั้นเคลื่อนไหวพร้อมๆ กันกลับไปด้านหลังของพวกเขาที่พึ่งเดินจากมา อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาต้องการออกจากห้องโถงแห่งนี้ ประตูห้องโถงกลับปิดกั้นพวกเขาอีกครั้ง ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากรอความตาย
“ปัง!”
ในขณะที่ผู้คนกำลังหวาดกลัวกันอยู่นั้น เซนก็ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วพร้อมกับประเคนหมัดไปที่หนึ่งในอัศวินเกราะเวท อย่างไรก็ตามแทนที่หมัดของเซนนั้นจะสามารถบดขยี้ได้มันกลับทำให้เกราะเวทนั้นบุบแทน
เซนปล่อยหมัดไปอีกครั้งที่มอนสเตอร์ตัวเดิม และจุดเดิมและในที่สุดเขาก็สามารถล้มมอนสเตอร์ระดับสูงด้วยตัวคนเดียวได้โดยใช้แค่สองหมัดเท่านั้น
อย่างไรก็ตามจำนวนมากกว่าร้อยตัวนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และเพียงแค่ตัวชายหนุ่มคนเดียวไม่สามารถปกป้องทุกคนได้ เมื่อถึงเวลาที่อัศวินเกราะเวทปล่อยเวทมนตร์ของมันออกมา
“บัดซบบอลมิติ!”
อัศวินมากกว่าร้อยตัวปลดปล่อยบอลมิติออกมามากกว่าพันลูกทำให้พื้นที่ในการเคลื่อนไหวของผู้คนน้อยลงไปมาก หากใครเคลื่อนไหวไม่ระวังพวกเขาจะถูกบอลมิติพากชีวิตไปในทันที
บอลมิติได้สังหารคนไปจำนวนมากอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในขณะเดียวกันแม้แต่เซนนั้นก็ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้หลังจากที่ชายหนุ่มสามารถกำจัดอัศวินเกราะเวทตัวที่ห้าไปได้ เมื่อเข้าถูกบอลมิติโจมตีเต็มๆ อย่างไรก็ตามความเสียหายนั้นแม้จะน้อยนิด แต่เมื่อมันมาเป็นจำนวนมากก็ทำให้ชายหนุ่มลำบากเช่นเดียวกัน
“บึ้ม!”
เปลวเพลิงจำนวนมากถูกนำพาให้เข้าจู่โจมพวกอัศวินเกราะเวท แม้ว่าเวทมนตร์นั้นจะไม่มีผลกับมันแต่เวทมนตร์ที่ถูกปล่อยออกมาคราวนี้สามารถทำให้พวกอัศวินเกราะเวทเสียศูนย์ได้บ้าง
“ข้าจะช่วยเจ้าเอง!”
มารีนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเตะไปที่หนึ่งในมอนสเตอร์และผลักมันกระเด็นออกไป แม้การสร้างความเสียหายทางกายภาพของหญิงสาวจะทำอะไรไม่ได้มาก แต่อย่างน้อยมันก็ยังมีประโยชน์ในเวลานี้
“ดูเหมือนการหนีอาจจะง่ายกว่าสู้”
อาดูรที่เฝ้ามองอยู่ถอนหายใจ อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นทั้งสอง ระหว่างเซนและมารีนเลือกที่จะสู้นั้นเขาก็จะสู้เช่นเดียวกัน