กลางดึกสงัดตามเวลาของกรุงลอนดอนในประเทศอังกฤษหญิงสาวร่างบอบบางที่นอนอยู่บนเตียงนุ่มภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่สีขาวสะอาดตากำลังนอนกระสับกระส่ายเหมือนคนยังนอนไม่หลับทั้งที่ความเป็จริงแล้วเธอหลับสนิทเพราะดวงตายังคงปิดอยู่และไม่มีทีท่าว่าจะลืมตาตื่นขึ้นมาแต่อย่างใดเลย
แสงจันทร์นวลผ่องที่ส่องแสงเล็ดลอดเข้ามาทางบานหน้าต่างกระจกใสช่วยทำให้ภายในห้องนอนที่มืดมิดดูสว่างขึ้นเล็กน้อยจนสามารถเห็นข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องนอนได้รางๆรวมถึงใบหน้าของคนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนี้ด้วยซึ่งถึงแม้จะเห็นดวงหน้าไม่แจ่มชัดนักทว่าก็ไม่อาจปกปิดความงามของใบหน้านี้ได้เลยและยิ่งได้แสงจันทร์นวลผ่องส่องแสงลงมากระทบด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้เธอดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลเพิ่มมากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก
หญิงสาวผู้นี้งามแม้กระทั่งยามหลับแต่ความจริงแล้วสิ่งที่มีเสน่ห์จับตาจับใจผู้อื่นมากที่สุดกลับไม่ใช่ดวงหน้างดงามนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นดวงตากลมโตแสนหวานของเธอต่างหากที่ตรึงตาตรึงใจผู้ที่สบตาด้วยเอาไว้ขนตาหนายาวงอนตามธรรมชาติที่ล้อมรอบั์ตาคู่สวยอยู่นั้นช่วยทำให้ดวงตาคู่นี้ดูเด่นและมีเสน่ห์ชวนมองมากยิ่งขึ้นทว่าคงจะดีไม่น้อยหากั์ตาคู่นี้จะไม่มีแววโศกเศร้าปรากฏอยู่ด้วยเกือบตลอดเวลา
ร่างบอบบางยังคงนอนกระสับกระส่ายดวงตาคู่งามยังคงปิดสนิทเหมือนเดิมริมฝีปากบางออกสีชมพูระเรื่อนั้นขยับพูดพึมพำอะไรบางอย่างออกมาด้วยซึ่งดูจากลักษณะอาการแล้วหญิงสาวคงกำลังฝันร้ายอยู่เป็แน่ทีเดียว
“ไม่...ปาไม่ได้ทำ...ปาไม่ได้ตั้งใจมันเป็อุบัติเหตุ...เชื่อปาสิคุณกร...ปาไม่ได้ทำ....ไม่ได้ทำ!”
คนร่างบางเปล่งเสียงะโออกมาพร้อมกับลืมตาตื่นด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นหญิงสาวนอนหอบหายใจแรงจนกระทั่งลมหายใจเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติดังเดิมจึงสะบัดผ้าห่มออกจากตัวแล้วลุกขึ้นนั่งด้วยความรู้สึกปวดร้าวในใจที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีแล้วก็ยังไม่บรรเทาเบาบางลงเสียที
ปาริฉัตรยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองแล้วถอนใจออกมาแรงๆด้วยความท้อแท้และเจ็บใจตัวเองที่ยังไม่ยอมลืมเหตุการณ์ร้ายๆ นี้ไปเสียทีกี่ปีมาแล้วนะที่เธอยังคงฝันถึงเื่นี้อยู่ สามปี... ใช่สามปีมาแล้วมันช่างนานเหลือเกิน แต่ทำไมเธอถึงยังไม่ยอมลืมมันไปสักทีทั้งเหตุการณ์ที่แสนเลวร้ายและทั้ง....ผู้ชายคนนั้น...
หญิงสาวน้ำตาซึมเมื่อหวนคิดถึงอดีตแล้วก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงรีบลุกลงจากเตียงนอนเดินแกมวิ่งเปิดประตูห้องนอนออกไปตรงไปยังอีกห้องนอนหนึ่งอย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัวอยู่ลึกๆในอก
ปาริฉัตรเปิดประตูห้องนอนที่อยู่ข้างๆห้องนอนของเธอเข้าไปทันทีเมื่อเดินไปถึงโดยที่พยายามไม่ให้เกิดเสียงดังเพราะไม่อยากให้คนที่นอนอยู่ด้านในตื่นหญิงสาวเดินปรี่ไปที่เตียงนอนเล็กๆ สำหรับเด็ก ร่างน้อยๆในชุดนอนกระโปรงน่ารักสีเหลืองอ่อนที่กำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงนั้นทำให้คนที่ยืนมองอยู่รู้สึกโล่งใจยิ่งนัก
ปาริฉัตรเดินกลับไปปิดประตูห้องแล้วเดินกลับมานั่งลงบนเตียงข้างๆเด็กน้อยด้วยกิริยาระมัดระวังเพราะกลัวหนูน้อยจะตื่นหญิงสาวดึงผ้าห่มที่เลื่อนลงไปกองอยู่ที่เอวของลูกน้อยขึ้นมาห่มตัวให้ใหม่ถึงระดับอกอีกครั้งจากนั้นเธอก็นั่งมองหน้าลูกสาวด้วยสายตาแห่งรักที่เปี่ยมล้น
แก้วตาดวงใจของแม่...
เด็กหญิงพาศิกรประมากรหรือน้องเอม ลูกสาววัยสามขวบกว่าคนเดียวของเธอที่เกิดกับคนที่เธอรักฝันร้ายทำให้ปาริฉัตรตื่นตระหนกและหวาดกลัวทุกครั้งเสมอเธอกลัวว่าหากเขารู้ความจริงว่าเธอมีลูกกับเขาเขาก็จะมาเอาตัวลูกไปจากเธอซึ่งเธอยอมไม่ได้และไม่มีวันยอมถ้าเขาคิดจะมาแย่งลูกไปเธอก็จะขอสู้ตายเพราะหากไม่มีลูกแล้วชีวิตที่เหลืออยู่ของเธอก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป
“แม่รักหนูมากที่สุดนะลูกชีวิตนี้ของแม่จะมอบให้หนูเพียงคนเดียวเท่านั้นจะไม่มีใครหรืออะไรสำคัญไปกว่าลูกของแม่อีกแล้ว แม่สาบาน”
ปาริฉัตรก้มลงหอมแก้มลูกสาวเบาๆแล้วปัดปอยผมออกจากใบหน้ากระจุ๋มกระจิ๋มของลูกรักอย่างเบามือดวงตาของหญิงสาวยามมองลูกน้อยนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอันมากล้นชีวิตทั้งชีวิตนี้เธอขออุทิศให้กับลูกน้อยเพียงคนเดียวเท่านั้นและจะไม่มีใครสำคัญไปกว่านี้อีกแล้วจริงๆ
ผู้เป็แม่ลูบแก้มนุ่มของลูกน้อยอย่างอ่อนโยนพร้อมกันนั้นก็อดคิดถึงเหตุการณ์อันเลวร้ายที่สุดในชีวิตของตัวเองเมื่อสี่ปีก่อนไม่ได้
ตอนนั้นปาริฉัตรกำลังมีความสุขหลังจากที่ต้องเสียใจกับเื่ที่ต้องสูญเสียบิดามารดาไปอยู่หลายเดือนเธอก็ได้แต่งงานกับคนที่ตนเองรัก พงศกร วินิการกุลเ้าของธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องออกกำลังกายรายใหญ่ของประเทศไทย
ก่อนที่เธอจะแต่งงานกับเขานั้นเธอทำงานเป็เลขาส่วนตัวของเขามาก่อน ครั้งแรกที่ได้พบกันหัวใจของเธอก็เต้นไม่เป็จังหวะและรู้สึกประหม่าอายเมื่อมองใบหน้าคมเข้มอันหล่อเหล่าของเขาโดยเฉพาะดวงตาคมกริบที่จับจ้องมายังเธอยิ่งทำให้เธอเริ่มทำตัวไม่ถูกและขาดความมั่นใจในตัวเองเข้าไปใหญ่
จนเธอต้องรวบรวมสติของตัวเองให้กลับมาสนใจกับสิ่งที่เขาจะสัมภาษณ์ซึ่งเวลาที่ใช้พูดคุยดูเหมือนยาวนานราวชั่วกัปชั่วกัลป์ทั้งที่ความจริงแล้วชายหนุ่มสัมภาษณ์เธอแค่เพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้นเองพอสัมภาษณ์งานเสร็จและเดินออกมาจากห้องแล้วเธอก็รู้ตัวในทันทีว่าคงไม่ได้งานนี้อย่างแน่นอน
แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อวันรุ่งขึ้นเธอได้รับโทรศัพท์เรียกตัวให้ไปทำงานตอนนั้นเธอรู้สึกดีใจและตื่นเต้นเป็อย่างมากเพราะคิดไม่ถึงว่าตนเองจะได้งานนี้แบบนี้คงเรียกว่าโชควาสนาช่วยเอาไว้เป็แน่แท้ไม่ใช่แค่ความสามารถเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
หญิงสาวได้เริ่มทำงานที่ตัวเองรักอย่างมีความสุขพงศกรรับเลขาเข้ามาทำงานสองคนคือเธอและอีกคนหนึ่งที่ชื่ออรอุมาซึ่งต่อมาก็กลายเป็เพื่อนร่วมงานที่ดีของเธอตอนแรกที่ทราบเื่เธอค่อนข้างแปลกใจว่าทำไมเ้านายถึงได้รับเลขาเข้ามาทำงานพร้อมกันถึงสองคนทว่าในที่สุดเธอก็เข้าใจเมื่อเขาเรียกเข้าไปพบอรอุมาได้ทำหน้าที่เลขาแทนเลขาคนเก่าที่จะลาออกไปแต่งงานในสิ้นเดือนนี้ส่วนเธอนั้นได้ทำหน้าที่เป็เลขาส่วนตัวของเขาที่จะต้องคอยติดตามเขาไปทุกหนแห่ง
เมื่อได้รับโอกาสที่ดีปาริฉัตรจึงพยายามตั้งใจทำงานให้ดีอย่างสุดความสามารถและจากที่ได้ร่วมงานกันมาหลายเดือนเธอก็ได้รู้จักอีกมุมหนึ่งของเ้านายตัวเองที่นอกเหนือจากเวลางานท่าทีอันสุขุมดูเป็การเป็งานตลอดเวลายามอยู่ที่บริษัทนั้นพอพ้นจากเวลางานหรืออยู่บ้านแล้วพงศกรจะกลายเป็อีกคนหนึ่งในทันทีเขาจะยิ้มเก่งขึ้น คุยเก่งขึ้นและเป็กันเองมากขึ้นไม่มีมาดของผู้บริหารระดับสูงอย่างที่เธอเคยเห็นหลงเหลืออยู่เลย
เธอหลงรักเขาทั้งที่รู้ว่ามันไม่ควรแต่ก็คิดเพียงว่าขอแค่ได้รักข้างเดียวก็พอใจแล้ว ทว่าเหมือนกับ์จะเข้าข้างเธอเมื่อความรักที่เธอคิดว่ามันเป็รักข้างเดียวได้ถูกตอบสนองกลับมาหญิงสาวแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าคนอย่างเขาจะมารักคนอย่างเธอที่ไม่มีอะไรเทียบเขาได้เลยได้ ตอนที่ชายหนุ่มสารภาพรักกับเธอนั้นเธอยังคิดว่าตัวเองฝันไปด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีรอยจุมพิตแสนหวานเป็เครื่องยืนยัน
เมื่อใจตรงกันเธอจึงตกลงคบหากับเขาตอนนั้นมันเป็่เวลาที่เธอมีความสุขมากที่สุดในชีวิตเธอได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรักและต่อมาก็กำลังจะมีลูกที่น่ารักอีกเช่นกันถ้า์จะไม่คิดว่าเข้าข้างเธอมากเกินไปนักจึงดลบันดาลให้เธอต้องพบเจอกับความเ็ปอย่างแสนสาหัสเสียบ้าง
เธอแท้งลูก! และเขาขอหย่า!
เื่เหล่านี้มันเป็สิ่งที่ชีวิตนี้ของเธอแทบจะแบกรับไว้ไม่ไหวเื่มันเกิดขึ้นก็เนื่องจากว่าทั้งเธอและเขาเกิดมีปากเสียงกันด้วยเื่ไม่เป็เื่โดยที่เธอเป็คนหาเื่เขาก่อนเพียงเพราะว่าเขาไม่มีเวลาให้เธอเลยเธอจึงต่อว่าเขาต่างๆ นานา และด้วยความน้อยใจบวกกับอารมณ์ที่แปรปรวนของคนท้องทำให้เธอพูดจาทำนองว่าไม่อยากมีลูกแล้วเมื่อเขาไม่สนใจเธอก็อยากจะเอาลูกออกเธอตัดพ้อเขาไปแบบนั้นทั้งที่ภายในจิตใจของเธอกลับรู้สึกตรงกันข้ามกับที่พูดโดยสิ้นเชิง
เธอรักลูกรักมากและไม่มีทางที่จะทำอย่างที่พูดได้โดยเด็ดขาด แต่พงศกรกับไม่คิดเช่นนั้นเขาโกรธมากและขู่ว่าหากเธอทำเช่นนั้นจริงๆเขาจะไม่มีวันให้อภัยเธอเลยตลอดชีวิตซึ่งทำให้เธอน้อยใจเป็อย่างมากเพราะเขาพูดเหมือนไม่รู้จักเธอเลยสักนิดไม่รู้ว่าเธอเป็คนยังไงและไม่มีทางที่จะทำอย่างที่พูดออกไปอย่างแน่นอน
เธอเสียใจและน้อยใจเขาจึงวิ่งขึ้นบันไดหวังจะเข้าห้องไปนอนร้องไห้ให้สาแก่ใจแต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเธอก้าวพลาดทำให้ตกบันไดลงมาพงศกรใมากและพอตั้งสติได้ก็รีบวิ่งเข้ามาอุ้มเธอพาไปส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
ทว่าผลของเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ทั้งเขาและเธอช็อกไปตามๆกันเมื่อหมอบอกว่าเธอได้เสียลูกไปแล้ว เธอแท้งลูก...เธอเสียลูกคนแรกที่เฝ้าฟูมฟักอุ้มท้องมาสี่เดือนกว่าด้วยความทะนุถนอมไปลูกที่เธอรักกับต้องมาจากไปเพราะความประมาทของเธอเองแท้ๆ
ปาริฉัตรจำได้ว่าตอนนั้นตนเองร้องไห้ปิ่มจะขาดใจมากแค่ไหนสามีของเธอเองก็ร้องไห้เช่นกัน น้ำตาลูกผู้ชายที่มันไหลยากอย่างเขายังร้องออกมาเธอจึงรู้ว่าเขาเสียใจและเ็ปมากแค่ไหนแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อมันพลาดไปแล้วมันไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้อีกแล้วซึ่งก็ยังดีที่เขาเข้าใจว่ามันเป็อุบัติเหตุเธอไม่ได้ตั้งใจเขาจึงไม่โทษเธอแถมยังปลอบใจอีกด้วย จนทำให้เธอรู้สึกผิดที่เป็คนทำลายความหวังของเขาเนื่องจากเขาอยากมีลูกมาตลอดเธอรู้ว่าสามีเสียใจมากแต่เขาก็พยายามทำเป็เข้มแข็งต่อหน้าเธอมีรอยยิ้มอ่อนโยนปลอบใจให้เธอคลายเศร้าเสมอจนเธอเข้มแข็งขึ้นมาได้
ฟ้าหลังฝนเหมือนเริ่มจะสดใสแต่แล้ววันรุ่งขึ้นพงศกรก็มาหาเธอที่โรงพยาบาลด้วยใบหน้าถมึงทึงดวงตาของเขาจ้องมองเธอด้วยความเ็ประคนโกรธแค้นชิงชังก่อนจะต่อว่าเธอต่างๆนานาเป็ชุด จนเธองุนงงไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่แล้วคำพูดสุดท้ายที่เขาะโใส่หน้าเธอก็ทำให้ได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
‘เธอนี่มันเป็แม่ใจั์จริงๆจิตใจของเธอทำด้วยอะไรถึงได้คิดฆ่าลูกตัวเองได้ลงคอแบบนี้ทำไมเธอถึงได้เลวขนาดนี้นะปา’ พอกล่าวจบพงศกรก็ปากระดาษใบเล็กๆใบหนึ่งที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่ใส่หน้าเธอซึ่งพอเธอหยิบคลี่ออกดูก็พบว่ามันเป็นามบัตรของสถานที่แห่งหนึ่งที่เธอได้รู้จักจากคำบอกเล่าของเพื่อนนามบัตรนี่เป็ของเพื่อนเธอไม่ใช่ของเธอ เขากำลังเข้าใจผิดและเธอก็ไม่ทราบว่าเขารู้ได้อย่างไรและไปเอามันมาจากไหนเธอรู้แต่ว่าเธอต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ
‘มันไม่ใช่ของปานะคะคุณกรคุณกำลังเข้าใจผิด’
‘เข้าใจผิดอย่างนั้นเหรอถ้ามันไม่ใช่ของเธอแล้วมันจะไปอยู่ในห้องนอนได้ยังไงกันนอกจากจะใจร้ายใจดำอำมหิตแล้วเธอยังโกหกหน้าด้านๆ อีกนะไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันแต่งงานกับผู้หญิงเลวๆ อย่างเธอได้’
คำพูดของเขาทำให้เธอเ็ปแทบขาดใจเขาไม่เชื่อคำพูดของเธอแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่เขาบอกว่ารักเธอมากแต่เขากับไม่เชื่อคำพูดของคนที่เขารักความโกรธกำลังบดบังตาบังใจเขาไปหมดแล้วในตอนนี้ความจริงแล้วนามบัตรใบนี้เป็ของนงนุชเพื่อนสนิทของเธอเองนงนุชท้องเหมือนเธอเพียงแต่เพื่อนเธอยังไม่ได้แต่งงานเท่านั้นจึงได้นำเื่นี้มาปรึกษาเธอว่าสมควรจะทำอย่างไรดี
ตอนที่เพื่อนมาปรึกษานั้นทำเอาปาริฉัตรใเป็อย่างมากเพราะนงนุชคิดจะเอาเด็กออกความที่เธอท้องและกำลังจะเป็แม่คนจึงไม่อยากให้ชีวิตที่บริสุทธิ์ต้องมาเสียไปและไม่อยากให้เพื่อนต้องทำบาปจึงได้พูดเตือนสติเธอแนะนำให้เพื่อนไปคุยกับคนรักในเื่นี้ตรงๆ ก่อนว่าจะเอาอย่างไรไม่ใช่มาตัดสินใจเอาเองอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้เพราะเื่เช่นนี้ควรตัดสินใจทั้งสองฝ่ายมากกว่าซึ่งไม่แน่ว่าฝ่ายชายอาจจะอยากให้เอาเด็กไว้ก็เป็ได้
เพราะเท่าที่เธอได้รู้จักแฟนของเพื่อนมาพอสมควรนั้นเรียกได้ว่าอีกฝ่ายเป็คนดีคนหนึ่งเลยทีเดียวซึ่งคงไม่ใจร้ายสั่งให้เพื่อนของเธอไปเอาเด็กออกหรอกนงนุชยอมรับฟังพร้อมกับจะกลับไปทำตามที่เธอแนะนำส่วนนามบัตรใบนี้ก็คงจะหล่นตอนที่เพื่อนเอาออกมาให้เธอดูตอนที่ปรับทุกข์กันเป็แน่แต่ตอนนี้เธอกลับถูกกล่าวหาว่าเป็เ้าของบัตรใบนี้ซะเองจากคนที่เธอรักสุดหัวใจ
‘มันเป็ของเพื่อนไม่ใช่ของปาปารักลูกปาจะคิดฆ่าลูกทำไม’
‘รักเหรอ...เธออย่ามาพูดคำนี้ให้ฉันได้ยินอีกดีกว่าคนใจดำอำมหิตอย่างเธอไม่ควรที่จะมาพูดคำๆ นี้ได้อีก’
‘จริงๆนะคะคุณกร เชื่อปาสิ คุณก็รู้ว่าปาไม่มีวันทำแบบนั้นได้’
‘ไม่มีวันทำได้อย่างนั้นเหรอแล้วสิ่งที่มันเกิดขึ้นเรียกว่าอะไรล่ะ ตอนแรกฉันนึกว่ามันเป็อุบัติเหตุเธอคงไม่ได้ตั้งใจอย่างที่พูดหรอกแต่หลักฐานที่ฉันพบกับคำพูดของเธอเมื่อวานที่บอกว่าอยากเอาลูกออกมันทำให้ฉันเชื่อสนิทใจเลยทีเดียวว่าเธอจงใจทำเธอจงใจฆ่าลูก!!’
‘ไม่!ไม่จริง! มันเป็อุบัติเหตุ’ ปาริฉัตรจำได้ว่าตัวเองร้องไห้อย่างหนักและเอามือปิดหูไว้เพราะไม่อยากฟังคำพูดแสนร้ายกาจจากเขาอีกต่อไป
‘ทำไมรับความจริงไม่ได้หรือไง ผู้หญิงหน้าซื่อๆแบบเธอฉันไม่คิดเลยว่าจะเลวทรามได้ถึงขนาดนี้นี่แหละที่เขาพูดกันว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ ฉันมันหลงแต่หน้าตาซื่อๆ สวยๆของเธอเลยไม่รู้เลยว่าใจของเธอมันดำเหมือนอีกาแค่ไหน ลูกในอกแท้ๆ ยังฆ่าได้ลงคอพอกันที! ชีวิตของฉันไม่้าผู้หญิงจิตใจเลวทรามอย่างเธออีกต่อไปแล้วเตรียมตัวไว้ให้ดี ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไรเราจะหย่ากันทันที’
กล่าวจบชายหนุ่มก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่คิดแม้แต่จะเหลียวกลับมามองหน้าเธออีกเลยคำพูดแสนโหดร้ายทำให้เธอช็อกไปชั่วขณะในหัวสมองทบทวนแต่คำพูดของเขาไปมาราวกับท่องจำโดยเฉพาะประโยคสุดท้ายปาริฉัตรจำได้ว่าตัวเองกรีดร้องออกมาสุดเสียงทีเดียวและร่ำร้องออกมาแต่คำว่ามันไม่จริง อยู่แบบนั้นพร้อมกับพยายามจะลงจากเตียงเพื่อไปหาสามี แต่นางพยาบาลก็เข้ามาช่วยกันจับตัวเธอเอาไว้ซะก่อนและเมื่อทำอะไรไม่ได้เธอก็ได้แต่นอนร้องไห้ปิ่มจะขาดใจเท่านั้น
่เวลาแค่ไม่กี่วันเธอต้องเสียลูกที่เป็แก้วตาและต้องเสียสามีผู้เป็ดวงใจไปด้วยความเข้าใจผิด
ปาริฉัตรเผลอสะอื้นออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะรีบยกมือขึ้นอุดปากตัวเองไว้เพราะกลัวว่าเสียงของเธอจะทำให้ลูกน้อยตื่นขึ้นมาหญิงสาวลุกขึ้นเดินไปยืนข้างบานหน้าต่างเหตุการณ์ในอดีตยังตามมาหลอกหลอนและสร้างความเ็ปให้เธอทุกครั้งที่นึกถึงนี่เธอจะไม่มีวันลืมมันได้เลยหรืออย่างไรกันนะแม้แต่ผู้ชายคนนั้นเธอก็ยังไม่อาจลืมได้จริงๆ อย่างนั้นเหรอทั้งที่เขาทำกับเธอถึงขนาดนี้แล้วทำไมหัวใจของเธอถึงไม่ยอมลืมเขาไปจากใจเสียที
่เวลาที่ผ่านมาพิสูจน์ได้เลยว่ามันเป็ความจริงปาริฉัตรไม่เคยมีใครอื่นอีกเลยถึงแม้จะมีผู้ชายหลายคนผ่านเข้ามาในชีวิตเพื่อหวังสร้างสัมพันธ์ด้วยแต่เธอก็ไม่เคยสนใจหรือเปิดใจรับใครได้มากเกินไปกว่าเพื่อนสักคนเดียวที่เป็เช่นนี้ไม่ใช่ว่าเธอยังรอคอยอดีตสามีอยู่แต่อย่างใดเพราะรู้ดีว่ามันไม่มีวันนั้นอย่างแน่นอนป่านนี้พงศกรคงมีครอบครัวใหม่ที่แสนอบอุ่นไปแล้ว แต่ที่เธอยังไม่ยอมเปิดใจรับรักใครใหม่ซะทีนั้นเป็เพราะเธอไม่อยากเผชิญกับความเ็ปอีกต่อไปแล้วและที่สำคัญเธอกลัวว่าคนที่เข้ามาจะไม่รักไม่เมตตาลูกของเธอจริง
หญิงสาวแหงนหน้ามองพระจันทร์ความเหงาในหัวใจทำให้เธออดคิดถึงอดีตขึ้นมาอีกไม่ได้ ทั้งที่บอกว่าอย่าไปคิดถึงมันแต่ก็ทำไม่ได้ทุกทีความเ็ปที่ได้รับมันสาหัสหนักเธอจึงไม่อาจลืมได้เพราะมันฝังรากลึกลงในจิตใจของเธอไปแล้ว
ปาริฉัตรถอนสะอื้นออกมาเบาๆเมื่อหวนนึกถึงตอนที่ตัวเองออกจากโรงพยาบาลโดยไร้ซึ่งเงาของสามีมารับมีเพียงคนขับรถและนมสายเท่านั้นที่มา เธอร้องไห้กับอกนมสายพร้อมกับปรับทุกข์ให้ฟังและนึกดีใจที่อีกฝ่ายเข้าใจไม่โทษว่าเป็ความผิดของเธอเลยเธอกลับบ้านหวังจะปรับความเข้าใจกับเขาแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อสามีไม่อยู่เธอได้แต่นั่งรอคอยด้วยความกระวนกระวายใจเพราะอยากคุยกับเขาให้รู้เื่
จนกระทั่งตกเย็นเธอก็ได้รับโทรศัพท์จากพงศกรทว่าคำบอกผ่านโทรศัพท์มานั้นทำเอาเธอช็อกไปเลยทีเดียวเมื่อชายหนุ่มบอกว่าจะไม่กลับมาที่บ้านนี้อีกและเขายกบ้านหลังนี้ให้กับเธอรวมถึงทรัพย์สินทั้งหมดของเขาจะแบ่งให้เธอครึ่งหนึ่งด้วยหลังจากที่เขากับเธอไปหย่ากันที่อำเภอในวันพรุ่งนี้เรียบร้อยแล้วเธอจำได้ว่าตัวเองยืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างมือกำหูโทรศัพท์แน่นและหลังจากนั้นเธอก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลยจนเธอตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนโดยมีนมสายนั่งเอายาดมมาจ่อใกล้ๆกับจมูกของเธอถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็ลมไป
พอฟื้นคืนสติได้เธอก็รีบไปหาเขาที่คอนโดทันทีเพื่อปรับความเข้าใจกันแต่เขาก็ไม่ยอมรับฟังใดๆ ทั้งสิ้นเหมือนเคยแถมยังด่าว่าเธอเสียๆ หายๆให้ได้เจ็บอีกแต่เธอก็ทนเพราะรักเพียงคำเดียวเธอกลับมาบ้านด้วยหัวใจที่บอบช้ำอย่างแสนสาหัสเนื่องจากพงศกรยังประกาศคำเดิมว่า้าหย่ากับเธอทว่าเธอไม่ยอมหรอก เธอรักเขามากจนไม่อาจเสียเขาไปได้และไม่อยากให้เื่จบแบบนี้เธอจะพยายามต่อไปจะอธิบายให้เขาเข้าใจให้ได้เพื่อที่เธอจะได้มีครอบครัวที่มีความสุขอีกครั้งหนึ่ง
ปาริฉัตรไปหาสามีที่คอนโดอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นเพื่อหวังจะอธิบายให้เขาฟังอีกครั้งแต่ก็ต้องพบกับความเสียใจอย่างสุดแสน เมื่อพงศกรมีผู้หญิงมานอนด้วยในห้องเขาจะทำร้ายหรือด่าทอเธออย่างไรก็ได้เธอรับได้หมดแต่เขาทำอย่างนี้เธอรับไม่ค่อยได้เพราะมันเหมือนกับเขาไม่ให้เกียรติเธอเลยทั้งที่เธอยังเป็ภรรยาเขาอยู่แต่ก็นั่นแหละ...ถึงจะไม่พอใจแค่ไหนเธอก็ต้องทน...ทนเพราะรักคำเดียวเท่านั้นจริงๆ
ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่ใสักนิดเดียวที่เห็นเธอเพราะเขายืนมองดูเฉยเหมือนสะใจมากกว่าที่เห็นสีหน้าใและแววตาเ็ปของเธอเขาปล่อยให้ผู้หญิงของเขาจัดการเล่นงานเธอแทนซึ่งเธอก็ทนพยายามพูดจาอธิบายและอ้อนวอนให้เขาเห็นใจต่างๆ นานาทว่าเขาก็ไม่คิดไยดีแถมยังเดินกลับเข้าไปในห้องนอนปล่อยให้เธออยู่กับผู้หญิงที่เขาพามานอนกกกอดด้วยเพียงลำพัง
เธอไม่เคยโกรธที่เขาทำกับเธอแบบนั้นเพราะเข้าใจว่าเขากำลังโกรธแค้นและเสียใจมากแค่ไหนทุกอย่างที่เขาทำเธอพยายามทนด้วยอยากให้ครอบครัวกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งถึงแม้จะเ็ปแค่ไหนก็ตามในใจก็ยังหวังเพียงลึกๆ ว่าเขาจะหายโกรธเธอเขารู้ว่าเธอไม่ชอบให้เขามีผู้หญิงคนอื่นแต่ก็ยิ่งทำคล้ายกับเขาสนุกที่เห็นเธอเ็ปเสียใจ
หญิงสาวยังไปหาชายหนุ่มที่คอนโดทุกวันและก็พบว่าเขาก็เปลี่ยนผู้หญิงมานอนด้วยไม่ซ้ำหน้าทุกวันเช่นกันตอนแรกปาริฉัตรคิดว่าพงศกรทำไปเพื่อประชดเธอมากกว่าเพราะนิสัยจริงๆของเขาไม่ใช่คนแบบนั้น เธอคิดว่าเธอรู้จักเขาดีแต่แล้วมันก็ไม่ใช่ยิ่งนานวันเธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าเธอไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนี้มาก่อนเลยในชีวิตผู้ชายคนที่ซื่อสัตย์จริงใจและอ่อนโยนได้หายจากเธอไปแล้วมีเพียงซาตานตนหนึ่งเท่านั้นในตอนนี้
ผู้หญิงคนหนึ่งของเขาถึงขนาดกล้าตบหน้าเธอและด่าทอด้วยคำหยาบคายมากมายบ่งบอกถึงกำพืดของคนพูดได้เป็อย่างดีเขาไม่ห้ามอีกเช่นเคยและไม่เข้ามาช่วยเธอเลยสักนิด เขาทำเพียงยืนมองดูเฉยๆเหมือนคนไม่มีจิตใจจึงทำให้เธอรู้ซึ้งแก่ใจว่าเขาได้หมดรักเธออย่างสิ้นเชิงแล้วจริงๆ
สุดที่จะทนได้อีกต่อไปเธอจึงเป็ฝ่ายขอหย่าจากเขาเองตามที่เขา้าในเมื่อความรักของเธอถูกเขาย่ำยีขนาดนี้แล้วจะทนไปอีกทำไมกัน เธอควรปลดปล่อยเขาไปเมื่อใจเขาไม่รักไม่้าเธออีกแล้ววันที่ไปหย่ากันนั้นพงศกรยังพาผู้หญิงคนใหม่ควงไปด้วยเหมือน้าจะเยาะเย้ยเธออีกจนเธออดคิดไม่ได้
ทำไมนะคนที่รักกัน พอรักก็เอาใจใส่ดูแลรักยิ่งกว่าชีวิตแต่พอหมดรักก็เกลียดโกรธกันเหมือนกับอยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย ให้ได้เจ็บเหมือนกันอย่างสะใจความรักที่เคยมีให้กันมันไม่ช่วยเตือนสติเลยหรืออย่างไรเธออยากถามเขานักว่าจิตใจเขาทำด้วยอะไรถึงได้เืเย็นขนาดนี้และวันหย่าก็เป็วันที่เธอทนไม่ได้อีกต่อไปแล้วจริงๆแม้แต่อยู่ร่วมโลกกันเธอก็ยังทนไม่ได้ ไม่มีเขาเธอก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้วในชีวิตเธอจึงคิดหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองไม่ต้องเจอเขาบนโลกใบนี้อีกและไม่ต้องเ็ปอีกต่อไป
เธอรู้ว่าสิ่งที่จะทำลงไปมันเป็วิธีของคนโง่และคนสิ้นคิดแต่เธอก็จนปัญญาแล้วไม่รู้จะทำอย่างไรดีความรักที่ผิดหวังทำให้เธอไม่กลัวหนำซ้ำยังกล้าที่จะทำบางอย่างลงไปด้วย
ใช่...เธอ้าจบชีวิตของตัวเองเพราะไม่้าเ็ปอีกต่อไปแล้วเธอไม่้าเจอกับเขาอีกจึงได้เลือกใช้วิธีนี้จบปัญหาทุกอย่าง