ในงานพระราชพิธีบรมาาภิเษกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ คาเอลสวมมงกุฎทองคำประดับทับทิมน้ำเอก แสงสีแดงของมันวาวโรจน์ดุจดวงตาของเซเรน่าที่คอยเฝ้ามองเขาตลอดเวลา
เขาประกาศสถาปนาตนเองเป็จักรพรรดิผู้รวมแผ่นดินเป็หนึ่งท่ามกลางขุนนางนับร้อยที่คุกเข่ายอมจำนนด้วยความยำเกรง ทว่าความยำเกรงนั้นไม่ได้มีให้แก่กษัตริย์องค์ใหม่เพียงผู้เดียว หากแต่มีให้แก่เงาสังหารที่หนุนหลังเขาอยู่ต่างหาก
แม้ในซอกหลืบของหัวใจจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ในเวลานั้นคาเอลยังคงมีเศษเสี้ยวของความกตัญญูหลงเหลืออยู่บ้าง เขาจึงประกาศก้องต่อหน้าสภาขุนนางด้วยเสียงกังวานทรงพลัง
"เลดี้เซเรน่า เอล เดอ แวนซ์ คือผู้กุมอำนาจสูงสุดในวังหลัง และเป็ที่ปรึกษาแห่งจักรพรรดิ ผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจในราชการเทียบเท่ากับตัวข้าเอง!"
เขาสั่งช่างหลวงให้เร่งสร้าง "ตราประทับนกฟีนิกซ์โลหิต" มอบให้แก่นาง เพื่อประกาศให้คนทั้งจักรวรรดิประจักษ์ว่าใครคือเ้าของบัลลังก์ที่แท้จริงข้างกายพระองค์
จักรพรรดิหนุ่มลงนามในกฤษฎีกาสถาปนาตระกูล เดอ แวนซ์ ขึ้นเป็ตระกูลดยุคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของคริมวาล ทว่าในขณะที่เขากำลังจะประทับตราหลวงลงบนเอกสารสำคัญนั้นเอง มือของเขากลับสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินความมั่นใจที่เคยมี
เขามองดูตัวเลขกองพลและอำนาจเบ็ดเสร็จที่เขากำลังจะหยิบยื่นให้เซเรน่า แล้วเริ่มจินตนาการถึงภาพที่โหดร้าย... หากวันหนึ่งนางตื่นขึ้นมาแล้วไม่พอใจในตัวข้า? หากวันหนึ่งอสูรกายที่ทรงพลังตนนี้เกิดเปลี่ยนใจ? อำนาจมหาศาลเหล่านี้จะไม่หันกลับมาทิ่มแทงคอหอยของข้าหรอกหรือ?
ยิ่งเขามอบ "เกียรติยศ" ให้เธอมากเท่าไหร่ ความกลัวในใจเขาก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเท่านั้น เขาไม่ได้มอบอำนาจเหล่านี้เพราะความรักที่บริสุทธิ์เหมือนที่ผ่านมา
———————
คาเอลเข้ามาเยี่ยมเซเรน่าในห้องบรรทมของนาง ท่ามกลางความเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจอันแ่เบาของสตรีผู้หลับใหล คาเอลประคองมงกุฎที่สลักเสลาอย่างประณีตวางลงข้างหมอนของเซเรน่า เขามองดูใบหน้าที่เคยสง่างามซึ่งบัดนี้ซีดเซียวราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งร่องรอยของพลังอำนาจที่เคยสั่นคลอนสมรภูมิ
เขาโน้มตัวลงจูบหน้าผากที่เย็นเฉียบของนางอย่างแ่เบา พลางกระซิบถ้อยคำที่เป็คำมั่นสัญญา และแฝงไปด้วยความรู้สึกผิด
"ข้าให้ทุกอย่างตามที่สัญญาแล้วนะเซเรน่า... มงกุฎ อำนาจ และแผ่นดินนี้เป็ของเ้า จงตื่นขึ้นมาโลกใบนี้ไปพร้อมกับข้าเถิด"
ทว่า... เมื่อวันเวลาผันผ่านไปจากวันเป็สัปดาห์ จากสัปดาห์เริ่มกลายเป็เดือน ความเงียบของเซเรน่ากลับกลายเป็กำแพงที่ค่อยๆ ขวางกั้นหัวใจของจักรพรรดิหนุ่ม
ในทุกๆ วันที่เขาต้องเผชิญหน้ากับการยุยงและสายตาที่เหยียดหยามจากเหล่าขุนนางชั้นสูง กลุ่มคนที่รังเกียจเวทมนตร์เืว่าเป็สิ่งอัปมงคลและเป็เสนียดแก่บัลลังก์
ใจของคาเอลเริ่มเอนเอียงตามคำลวงเ่าั้ เขาเริ่มรู้สึกว่าอำนาจเบ็ดเสร็จที่มอบให้นางนั้นมันมากเกินไป และน่าหวาดหวั่นเกินกว่าจะปล่อยไว้ในมือของนางเพียงผู้เดียว
ทุกครั้งที่เขาเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อเยี่ยมนาง แทนที่จะรู้สึกถึงความรัก เขากลับรู้สึกเหมือนถูกทวงหนี้จากซากศพ เขาเริ่มโหยหาใครสักคน... ใครสักคนที่มองมาที่เขาด้วยแววตาแห่งความเทิดทูนบูชาในฐานะวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ใครสักคนที่คอยเตือนใจให้เขาระลึกอยู่เสมอว่าเขาเป็เพียงผู้ติดค้างหนี้ชีวิตที่ไม่มีวันชดใช้ได้หมด
ความกตัญญูที่เคยรุ่งโรจน์ในวันาาภิเษก บัดนี้เริ่มมอดดับลงทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่านแห่งความรำคาญใจ คาเอลเริ่มหวาดกลัววันที่นางจะลืมตาตื่นขึ้นมา เพราะเมื่อนางฟื้นขึ้นมา... เขาก็จะกลับไปเป็เพียงเ้าชายสวะ ที่มีชีวิตอยู่ได้เพราะความเมตตาของนางร้ายจอมเวทผู้นี้อีกครั้ง
ในขณะที่เซเรน่ายังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราที่เต็มไปด้วยหยาดเืและความเ็ปจากการสังเวยอายุขัย คาเอลกลับกำลังถูกตามหลอกหลอนด้วยฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพกองศพที่แหลกเหลวและกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งในสมรภูมิคอยบีบคั้นดวงิญญาของจักรพรรดิหนุ่มให้หวาดผวาในทุกค่ำคืน
ทว่าในรอยต่อของความอ่อนแอนั้นเอง หญิงสาวผู้หนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นราวกับเทพธิดาที่หลุดออกมาจากภาพวาดของทวยเทพ...
ลูมิน่า ถูกส่งตัวมาจากวิหารหลวงในฐานะ "เทพธิดาแห่งแสง" นางมาพร้อมกับคำพยากรณ์ที่แสนจะพอเหมาะพอเจาะว่า... จักรพรรดิผู้รวมแผ่นดินเป็หนึ่งจำเป็ต้องมี "แสงบริสุทธิ์" มาชำระล้างกลิ่นคาวเืและมลทินแห่งา ซึ่งถ้อยคำเ่าั้ช่างตรงใจจักรพรรดิหนุ่มยิ่งนัก
ในห้องทรงอักษรที่เงียบสงัด... วินาทีที่ลูมิน่าทาบฝ่ามือนุ่มนวลลงบนหน้าอกของคาเอล พลังแสงสีทองอ่อนละมุนของนางพลันซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย มันไม่ได้สร้างความร้อนรุ่มเหมือนมนตราโลหิต แต่มันกลับมอบความรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยััมาก่อน พลังนั้นทำให้เขารู้สึกไปเองว่าาแอาคมและรอยร้าวในใจได้ถูกเยียวยาจนหมดสิ้น
นางช่างนุ่มนวลและอ่อนหวาน... ช่างแตกต่างจากเซเรน่าเหลือเกิน เพราะสำหรับเซเรน่า ทุกการปกป้องคือการเสียสละที่เ็ป และทุกการเยียวยาคือกลิ่นคาวเืที่คอยย้ำเตือนถึงความอ่อนแอของเขาในอดีต
คาเอลเริ่มตกหลุมรักลูมิน่าอย่างรวดเร็วดุจต้องมนต์ แต่มันไม่ใช่ความรักที่เกิดจากความซาบซึ้งใจเหมือนที่เคยมีให้เซเรน่า หากแต่เป็ความรักที่เกิดจากความสบายใจ
เขาหลงใหลในสายตาของลูมิน่า สายตาที่เปี่ยมด้วยความเทิดทูนบูชา ยามมองเขาเป็วีรบุรุษผู้สง่างามบนบัลลังก์ทอง ไม่ใช่สายตาที่รู้เท่าทันไปเสียทุกสิ่ง... และยิ่งไม่ใช่สายตาที่เคยเห็นเขาสะอื้นไห้อย่างขลาดกลัวท่ามกลางกองซากศพมาก่อน
ลูมิน่ากลายเป็กระจกบานใหม่ที่คาเอลเลือกจะมอง เพราะมันสะท้อนภาพที่สวยหรูและไร้มลทิน ในขณะที่เซเรน่าคือกระจกบานเก่าที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและคราบเืที่เตือนให้เขาระลึกถึงความต่ำต้อยของตนเอง
เขาลืมไปเสียสนิทว่า... แสงสว่างที่กำลังโอบกอดเขาอยู่ในตอนนี้ คือแสงที่ส่องสว่างได้เพราะมีเงาอย่างเซเรน่ายอมรับคำสาปแทนเขามาตลอด