มหาวิทยาลัยรัฐบาลชื่อดังใจกลางกรุงเทพฯ
โลกของ ทัศน์ ไม่ได้สวยหรูเหมือนภาพในโฆษณาของมหาวิทยาลัย เขาเป็แค่นักศึกษาคณะบริหารฯ ปี 3 ธรรมดาๆ คนหนึ่งที่มาจากต่างจังหวัด หน้าตาไม่ได้ขี้เหร่ แต่เสื้อยืดเก่าๆ ที่ใส่จนสีซีด กางเกงยีนส์ตัวเก่งที่ใช้มาั้แ่ปีหนึ่ง และสมาร์ทโฟนจอแตกที่ต้องคอยหาองศาในการชาร์จไฟให้เข้า มันะโบอกสถานะทางการเงินของเขาได้ดังกว่าคำพูดใดๆ
แต่สิ่งเดียวที่ทำให้โลกของเขาสดใส คือ "พราว" ดาวคณะบริหารฯ แฟนสาวที่เขาคบมาั้แ่ปีหนึ่ง... หรืออย่างน้อย เขาก็เคยคิดแบบนั้น
"ทัศน์... เราว่าเราห่างกันสักพักดีไหม"
ประโยคสุดคลาสสิกหลุดออกมาจากปากของพราวใต้ตึกคณะฯ ที่มีนักศึกษาเดินผ่านไปมาพลุกพล่าน ทัศน์รู้สึกเหมือนโดนค้อนทุบเข้าที่อก เขายังจำได้ว่าเมื่อเช้ายังนั่งกินข้าวแกงข้างมอด้วยกันอยู่เลย
"ทำไมล่ะพราว มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า บอกเราได้นะ" เขายังพยายามจะยื้อ
พราวถอนหายใจยาวๆ สายตาของเธอเหลือบไปมองรถ BMW ซีรีส์ 3 สีขาวสะอาดที่จอดอยู่ไม่ไกล "เธอดูไม่มีอนาคตเลยทัศน์ เรามองไม่เห็นเลยว่าจบไปแล้วชีวิตเราจะเป็ยังไง ขนาดไปกินข้าว ดูหนังในห้างดีๆ สักมื้อ เธอยังต้องคิดแล้วคิดอีก... เราเหนื่อย"
คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในใจของทัศน์ แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ ร่างสูงโปร่งของ "ไทป์" รุ่นพี่ปี 4 ลูกชายนักธุรกิจก็ลงจากรถคันนั้น เขาสวมนาฬิกาหรู เสื้อโปโลแบรนด์เนม และส่งยิ้มมุมปากมาให้ทัศน์
"พราว ไปกันเถอะ เดี๋ยวจองร้านไว้ไม่ทัน" ไทป์พูดพลางโอบไหล่พราวอย่างสนิทสนม
พราวพยักหน้าแล้วเดินจากไปกับไทป์โดยไม่หันกลับมามองทัศน์เลยสักนิด ไทป์หันมายักคิ้วให้ทัศน์แวบหนึ่ง ก่อนจะพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันที่ดังพอให้เขาได้ยิน "ของบางอย่าง... ถ้าดูแลไม่ไหว ก็ต้องปล่อยให้คนที่พร้อมกว่าดูแลนะน้อง"
ทัศน์ยืนนิ่งแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น ความอับอายแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าเมื่อรับรู้ถึงสายตาของคนรอบข้างที่มองมา บางคนซุบซิบ บางคนหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็ตัวตลกราคาถูกในละครน้ำเน่า
ค่ำคืนนั้น ทัศน์ไม่ได้กลับหอพัก เขาเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายที่มีติดตัวไปนั่งในร้านเหล้าตองข้างทาง บรรยากาศอับๆ คลุ้งด้วยควันบุหรี่และเสียงเพลงลูกทุ่งเก่าๆ มันช่างเหมาะกับสภาพของเขาในตอนนี้ เขาดื่ม... ดื่มจนภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน ดื่มเพื่อลบภาพสายตาดูถูกของไทป์ และภาพแผ่นหลังของพราวที่เดินจากไป
เขารู้สึกตัวอีกทีตอนที่กำลังเดินโซซัดโซเซไปตามซอยเปลี่ยวข้างทางเพื่อจะกลับหอพัก เป็ทางลัดที่เขาใช้ประจำเพื่อประหยัดค่าพี่วินมอเตอร์ไซค์
ตุ้บ!
เขาสะดุดล้มลงกับพื้นอย่างแรง ความเจ็บแปล๊บที่หัวเข่าเรียกสติของเขากลับมาได้บ้าง ทัศน์ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น แต่แล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความใ
ใต้แสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่ส่องลงมา... เงาของเขาหายไป!
บนพื้นที่ควรจะมีเงาทอดยาวตามร่างของเขา บัดนี้กลับว่างเปล่าราวกับว่าเขาเป็ิญญาที่ไม่มีตัวตน หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความกลัวและความสับสน หรือว่าเขาจะเมาจนตาฝาด?
แต่แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นวัตถุสีดำสนิทชิ้นหนึ่งวางอยู่บนพื้นตรงที่ที่เขาเพิ่งล้มลง มันเป็การ์ดสีดำด้านเรียบๆ ขนาดเท่านามบัตร ไม่มีลวดลายใดๆ แต่ให้ความรู้สึกเย็นเยียบเมื่อัั
ทันทีที่ปลายนิ้วของทัศน์แตะลงบนการ์ด ตัวอักษรสีทองก็ค่อยๆ ส่องสว่างขึ้นมาจากความว่างเปล่า
[คุณได้ทำการแลกเปลี่ยน "เงาแห่งความสิ้นหวัง" กับ "ระบบนักค้าแห่งโชคชะตา"] [ยินดีต้อนรับสู่ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในทุกมิติ, ผู้ใช้: ทัศน์]
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างที่ไร้ม่านของหอพักชายราคาถูก ปลุกให้ทัศน์ตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทราที่แสนสับสน ศีรษะของเขาปวดตุบๆ ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบ เป็ผลพวงจากการดื่มเหล้าเหมือนน้ำเปล่าเมื่อคืนนี้
"โอ๊ย..." เขาสบถเบาๆ พลางยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงเหล็กที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดประท้วง สภาพห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่รกไปด้วยกองหนังสือและเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซัก ตอกย้ำความรู้สึกหม่นหมองในจิตใจ
เขาฝืนสังขารลุกไปเข้าห้องน้ำ สายตาเหลือบไปเห็นกระจกบานเก่าที่มีรอยร้าว ทัศน์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเื่ประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อคืน... เื่เงาที่หายไป และการ์ดสีดำปริศนา
เขาเอื้อมมือไปหยิบการ์ดใบนั้นที่วางอยู่บนโต๊ะหนังสือ มันยังคงอยู่ที่เดิม ผิวััเย็นเฉียบและเรียบด้านเหมือนไม่ใช่กระดาษ "เราคงจะเมาจนตาฝาดไปเอง" ทัศน์พยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง เขาหันกลับไปมองกระจกอีกครั้งเพื่อสำรวจความเรียบร้อย แต่แล้ว... หัวใจของเขาก็แทบจะหยุดเต้น
ในกระจกสะท้อนภาพของเขา... แต่ไม่มีเงาบนผนังด้านหลัง!
ไม่ว่าเขาจะขยับตัวไปทางไหน เอียงซ้ายเอียงขวา หรือยกมือขึ้นมาบังแสงไฟจากหลอดนีออน ร่างของเขาในกระจกก็ยังคงไร้ซึ่งเงาตกกระทบ มันเป็ภาพที่ผิดธรรมชาติและน่าขนลุกจนทำให้เขาหายจากอาการเมาค้างเป็ปลิดทิ้ง
"นี่มัน... เื่จริง!"
เขารีบหันกลับไปคว้าการ์ดสีดำใบนั้นอีกครั้ง ทันทีที่ปลายนิ้วัั ข้อความสีทองก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่ข้อความต้อนรับ แต่เป็หน้าต่างข้อมูลที่ซับซ้อนราวกับหลุดออกมาจากเกมไซไฟ
[ระบบนักค้าแห่งโชคชะตา] ผู้ใช้: ทัศน์ สถานะ: ออนไลน์
[ค่าสถานะพื้นฐานของผู้ใช้] > ค่าโชค: -25 (ต่ำกว่าเกณฑ์อันตราย) > ค่าบารมี: 3 (น้อยนิด) > ค่าความมั่งคั่ง: 125.50 บาท > ทรัพย์สิน: ไม่มี
[คำเตือน: ค่าโชคของผู้ใช้ต่ำกว่าเกณฑ์อันตราย อาจประสบเคราะห์ร้ายได้ทุกเมื่อ โปรดดำเนินการเพิ่มค่าโชคโดยด่วน]
ทัศน์เบิกตากว้าง 'ค่าโชคติดลบ?' แค่เห็นตัวเลขนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนมีลางร้ายบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามา
"ระบบ... นี่มันคืออะไรกันแน่" เขาลองถามในใจ
[ตอบ: ระบบนักค้าแห่งโชคชะตา คือเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ 'มองเห็น' และ 'แลกเปลี่ยน' ค่าสถานะที่จับต้องไม่ได้ของสรรพสิ่ง เช่น โชคชะตา, ศักยภาพ, และโอกาส]
[ผู้ใช้สามารถใช้ 'ค่าสถานะ' ของตนเอง หรือ 'ทรัพย์สิน' ในโลกแห่งความเป็จริง เป็ต้นทุนในการซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ ตลาดการค้าจะปลดล็อกเมื่อผู้ใช้มีคุณสมบัติเพียงพอ]
ทัศน์กลืนน้ำลายเอื๊อก เขารู้สึกทั้งกลัวและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน เขาลองเพ่งสมาธิไปที่สิ่งของต่างๆ ในห้องนอนของเขา เมื่อมองไปที่โทรศัพท์มือถือจอแตกของตัวเอง หน้าต่างข้อมูลก็ปรากฏขึ้น
[สมาร์ทโฟนสภาพเก่า] > ประเภท: อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ > ศักยภาพในอนาคต: -5% (ใกล้จะพังเต็มที ควรเปลี่ยนใหม่)
มันประเมินค่าได้กระทั่งของแบบนี้! ทัศน์รู้สึกทึ่งจนลืมเวลา เขารีบแต่งตัวด้วยเสื้อยืดตัวเดิมๆ และกางเกงยีนส์ตัวเก่ง คว้ากระเป๋าเป้แล้ววิ่งออกจากหอพักไปยังมหาวิทยาลัย
เมื่อเดินเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัย โลกที่เขาเคยเห็นก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง นักศึกษาทุกคนที่เดินผ่านหน้าเขามีหน้าต่างข้อมูลเล็กๆ ลอยอยู่เหนือศีรษะ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเล่นเกม RPG ในชีวิตจริง
"แล้วเราจะเพิ่มค่าโชคได้ยังไง" เขาสอบถามระบบในใจ
[คำแนะนำเบื้องต้น: ผู้ใช้สามารถ 'ซื้อ' ค่าโชคจำนวนเล็กน้อยจากเป้าหมายที่มีค่าโชคสูงกว่าได้ โดยการมอบ 'ผลประโยชน์' บางอย่างให้แก่เป้าหมายนั้น]
'ซื้อ' โชคอย่างนั้นเหรอ? ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด เสียงหัวเราะที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พราว... กำลังเดินเคียงคู่มากับไทป์ ความโกรธและความน้อยใจพุ่งขึ้นมาจุกที่อก แต่สัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้เขาลองใช้ระบบกับคนทั้งคู่
[พราวรวี (พราว) | นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ ปี 3] > ค่าโชค: 45 (ได้รับอิทธิพลจากบุคคลใกล้ชิด) > ความสัมพันธ์กับผู้ใช้: คนรักเก่า (-85)
[ทีปกร (ไทป์) | นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ ปี 4] > ค่าโชค: 150 (สูง) > ความสัมพันธ์กับผู้ใช้: ศัตรู (-95)
ตัวเลขค่าโชคของไทป์สูงลิ่วจนน่าใ! 'ได้รับอิทธิพลจากบุคคลใกล้ชิด' หมายความว่าค่าโชคของพราวเพิ่มขึ้นเพราะไปอยู่ใกล้ไทป์อย่างนั้นสินะ
"อ้าว ทัศน์ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... ตั้งหนึ่งวันแน่ะ" ไทป์เป็คนแรกที่สังเกตเห็นเขาและเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย "ทำไมทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบแบบนั้นล่ะ หรือว่ายังทำใจไม่ได้?"
ทัศน์กัดฟันกรอด "เื่ของฉัน ไม่เกี่ยวกับรุ่นพี่หรอกครับ"
"หึ ก็จริง คนระดับฉัน ไม่ควรจะเสียเวลามาใส่ใจเื่ของคนอย่างนายอยู่แล้ว ไปกันเถอะครับพราว เดี๋ยวพี่พาไปกินซูชิร้านเปิดใหม่" ไทป์พูดจบก็เดินจากไป
[คำเตือน: ค่าโชคของผู้ใช้ลดลงเหลือ -26 เนื่องจากสภาวะทางอารมณ์เชิงลบ]
"บ้าเอ๊ย!" ทัศน์สบถในใจ เขาต้องเพิ่มค่าโชคของตัวเองให้พ้นขีดอันตรายให้ได้! สายตาของเขากวาดมองไปทั่วโรงอาหารใต้ตึกคณะฯ เพื่อหา 'เป้าหมาย' จนไปสะดุดกับนักศึกษาชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่มุมห้องเพียงลำพัง
[โอ๊ต | นักศึกษาคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ ปี 3] > ค่าโชค: 65 (สูงกว่าค่าเฉลี่ย) > สถานะปัจจุบัน: กำลังกลุ้มใจเื่ค่าโปรเจกต์ที่ต้องจ่ายภายในวันนี้
นี่แหละเป้าหมายที่สมบูรณ์แบบ! ทัศน์รวบรวมความกล้าแล้วเดินตรงเข้าไปหาโอ๊ต
"ทำโปรเจกต์อยู่เหรอ เห็นทำหน้าเครียดๆ" ทัศน์เริ่มบทสนทนา
"อื้ม นิดหน่อยน่ะ พอดีต้องจ่ายค่าอุปกรณ์บางอย่าง แต่มันแพงกว่าที่คิดไว้น่ะสิ" โอ๊ตถอนหายใจ
โอกาสมาถึงแล้ว! 'ฉันจะซื้อค่าโชคจากเขาได้ยังไง?' ทัศน์ถามระบบในใจ
[ตรวจพบโอกาสในการแลกเปลี่ยน: 'โอ๊ต' ้าเงินจำนวน 500 บาท เพื่อจ่ายค่าอุปกรณ์] [ข้อเสนอการค้า: มอบเงินจำนวน 500 บาท ให้กับ 'โอ๊ต'] [ผลลัพธ์: ท่านจะได้รับ 'ค่าโชค' +10 จากเป้าหมาย, ความสัมพันธ์กับเป้าหมาย +20] [ยืนยันการแลกเปลี่ยนหรือไม่? Y/N]
แลกเงิน 500 กับค่าโชค 10 หน่วย! มันคือเงินเกือบทั้งหมดที่มี แต่ถ้ามันช่วยให้เขาพ้นจากขีดอันตรายได้ มันก็คุ้มที่จะเสี่ยง!
"เอาเป็ว่า... เื่เงินค่าโปรเจกต์น่ะ... ให้เราช่วยไหม" ทัศน์พูดพลางหยิบเงินออกมาวางบนโต๊ะ "นายเอาไปใช้ก่อนเลย ไม่ต้องรีบคืน"
ในวินาทีที่เขาตัดสินใจทำแบบนั้น เขาก็กด 'ยืนยัน' การแลกเปลี่ยนในใจ
[การแลกเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์!] [ท่านได้รับ ค่าโชค +10] [ค่าโชคปัจจุบัน: -16]
ตัวเลขสีแดงในหน้าต่างสถานะของเขาเปลี่ยนไปจริงๆ!
โอ๊ตมองเขาด้วยสายตาซาบซึ้งใจ "ขอบใจมากนะทัศน์! นายช่วยชีวิตเราไว้เลย!"
ทันใดนั้นเอง เสียงประกาศจากประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยก็ดังขึ้น
"ประกาศ... ทางเราได้ทำการสุ่มผู้โชคดีเพื่อรับรางวัลทุนการศึกษาพิเศษจำนวน 5,000 บาท และผู้โชคดีเพียงหนึ่งเดียวในปีนี้ได้แก่... นายทัศน์ วิริยะกุล... จากคณะบริหารธุรกิจปี 3 ค่ะ!"
สิ้นเสียงประกาศ... ทุกสายตาในโรงอาหารหันมามองที่ทัศน์เป็จุดเดียว รวมถึงสายตาตกตะลึงของไทป์และพราวที่กำลังจะเดินออกจากโรงอาหารด้วย
ทัศน์นั่งนิ่ง... สมองของเขาขาวโพลนไปชั่วขณะ
ทุนการศึกษา 5,000 บาท... เขาลงทะเบียนไปงั้นๆ โดยไม่เคยคิดว่าจะได้เลยสักครั้ง
นี่น่ะหรือ... ผลของ 'ค่าโชค' ที่เพิ่มขึ้น?
เขามองไปที่การ์ดสีดำในกระเป๋าที่ไม่มีใครมองเห็น... แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับไทป์ที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ไกลๆ
รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของทัศน์... มันไม่ใช่รอยยิ้มของผู้แพ้ที่สิ้นหวังอีกต่อไปแล้ว
นี่มันแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น... ตลาดค้าแห่งโชคชะตาของเขา... เพิ่งจะเปิดทำการ!