ในขณะที่คิรัญกำลังคุยกับเ้ายุ้งข้าวในใจ เสียงปลายสายก็แทรกขึ้นมาแบบไม่ทันให้ตั้งตัว
“ที่แกเงียบไปนี่...กำลังนั่งปาดน้ำตาอยู่ใช่ไหม โอ๊ยยย แกไม่ต้องมาซึ้งใจฉันให้มากเลยนะ เ้าอัณณ์”
คิรัญสะดุ้งเบา ๆ มัวแต่คุยกับเ้ายุ้งข้าวจนลืมไปว่าโทรศัพท์ยังแนบหูอยู่...เขารีบเอ่ยเสียงนุ่ม รู้สึกผิดนิด ๆ
“เปล่าครับเจ๊ ผมแค่...คิดอะไรเพลิน ๆ ไปนิด”
ปลายสายถอนหายใจยาว “เฮ้อ...แกนี่นะ ชอบทำให้เจ๊เป็ห่วงเป็ประจำ”
“ถ้าพี่สาวแกไม่ฝากฝังไว้ก่อนย้ายไปอยู่อังกฤษนะ ฉันก็คงไม่ต้องมาคอยป้อนข้าวป้อนน้ำ ปกป้องแกเป็แม่พระขนาดนี้หรอก”
คิรัญยิ้มนิด ๆ ขณะมองเ้ายุ้งข้าวที่กำลังกินอาหารอย่างอร่อย
“ที่เจ๊บ่นผมแบบนี้...เพราะเจ๊เป็ห่วงผมใช่ไหมครับ...เจ๊ซินดี้ ปากแข็งอีกแล้วนะ”
เสียงค้อนใส่โทรศัพท์ดังมาแทบทะลุลำโพง
“แหวะ อย่ามาหยอดใส่ฉันนะยะ พอ พอเลย ฉันไม่คุยเื่ไร้สาระกับแกแล้ว”
เสียงพลิกกระดาษดังกรอบแกรบตามมา ก่อนที่เจ๊จะเอ่ยเสียงจริงจังขึ้น
“เมื่อเช้ามีคนจากมาจากนิตยสารสายแฟชั่น ติดต่อมา เขาอยากได้ผู้ชายหน้าหวาน ๆ แบบแกไปถ่ายแฟชั่นเซต”
“คอนเซปต์คือ ‘ความอ่อนโยนที่ท้าทายอำนาจสัตว์ดุร้าย’ ถ่ายกับเสือ กับงู กับสิงโตอะไรแบบนั้น ฟังดูแซ่บมั้ย?”
คิรัญเลิกคิ้วน้อย ๆ แต่ยังไม่ทันพูดอะไร เจ๊ซินดี้ก็ใส่ต่อแบบคนมีแค้นฝังหุ่น
“่นี้แกยิ่งไม่มีงานอยู่ด้วย งานที่ควรเป็ของแกน่ะโดนไอ้ภูกับไอ้กูร์เหยียบหัวคว้าไปหมดแล้ว”
“นึกแล้วก็แค้น มีแต่งานน่ากลัวอย่างงานถ่ายกับสัตว์ป่านั่นละ ที่ไอ้กูร์ไม่ไม่ยอมรับเพราะมันกลัวสัตว์ดุร้าย มันเลยเหลือมาตกที่แก”
เสียงเจ๊ซินดี้แหลมขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความโมโหจนคิรัญรีบพูดขัดเบา ๆ
“ใจเย็นครับเจ๊…เจ๊โทรไปบอกเ้าของนิตย์สารได้เลยครับว่าว่าผมรับงานนี้”
เ้ายุ้งข้าวที่นั่งกินข้าวอยู่เงยหน้าจากชามข้าวขึ้นมาเลิกคิ้ว (แบบแมว ๆ) อย่างกวนประสาท
“หือ? แน่ใจนะมนุษย์ว่านี่ไม่ใช่การเดินเข้าปากเสือ โดนเสือสวบขึ้นมาฉันจะอยู่กับใคร?”
คิรัญเหลือบมองเ้าเหมียวหน้าหยิ่งที่บ่นงุ้งงิ้งอยุ่คนเดียว แล้วส่ายหัวให้กับเ้ายุ้งข้าวก่อนจะกรอกเสียงกลับไปทางโทรศัพท์
“แล้วผมจะเริ่มถ่ายวันไหนครับเจ๊?”
“พรุ่งนี้เช้าเลย แกไหวมั้ยล่ะ อัณณ์?”
เสียงเจ๊ซินดี้ยังฟังดูกังวล แม้จะพยายามปั้นน้ำเสียงให้ดูเรียบเฉย ก็ตาม
คิรัญตอบกลับทันที ด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ผมไหวครับเจ๊ ไม่ต้องเป็ห่วง เจ๊ก็รู้ว่าผมเลี้ยงแมว...เสือก็แค่แมวตัวโตเท่านั้นเอง”
เจ๊ซินดี้เงียบไปครึ่งวินาที ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะพรืดออกมา
“โอ๊ยย แกนี่มัน...หายใจทิ้งไปวัน ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีแววจะเป็ดาราตัวท็อปขึ้นมาซะงั้น”
“เออ งั้นเดี๋ยวเจ๊ส่งโลเคชั่นให้ เตรียมหน้าให้เป๊ะ ผมให้เงา สร้างภาพลักษณ์ดีๆ เข้าไว้ เสื้อผ้าไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเจ๊จัดเต็มให้เอง”
คิรัญหัวเราะเบา ๆ พลางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“ขอบคุณมากเจ๊ แต่ต่อไปนี้เจ๊ไม่ต้องจ้างสไตลิสต์ให้ผมแล้วนะครับ ผมอยากลองเปลี่ยนตัวเองดูบ้าง…เปลี่ยนให้สุดไปเลย”
เสียงเจ๊ซินดี้เงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจพรืด
“โอ้ยย แกนี่นะ ั้แ่อกหักก็เปลี่ยนไปเป็คนละคน...พูดจามั่นหน้า น้ำเสียงก็ไม่หมองมัวเหมือนแต่ก่อน...”
“มากจนฉันเริ่มหมั่นไส้แกนิด ๆ แล้วเนี่ย แต่ฉันขอบอกแกไว้ก่อนเลยนะ ถ้าแกยังแต่งตัวแบบไม่มีเซ้นส์อีก ‘ฉันจะจ้างสไตลิสต์มาควบคุมการแต่งตัวของแกนะโว้ยยย”
เสียงบ่นยาวเหยียดของเจ๊ซินดี้ดังลอดผ่านปลายสายมา...แต่คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความโล่งใจ และ...ความภูมิใจเงียบ ๆ
คิรัญยิ้มมุมปาก ก่อนพูดด้วยเสียงมั่นใจ “ไว้เจ๊เห็นผมหน้ากล้องเมื่อไหร่...เจ๊จะลืมไปเลยว่าผมเคยเป็ ‘ไม่เหมือนอัณณ์คนเดิม’
ปลายสายเงียบไปเพียงครู่ ก่อนที่เจ๊ซินดี้จะทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงแบบ ‘เจ๊สายปากหนักแต่รักแรง’
“โอเค...ไว้ฉันจะรอดู ว่าแกจะรอด หรือจะร่วง”
คิรัญหัวเราะเบา ๆ ส่ายหน้าอย่างเอ็นดู “ครับเจ๊ แล้วเจอกันที่สตูดิโอวันพรุ่งนี้”
เขากดวางสาย…ก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้อง พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ และไฟในใจที่กำลังลุกโชน
“ฮึ...ในโลกก่อน ฉันคือสไตลิสต์มือหนึ่งของวงการบันเทิง ไม่มีทางปล่อยให้เ้าของร่างนี้ออกจากห้องแบบดูไม่ได้แน่…”
เช้าวันรุ่งขึ้น คิรัญตื่นแต่เช้า อาบน้ำจนเรียบร้อย แล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของอัณณ์ด้วยความคาดหวังนิด ๆ
แกร๊ก…
แค่เห็นเสื้อผ้าเรียงรายอยู่ในตู้ เขาก็ถึงกับยืนกอดอกขมวดคิ้ว
“เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์ลายหวาน…กางเกงสแลคเรียบร้อยเกินไป...โอ้ย เ้านี่เป็เด็กมัธยมหรือเด็กเสี่ยกันแน่วะเนี่ย?”
เขาลากนิ้วไล่ตามไม้แขวน เสื้อผ้าของอัณณ์ดูเรียบร้อย เรียบง่าย บางชิ้นถึงขั้นเฉิ่มแปลก ๆ ซึ่งมัน “ขัดกับข่าวเมียเก็บของเ้าของค่าย” อย่างแรง
“แต่งตัวแบบนี้ ยังจะมีคนเชื่อว่าเป็เด็กเสี่ยอีกเหรอ? เ้านี่มัน...โง่หรือแค่ไม่มีรสนิยมกันแน่?”
คิรัญถอนหายใจ ก่อนจะค่อย ๆ คัดชุดจากตู้เสื้อผ้าหลังจากไล่มือผ่านเนื้อผ้าหลายชิ้น เขาหยิบเซตที่ดู “ใช่” ที่สุดออกมา
เสื้อเชิ้ตผ้าซาตินสีดำแขนยาว ตัดเข้าทรงพอดีตัว กระดุมถูกกลัดไว้เพียงครึ่ง ทำให้่คอและแนวไหปลาร้าเผยออกมาเล็กน้อย เผยผิวเนียนที่สะท้อนแสงอ่อน ๆ พอดิบพอดี ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินงาม
เขาเลือกกางเกงเป็ทรงสลิมฟิตผ้าแอร์วูลสีดำเนื้อด้าน ตัดเฉียบรับกับขาเรียวยาวที่เคลื่อนไหวอย่างมั่นใจ ไม่ต้องโชว์เนื้อหนัง…แต่เพียงแค่ยืนอยู่เฉย ๆ ก็ “ดึงสายตา” ได้โดยไม่ต้องพยายาม
่เอวคาดเข็มขัดหนังแท้ หัวเงินเรียบเงา ทุกอย่าง “พอดีเกินไป” อย่างที่ไม่น่าจะเป็แค่ความบังเอิญ เหมือนเสื้อผ้าทุกชิ้นถูกสั่งตัดมาเพื่อเขาเท่านั้น เขาหยิบแว่นกันแดดเลนส์ชาขึ้นมา สวมไว้เหนือปลายจมูก ก่อนจะเงยหน้าขึ้น...สบตาตัวเองในกระจกเต็มตัว
ปลายนิ้วเรียวแตะแก้มเบา ๆ ริมฝีปากที่เคยเงียบงัน ยกยิ้มบาง ๆ อย่างคนที่รู้ “ฤทธิ์” ของตัวเอง
“เ้าเด็กนี่...มีของดีอยู่ทั้งตัว แต่ไม่รู้จักใช้ให้เป็ มันช่างน่าเสียดายจริง ๆ …”
เขาเอียงคอนิด ๆ แล้วหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “แต่ไม่เป็ไร...ฉันจะจัดการให้นายโดดเด่นเองคอยดูแล้วกัน”
เขายกมุมปากขึ้นช้า ๆ ขณะดวงตาคมกริบใต้แว่นกันแดดเลื่อนต่ำ กำลังจ้องลึกเข้าไปในเงาของตัวเองในกระจก
ดวงตานั้น...ไร้ความลังเล ไร้ความกลัว มีเพียงเปลวไฟที่ลุกโชนอย่างเงียบงัน
“อัณณ์…ฉันจะทำให้นายเปล่งประกาย จนพวกที่เคยดูถูกนาย...ต้องหันขวับกลับมามองแบบลืมหายใจ”
เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่คำพูดนั้นเหมือนคำประกาศา มันไม่ใช่แววตาแบบอัณณ์ที่ยอมคนแบบโง่ๆอีกต่อไป..แต่มันคือสายตาของ ‘คนที่กลับมาเอาคืน’
"ภูวเดช...นายเคยเหยียบเ้าของร่างนี้เพื่อปีนขึ้นไป"เขากระตุกยิ้มเย็น ๆ ใส่ภาพในกระจก
“แต่ตอนนี้...ฉันจะเข้ามาแทนที่แกเอง แล้วเรามาดูกัน ว่าแกถ้าไม่มีฉันสนับสนุน แกจะบินได้สูงแค่ไหน ตำแหน่งนักแสดงเกรด A ในวงการบันเทิง? นั้น...จะไม่ใช่ของแกอีกต่อไปอีกต่อไป”
เขาเอ่ยขึ้นหน้ากระจกเบาๆ ก่อนหันหลัง เดินออกจากห้องนอนตรงไปยังห้องครัว ก่อนจะเทอาหารเม็ดลงในชามแมวอย่างเคยชิน
“ยุ้งข้าว วันนี้อยู่บ้านไปก่อนนะ วันนี้ฉันจะไปทำงาน เดี๋ยวกลับมาจะหาอะไรอร่อย ๆ มาให้กิน”
เสียงก๊อก ๆ ของอาหารเม็ดตกลงชามยังไม่ทันจาง เ้ายุ้งข้าวก็พุ่งตัวเข้ามาทันที ดวงตากลมโตลุกวาวระยับ
“จริงเหรุ์? งั้นฉันขอปลาแซลมอน แบบย่างไฟอ่อน ๆ ไม่ใส่เกลือนะ”
คิรัญถอนหายใจแรง ๆ ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ “แกนี่มันแมวหัวสูงเสียจริง ๆ เลยนะ…”
ว่าแล้วก็เดินกลับไปหยิบโทรศัพท์มากดดูยอดเงินในแอป จะได้วางแผนงบซื้อปลาตัวงาม ๆ ให้เ้าแมวตัวดี
...แต่พอหน้าจอโหลดเสร็จ สิ่งที่ปรากฏกลับทำให้คิรัญถึงกับชะงัก ยอดเงินในบัญชีเด้งเข้ามา สิบล้านบาท
เขาขมวดคิ้วแน่น เงินนี่มากเกินไป...สำหรับดาราตกอับที่ไม่มีงาน ไม่มีชื่อเสียง และเพิ่งฆ่าตัวตายไปหมาด ๆ ถึงได้มีเงินมากขนาดนี้
“เงินนี่มันอะไรกัน...หรือว่าเป็เงินของ ‘เ้าของค่าย’ เป็คนโอนมา?”
เขาหยุดนิ่ง คิดเงียบ ๆ ก่อนที่แววตาจะเย็นลงทีละนิด
“ถ้าเงินนี่คือราคาของการเป็ ‘เมียน้อย’ จริง ๆ …ก็ยิ่งน่าขยะแขยง...แต่เอาเถอะ มีตังใช้...ยังดีกว่าไม่มี”
เขากดล็อกหน้าจอ เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าอย่างเฉยชา ก่อนเอ่ยกับตัวเองอย่างเย้ยหยัน
“ต่อจากนี้ อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมเป็ ‘เมียน้อย’ ของใครอีก…”
เขาเอ่ยกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหยิบกุญแจรถจากโต๊ะไม้เรียบ พร้อมสูดลมหายใจลึก ๆ ก้าวเดินของเขามั่นคง ราวกับทุกก้าวคือการเหยียบอดีตลงใต้เท้า
‘คราวนี้…ฉันจะไม่ยอมให้ใครเหยียบย่ำให้จมดินอีกต่อไป’
‘...เตรียมตัวไว้ให้ดี เพราะฉันจะกลับมาเอาคืนทุกอย่างให้สาสม’
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก เขาตรงดิ่งไปยังที่จอดรถของคอนโด ตามความทรงจำในหัวของเ้าของร่าง...
แต่เมื่อก้าวถึงจุดหมายเขาถึงกับชะงัก
“...โอ้โห เดี๋ยวนะ…”
รถยนต์สปอร์ตคันหรูสีดำมันวาว ถูกจอดรออยู่ในช่องจอดส่วนตัว ข้างป้ายชื่อ "A. Tharakorn" อย่างภูมิฐาน
เขากดรีโมตในมือเบา ๆ ไฟหน้ากระพริบตอบรับ
คิรัญกลอกตา กึ่งขำกึ่งประชดในใจ
‘ไอ้เ้าเด็กนี่...มีทั้งเงิน มีทั้งรถ...แถมยังเคยเป็เด็กท่านประธานอีก?’
เขาแค่นหัวเราะเบา ๆ ยกคิ้วอย่างขำขัน
‘ฉันเข้าใจละ ว่าทำไมโลกถึงเกลียดนายนัก…ก็เพราะเด็กนี่ทำให้คนอื่นอิจฉาตาร้อนแทบบ้าตายได้’
เขาเปิดประตูรถอย่างนุ่มนวล กลิ่นหนังแท้จากเบาะภายในตีขึ้นมาแตะจมูกอย่างหรูหรา มือเรียวลูบพวงมาลัยหนังแท้เบา ๆ ปลายนิ้วไล้ไปตามโลโก้แบรนด์หรู พร้อมกระซิบกับตัวเองเสียงแ่
“ั้แ่นี้ไป...ฉันจะใช้ทุกอย่างที่นายมีให้คุ้มที่สุด เงิน...ชื่อเสียง...หน้าตา...รวมถึงเส้นสายที่นายเคยเอาไว้พึ่งพิง…”
“ฉันจะทำให้มันกลายเป็อาวุธ...แล้วฉันจะเล่นเกมนี้ด้วยกติกาของตัวเอง”
เขาสตาร์ทเครื่องยนต์ ก่อนที่รถจะพุ่งออกจากลานจอด ราวกับพายุที่กำลังเคลื่อนตัว พร้อมล้างบางทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเหยียบย่ำเ้าของร่างนี้ให้ลงสู่ความมืด

คิรัญแค่ลุกมาเลือกชุด แต่ลมแทบจับ เสื้อเชิ้ตซาตินแหวกอก กางเกงเข้ารูปแบบพอดีไม่เผื่อใจคนมอง
แว่นกันแดดปลายจมูกคือฆ่าไม่เงียบแต่เซ็กซี่มาก นี่มันชุดถ่ายแบบเหรอ? ไม่
มันคือชุดลากอดีตศัตรูลงเหว แมวที่บ้านยังเบ้ปากบอก "วันนี้มนุษย์หล่อเกินไป"
คือยัยน้องเดินออกจากคอนโดแบบไม่ได้ฝากชีวิตไว้กับพระ แต่ฝากไว้ที่ความแซ่บค่ะ
มาลุ้นกันว่างานถ่ายแบบวันนี้จะเป็อย่างไร แต่ที่แน่ๆ แซ่บมากไรท์ขอบอก