ซิ่วอิ๋งนั่งอยู่ด้านข้างประตูบานกั้น ชะโงกหน้าก็สามารถมองเห็นห้องโถงได้พอดี
เสิ่นซิ่วหว่านที่อยู่ด้านข้างพูดอะไรกับนางเสียงเจี๊ยวจ๊าว แต่ว่านางแม้แต่ประโยคเดียวก็ไม่ได้ฟัง สายตามองร่างเล็กในอ้อมแขนของเฟิงซื่อ
นั่นคือน้องชายสายรองของนาง นางจำได้ แต่เมื่อมองไปยังเด็กน้อยตัวเล็กๆ ก็สะกิดเื่ปวดร้าวของนาง ถ้าหากนางไม่โดนหลี่ชิ่งเจ่าทำร้ายจนแท้ง นางก็คงมีบุตรที่อ้วนๆ ขาวๆ แบบนี้กระมัง คงเป็เหมือนกับเขาแบบนั้น ปล่อยให้กอดตัวเองไว้ ยิ้มที่มุมปากพูดคุยอย่างอ้อแอ้ ร่างกายล้วนมีกลิ่นนมหอมๆ
ซิ่วอิ๋งลุกขึ้นยืนทันที ออกจากห้องฝั่งตะวันตกโดยไม่รู้ตัว มาถึงก็ย่อเข่าลงตรงหน้าเฟิงซื่อ มองไปยังเสียงเกอเอ๋อร์อย่างเงียบๆ
เสียงเกอเอ๋อร์พบเจอซิ่วอิ๋งอยู่บ่อยๆ กับพี่สาวสายตรงคนนี้ไม่ถือว่าเป็คนแปลกหน้า เห็นนางอยู่ข้างหน้า ก็ยิ้มและปรบมือขึ้นมาอย่างดีใจ
เด็กน้อยยิ้มขึ้นมาแล้วช่างน่ารักที่สุด อาการจุกเสียดในหัวใจของซิ่วอิ๋งดูเหมือนจะหายไปไม่น้อย นางเอื้อมมือ ลูบใบหน้าของเขาเบาๆ เสียงเกอเอ๋อร์คิดว่านางเล่นกับตัวเอง ร้องอ้อแอ้จับมือนาง หลังจากนั้นจับปลายนิ้วของนางใส่เข้าไปในปากแล้วกัดลงไปอย่างไม่คาดคิด
เฟิงซื่ออุทาน รีบดึงมือของบุตรสาวออก บนนิ้วของซิ่วอิ๋งถูกกัดเป็รอยตื้นๆ ที่จริงแล้วเสียงเกอเอ๋อร์ฟันขึ้นแล้วสี่ซี่แล้ว
หวังอี๋เหนียงเห็นก็ลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ มองสองแม่ลูกอย่างเคร่งเครียด ซิ่วอิ๋งกลับยิ้มขึ้นมา หัวเราะไม่หยุด อีกทั้งรู้สึกแสบจมูกเล็กน้อยอยากจะร้องไห้ ยังดีที่อดทนไว้ได้
เฟิงซื่ออยู่ใกล้บุตรสาว ย่อมพบว่าหางตานางแดงเล็กน้อย “เจ็บหรือไม่”
“ไม่เจ็บ...” ซิ่วอิ๋งกลับไปกุมมือของเสียงเกอเอ๋อร์อีกครั้ง “เสียงเกอเอ๋อร์สุดยอดจริงๆ แต่ว่าคราวหลังกัดนิ้วไม่ได้นะ สกปรก ทำให้ไม่สบาย”
เสียงเก๋อเออร์ไม่รู้ว่าฟังเข้าใจหรือไม่ หัวเราะฮาฮาฮา ซิ่วอิ๋งบีบมือเล็กนุ่มนิ่มของเขา ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อยากปล่อย ทำได้เพียงแค่นั่งยองเล่นเป็เพื่อนเขาอยู่อย่างนั้น
เฟิงซื่อนี่ถึงเพิ่งเห็นหวังอี๋เหนียงที่มีใบหน้ารู้สึกผิด ยิ้มบอกให้นางนั่งลงอีกครั้ง แต่หวังอี๋เหนียงกลับไม่กล้านั่ง เมื่อกี้นางหวาดกลัวอยู่บ้าง ฮูหยินรักคุณหนูใหญ่มากสุดหัวใจ เสียงเกอเอ๋อร์กัดนาง กัดจนแดง นางคิดถึงเื่เมื่อครู่แล้วกลัวนัก ยังดีที่คุณหนูใหญ่ไม่ได้โมโห และฮูหยินก็ไม่ได้มีความคิดที่จะตำหนิ
โหยวซื่อเห็นซิ่วอิ๋งชอบเสียงเกอเอ๋อร์ซะขนาดนั้น รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย หลังจากนั้นไม่รู้ว่าคิดอะไรถึงไหน ยิ้มแล้วก็ดื่มชาต่อ
ชุยอี๋เหนียงเห็นซิ่วอิ๋งและเสียงเกอเอ๋อร์พี่สาวน้องชายความรู้สึกที่ลึกซึ้งแบบนี้แววตาทอประกายเย้ยหยัน ตาเหล่มองไปทางชุยอี๋เหนียง ในใจปรากฏอุบาย ส่วนเสิ่นซิ่วเหลียนมีใบหน้าเ็าั้แ่เสิ่นซิ่วอิ๋งปรากฏตัว ตอนนี้กำลังจ้องซิ่วอิ๋งด้วยสายตาเกลียดชัง ถ้าไม่ถูกอีกฝ่ายข่วนหน้า นางจะเผยธาตุแท้ของตนได้อย่างไร
ท่านแม่ใหญ่ลงโทษนาง ท่านย่าก็ลงโทษนาง ถ้าหากว่าสุดท้ายแล้วท่านพ่อไม่ไปขอความเมตตา นางอาจจะต้องคุกเข่าที่หน้าหอบรรพชนหนึ่งคืนจริงๆ คิดถึงหัวเข่าที่ตอนนี้ยังคงบวมอยู่ บนใบหน้ายังมีรอยแดงหลงเหลือ เสิ่นซิ่วเหลียนทนไม่ไหวอยากจะกระโจนเข้าไปข่วนใบหน้าซิ่วอิ๋ง แต่นางทำไม่ได้ ไม่กล้า!
ตอนนี้แม่ใหญ่ให้หวังอี๋เหนียงนั่ง แต่กลับปล่อยให้พวกนางสองแม่ลูกยืนอยู่ เสิ่นซิ่วเหลียนชิงชังจนขอบตาเปลี่ยนเป็สีแดง
เฟิงซื่อและบุตรสาวหยอกล้อเสียงเกอเอ๋อร์ด้วยกันสักพัก ก็นำเสียงเกอเอ๋อร์คืนให้กับแม่นมท่ามกลางแววตาเว้าวอนของบุตรสาว
ซิ่วอิ๋งถึงได้นั่งลงข้างมารดา ช้อนสายตาขึ้นก็เห็นเสิ่นซิ่วเหลียนจ้องมองตัวเองอยู่ ตานั้นทั้งเ็าทั้งเหี้ยมเกรียม เสิ่นซิ่วเหลียนคิดไม่ถึงเลยว่าซิ่วอิ๋งเวลานี้จะมองมา ทั้งสองสบสายตากัน ชั่วพริบตาหลังจากนั้น ั์ตาชิงชังของนางพลันเก็บกลับรวดเร็ว ก้มหน้าลงอย่างกระวนกระวาย
ใจของนางเต้นเร็วมาก ในสมองอื้ออึงไปหมด
เมื่อกี้เสิ่นซิ่วอิ๋งหันมายิ้มให้นางหรือ ทำไมยิ้มได้น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ เมื่อกี้นางขยับริมฝีปาก เหมือนพูดอะไรสักอย่าง
เสิ่นซิ่วเหลียนคิดอย่างหวาดกลัว เงยหน้าขึ้น ซิ่วอิ๋งกลับหันไปพูดอะไรสักอย่างกับมารดาแล้ว ตาและคิ้วโค้งงอ บนแก้มยังมีลักยิ้มที่น่าดู ไม่หลงเหลือร่องรอยของรอยยิ้มที่ทำให้นางหวาดกลัวอีก
เสิ่นซิ่วเหลียนลอบจ้องมองพี่สาวคนนี้ คิดว่าบางทีตนถูกตีไปทีหนึ่งเลยเลอะเลือนเกินไป แต่ชั่วเวลาขณะนั้นซิ่วอิ๋งกลับพันหน้ามามองนาง แววตาเย็นะเื เชือดเฉือนคนยิ่งกว่าลมหนาวของเดือนสิบสอง แต่ทว่าในที่สุดเสิ่นซิ่วเหลียนก็รู้แล้วว่านางพูดว่าอะไร เสิ่นซิ่วอิ๋งพูดว่า ‘ข้าไม่ปล่อยเ้าไปแน่’
พูดเน้นทีละคำ ไม่มีเสียงแต่กลับชัดเจนขนาดนั้น แฝงไว้ด้วยความเกลียดชังแรงกล้า ราวกับเวลาต่อมาจะกระโจนเข้ามากินเืเนื้อนาง
ขณะเดียวกัน เสิ่นซิ่วเหลียนเย็นไปทั้งเนื้อทั้งตัว หนังศีรษะชา ทันใดนั้นกำมือของชุยอี๋เหนียงแน่น
ชุยอี๋เหนียงจู่ๆ ถูกบุตรสาวจับจนเจ็บ ก้มศีรษะลงไปมองนาง เฟิงซื่อให้ซินเหมยห่อรังนกให้เสร็จแล้ว ก็ปล่อยพวกนางกลับ
ชุยอี๋เหนียงยังไม่ทันได้สืบถาม ก็ต้องจูงบุตรสาวคำนับขอตัวลา
ออกจากประตูเรือนแล้ว หวังอี๋เหนียงเพิ่งจะถอนใจด้วยความโล่งอก ชุยอี๋เหนียงหัวเราะอยู่ด้านหลังนางเบาๆ “น้องสาวยังคงต้องดูแลเสียงเกอเอ๋อร์ให้ดี ข้าเห็นฮูหยินและคุณหนูใหญ่ล้วนชอบเขามาก”
หวังอี๋เหนียงได้ยินชะงักเท้า ชุยอี๋เหนียงเดินไปจนถึงด้านหน้าแม่นม ยกหางตามองเสียงเกอเอ๋อร์ที่น้ำลายหก ใช้ผ้ายกปิดปากพลางหัวเราะ
“เสียงเกอเอ๋อร์หน้าตาน่ารักเสียจริง” หลังจากนางพูด สายตาตกไปอยู่บนรังนกในมือสาวใช้เหมือนไม่ได้ตั้งใจ จูงบุตรสาวเดินไปไกลแล้ว
หวังอี๋เหนียงยืนอยู่ที่เดิม คิดถึงคำพูดของนางอย่างละเอียด ลมพัดเข้ามา นางตัวสั่นไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่เหงื่อเปียกเสื้อขนาดนี้ อยู่ในที่เปิดโล่งก็รู้สึกหนาวแล้ว
นางเอียงศีรษะบอกแม่นมที่อยู่ด้านข้าง “รีบกลับไปเร็วหน่อย แต่อย่าให้เกอเอ๋อร์โดดลม”
“อี๋เหนียง คำพูดของชุยอี๋เหนียงหมายความว่าอย่างไรหรือเ้าคะ” แม่นมนำเสื้อคลุมใส่ให้เสียงเกอเอ๋อร์อีกครั้ง ถามอย่างกังวล
“ไม่ต้องสนว่านางจะหมายถึงอะไร” สีหน้าอ่อนโยนของหวังอี๋เหนียงเปลี่ยนเป็หนักอึ้ง เม้มริมฝีปากเดินไปด้านหน้าแล้ว แม่นมไม่กล้าถามอีกรีบเดินตามไป
ตอนรับประทานอาหารกลางวัน ซิ่วอิ๋งยังใจลอยอยู่บ้าง เสียงเกอเอ๋อร์ทำให้นางคิดถึงการสูญเสียเืเนื้อของตัวเองอีกครั้ง ความเจ็บที่ต้องสูญเสียเืเนื้อ ราวกับว่ายังคงดำเนินอยู่ นางทำได้แค่เข้มแข็งเท่านั้น
เฟิงซื่อคิดว่านางอาจจะเหนื่อยแล้ว
เมื่อวานนางยืนกรานที่จะอยู่ดูแลท่านอาสามที่เรือนคังหนิง ตอนเช้ายังถูกจับให้เขียนอักษร
ทานอาหารเสร็จ ดื่มชาแล้วถ้วยหนึ่ง โหยวซื่อก็แยกตัวร่ำลา เสิ่นชิงรุ่ยพิงอยู่ข้างกายนางหาวไม่หยุด
เฟิงซื่อไม่รั้งไว้อีก ลุกขึ้นยิ้มส่งนาง ก่อนพ้นธรณีประตู จู่ๆ โหยวซื่อเอ่ยเสียงเบากับนาง “ข้ามองดูเสียงเกอเอ๋อร์น่ารักมากๆ ยัยหนูอิ๋งก็เหมือนจะชอบเขาขนาดนี้ ถ้าหากท่านเต็มใจ ก็ปรึกษาพี่เขยเร็วหน่อย”
เฟิงซื่อได้ยินก็นิ่งชะงัก เข้าใจอย่างรวดเร็วที่นางพูดว่าหมายถึงอะไร ยิ้มไปทางนางอย่างซาบซึ้งใจ “ขอบคุณที่เตือนสติข้า”
“ท่านยังจะเกรงใจข้า!” โหยวซื่อตำหนินางอย่างไม่ใส่ใจ ไม่ให้นางไปส่งอีก
เฟิงซื่อกลับมาถึงในห้อง เรียกผิงเอ๋อร์มาสั่งให้นางพาซิ่วอิ๋งไปพักผ่อน ซิ่วอิ๋งอารมณ์หดหู่ ปล่อยให้ผิงเอ๋อร์จูงไปยังห้องฝั่งตะวันตก ถอดเสื้อตัวนอกแล้วเข้าไปใต้ผ้าห่ม
มองแผ่นหลังของบุตรสาวที่จากไป เฟิงซื่อรู้สึกว่านางช่างโดดเดี่ยวจริงๆ และสายตาของบุตรสาวเปล่งประกายชัดเจนตอนเห็นเสียงเกอเอ๋อร์ นี่หมายความว่าบุตรสาวชอบเสียงเกอเอ๋อร์หรือเปล่า
เฟิงซื่อไม่สามารถหยุดคิดได้
นางไม่สามารถเพิ่มน้องชายหรือน้องสาวให้เป็เพื่อนบุตรสาวได้แล้ว บุตรสาวก็เติบใหญ่อย่างช้าๆ ถ้าหากว่าอนาคตมีพี่น้องช่วยเหลือสักคนหนึ่ง นางก็คงวางใจได้บ้าง
เสียงเกอเอ๋อร์หรือ... ที่จริงแล้วหวังอี๋เหนียงก็ยังรู้จักเจียมตนอยู่ แต่ไม่รู้ว่านางจริงใจจริงๆ หรือไม่
“ฮูหยิน ท่านก็พักผ่อนเถอะเ้าค่ะ เมื่อคืนท่านนอนหลับไม่สนิทตลอดคืน” ซินเหมยเห็นรอยคล้ำใต้ตาของเฟิงซื่อ เอ่ยเกลี้ยกล่อมเสียงเบาอยู่ด้านข้าง
“เ้าคิดว่าเหยาเหย่าชอบเสียงเกอเอ๋อร์หรือไม่” เฟิงซื่อเงยหน้าขึ้นมองนาง ซินเหมยในใจรู้สึกใ คิดถึงภาพซิ่วอิ๋งและเสียงเกอเอ๋อร์เวลาอยู่ด้วยกัน พูดอย่างลังเล “บ่าวดูแล้ว น่าจะชอบนะเ้าคะ”
เฟิงซื่อไม่พูดอะไรอีก ลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้อง ซินเหมยรีบตามไปพยุงนาง
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/7012340b7983053f1267ffdb04fe563d