
....แสงแรกของรุ่งอรุณลอดผ่านปากถ้ำบาง ๆ กระทบหยดน้ำเกาะตามผนังหิน
หลินเซียนนั่งขัดสมาธิอยู่กลางถ้ำ ความมืดรอบตัวไม่อาจกลบความมุ่งมั่นในดวงตาเขา
ข้อมือและร่างกายยังมีรอยช้ำจากการเฆี่ยนในคุก แต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป
ทุกความเ็ปคือเชื้อไฟให้หัวใจมุ่งมั่นต่อสู้
ในมือ เขารวบรวมปราณวายุให้กลายเป็คมกระบี่จาง ๆ ที่แทบมองไม่เห็น
จากนั้นปราณหมื่นสายนทีเริ่มไหลเวียนในกาย
ละอองน้ำมากมายรวมตัวกันเป็ก้อนน้ำลอยอยู่ระหว่างฝ่ามือทั้งสองของเขา
น้ำหยดเล็ก ๆ จากเพดานถ้ำสั่นสะท้านตามจังหวะปราณที่เขาเรียกใช้
หลินเซียนค่อย ๆ ผสานสองวิชาเข้าด้วยกัน
ครั้งแรกที่ลอง รวมปราณทั้งสองเข้าด้วยกัน เขารู้สึกพลังปะทะกันรุนแรง
เสียงสะท้อนดังก้องในถ้ำ คล้ายกับธรรมชาติทดสอบความเข้มแข็งของเขา
เขาสูดลมหายใจลึก ปรับจังหวะลมหายใจให้สอดคล้องกับการไหลของน้ำ
ปราณหมื่นสายนทีพุ่งออกมารอบตัว เป็เกราะบาง ๆ รอบคมกระบี่วายุ
คมกระบี่แปรเปลี่ยนเป็เส้นปราณใสคล้ายลมพายุในละอองน้ำ
หลินเซียนฟันอากาศ ฝึกซ้ำหลายครั้ง แต่ครั้งแรกยังไม่แม่นยำ
เสียงลมปราณและน้ำกระทบกันเป็จังหวะราวกับดนตรีแห่งพลัง
เขาไม่ยอมแพ้ ล้มแล้วลุกใหม่ ลองปรับทุกครั้งจนสายน้ำโอบล้อมคมกระบี่ได้พอดี
น้ำที่เคยสกปรกและไร้ค่า กลับแปรสภาพเป็พลังที่เฉียบคมและทรงพลัง
หยดน้ำทุกหยดราวกับตอบสนองต่อจิตปราณของเขา
หลินเซียนก้าวออกจากสมาธิ สายตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความสำเร็จครั้งแรก
“ข้าต้องฝึกฝนวิชานี้ให้เก่งกว่านี้ เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตจากการต่อสู้”
"รอให้าแข้าหายดีก่อนค่อยกลับบ้านไปหาท่านแม่และท่านย่า พวกท่านจะได้ไม่ใ"
"ระหว่างนี้ ข้าก็จะฝึกฝนไปเรื่อยๆ เสียดายที่ไม่มียาสมุนไพรเซียนเหลือ ไม่อย่างนั้นข้าจะฝืนทะลวงปราณขึ้นไปเป็ ระดับ 2 ปราณพื้นฐานขั้นปลายให้ได้ที่นี่เลย"
(2 เดือนผ่านไป)
หลินเซียนลงมาซื้อเสื้อผ้าที่ตลาดในหมู่บ้าน เขาเลือกชุดเซียนสีขาวคล้ายกับชุดที่อาจารย์เฉิงเสินมอบให้เขา แต่ไม่หรูหราสวยงามเท่า
ระหว่างทางกลับบ้านเขาแวะซื้อเซาปิ่งตั้งใจเป็ของฝากให้ท่านแม่ เาปิ่งเป็ขนมเปี๊ยะสด ทำจากแป้งหรือแป้งผสมมันเทศบด เขาจ่ายเงินเพิ่มเลือกซื้อแบบมีไส้ถั่วเหลือง ้าชนมโรยงา กลิ่นหอมน่ารับประทานมาก เขาใส่กล่องอย่างดีเดินถือไปด้วยความระมัดระวัง
หลินเซียนก้าวเข้าสู่บ้านเก่าของตน เสียงไม้กระดกเบา ๆ ใต้ฝ่าเท้าดังสะท้อนในความเงียบ
อากาศภายในบ้านราวกับหนักอึ้ง มีทั้งกลิ่นสมุนไพรและความทรุดโทรมจากกาลเวลา
เมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไป ภาพท่านย่าที่เคยนั่งปักผ้าอยู่หน้าต่าง… บัดนี้กลายเป็ป้ายิญญาไม้เล็กๆ ไปแล้ว
ดวงตาของหลินเซียนเบิกกว้าง น้ำตาเริ่มคลอ
ความรู้สึกเสียใจและเ็ปท่วมท้น จนหัวใจเหมือนถูกบีบรัด
เขาคุกเข่าข้างป้ายิญญาย่า มือสั่นไปมาราวกับพยายามเก็บความอบอุ่นครั้งสุดท้าย
เสียงน้ำตาเบา ๆ ร่วงบนผ้าปักที่เคยร้อยเรียงความทรงจำ
เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาเห็นมารดานอนอยู่บนเตียง
ร่างบางและผิวซีดจาง แสดงถึงความอ่อนแรงและเจ็บป่วยสะสม
ใกล้ ๆ มีลูกสาวเ้าของร้านน้ำชา นั่งคอยเช็ดหน้าผากและป้อนน้ำสมุนไพรอย่างอดทน
"พี่เซียน พี่กลับมาแล้ว" ลูกสาวเ้าของร้านน้ำชามองด้วยสายตาดีใจสุดขีด
หลินเซียนก้าวเข้าใกล้ หยดน้ำตาไหลผ่านรอยแผลใจ
เขาก้มลง จับมือแม่เบา ๆ มือเย็นราวกับถูกเวลาแช่แข็ง
ความรู้สึกผิดและความโกรธลึก ๆ เกิดขึ้นในใจเขา
“ข้าไม่ควรทิ้งท่านไว้… ข้าควรอยู่ดูแลพวกท่าน”
หลินเซียนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เขารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
มือเย็นและอ่อนแรงของแม่จับมือหลินเซียนไว้แน่น
แม่เอ่ยด้วยเสียงสั่นเบา แต่เต็มไปด้วยความรัก
“ลูกของแม่… ไม่เป็ไรลูก กลับมาบ้านก็ดีแล้ว”
หลินเซียนก้มลง จับมือแม่ไว้แน่นกว่าเดิม น้ำตาคลอ
“ข้า… ข้าพลาดไปหลายอย่าง แม่ท่านต้องทนทุกข์เพราะข้า”
แม่ลูบหลังมือเขาเบา ๆ ยิ้มเศร้า
“หลินเซียน… แม่ภูมิใจในตัวลูกเสมอ ลูกคือลูกที่แม่รักที่สุด”
หัวใจหลินเซียนร้อนรุ่ม ทั้งเสียใจ ทั้งซาบซึ้ง
“ข้า… จะไม่ให้แม่ทนทุกข์อีก ั้แ่นี้เป็ต้นไปข้าจะอยู่ปรนนิบัติท่านเอง ไม่ทิ้งพวกท่านไปไหนอีกแล้ว”
แม่พยักหน้า แม้ร่างกายอ่อนแรง แต่สายตาเต็มไปด้วยศรัทธาและความรัก
สองมือของแม่ลูกประสานกันเหมือนสัญญาเงียบ ๆ ว่าจะอยู่เคียงข้างกันเสมอ
ความอบอุ่นนั้นท่ามกลางบ้านเก่า สะท้อนความรักแท้ที่ไม่อาจพรากไปได้จากหัวใจ
.....แม่ คือผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ข้างข้า ในวันที่ข้าไม่เหลืออะไรแล้ว ท่านคือผู้หญิงที่ข้ารักที่สุดตราบนี้ต่อไปจนกว่าข้าจะหมดลมหายใจ....
หลินเซียนคลุมผ้าห่มให้อย่างเบามือ ก่อนปล่อยให้หลับพักผ่อน
เขาเดินก้าวเขาๆ ออกมานอกบ้าน ท่ามกลางแสงอรุณอ่อน ๆ
คุณหนูร้านน้ำชายืนรอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
หลินเซียนโค้งตัวเล็กน้อย ขอบคุณเธอด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“ขอบคุณท่านมากขอรับ ที่ช่วยดูแลแม่ของข้า”
รอยยิ้มของเธอคลายความตึงเครียดให้หัวใจเขา แม้โลกภายนอกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
"แม่พี่ก็คือแม่ของข้า พี่อย่าได้คิดมากไปเลย"
หลินเซียนยืนมองคุณหนูร้านน้ำชา น้ำใจของเธอทำให้หัวใจเขาอบอุ่นขึ้นอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
ทุกคำพูด ทุกการกระทำของเธอ เต็มไปด้วยความเอาใจใส่และความจริงใจที่ไม่ปิดบัง
เขารู้สึกซาบซึ้ง จนอยากจะเอ่ยบอกความในใจทั้งหมด
แต่สายตาของเขามองไปยังเส้นทางเซียนที่เต็มไปด้วยอันตราย และรู้ดีว่ามันไม่เหมาะสำหรับใคร
“ข้าไม่อาจให้คุณหนูพัวพันเข้ามาในโลกอันตรายนี้ได้” เขาพึมพำในใจ แม้เสียงนั้นเงียบจนเธอไม่ได้ยิน
ความรักที่คุณหนูมีต่อเขานั้นเธอได้พิสูจน์ผ่านการกระทำหลายๆ อย่างในหลายปีนี้ด้วยความหนักแน่นและมั่นคง
เขายิ้มบาง ๆ แต่ในดวงตากลับสั่นไหวด้วยความเศร้า
“ข้าเพียงขอให้เ้าอยู่ปลอดภัย และมีชีวิตสงบสุข”
ร่างของเธอส่องแสงอบอุ่นในใจเขา เป็แรงผลักดันให้เขาเข้มแข็ง
แม้ไม่อาจตอบรับรักได้ แต่ในหัวใจหลินเซียน คุณหนูร้านน้ำชายังคงเป็ผู้หญิงที่รักและเข้าใจเขาจริง ๆ
"ข้า....ข้ารู้ ว่าข้าไม่อาจตามเส้นทางเซียนของพี่ได้"
"ในอนาคตข้าก็จะแก่และตายไปตามสังขารมนุษย์ธรรมดา แต่พี่ๆ จะยังคงอยู่ไปอีกหลายร้อยปี หรือบางทีอาจถึงพันปีเลยก็ได้"
"แต่ทุกสิ่งที่ข้ากระทำนี้ ข้ารักพี่มาก ข้าอยากให้พี่รู้ว่า แม้นในอนาคตข้าจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่ความรักของข้าจะอยู่คอยเป็กำลังใจให้พี่ไปชั่วนิรันดร์"
เธอพูด มีแก้มแดงนิดๆ และมีหยดน้ำตาไหลลงบนแก้มที่ทาแป้งไส้ของเธอ
หลินเซียนดึงร่างของคุณหนูร้านน้ำชามาแนบอก จังหวะหัวใจของทั้งสองเต้นประสานกัน
เขากระซิบเบา ๆ ด้วยเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความจริงใจ
“ข้า… เห็นความรักของเ้าแล้ว นอกจากท่านแม่และท่านย่าแล้วก็มีเพียงท่านที่ข้าผูกพันด้วยที่สุด"
"แต่เส้นทางนี้ของข้าเต็มไปด้วยอันตราย ข้าไม่อยากสูญเสียท่านไป ข้าไม่อยากเสียใจ ข้าไม่อาจอยู่เคียงข้างเ้าได้”
คุณหนูร้านน้ำชาเงยหน้ามองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความเข้าใจและเศร้าใจ
หลินเซียนกอดเธอแน่นอีกครั้ง เหมือนพยายามเก็บทุกความอบอุ่นไว้ในใจของตน
“ขอเพียงเ้าอยู่ปลอดภัย และมีชีวิตที่สงบสุข… นั่นก็เพียงพอสำหรับข้าแล้ว”
น้ำตาเขาไหลลงมาช้า ๆ แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความหนักแน่นและความรักแท้
เธอเอื้อมมือลูบหลังเขาเบา ๆ พยักหน้ารับ แม้ใจจะเต็มไปด้วยอาลัย
หลินเซียนปล่อยเธอออกอย่างช้า ๆ สายตาไม่เคยละจากเธอ
คุณหนูมองหลินเซียนที่ยืนสงบนิ่ง ดวงตาคู่นั้นคมชัดเต็มไปด้วยประกายฉลาดเฉลียว
ใบหน้าของเขาเรียวหวาน คล้ายกับผู้หญิง มีเส้นสายละเอียดอ่อนแต่เต็มไปด้วยความเข้มแข็ง
ริมฝีปากเรียวบางงดงาม รอยยิ้มเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ใจใครหวั่นไหว
ผิวขาวเนียนละเอียดราวกระเบื้องหยกสะท้อนแสงอาทิตย์อ่อน ๆ
ผมดำยาวสลวย ปลิวไหวตามสายลม เงางามดุจไหมทอเทพ
ร่างสูงโปร่งสง่างาม ทุกการเคลื่อนไหวแฝงด้วยความมั่นใจและความนุ่มนวล
เส้นสายของกล้ามเนื้อแม้ไม่เด่นชัดนัก แต่บอกถึงความแข็งแกร่งที่เก็บไว้ภายใน
สายตาและรอยยิ้มของหลินเซียนทำให้ใครเห็นต้องเผลออ้าปากค้าง ราวกับมองเทพ์ลงมา
ทุกองค์ประกอบรวมกัน ทำให้เขาเป็ทั้งนักรบและศิลปะแห่งความงามในเวลาเดียวกัน
เธอยอมรับในใจว่าเธอหลงรักเขาแรกๆ เพราะรูปร่างหน้าตา แต่เมื่อรู้จักกันผ่านมาหลายปี จิตใจต่างหากคือสิ่งสำคัญ
ไม่ว่าจะสูง ต่ำ หลินเซียนก็คือหลินเซียน จิตใจลึกๆ ข้างในเขางดงามกว่ารูปกายภายนอกเสียอีก
และเขาจะเป็ผู้ชายที่เธอจะรักที่สุดไปจนตลอดชีวิตของเธอ....
